บทที่ 20 เยว่เอ๋อร์อยากหลบหนี
"คุณชายโปรดวางใจ บ่อนพนันหยินโกวไม่กล้ารับปากเื่อื่น แต่ทองคำหลายพันตำลึงนั้นหยิบออกมาได้อย่างง่ายดาย" เถ้าแก่ตงเอ่ยด้วยน้ำเสียงองอาจ
แต่ในใจกลับคิดว่า ‘แม้ทองพันตำลึงจะมีมากมาย แต่เ้าจะชนะหรือ? รู้อยู่เต็มอกว่าต้องแพ้ ยังจะเอาเงินมาให้ โง่เขลาสิ้นดี!’
ไม่นาน ฉู่เฟิงก็ถือสัญญาการพนันที่เถ้าแก่ตงลงนามด้วยตัวเอง พาซวงเอ๋อร์และคนอื่น ๆ ขึ้นรถม้า
สามพี่น้องนั่งอยู่มุมรถม้า พลางแอบมองฉู่เฟิงอยู่ตลอด หวังว่าเขาจะลืมเื่พนันเสียสนิท ทว่าฉู่เฟิงกลับนึกขึ้นได้ จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า "รับปากแล้วก็ต้องรักษาคำพูด พวกเ้าอยากจะจูบข้าเอง หรือจะให้คุณชายอย่างข้าจูบพวกเ้าดี?"
"คุณชาย ท่านมิได้ชนะเงินมา แต่เป็การหลอกเงินเขามา สุดท้ายก็ต้องคืนเขาไป ไม่นับว่าชนะเ้าค่ะ!" ซวงเอ๋อร์ฝืนใจเอ่ย ในใจรู้สึกหวั่นเล็กน้อย คุณชายชนะเงินมาจริง ๆ!
"ไม่ให้บ่ายเบี่ยง เมื่อครู่ข้าชนะได้ทองมาตั้งร้อยตำลึงเชียวนะ"
ฉู่เฟิงเอ่ยพลางยื่นมือไปดึงซวงเอ๋อร์เข้ามา
ซวงเอ๋อร์ที่ใจหวั่นอยู่แล้ว รู้สึกละอายจนยกมือขึ้นจะทุบตี ทว่าฉู่เฟิงกลับตวาดเสียงดังว่า "ซวงเอ๋อร์ พวกเรารับปากแล้วต้องรักษาคำพูด"
ซวงเอ๋อร์ชะงักไปครู่ รู้สึกว่าริมฝีปากถูกสิ่งอบอุ่นปิดกั้นไว้ชั่วขณะ ตกตะลึงไป คุณชายกล้าจูบนางต่อหน้าพี่น้องเชียวหรือ! แล้วตัวนางเองกลับไม่...
เยว่เอ๋อร์และเสวี่ยเอ๋อร์ยืนมองพี่หญิงผู้แข็งแกร่ง ถูกคุณชายโอบกอด ปิดปากจูบอย่างดูดดื่ม จนพวกนางไม่กล้าแม้แต่จะมอง
ในใจของเยว่เอ๋อร์นั้นเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น พี่หญิงไม่คิดขัดขืน แล้วนางเล่า ควรจะโดดรถหนีหรือไม่ นางสอดส่ายสายตาขึ้นมองม่านรถม้าอย่างร้อนใจ
ทันใดนั้น มือใหญ่ก็คว้าแขนของนางไว้ ก่อนจะดึงร่างเข้าไปกอดอย่างแแ่
"อ๊ะ" เยว่เอ๋อร์ร้องอย่างใ พยายามจะดิ้นหนี แต่เสียงอ่อนโยนของฉู่เฟิงก็ดังขึ้น "เดิมพันไว้แล้วก็ต้องยอมรับ พี่เ้ายังยินยอมเลย" เหตุผลนี้ทำเอามือนางชะงัก
เมื่อเห็นใบหน้าแดงก่ำของพี่หญิง นางก็รู้สึกใจหาย พี่หญิงถูกจูบเสียแล้ว ริมฝีปากแดงสดมีแต่รอยน้ำลายของคุณชาย
"อื้อ..."
