โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน แล่นฉิวออกจากศูนย์จดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ มุ่งหน้าสู่ถนนเฉ่าถัง
"นายจะย้ายเข้าไปเมื่อไหร่" เจียงเยว่เอ่ยถามขณะหักพวงมาลัย
"วันสองวันนี้นี่แหละ" ลั่วหยางตอบ ขืนอยู่บ้านเยี่ยจือต่อไปคงไม่สะดวกนัก เขาไม่แคร์ขี้ปากชาวบ้านหรอก แต่สำหรับแม่ม่ายทรงเครื่องอย่างเยี่ยจือมันไม่ใช่เื่ดีแน่
"ขาดเหลืออะไรก็บอก เดี๋ยวฉันจัดการให้" ร้อยวันพันปีแม่สาวขาโหดคนนี้ถึงจะหลุดปากพูดจาเกรงใจเป็กับเขาบ้าง
ลั่วหยางกลั้วหัวเราะ "จู่ๆ มาทำดีด้วย ฉันชักไปไม่เป็แล้วสิ"
เจียงเยว่กลอกตาบนใส่ "ที่ทำดีด้วยเพราะเห็นแก่ที่นายรักษาพ่อบุญธรรมฉันหรอกนะ อยากฟังความจริงไหม"
ลั่วหยางพยักหน้า
"ฉันหมั่นไส้อยากเตะก้านคอนายมาตั้งนานแล้ว" สาวขายาวระบายความอัดอั้นหน้าตาย
ลั่วหยางหัวเราะร่วน "แบบนี้สิถึงจะสมเป็เธอ รักษามาตรฐานความดุไว้ให้ดีล่ะ ขอให้หาผัวให้ได้ก่อนอายุสี่สิบก็แล้วกัน"
"ไอ้..." เจียงเยว่ควันออกหู โดนกวนประสาทเข้าให้อีกจนได้
เสียงสายเรียกเข้าโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นมา เป็เบอร์แปลก ลั่วหยางชั่งใจครู่หนึ่งก่อนกดรับ "ฮัลโหล"
"คุณลั่ว ออกมาเจอกันหน่อยดีไหม" น้ำเสียงคุ้นหูดังจากปลายสาย แค่ประโยคเดียวลั่วหยางก็จำได้ทันทีว่าเป็ซ่งตงิ เดาไม่ยากว่าคงไปมุดหัวขอเบอร์เขามาจากหวังซุ่นลี่หรือไม่ก็เหลียงหง
"ที่แท้ก็คุณชายซ่ง มีธุระอะไรถึงคุยสายไม่ได้ล่ะ"
"เื่บางเื่คุยผ่านโทรศัพท์ไม่สนุก ฉันรอนายอยู่คลับจงอี้ มาเจอกันหน่อย... รับรองว่างานนี้มีแต่คุ้มกับคุ้ม" น้ำเสียงของซ่งตงิแฝงเจตนาติดสินบนชัดเจน
เจียงเยว่ลอบมองลั่วหยางจากหางตา แม้ระบบเก็บเสียงของคัลลิแนนจะไร้ที่ติ แต่เสียงลอดจากลำโพงโทรศัพท์ในห้องโดยสารเงียบกริบก็ดังพอให้เธอจับใจความได้ ไม่ต้องใช้สมองคิดก็รู้ว่าซ่งตงิคิดจะเอาเงินฟาดหัว เธอแค่อยากรู้ว่าชายหนุ่มจะเอายังไง
ลั่วหยางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ "เจอก็ดี ฉันก็มีเื่อยากเคลียร์กับแกอยู่พอดี"
"เยี่ยม เดี๋ยวฉันให้เด็กเตรียมของเล่นสนุกๆ ไว้รอ" ซ่งตงิหัวเราะร่วน
เจียงเยว่เหยียดยิ้มหยัน
ทว่าลั่วหยางกลับพูดดักคอ "แต่ฉันไม่ไปคลับสวะอะไรนั่นของแก เปลี่ยนเป็กระท่อมตู้ฝู่ ไปเจอกันที่นั่น"
"ที่พรรค์นั้นมันจะคุยธุระได้ไง" ซ่งตงิสวนขวับอย่างหัวเสีย
"ฉันให้เวลาครึ่งชั่วโมง เลทเกินห้านาทีฉันกลับ" พูดจบลั่วหยางก็ชิงกดตัดสาย ปล่อยให้อีกฝ่ายยืนด่าลมด่าแล้งไป
รอยยิ้มหยันบนมุมปากเจียงเยว่หุบลงทันที เธอแสร้งกระแอม "ไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะ แต่ทำไมไม่ไปคลับนั่นล่ะ มีของให้เล่นเพียบ เผลอๆ มันอาจจะหอบเงินก้อนโตมาฟาดหัวนายด้วยซ้ำ"
"ของบางอย่าง เงินมันก็ซื้อไม่ได้"
เจียงเยว่แค่นหัวเราะ "บนโลกนี้มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้ด้วยเหรอ"
"มโนธรรมไง"
สาวบอดี้การ์ดเบ้ปาก สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไร้สาระ
ลั่วหยางยิ้มขำ "งั้นถามหน่อย... ถ้าให้ราคาดี เธอจะยอมตัดหัวตัวเองขายไหมล่ะ"
เจียงเยว่ "..."
