สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 ประมูลตี้สือ

             ต้นเกล็ดมังกรครั้งก่อนถูกหรงฮุยถังประมูลไปเงินหนึ่งร้อยตำลึงพวกเขาสู้ไม่ไหว แต่เพียงนึกถึงผู้อยู่เบื้องหลังหรงฮุยถังก็ไม่มีใครกล้าเพิ่มราคาแล้ว

             ภายในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยผู้คน เมื่อกวาดตามองไปรอบๆผู้มีชื่อเสียงในแวดวงการค้าเกี่ยวกับยาสมุนไพรต่างมากันครบถ้วนหมดแล้วกำลังรอการประมูลที่จะเริ่มต้นในไม่ช้า 

             ชั้นสองมีคนนั่งอยู่จำนวนหนึ่งทั้งหมดล้วนเป็นพ่อค้าคหบดีที่มีฐานะร่ำรวยแต่งกายในชุดหรูหราต่างก็หมายมั่นปั้นมือที่จะนำต้นตี้สือเก็บเข้าคลังสมบัติส่วนตัวเผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน

             “ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยสนับสนุนหอหมื่นสมบัติของเราเสมอมาสินค้าที่จะประมูลวันนี้ก็คือสมุนไพรล้ำค่าที่พบเห็นได้น้อยมากในท้องตลาดต้นตี้สือ...”

             ซ่งอี้ยืนอยู่กลางเวทีของห้องโถงป่าวประกาศเสียงดังว่าการประมูลได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

             “ทุกท่านล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรผู้สกุลซ่งไม่จำเป็นต้องสาธยายสรรพคุณของต้นตี้สือมากมายเชื่อว่าทุกท่านย่อมตระหนักรู้อยู่แก่ใจ แต่ตามกฎระเบียบแล้วก็ยังต้องแนะนำให้ท่านได้รู้จักอีกครา...”

             ทุกคนฟังการแนะนำจากซ่งอี้ แต่มิได้ใส่ใจมากนัก พวกเขาทำงานด้านสมุนไพรมาทั้งชีวิตย่อมรู้ว่าตี้สือมีความล้ำค่าเพียงใด

             อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นระเบียบข้อบังคับของหอหมื่นสมบัติก็ต้องไว้หน้ากันบ้างจึงไม่มีใครแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาตรงข้ามกลับกระตือรือร้นให้ความร่วมมือดียิ่ง

             หมิงเป่าจูยืนอยู่ข้างต้นเสาบนชั้นสอง ด้วยความสูงของนางแม้จะเงยหน้าก็ไม่มีใครเห็น

             นางมองซ่งอี้ที่กล่าวเปิดงานอย่างช่ำชองทุกอากัปกิริยาล้วนคล่องแคล่วปราดเปรียว ก็รู้สึกเลื่อมใสอยู่ลึกๆ 

             ตอนที่จากไปวันนั้นนางไม่ได้อธิบายให้เขาฟังเกี่ยวกับสรรพคุณของตี้สือแต่วันนี้เขากลับสามารถแนะนำได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน    

             เห็นได้ว่านี่คือผลจากความพยายามอย่างมากตลอดสองวันที่ผ่านมาไม่เสียทีที่เป็นผู้ดูแลหอหมื่นสมบัติ 

             พอเขาสั่งให้คนยกต้นตี้สือขึ้นไปก็พบว่าต้นตี้สือได้ถูกย้ายลงไปในกระถางใหม่แล้ว และได้รับการดูแลอย่างดีลักษณะภายนอกยังคงความสมบูรณ์ ไม่มีกิ่งก้านใดหายไป 

             ถึงแม้ทุกคนจะรู้จักตี้สือและเข้าใจสรรพคุณของมันเป็นอย่างดีแต่คนส่วนใหญ่ล้วนเคยเห็นแต่ในตำรา ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนว่ามีลักษณะเช่นไร 