เยว่เอ๋อร์ส่ายหน้า ดิ้นรนอย่างไม่คิดชีวิต แต่ริมฝีปากของนางก็ถูกปิดลงเสียแล้ว!
ในยามคับขัน นางลืมไปเสียสนิทว่าตนเองมีวรยุทธ์ จึงได้แต่กัดฟันแน่นเพื่อขัดขืนการรุกรานของคุณชาย
ทว่าการขัดขืนเช่นนี้ กลับยิ่งทำให้ฉู่เฟิงกอดแน่นขึ้น และบรรจงจูบหนักขึ้น!
แม้แต่ยังพยายามเปิดปากของนาง!
ข้าง ๆ เสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับตาค้าง เยว่เอ๋อร์ไม่คิดจะสั่งสอนคุณชายตัวร้าย แถมยังเงยหน้ารับจูบ! หรือว่าเยว่เอ๋อร์จะมีใจให้คุณชาย?
เมื่อฉู่เฟิงผละออก ริมฝีปากหอมกรุ่นราวกับกลีบดอกเหมยของเยว่เอ๋อร์ก็ดูบวมช้ำขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าขาวผ่องแดงก่ำราวกับผลท้อสุก แต่แววตาที่มองฉู่เฟิงกลับฉายแววความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
"คุณชาย ท่านลืมไปหรือไม่ เสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้พนันกับท่าน"
เสวี่ยเอ๋อร์พยายามต่อรองเป็ครั้งสุดท้าย
"ตอนนั้น แม้เ้าไม่ได้เอ่ยปาก แต่ก็พยักหน้ารับ ย่อมต้องยอมรับคำท้า"
ฉู่เฟิงเอ่ยพลางเอื้อมมือคว้าเสวี่ยเอ๋อร์ที่ขยับหนีไปที่ประตูรถม้ากลับมา!
ฉู่เฟิงผู้หน้าไม่อาย อยากจะลูบไล้มือไปทั่วร่างระหงของเสวี่ยเอ๋อร์ใจแทบขาด แต่สายตานับคู่จับจ้องมองอยู่ ทำได้เพียงขโมยจูบริมฝีปากนุ่มหยุ่นราวกับกลีบดอกไม้ของนางอย่างดูดดื่ม จนปากของนางเผยขึ้นเล็กน้อย...
เมื่อฉู่เฟิงผละออกจากเสวี่ยเอ๋อร์ หลิงเอ๋อร์ก็พุ่งเข้าหาซุกตัวในอ้อมแขนกระซิบว่า "สิ่งที่พี่หญิงทั้งสามได้รับ หลิงเอ๋อร์ก็อยากได้เช่นกันเ้าค่ะ"
ทันใดนั้น ใบหน้าอันงดงามของพี่น้องทั้งสาม ก็กลับเบ่งบานราวกับดอกไม้แรกแย้มอีกครั้ง
รุ่งขึ้น เื่ราวของบุตรสุรุ่ยสุร่ายแห่งจวนโหว ที่แอบนำของล้ำค่าประเมินค่ามิได้ไปจำนำ ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง
แม้แต่บุคคลมีชื่อเสียงหลายคน ยังมาที่โรงจำนำของอู๋ซิ่วถิงด้วยตนเอง เพื่อหวังชมสมบัติล้ำค่าของจวนโหว ทว่าอู๋ซิ่วถิงกลับไม่กล้าเปิดผนึก!
แม้ว่านางจะมิได้ใส่ใจบุตรสุรุ่ยสุร่ายเช่นนี้ แต่สำหรับฉู่ฮ่าวหยวนที่โกรธจนหน้าเขียวหน้าแดงนั้น ต่อให้มีสิบชีวิต นางก็มิกล้าเผชิญหน้า
อย่างไรก็ตาม ตู้ไม้หอมแดงก็ยังคงให้ทุกคนได้ยลโฉม บนนั้นมีผนึกกระดาษสีแดงเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ‘สมบัติล้ำค่าของจวนโหว!’
