ตอนที่ 8 ผมรวยแล้ว
ภายในห้องรับรองด้านใน สร้างไว้เพื่อรับรองแขกสูงส่งเมื่อก่อนจะมีเก้าอี้ไม้แบบมีผนักพิงด้านหลัง บุนวมหุ้มด้วยหนังเสือตัวไม้เกาะสลักรูปั พยัคฆ์ ลงลักษณ์สีทองหกตัว กับโต๊ะไม้สักทองหายากทรงกลมไร้รอยต่ออายุพันปีตรงกลางเกาะสลักปุยเมฆลงยาสีขาว ราวกับลอยอยู่บนโต๊ะนับเป็ชุดฟอนิเจอร์ที่มีราคาสูงมากชุดหนึ่ง แต่ยามนี้มีเพียงชุดโชฟาหุ้มหนังเทียมสีดำด้านประกอบด้วยโต๊ะเล็กๆที่มีกระจกใสวาง้า กับเก้าอี้สามตัว แม้แต่ชุดตู้โชว์เครื่องหยกเครื่องลายครามเก่าแก่ที่เคยมีก็ถูกยึดไปแปรเป็เงินจนหมด เฒ่าชราผมขาวเห็นห้องแห่งนี้นึกถึงว่าครั้งหนึ่งตอนยังเด็กเคยเข้ามาในห้องนี้ครั้งหนึ่ง ต้องถอนหายใจเบาๆกับความตกต่ำถึงเพียงนี้
“ท่านผู้เฒ่า น้ำชา...” เฮงฮูหยินมารดาของเด็กชายหินเข้าไปนำน้ำชาที่ดีที่สุดในบ้านออกมาต้อนรับขับสู้ อดละอายใจไม่ได้เพราะชานี้เป็เพียงชาพื้นๆทั่วไป
“พวกเราตระกูลเฮงทั้งเบื้องต่ำเบื้องสูงกราบขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่ช่วยเหลือ” เฮงหย่งอิงกับภรรยาย่อกายกราบคารวะขณะผู้นำตระกูลเฮงกล่าวถึงคนในตระกูล อดมีสีหน้าท้อแท้ไม่ได้เพราะยามนี้ตระกูลเฮงที่เคยมีผู้คนอยู่ร่วมกันกว่าแปดสิบชีวิตตอนนี้เหลือเพียงพ่อแม่ลูกสามคนเท่านั้น คนอื่นล้วนทิ้งตระกูลไปเนินนานแล้ว
“ม่ายต้อง ม่ายต้อง” เฒ่าชราผมขาวลุกขึ้นมาประคองคนทั้งสอง“พวกเ้าน่างลงกอน”
เมื่อสองสามีภรรยานั่งลง เฒ่าชราจิบน้ำชาคราหนึ่งถามว่า “พวกลื้อรู้จักผู้ถูกเลือกใช่ป่ะ”
“ครับท่านผู้เฒ่า ผมพอรู้มาบ้าง” สองสามีภรรยาสบตากันครั้งหนึ่งก่อนผู้เป็สามีตอบออกมา ก่อนสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็แตกตื่นต้องกำมือภรรยาจนแน่นกล่าวกระท่อนกระแท่นว่า “อาหิน หรือว่าท่านผู้เฒ่าคือ...ชะตาลิขิต”
“สามร้อยปี ที่ไม่มีผู้ถูกเลือกแต่ยังดีที่ยังรู้จักอยู่...”ผู้เฒ่าผมขาวยกน้ำชาขึ้นจิบอีกอึกหนึ่ง
ผู้เฒ่าชะตาลิขิต เป็ตำแหน่งของผู้อยู่ปลายยอดของสมาพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ มาฐานะสูงส่งยิ่งกว่าประมุขสมาพันธ์เสียอีกกล่าวกันว่าคนกลุ่มนี้เป็ผู้ที่ข้ามมาจากอีกฝากหนึ่งของดินแดนลี้ลับความมั่งคังมั่นคงของสมาพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ล้วนเริ่มต้นที่คนกลุ่มนี้สร้างขึ้นมาเมื่อเป็คนผู้เฒ่าชะตาลิขิตจริง ความแคลงใจที่เห็นประธานสามถึงกับหวาดหวั่นก็ไม่เป็ที่ประหลาดใจแล้วเพราะต่อให้เป็มาดามเว่ยก็ต้องมีสภาพดีกว่ากันไม่มากนัก
“อาหิน ได้ถูกเลือกแล้ว ฐานะของตระกูลเฮงจะถูกแก้ไขใหม่สิทธิทางการค้า พรุ่งนี้พวกลื้อไปจัดสรรเอาเอง”เฒ่าชรากล่าวพร้อมหยิบเอาตราหยกชิ้นหนึ่งออกมา ตราหยกชิ้นนี้มีเหรียญทองอยู่ตรงกลางแบบเดียวกับที่ผู้เฒ่าชะตาลิขิตมอบให้กับประธานสามไป
