
...ค่ำคืนหนึ่ง ท้องฟ้าเมืองหลวงปกคลุมด้วยหมอกจาง ๆ โคมแดงหลายร้อยดวงแขวนเรียงรายไปตามตรอกแคบ ส่องแสงแดงละเรื่อราวกับไฟ์ที่ปลุกเร้าความใคร่ของมนุษย์ทั้งหลาย เสียงพิณและเสียงหัวเราะอันเสนาะหูดังประสานเป็ระลอก คล้ายจะเชื้อเชิญให้ผู้คนก้าวเข้ามาสู่วังวนแห่งราคะ
ที่ปลายตรอกนั่นเอง มีร่างหนึ่งก้าวเข้ามาช้า ๆ เขาคือหลินเซียน สวมใส่ชุดสีดำสนิท หมวกฟางกดต่ำบดบังใบหน้า ทุกย่างก้าวของเขาสงบเยือกเย็น แต่ในความสงบนั้นแฝงไปด้วยแรงกดดันราวกับหุบเขามหึมากำลังถาโถมใส่
เป้าหมายของเขาคือ หอนางโลมจันทร์ม่วง หอคณิกาที่ขึ้นชื่อว่าเป็แดน์ของบุรุษผู้มั่งมี บรรดาขุนนางและเศรษฐีล้วนต้องเคยมาเยือนอย่างน้อยสักครั้ง แต่แท้จริงแล้ว หอแห่งนี้กลับแฝงความลี้ลับที่สกุลใหญ่ทั้งหลายไม่เคยรู้
เมื่อหลินเซียนก้าวพ้นประตูใหญ่ หลินเซียนก็ััได้ทันที เส้นสายพลังปราณที่สอดประสานอยู่ทั่วโถงหอ ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยหรู แต่ทุกเสา ทุกโคม ทุกกระเบื้อง ล้วนถูกจัดวางราวกับเป็ “เส้นลายค่ายกล” ที่คอยหมุนเวียนลมปราณฟ้าดิน บำรุงร่างของสาวงามให้คงความอ่อนเยาว์ และดึงดูดลูกค้ามั่งคั่งเข้ามาไม่ขาดสาย
ไม่นานนัก หญิงวัยกลางคนร่างอวบอิ่มก็ก้าวลงจากบันไดชั้นบน เสื้อผ้าแพรไหมหรูหราสีม่วงเข้มโอบรัดสรีระพอดี ดวงตาของนางเปล่งประกายลี้ลับเหมือนรู้ทุกความคิดของผู้ชาย นี่คือ แม่เล้า
นางยกพัดขึ้นปิดริมฝีปาก ก่อนหัวเราะเบา เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยแรงสั่นะเืใจประหลาด
แม่เล้า : “คุณชาย ชุดดำปิดหน้าปิดตาเช่นนี้ ข้าควรให้สาวงามของข้าแก้เสื้อผ้าเ้าออกทีละชิ้น เพื่อดูว่าใต้ผ้านั้นซ่อนรูปงามเพียงใดหรือไม่?”
แขกหลายคนหัวเราะชอบใจ แต่หลินเซียนเพียงโค้งเล็กน้อย
หลินเซียน : “ข้ามิได้มาเพื่อราคะ… ได้ยินว่า ที่นี่มีผู้จัดวางค่ายกลอันลี้ลับ ข้าจึงมาหา”
แม่เล้าปรายตามอง เสียงหัวเราะพลันแ่ลง แต่แววตายังคงยียวน
แม่เล้า : “เ้าหนุ่มช่างตาแหลม มองทะลุได้แม้แต่ความลับที่ข้าเก็บงำมาเนิ่นนาน… แต่เ้ารู้หรือไม่ว่ามีราคาที่ต้องจ่าย? หรือเ้าจะใช้หัวใจเ้าชดใช้แทน?”