"ฮ่า ๆ ๆ ครั้งนี้ แม้ว่าฉู่เฟิงจะไม่ถูกท่านหลี่ฮุยทุบตีจนตาย แต่หลังจากนั้น ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องถูกท่านโหวลงโทษอย่างสาสมเป็แน่"
"ใช่แล้ว" กงซุนหลานอวี้ บุตรชายคนที่สามของท่านเสนาบดีกรมพิธีการ ที่เคยดื่มเหล้ากับฉู่เฟิงอยู่บ่อยครั้ง เอ่ยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจ
ภายในโรงรับจำนำเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ครู่ต่อมา เหล่าผู้คนก็นำโดยกงซุนหลานอวี้ พากันมุ่งหน้าไปยังโรงพนันหยินโกว โอกาสได้เงินแบบฟรี ๆ ใครจะยอมพลาดกันเล่า?
ฝ่ายฉู่ฮ่าวหยวนที่จวนโหวประจำทิศเหนือ ก็หัวเราะจนปากจะฉีกถึงหู
เพราะสองวันมานี้ ฮูหยินขายเกลือได้กำไรมหาศาลถึงทองหกร้อยตำลึง! นับเป็เงินหนึ่งเดือนที่เท่ากับเงินของเขาถึงสามปี เห็นทีกองทัพทิศเหนือจะได้สุขสบายไปอีกหนึ่งเดือน!
“ท่านพี่ ท่านไม่รู้หรือว่า บุตรชายของเราเอาของล้ำค่าในจวนไปจำนำ?” ฮูหยินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน บนใบหน้าระบายยิ้ม
“ฮ่า ๆ ๆ นางมารหัวดื้อที่โรงรับจำนำ คงโดนเ้าลูกหมาปั่นหัวเข้าให้แล้ว ตอนนี้ในจวนเรามีของล้ำค่าที่ไหนกัน แต่ข้าชักอยากรู้แล้วสิ ว่าเ้าลูกหมาเอาอะไรไปหลอกนาง” ฉู่ฮ่าวหยวนกล่าวพลางหัวเราะลั่น
“ข้าได้ยินบ่าวไพร่เล่าว่า เขาเพียงให้บ่าวรับใช้คนสนิท ติดกระดาษที่เขียนว่า ‘ของล้ำค่า’ ไว้บนตู้หนังสือ ก็ได้ทองมาแล้วร้อยตำลึง” ฮูหยินกล่าวยิ้ม ๆ แววตาเต็มไปด้วยความภูมิใจ
“วิธีนี้ก็ไม่เลว แต่น่าเสียดายที่คงใช้ได้แค่ครั้งเดียว”
ฉู่ฮ่าวหยวนคิดอยากได้สมบัติล้ำค่ามาบ้าง หากเขามีบ้าง คงหลอกล่อเอาทองคำได้อีกมากโข
ส่วนเื่ภายภาคหน้า หากความแตก ค่อยว่ากันทีหลัง ฉู่ฮ่าวหยวนมิได้ใส่ใจอยู่แล้ว เพราะกำปั้นเขาย่อมใหญ่คับฟ้าอยู่แล้ว!
"เ้าไม่รู้หรอก เฟิงเอ๋อร์ยังไปท้าพนันที่บ่อนพนันหยินโกวมาด้วย ซ้ำยังวางเดิมพันเป็ตัวเอง หวังจะเอาชนะหลี่ฮุยให้จงได้!"
วาจาสุภาพบุรุษ แม้จะเคยเอ่ยเย้าบุตรชายว่า เหลือความสามารถ ทว่าแฝงไว้ด้วยความภูมิใจ บุตรชายช่างกล้าหาญยิ่งนัก!
