“วันนี้ฝนก่อปัญหาใหญ่ ฝนก็จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองค่ะ หลังจากฝนได้งานแล้ว ฝนจะให้ยายพัก แค่ทำกับข้าวอร่อย ๆ รอฝนก็พอ ฝนรักยายนะคะ” หญิงสาวก้มหน้าซบลงตักยายด้วยความรัก พร้อมกับน้ำตารินไหลไม่หยุดด้วยความรู้สึกผิดอย่างถึงที่สุด
ในบ้านเช่าหลังน้อยที่ฝนทิพย์กับยาย อาศัยมาร่วมยี่สิบปี ยังเป็บ้านหลังเดิมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง สักวันหนึ่งฝนทิพย์จะพายายออกจากสถานที่นี้ มีบ้านเป็ของตัวเองสักครั้งให้ยายได้ภูมิใจ แต่แล้วอุปสรรคชีวิต ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังและเ็ปไม่ต่างจากหญิงชรา
ภายในรั้วมหาวิทยาลัย ฝนทิพย์เดินเหม่อลอยเข้าไปเพื่อขอ Drop เรียน หลังจากเดินเื่ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ระหว่างทางเดินนั้น เธอต้องหยุดชะงักเมื่อภูดิศเดินตรงเข้ามา แล้วทอดสายตาสั่นไหวมองเธอ สายตาทั้งคู่ระส่ำมองกันอย่างมีความหมาย ต่างคนต่างรักไม่ได้ลดน้อยลงกว่าเดิม
“ฝน..พี่คุยด้วยหน่อยได้ไหม” ภูดิสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น หลังจากกลับไปทบทวนความรู้สึกตัวเองอย่างถี่ถ้วน ความรักที่เขามีให้กับฝนทิพย์มันมากมายเกินกว่าสิ่งใด เขาไม่อาจหมางเมินแฟนสาวตามคำแนะนำของเขมมิกาได้อีกต่อไป จึง้าปรับความเข้าใจกับเธอ ก่อนทุกอย่างจะสายไป
ฝนทิพย์ตัดสินใจเดินตามหลังแฟนหนุ่มไปนั่งยังเก้าอี้ใต้ร่มไม้ ที่มีสายลมอ่อนพัดโชยมาเป็ระลอก ก่อนสายตาสั่นไหวของเขาจะทอดมองมาอย่างมีความหมาย
“ฝน..พี่ขอโทษนะ ที่บังคับให้ฝนเลือกอะไร แบบนั้น ทำให้ฝนต้องอึดอัดใจ สองเดือนที่ผ่านมาพี่ทบทวนแล้วว่าทุกอย่างมันเป็ความผิดของพี่เอง พี่ขอโทษ ขอโทษจริง ๆ” ชายหนุ่มหวังว่าคำขอโทษจากเขา จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ก่อนเสียงมือถือของภูดิศจะดังขึ้น สายตาของฝนทิพย์เลื่อนมองพบว่าเบอร์โทรเข้าเป็ของเพื่อนรัก
“ว่าไงเขม”
“พี่บอลอยู่ที่ไหนคะ เขมรอทานข้าวด้วยนานแล้ว”
“พี่อยู่กับฝนน่ะ กำลังปรับความเข้าใจกับฝนอยู่” หลังจากตอบเขมมิกาไปแบบนั้น ปลายสายก็ตัดไปอย่างกะทันหัน ทำให้ชายหนุ่มวางมือถือลง แล้วทอดสายตาตรงมายังคนรักของเขาพร้อมรอยยิ้มอ่อน
“อย่าหมางเมินกันอีกเลยนะ พี่สัญญาว่าต่อไปนี้พี่จะไม่บังคับฝนให้ทำอะไรบ้า ๆ แบบนั้นอีก พี่จะรอจนกว่าเราแต่งงานกันตามที่ฝน้า” คำพูดของเขาทำให้น้ำตาของฝนทิพย์เอ่อขึ้น ด้วยความเ็ป
“อีกกี่ปีพี่ก็จะรอ” เขาพูดพร้อมกับเอื้อมมาจับมือเธอกุมไว้แน่นด้วยความรัก ก่อนที่ฝนทิพย์จะเลื่อนมองมืออบอุ่นของเขาแล้วจำใจชักมือกลับ หัวใจของเธอตอนนี้อ่อนแรงลง เพราะลูกน้อยในท้องเป็ของใครคนอื่น ที่ไม่ใช่คนตรงหน้า
“ตอบพี่สิฝน อย่าเงียบแบบนั้น พี่กลัวใจของฝนจริง ๆ นะ” ฝนทิพย์หลับตาลงพร้อมหยดน้ำตาที่หล่นร่วงลงโดนมือของอีกฝ่าย
“มันไม่ทันแล้วค่ะ ไม่ทันแล้วจริง ๆ” เธอกลั่นความรู้สึกแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ รู้ว่าทุกอย่างจะต้องจบลงเพียงเท่านี้
“อะไรที่ว่าไม่ทันเหรอฝน ในเมื่อพี่ยังรักฝนอยู่ และฝนก็รักพี่ ที่ผ่านมาพี่ขอโทษและยอมรับผิดเองทั้งหมด แค่ฝนให้อภัยพี่เท่านั้น ทำไมเราไม่จับมือกันเดินต่อไปล่ะ หรือเพราะ...ฝนไม่ให้อภัยพี่” คำถามของเขาทำให้ฝนทิพย์ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา
“วันนี้ฝนมา Drop เรียน” ภูดิศชะงักนิ่งในคำตอบ ไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมฝนต้อง Drop เรียนด้วย” ฝนทิพย์มองใบหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความเ็ป จำใจบอกความจริงเพื่อให้เขารับรู้แล้วตัดใจจากเธอ
“ฝนท้องค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าลงพร้อมน้ำตาเอ่อล้นไม่อาจห้ามได้ ทว่าอีกฝ่ายได้ยินดังนั้นจึงนิ่งอึ้งไปพร้อมกับความสับสน
“ฝนว่าอะไรนะ” น้ำเสียงสั่นเครือของภูดิศเอ่ยถามคนรักอีกครั้ง
“ฝนท้องค่ะ พี่บอลฟังไม่ผิดหรอกค่ะ” เขมมิกาที่พึ่งเดินมาถึง เบิกตากว้างด้วยความใ พลางย่างเท้าเข้ามานั่งเคียงคู่กับภูดิศ แล้วจับจ้องมองเพื่อนรักอย่างมีความหมาย ก่อนฝนทิพย์จะเล่าความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดพร้อมน้ำตา
“จนถึงตอนนี้ ฝนไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง คืนวันเกิดของฝนหลังจากที่แยกย้ายจากพี่บอลแล้ว ฝนได้รับไลน์จากพี่บอลว่าให้ฝนไปหาที่คอนโดฯ ใหม่ และฝนก็ไปตามนั้น ฝนรอพี่บอลทั้งคืนจนง่วงแล้วปิดไฟหลับไป รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว และคืนนั้นฝนก็นอนกับใครไม่รู้ที่ไม่ใช่พี่บอล” ฝนทิพย์ตอบตามความจริงด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะที่ภูดิศตะลึงงันกับสิ่งที่ได้ยิน เขายังคงนิ่งอึ้งอยู่นานกว่าจะตั้งสติแล้วเอื้อมมาจับมือหญิงสาวไว้แน่น