             บัดนี้ตี้สือของจริงมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าเสียงฮือฮาก็กระหึ่มไปทั่วทั้งห้อง เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกของมันสุดแสนจะธรรมดาเหลือเกิน

             ต่างจากต้นเกล็ดมังกรซึ่งมีรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดต้นตี้สือมีลักษณะเหมือนกับต้นหญ้าธรรมดาที่หาได้ดาษดื่นทั่วไป 

             ไม่น่าแปลกใจที่จะมีขายน้อยมากในท้องตลาดแม้ว่าคนทั่วไปเคยอ่านจากในตำรา แต่จะสามารถแยกแยะได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง 

             มีคนเริ่มสงสัยว่าผู้ใดจะสามารถประมูลของสิ่งนี้ไปได้ คนผู้นั้นไม่เพียงแต่จะต้องรู้จักต้นตี้สือหัวใจสำคัญก็คือต้องมองออกด้วย

             หมิงเป่าจูไม่รู้ว่าพวกเขาแต่ละคนคิดอย่างไรกันแต่เมื่อซ่งอี้ตั้งราคาเริ่มต้น การแข่งขันราคาก็เริ่มดังขึ้นจากตรงโน้นทีตรงนี้ทีจนกระทั่งดังกระหึ่มไปทั่วหอหมื่นสมบัติ

             “ตี้สือต้นนี้ ราคาประมูลเริ่มที่ห้าตำลึง”

             ต้นตี้สือถูกวางไว้บนชั้นข้างกายซ่งอี้ดูเหมือนต้นหญ้าธรรมดาไม่มีสิ่งใดวิเศษวิโสแต่แค่ราคาเริ่มต้นก็เท่ากับรายได้ที่ครอบครัวชาวนาต้องตรากตรำทำงานกว่าครึ่งปี 

             “ห้าตำลึง” มีคนยกมือตะโกนขึ้นมาก่อน

             “เถ้าแก่หวังให้ห้าตำลึง” ซ่งอี้ประกาศ

             “ข้าให้สิบตำลึง” 

             “เถ้าแก่ลู่สิบตำลึง” ซ่งอี้ทวนซ้ำอีกหน 

             ราคาถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีหยุดชะงักจนกระทั่งเมื่อถึงห้าสิบตำลึงความเร็วก็เริ่มช้าลง

             “ห้าสิบห้าตำลึง”

             “เถ้าแก่ลู่ให้ราคาอีกครั้ง ห้าสิบห้าตำลึง มีผู้ใดให้สูงกว่านี้หรือไม่”เถ้าแก่ลู่ก็คือคนที่ยืนสนทนากับเถ้าแก่จ้าวผู้นั้นวันนี้เขาหมายมั่นว่าจะต้องชิงต้นตี้สือมาให้ได้

             “หกสิบตำลึง” มีคนเสนอราคาจากชั้นบน

             หมิงเป่าจูเงยหน้าขึ้นมองออกไป เป็นคุณชายสวมชุดผ้าไหมคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับนางโอบกอดสตรีนางหนึ่งไว้ในอ้อมแขน 

             บัดนี้ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง แต่อาภรณ์ของนางกลับเป็นผ้าแพรโปร่งบางเบาแต่งหน้าเข้มจัด กิริยาท่าทางดูทรงเสน่ห์เย้ายวน

             หมิงเป่าจูคาดเดาอาชีพของนางได้โดยไม่ต้องคิด

             นางรั้งสายตากลับมาเงียบๆ เฝ้าดูสถานการณ์ด้านล่างต่อไป

             หมิงเป่าจูไม่เห็นว่าบุรุษฝั่งตรงข้ามบังเอิญเงยหน้าขึ้นมากวาดมองปราดหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ พอเห็นหมิงเป่าจูสวมเสื้อผ้าโทรมๆ ยืนอยู่ข้างเสาก็อึ้งเล็กน้อย ก่อนหัวเราะเยาะออกมา