ตราประทับหยก เป็ตราแสดงตัวตนของสมาชิกสมาพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ แบ่งเป็สี่ระดับอันดับหนึ่ง ตราหยกทอง จะแสดงตัวตนของตระกูลหลักระดับสูงได้รับสิทธ์ทางการค้าสามรายการ การสนับสนุนเกื้อกูลของสมาชิกเต็มสิบส่วนในการดำเนินธุรกิจและการจัดการ อันดับสองตราหยกเงิน แสดงตัวตนตระกูลหลักระดับกลางได้รับสิทธทางการค้าหนึ่งรายการ อันดับสามตราหยกทองแดงแสดงตัวตนของตระกูลหลักระดับสามัญได้สิทธิการสนับสนุนค้าขายกับผู้ได้รับสิทธิทางการค้าของสมาพันธ์ด้วยสินค้าอาชีพของตนเองและรับการช่วยเหลือบางส่วนจากสมาพันธ์ในการประกอบธุระกิจ และอันดับสุดท้ายตราหยกเป็ตราแสดงฐานะตระกูลรองชั้นนอกที่ไร้สิทธิพิเศษใดๆ มีเพียงการช่วยเหลือด้านความการคุกคามจากกลุ่มผู้มีอำนาจอื่นๆเท่านั้น ตราหยกสองระดับบนจะถูกคัดสรรใหม่ทุกๆยี่สิบปี
ผู้นำตระกูลเฮงรีบใช้สองมือสั่นเทาประคองรับตราหยกทองที่เพียงเคยได้ยิน แต่ไม่เคยเห็นหรือััมาก่อนพร้อมกับรับตราหยกธรรมดาจากภรรยาส่งมอบคืนผู้เฒ่าชะตาลิขิตอย่างอ่อนน้อมอย่างถึงที่สุดในห้วงความคิดได้เห็นความรุ่งโรจน์ที่กำลังย่างกรายมาถึงตระกูลเฮงใบหน้าอดยิ้มแย้มไม่ได้
“และนี่... สำหรับเงินเดือนเบื้องต้นสำหรับตระกูลของผู้ถูกเลือก”ผู้เฒ่าชะตาลิขิตเก็บตราหยกไป ส่งเอทีเอ็มธนาคารแห่งหนึ่งยื่นถึงเบื้องหน้าสามีภรรยาที่มีใบหน้างุนงงปนประหลาดใจ ต้องรู้ว่าตระกูลเฮงแทบหลุดจากวงจรการแย่งชิงผู้ถูกเลือกไปนานอย่างน้อยสองร้อยปีรายละเอียดปลีกย่อยไม่เคยรับรู้มาก่อน
“หนึ่งแสน ตระกูลเฮงจะได้รับหนึ่งแสนบาททุกเดือน”
“หนึ่งแสน” สองสามีภรรยาอุทานออกมาพร้อมกันอย่างใ
“หนึ่งแสนบาทจริงหรืออากง ผมรวยแล้ว” เสียงเด็กชายหินรอดมาทางประตูพร้อมกับประตูห้องเปิดผ่างออก เด็กน้อยล้มกลิ้งลงไปนอนกับพื้นแทบจะพร้อมๆกับเด็กชายอีกสองคนล้มมาทับกันเป็โดมิโน
ความจริงเด็กทั้งสามมาแอบฟังนานแล้ว มีหรือผู้เฒ่าชะตาลิขิตจะไม่ทราบเมื่อเห็นทั้งหมดใจนเผยตัวออกมา ไม่เพียงโกรธยังหัวร่ออย่างเอ็นดูเด็กแต่ผู้ที่เสียหน้าย่อมเป็ผู้บังเกิดเกล้าทั้งสอง ที่หน้าชาวูบด้วยความอับอายที่อบรมสั่งสอนบุตรไม่ดี
“พวกเ้าทั้งสามทำเสียชื่อตระกูลเฮง...”เฮงหย่งอิงเดินทางถึงเบื้องหน้าเด็กทั้งสามใบหน้าแดงก่ำด้วยอารมณ์“อาเพชรเ้าเป็พี่ใหญ่กลับไม่ตักเตือนน้องๆ พาไปนั่งคุกเข่าสำนึกผิดหน้าบรรพบุรุษหากไม่ได้รับคำสั่งจากเตี่ยห้ามลุกขึ้นเด็ดขาดเบี้ยเลี้ยงของพวกเ้าลดลงครึ่งหนึ่ง ไปได้แล้ว”
“ลูกสำนึกผิดแล้ว”พี่ชายคนโตนามเพชรก้มหน้าอย่างละอายรีบพาน้องทั้งสองจากไป ไม่กล้าแอบฟังอีก