นางก้าวเข้ามาใกล้ ร่างอวบโน้มเอียงจนกลิ่นหอมกรุ่นแทรกเข้าลมหายใจของชายหนุ่มทุกระยะ หัวใจของแขกในหอต่างเต้นแรงราวต้องมนตร์
หลินเซียนตอบเสียงเรียบ แต่ั์ตาแน่วแน่
หลินเซียน : “สิ่งที่ข้า้ามีเพียงค่ายกล… เพื่อคุ้มครองบ้านของแม่ข้า”
แม่เล้ามองนิ่ง ก่อนหัวเราะเบาอีกครั้ง แต่ในแววตาเริ่มมีร่องรอยความจริงใจปนอยู่
แม่เล้า : “โฮะๆๆ ชายหนุ่มทั้งเมืองเข้ามาเพื่อซื้อความสุขจากสาวงามของข้า มีแต่เ้าที่เอ่ยปากเพื่อ แม่ชรา… เ้านี่น่าสนใจกว่าที่คิด”
ทันใดนั้นเอง เสียงะโโหวกเหวกก็ดังสนั่นประตูหอ
หลิวเซี่ยง บุตรชายเสนาบดีใหญ่ ร่างอ้วนเตี้ย ท่าทางหยิ่งยะโส ก้าวเข้ามาพร้อมทหารติดตามนับสิบ เขากวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนะโเสียงอันดัง
หลิวเซี่ยง : “แม่เล้า! ข้าจะเอาหญิงงามคนนั้น คนนั้นด้วย คนนั้นด้วย คนนั้นๆ คืนนี้!”
แม่เล้าผงะจากหลินเซียนรีบไปหาหลิวเซี่ยง
แม่เล้ายกพัดปิดปาก ก้าวลงบันไดอย่างอ่อนช้อย เสียงหัวเราะนุ่มนวลเหมือนระฆังเงิน
แม่เล้า : “นึกว่าผู้สูงศักดิ์ท่านใด ที่แท้ก็คุณชายหลิวเซี่ยง บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนท่านเสนาบดีนี่เอง ท่านช่างมีตาดี มีสง่าราศีเหนือกว่าชายใดที่นี่"
แม่เล้า : "สาวงามหอข้าย่อมยินดีบริการคุณชายแน่นอน … แต่ทว่า แต่ละนางล้วนมีแขกประจำรอคอยอยู่ หากหอนี้ขาดลูกค้าขาประจำเกินไป เกรงว่าจะอยู่ไม่ได้ ชื่อเสียงจะมัวหมอง คุณชายท่านคงไม่อยากให้ข้าลำบากใจดอก… ใช่หรือไม่?”
หลิวเซี่ยงหัวเราะหยัน เสียงดังก้อง
หลิวเซี่ยง : “ฮึ! แขกประจำ? แขกเ่าั้เทียบข้าได้หรือ? ข้าเป็ถึงบุตรเสนาบดีใหญ่! ถ้าข้า้านางใด ก็ต้องได้เดี๋ยวนี้!”
แม่เล้าหัวเราะเบา ๆ โน้มกายเข้าใกล้เล็กน้อย เสียงแฝงกลิ่นอายยั่วเย้า
แม่เล้า : “คุณชาย… หากท่านเพียงรออีกคืน ข้าจะจัดงานรื่นเริงพิเศษ ให้สาวงามทั้งหอนี้หมุนเวียนมาปรนนิบัติท่านแต่ผู้เดียว ท่านจะได้ชื่นชมทุกนางโดยไม่ต้องแย่งกับผู้ใด… เช่นนั้นไม่ดียิ่งกว่าหรือ?”
แต่หลิวเซี่ยงกลับตวาดเสียงดัง สีหน้าเริ่มแดงก่ำ
หลิวเซี่ยง : “ไม่! ข้าอยากได้ตอนนี้! หากเ้ายังกล้าอิดออดแม้แต่น้อย ข้าจะให้ลูกน้องของข้าพังร้านเน่า ๆ แห่งนี้เสีย!”