             “มีเรื่องอันใดนายท่านถึงดูเบิกบานใจเช่นนี้ เล่าให้ผู้น้อยฟังได้หรือไม่”

             หญิงสาวทรงเสน่ห์แพรวพราวได้ยินเสียงคนข้างกายหัวเราะเบาๆ ก็โน้มตัวเข้าไปด้วยจริตยั่วยวนพลางดัดน้ำเสียงให้อ่อนหวานถามขึ้นมา 

             “แค่คนชั้นต่ำคนหนึ่ง อย่าไปสนใจจะแปดเปื้อนสายตาเยี่ยนเอ๋อร์ของพวกเราเปล่าๆ มามะ มาให้ข้าชื่นใจทีหนึ่ง”

             บุรุษผู้นั้นเชยคางของหญิงสาวแล้วจุมพิตลงไปบนกลีบปากสีแดงสดชุ่มฉ่ำของนาง 

             คนอื่นๆ ที่อยู่รอบชั้นสองย่อมเห็นพฤติกรรมเช่นนี้แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบุรุษ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา บางคนยังถึงกับอิจฉาด้วยซ้ำ

             มีบ้างที่รู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมแต่ก็เพียงเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากตำหนิถือเสียว่าแค่ไม่เห็นก็ไม่อุจาดตาแล้ว 

             “หกสิบตำลึง มีใครจะให้สูงกว่านี้หรือไม่ ถ้าไม่มีแล้วล่ะก็...”

             ซ่งอี้กวาดมองทุกคนที่อยู่ด้านล่างเวที เตรียมจะประกาศครั้งสุดท้ายหากไม่มีใครตอบรับ ก็จะเคาะตัดสินปิดการประมูล 

             ราคาไม่ต่างกับที่โจวเหล่าประเมินมากนักหมิงเป่าจูคิดว่าก็ควรจะได้ประมาณนี้ แต่ซ่งอี้ยังไม่ทันกล่าวจบก็มีเสียงคนจากชั้นล่างสู้ราคาขึ้นมาอีกครั้ง 

             “เจ็ดสิบตำลึง”

             เสียงของชายหนุ่มใสกังวานประดุจหินหยก ผู้ร่วมประมูลทุกคนต่างมองหาต้นเสียงกันเป็นแถว

             ผู้ที่ยืนอยู่สูงกว่าย่อมมองเห็นได้ไกลกว่า คำกล่าวนี้ไม่ผิดเลยหมิงเป่าจูยืนอยู่หลังเสาของชั้นสองมองลงไปทุกท่วงทีกิริยาของคนที่อยู่ชั้นล่างล้วนอยู่ในสายตาของนางทั้งหมด

             ทันทีที่เสียงดังขึ้นมาจากชั้นล่าง หมิงเป่าจูก็พบที่มาของเสียงนั้นเมื่อทอดสายมองไปก็เห็นชายหนุ่มรูปงามล้ำเลิศ สวมชุดผ้าไหมสีครามกุ๊นขอบด้วยสีขาวตำแหน่งที่นั่งอยู่ติดกับเวทีแสดงสินค้า

             หากบอกว่าหลี่ไหวฺอวี้หน้าตาดี ก็คงจะไม่มีใครปฏิเสธได้เพียงแต่ความหล่อเหลานั้นถูกบดบังด้วยความโอหังหยิ่งผยอง เจือไปด้วยความร้ายกาจและกลิ่นอายก้าวร้าวเฉกเช่นอันธพาล 

             อย่าเห็นว่าปกติเขามักจะดูเฉื่อยชาเอ้อระเหยแท้จริงแล้วเป็นคนเย่อหยิ่งอย่างที่ผู้ใดก็ไม่อาจดูแคลนได้ ยิ่งมองอย่างจริงจังก็จะทำให้รู้สึกว่าตนเองต้อยต่ำกว่าเขาหนึ่งระดับ 

             ทว่าคนผู้นี้กลับแตกต่างจากหลี่ไหวฺอวี้โดยสิ้นเชิงเขารูปงามเฉิดฉายเหมือนหยกน้ำดีที่ยังไม่ผ่านการแกะสลักความหล่อเหลาของเขาแลดูอ่อนโยน ทำให้หมิงเป่าจูคิดว่าอีกฝ่ายควรค่าที่จะได้ชื่อว่า ‘หยกงาม’ มากกว่าจอมอหังการที่บ้านของตนเองกับน้องชายซึ่งต่างก็มีนามว่า“อวี้ [1]” ทั้งคู่เสียอีก 

             “ปึง!”