"ฮ่า ๆ เ้าเด็กแสบ บัดนี้แม้แต่ข้าก็ยังดูไม่ออกแล้ว หรือบางที อาจจะสู้กับหลี่ฮุยได้จริงก็เป็ได้ ลูกเ้าช่างคิดค้น 'ม้าเหล็ก' กับ 'โกลนม้า' ข้าดูออกแล้ว เป็ของล้ำค่าที่ทหารม้า้าที่สุด! หากทูลเกล้าฯ ถวายฝ่าา ย่อมได้ชื่อว่าเป็ความชอบใหญ่หลวง!"
ฉู่ฮ่าวหยวนหัวเราะลั่น
ทว่าฮูหยินกลับเอ่ยเสียงเบา "ท่านพี่ ท่านว่าหากองค์หญิงจ้าวหยางได้ขึ้นครองราชย์ เฟิงเอ๋อร์ของเราย่อมมีหนทางช่วยเหลือพระองค์ปกครองแคว้นต้าเหลียงเป็แน่ ท่านรู้หรือไม่ว่า เถ้าแก่ใหญ่แห่งหอสมบัติ ้าทำสัญญาค้าขายระยะยาวกับเรานะเ้าคะ! ต่อไปนี้ ทองคำย่อมหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย!"
ฉู่ฮ่าวหยวนพลันเงียบงัน ครุ่นคิดอยู่นานจึงเอ่ยอย่างเคร่งขรึม "องค์หญิงจ้าวหยางเป็สตรี องค์จักรพรรดิอาจจะทรงเลือกสรรบุตรองค์อื่นขึ้นครองราชย์ก็เป็ได้"
"ท่านพี่ องค์หญิงจ้าวหยาง ล้วนแล้วแต่เป็พระธิดาแท้ ๆ ท่านคิดว่าองค์จักรพรรดิจะทรงมอบราชบัลลังก์ให้ผู้อื่นที่มิใช่สายเืของพระองค์จริงหรือ? เพราะฉะนั้น ท่านพี่ต้องรู้จักวางแผนเผื่อไว้บ้าง หากองค์หญิงจ้าวหยางได้ขึ้นครองราชย์จริง ท่านพี่ต้องยืนหยัดเคียงข้างพระองค์ เพราะบุตรชายของท่านคือพระสวามีของพระองค์!"
ฮูหยินกำชับฉู่ฮ่าวหยวนอย่างหนักแน่น
ฉู่ฮ่าวหยวนขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ "แม้ข้ามิเคยคิดโลดแล่นในแวดวงอำนาจ แต่เพื่อเ้าแล้ว ข้ายินยอมสนับสนุนองค์หญิงจ้าวหยางอย่างเต็มกำลัง"
ฮูหยินแย้มยิ้มอย่างพอใจ "ครั้งนั้นแม้ตัวข้าจะพลาดหวังจากวังหลวง แต่หากบุตรชายได้อภิเษกกับองค์หญิง ก็เหมือนสมปรารถนาของข้าแล้ว"
และแล้ววันนี้ก็มาถึง ยามที่ผู้คนต่างตั้งตารอคอย การประลองระหว่างฉู่เฟิงกับหลี่ฮุย ณ ลานประลองกว้างใหญ่ ผู้คนหลั่งไหลมาชมดูจนแน่นขนัด
หากมิใช่มีทหารคอยตั้งแนวรักษาความเรียบร้อย คาดว่าชาวบ้านที่มามุงดูคงแห่กันเข้าไปยืนเต็มลานประลองเป็แน่
บนปราการไม้สำหรับคนชั้นสูง ฉู่ฮ่าวหยวนประหลาดใจยิ่งนักที่ได้เห็นองค์จักรพรรดิเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง พร้อมทั้งขุนนางน้อยใหญ่ต่างมาร่วมเป็สักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง
ส่วนอ๋องหนิงผู้นั้น ยืนยืดอกเชิดหน้ามองมาทางนี้ด้วยท่าทางเย้ยหยัน ราวกับมั่นใจว่าบุตรชายของตนเป็ฝ่ายมีชัยไปแล้ว รอเพียงจังหวะหัวเราะเยาะพวกข้าเท่านั้น