แม่เล้าชะงัก แววตายังคงสงบแต่แฝงประกายโกรธ
แม่เล้า : “คุณชาย… หากท่านทำเช่นนั้นเกียรติยศของตระกูลท่านเองอาจด่างพร้อย….”
หลิวเซี่ยงหัวเราะเสียงดังอีกครั้ง พลางสะบัดแขนสั่งลูกน้อง
หลิวเซี่ยง : “หุบปาก! พวกเ้า! ถล่มที่นี่ให้เละ ข้าอยากเห็นว่าสตรีโสเภณีอย่างพวกนาง จะทำอะไรข้าได้บ้าง!”
ทหารลูกน้องของเขาเริ่มทำลายข้าวของ โต๊ะถูกพลิก ลายปักไหมถูกฉีก โคมแดงแตกกระจาย เศษแก้วปลิวว่อน แเื่ต่างร้องลั่นวิ่งหนีตาย
แม่เล้าหน้าถอดสี แต่ก่อนที่นางจะเอ่ยปาก ร่างชายชุดดำก็ก้าวออกจากเงามืด เสียงของเขาทุ้มต่ำแต่ก้องสะท้อน
หลินเซียนไม่พูด แต่ชักดาบออกจากฝักหันไปทางหลิวเซี่ยง (ที่ไม่พูดเพราะกลัวไอ้อ้วนจำได้)
หลิวเซี่ยงหันมา มองเห็นชายสวมหมวกฟาง จึงหัวเราะเยาะเสียงดัง
หลิวเซี่ยง : “เ้าคนปิดหน้า คิดว่าตัวเองเป็ใคร? นอกจากเป็ลูกเสนาบดีแล้วข้ายังเป็เซียนขั้น 2 ปราณพื้นฐานขั้นกลางอีกด้วย เ้ากล้าหรือ?"
หลิวเซี่ยงพูดแบบจิกกัด "....หรือเ้าจะอวดว่าบรรลุขั้นที่สาม แกนปราณสำเร็จแล้ว? ฮ่าๆๆ ฮะ! เป็ไปไม่ได้ คนกระจอกเช่นเ้าไม่มีทางถึง!”
ลูกน้องนับสิบของหลิวเซี่ยงกรูกันเข้ามา ฟันดาบและหอกส่องแสงวาวภายใต้แสงโคมแตกที่ลุกโชน
หลินเซียนยกมือขึ้นช้า ๆ ลมหายใจแ่เบา พลัน! คลื่นปราณปะทุราวูเาไฟ ปลายแขนสะบัดออก สายปราณกระบี่สีฟ้าแหวกอากาศฟาดเข้ากลางกองทหาร
เสียงแตกกระจายดัง ปัง!
โลหะหักครืน เืสาดกระเซ็น ร่างทหารปลิวกระแทกผนังโถงทีละคน ก่อนร่วงลงไปกองกับพื้น
เหลือเพียงสามสี่คนที่ยังยืนอยู่ แต่ต่างก็สั่นเทิ้ม ขาทั้งสองแทบก้าวไม่ออก
หลินเซียนหมุนกายอีกครั้ง ปราณดุจพายุซัดกวาด ดาบในมือทหารแตกสลายเป็ผง ก่อนร่างพวกเขาก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นร่วงลงมากองรวมกับพวกเดิม
เพียง สองท่วงท่า ชายหนุ่มปิดหน้าก็ล้มทหารสิบกว่าคนในพริบตา
หลินเซียนไม่ใช้ปราณวารีเพราะกลัวไอ้อ้วนจะจำเขาได้ เขาเลือกใช้วิชาปราณเซียนทั่วๆไป แต่กระนั้นด้วยความเป็เซียนระดับ 3 แกนปราณ ย่อมไม่ธรรมดา
หลิวเซี่ยงตะลึง ดวงตาเบิกกว้าง ร่างอ้วนสั่นสะท้าน
หลิวเซี่ยง : “น-นี่มัน… เป็ไปไม่ได้! ข-ขั้นที่สามจริงๆงั้นหรือ?! เ้า… เ้าคือใครกันแน่!!”