             เสียงอื้ออึงดังมาจากชั้นสอง ทำเอาทุกคนในห้องประมูลต่างตกอกตกใจ

             หลังจากนั้นก็มีเสียงของแตกดังมาอีกระลอก 

             คนที่อยู่ด้านล่างเห็นมีของตกลงมา ก็ตกใจวิ่งหนีอุตลุดแต่ก็ยากที่จะเลี่ยงหลบจากเศษกระเบื้องแตกกับน้ำชาที่สาดลงมา 

             หมิงเป่าจูมองไปที่ฝั่งตรงข้ามอีกครั้งบุรุษสวมชุดผ้าไหมที่เมื่อครู่ยังทำตัวเจ้าชู้เสเพลตามอำเภอใจบัดนี้กลับมีสีหน้าถมึงทึง ผลักหญิงสาวข้างกายที่โอบอยู่ออกไปก่อนลุกขึ้นเดินลงมาชั้นล่าง

             “ข้าอยากเห็นนัก ใครกันไม่ดูตาม้าตาเรือ กล้ามาตัดเครา [2] ของข้านายน้อยผู้นี้”

             เขาคือท้องนภา ในอำเภอติ้งเหลียงแห่งนี้ใครกล้ามาแย่งชิงสิ่งของไปจากมือ ก็เท่ากับเบื่อชีวิตแล้ว 

             คนที่ถูกสาดจนเปียกปอนเดิมทียังก่นด่าสาปแช่งอยู่แต่เมื่อเห็นบุรุษที่เดินลงมาจากชั้นบนอย่างโมโหโทโสก็พลันเงียบกริบเป็นจักจั่นวันหนาว

             แม้แต่คนที่ถูกเศษกระเบื้องบาดหน้าผากจนเป็นแผลเพิ่งจะด่าสาดเสียเทเสียรุนแรงที่สุดไปเมื่อครู่ บัดนี้ก็กุมหน้าผากแทรกตัวเข้าไปท่ามกลางฝูงชนอย่างเงียบเชียบจนกระทั่งไปถึงหน้าประตูคิดไว้ว่าหากถูกชายผู้นั้นเห็นเข้า ตนเองจะได้วิ่งออกไปทัน

             “ใครให้เจ็ดสิบตำลึง ออกมาให้ข้าดูหน้าเดี๋ยวนี้” ชายผู้นั้นไม่สนใจซ่งอี้ที่เข้ามาขวางขึ้นไปยืนบนเวที พลางมองลงมาด้านล่างเวทีที่เงียบสนิทไร้สุ้มเสียง 

             “นายน้อยหวัง ตามกฎระเบียบของหอหมื่นสมบัติผู้ที่ให้ราคาสูงสุดจะเป็นคนที่ได้ไป...”

             ซ่งอี้ยืนประสานมือไว้ด้านหน้าอย่างนอบน้อม น้ำเสียงมีความเกรงใจอยู่หนึ่งส่วนแต่สีหน้ากลับไม่ต้อยต่ำหรือโอหังจนเกินไป ถ้อยคำที่กล่าวออกมาล้วนสุภาพมีหลักการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

     

             เชิงอรรถ

             [1] อวี้หมายถึง หยก คนจีนมักใช้เปรียบกับคนที่มีรูปโฉมงดงามหมดจด

             [2] ตัดเคราหมายถึงการกระทำบางอย่างที่ชิงตัดหน้าผู้อื่น

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505