“โฮโฮโฮ่...” ผู้เฒ่าชะตาลิขิตหัวร่อเบาๆก่อนเริ่มเล่ารายละเอียดที่ทำให้เฮงหย่งอิงต้องกลืนน้ำลายหลายครั้ง ทำให้รู้ว่าเื่ราวมากขึ้น
การเป็ผู้ถูกเลือกเบื้องต้นตระกูลจะได้รับเงินสนับสนุนจากสมาพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งแสนบาทต่อเดือนเป็เวลายี่สิบปีแม้จะล้มเหลวจนผู้ถูกเลือกตกตายในการข้ามไปและจะได้รับเพิ่มเมื่อผู้ถูกเลือกข้ามไปถึงอีกฝั่งได้อีกห้าหมื่นบาท เพิ่มอีกห้าหมื่นหากเข้ารวมตำหนักระดับล่างของโลกฝั่งโน้นและถ้าเข้าเป็ศิษย์ของพรรคภายนอกจะได้รับเพิ่มห้าแสนและหากได้รับเข้าเป็ศิษย์ของพรรคสายในจะได้รับเพิ่มอีกหนึ่งล้านบาทเมื่อรวมกันแล้วอาจมีเงินมากถึงหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียวนี่ยังไม่นับผลประโยชน์อื่นที่เอื้อให้กับตระกูลผู้ถูกเลือกเพียงข้อมูลนี้ทำให้ความคิดของเฮงหย่งอิงเตลิดไปไกลมากนักแน่นอนด้วยความมั่งคั่งของสมาพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ย่อมมีขีดสามารถใช้จ่ายส่วนนี้ได้แต่รายได้แท้จริงกลับมาจากโลกอีกฝากหนึ่ง ที่เฒ่าชรามิได้กล่าวถึง
“แต่พวกลื้อยังเป็หนี้สมาพันธ์สองล้านบาทแม้ไม่มีดอกเบื้ยแต่ต้องชดใช้อื่นในหนึ่งปี”เฒ่าชะตาลิขิตเอ่ยจนความคิดของเฮงหย่งอิงกลับมาสู่โลกเป็จริง
“ขอรับท่านผู้เฒ่า พวกเราจะพยายามชดใช้ให้เร็วที่สุด”
“การเดินทางอันตรายเพียงนั้น...”ผู้เป็มารดากลับไม่มองถึงผลประโยชน์ที่ได้ กลับถามถึงสาระสำคัญจริงเกี่ยวกับสวัดิภาพของบุตรชายด้วยสีหน้ากังวล ค่อยปลุกความคิดของเฮงหย่งอิงอีกครั้งต้องบีบมือของนางเบาๆอย่างให้กำลังใจ
“เฮ้อ... สำหรับอาหิน อั้วไม่กล้ารับรอง เพราะอาหินนับเป็กรณีพิเศษ”เฒ่าชะตาลิขิตปรากฏสีหน้าหนักใจขึ้นมา “แต่ตลอดร้อยปีที่ผ่านยังไม่มีผู้ใดตายมาก่อน”คำกล่าวตอนท้ายนับเป็การปลอบประโลมได้ระดับหนึ่ง
“ขอบคุณ์..” ผู้เป็มารดาพนมมือกราบไหว้เทพที่อยู่ชั้นฟ้า
“ อั้วถามพวกลื้อสักข้อ ่ที่ตั้งท้องอาหินมีเื่แปลกหรือพิสดารอันใดเกิดขึ้นกับพวกลื้อบ้างหรือเปล่า” ผู้เฒ่ากล่าวด้วยติดใจสงสัยในตัวเด็กชายหินอย่างมาก
สองสามีภรรยามองหน้ากันราวกับถามซึ่งกันและกันแต่สรุปได้ว่าไม่มีเื่ราวเช่นนั้น เฒ่าชะตาลิขิตต้องส่ายศีรษะไปมือมือลูบเคราของตนอย่างครุ่นคิด แต่เมื่อไม่ได้ข้อสรุปอันใดสุดท้ายท่านผู้เฒ่าขอปลีกตัวจากไป
“มีเวลาอีกยี่สิบวัน พวกลื้อพ่อแม่ลูกใช้เวลาให้คุ้มค่าแล้วกัน”เฒ่าชะตาลิขิตก่อนจากเอ่ยขึ้นมา
สองสามีภรรยาตอบรับคำด้วยใจเลื่อนลอยหนึ่งครุ่นคิดถึงตระกูลในกาลข้างหน้าเริ่มวางแผนการในหัวอีกหนึ่งความคิดคำนึงล่องลอยไปถึงเื่นานมาแล้ว ก่อนวนกลับมาที่เด็กชายหินที่แสนจะธรรมดาจนกลายมาเป็ผู้นำความหวังสู่ชาติตระกูลตนเอง
.................