ไม่รอช้า ไอ้อ้วนรีบหันกายหนีทันที คลานออกไปนอกประตู เสียงโวยวายไร้ศักดิ์ศรีดังก้องไปทั่วตรอก
ไอ้อ้วนไม่ใช่คนโง่ สู้ไม่ได้ต้องรีบหนี นี่ถึงจะมีชีวิตรอดได้ยาวนาน
....ความเงียบเข้าปกคลุมหออีกครั้ง แขกที่เหลืออยู่ต่างหอบหายใจ เหมือนเพิ่งผ่านพ้นฝันร้าย
แม่เล้าก้าวเข้ามาใกล้ ร่างอวบอิ่มโน้มเข้าหาหลินเซียน ยกพัดขึ้นปิดปาก ดวงตายั่วยวนสั่นระริก
แม่เล้า : “ช่างน่าตื่นเต้น… แขกผู้กล้า ไม่สิ ท่านเซียน ท่านทั้งแข็งแกร่งและซื่อสัตย์ต่อมารดา ข้ายอมรับว่า… ท่านน่าสนใจกว่าชายใดที่เคยผ่านมา”
นางเอื้อมมือปลายนิ้วลากเบา ๆ ที่ชายแขนเสื้อของเขา รอยยิ้มเต็มไปด้วยความกำกวม
แม่เล้า : "ข้ารู้นะ ว่าภายใต้ผ้าปกปิดนั่นท่านหล่อเหลามากแค่ไหน ประสบการณ์ข้าไม่เคยพลาด"
แม่เล้า : “หากคืนนี้ท่านเซียน้า ข้าจะไม่มอบเพียงห้อง แต่จะมอบสาวงามที่สุดขอหอข้าให้ด้วย… ท่านว่าดีหรือไม่?”
หลินเซียนส่ายศีรษะ ดวงตานิ่งสงบ
หลินเซียน : “สิ่งที่ข้า้า มีเพียงค่ายกลปกป้องบ้านของแม่เท่านั้น”
แม่เล้ามองเขาเนิ่นนาน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ แต่ครั้งนี้กลับมีร่องรอยจริงใจ
แม่เล้า : “ดี… เช่นนั้นข้าจะไปกับท่าน ข้านี่แหละคือผู้เชี่ยวชาญค่ายกลที่เ้าของร้านขายยาแนะนำท่านมา"
แม่เล้า : "เถ้าแก่ร้านยานั่นส่งคนมาบอกข้าล่วงหน้าตั้งนานแล้ว ข้าแค่อยากทดสอบท่านเล็กน้อยเท่านั้น" นางหัวเราะเบาๆ
แม่เล้า : "เดี๋ยวข้าจะช่วยวางค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดให้บ้านของมารดาท่าน ถือเสียว่าเป็คำตอบแทนบุญคุณที่เ้าช่วยรักษาศักดิ์ศรีของหอนี้”
แม่เล้ายิ้มและกระซิบข้างๆหูหลินเซียน
"ท่านรู้จักไอ้อ้วนเมื่อกี้ใช่ไหมล่ะ?"
หลินเซียนทำตาเลิ่กลั่ก แต่ไม่พูดอะไร
แม่เล้าหัวเราะคิกคักเบา "ท่านไม่ต้องกังวลหรอก ข้าไม่ชอบยุ่งเื่ส่วนตัวใครอยู่แล้ว"
"ข้าขอเวลาเตรียมสิ่งของ อีก 3 วันท่านมารับข้าที่นี่"
"แต่ตอนนี้ข้าว่ารีบออกไปเถอะ เผื่อจะมีคนจำท่านได้ จะไม่เป็ผลดี"
หลินเซียนพยักหน้าแล้วรีบะโขึ้นกระบี่แล้วบินออกไปทางหน้าต่าง....