บทสนทนาจบเห่ลงแค่นั้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ กระท่อมตู้ฝู่
ลั่วหยางก้าวลงจากรถ หันไปเคาะกระจกฝั่งคนขับ "ขอบใจมาก กลับไปเถอะ อีกอาทิตย์นึงค่อยพาคุณหลิวมาหาฉัน เดี๋ยวจะฝังเข็มรอบสุดท้ายให้"
เจียงเยว่พยักหน้าส่งๆ ก่อนหักพวงมาลัยคัลลิแนนกลับรถพุ่งทะยานออกไป
ลั่วหยางเดินเข้าไปด้านใน รอได้แค่สองนาที ซ่งตงิก็โผล่หัวมา คราวนี้มันมาคนเดียว ไร้เงาบอดี้การ์ดตาบอดสองตัวนั้น
"หาที่เงียบๆ คุยกัน" ซ่งตงิเข้าเื่ทันที
ลั่วหยางพยักหน้า ทั้งสองเดินลัดเลาะไปตามทางจนถึงศาลาพักร้อนริมน้ำ
"มีอะไรก็รีบเห่ามา" ลั่วหยางี้เีเสียเวลา
"ว่าราคาของแกมาเลยดีกว่า" ซ่งตงิเปิดไพ่
"ราคาอะไร" ลั่วหยางแสร้งตีหน้าซื่อ
"ไสหัวไปให้พ้นจากเยี่ยจือกับซ่งเหม่ยฉี เลิกยุ่งเื่ของตระกูลซ่งซะ ฉันจะจ่ายให้ในระดับที่แกหาไม่ได้ไปทั้งชาติ"
ลั่วหยางเลิกคิ้ว ทำท่าสนใจ "หืม... งั้นลองว่าตัวเลขมาฟังหน่อยสิ"
"ห้าล้าน" ซ่งตงิพ่นตัวเลขออกมาช้าๆ สายตาเหยียดหยามมองลั่วหยางราวกับมองขอทาน
ลั่วหยางหัวเราะก๊าก "ที่แท้ในสายตาแก ชีวิตฉันมีปัญญาหาเงินได้แค่ห้าล้านสินะ กระจอกชะมัด"
แค่วิลล่าที่หลิวโย่วสุ่ยเพิ่งประเคนให้วันนี้ มูลค่าก็ปาไปห้าหกล้านแล้ว รับทรัพย์ก้อนแรกก็มหาศาลขนาดนี้ เขาจะไปแคร์เศษเงินห้าล้านที่แฝงเจตนาดูถูกของซ่งตงิไปทำไม
ซ่งตงิแสยะยิ้ม "ห้าล้านยังน้อยไปเหรอ โลภไม่เบานี่หว่า งั้นแกเรียกมา ฉันจะลองพิจารณาดู"
วินาทีนั้นลั่วหยางััได้ถึงความผิดปกติ พลังิญญาปะทุทะลักจากจุดตันเถียน แผ่ซ่านทั่วทุกอณูขุมขน ประสาทัักระชากเข้าสู่สภาวะเหนืุ์ในพริบตา
การมองเห็นคมกริบขึ้นร้อยเท่า สิ่งที่มองไม่เห็นถูกเติมเต็มด้วยัั เสียงกุกกักแ่เบารอบกายไม่มีเล็ดลอด แม้แต่กลิ่นก้อนหินตะไคร่น้ำเขาก็แยกแยะได้ชัดเจน
กายาจิตขมังเวท สภาวะเหนือัั!
ไอ้เวรซ่งตงิซ่อนเครื่องบันทึกเสียงไว้ในเสื้อ แถมทางทิศตะวันออก... ยังมีกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกโชยมาจางๆ
ซ่งตงิเห็นอีกฝ่ายเอาแต่เงียบ จึงแค่นเสียงหยัน "จะมัวเล่นตัวทำไม ที่แกหน้าด้านเกาะติดพี่สะใภ้ฉันก็เพราะเงินไม่ใช่หรือไง สันดานคนเรามันก็โลภกันทั้งนั้นแหละ บอกตัวเลขมาตรงๆ ไม่มีอะไรตกลงกันไม่ได้หรอก"
ลั่วหยางตวัดหางตามองไปทางทิศตะวันออก ห่างออกไปยี่สิบเมตรมีศาลาพักร้อนริมสระน้ำอีกหลัง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนเร้นกายอยู่หลังเสาต้นใหญ่ แม้มองไม่เห็นหน้า แต่กลิ่นหอมเฉพาะตัวนั้นฟ้องชัดเจนว่าเธอคือ... เยี่ยจือ
ทุกอย่างกระจ่างแจ้งในหัว ซ่งตงิวางแผนมาโครตดี มันตั้งใจโทรเรียกเยี่ยจือมาซุ่มดูให้เห็น 'ธาตุแท้' ของเขากับตา เครื่องบันทึกเสียงก็เตรียมมาอัดหลักฐาน ขืนเขาหลุดปากเรียกเงิน แล้วมันโอนเข้าบัญชีปุ๊บ ข้อหากรรโชกทรัพย์จะบินมาประทับคอเขาทันที! ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งหั่นความสัมพันธ์เขากับเยี่ยจือทิ้ง แถมยังส่งเขาเข้าซังเตได้สบายๆ
"ที่ฉันทำไปก็เพื่อพี่สะใภ้กับตระกูลซ่ง ฉันอ่านสันดานแกออก เลิกเล่นละครแล้วบอกตัวเลขมาเถอะน่า" ซ่งตงิโยนเหยื่อล่อโต้งๆ
ลั่วหยางหลุดขำพรืด
ซ่งตงิคิ้วขมวด "แกขำบ้าอะไร"
"ตอนแรกฉันคิดว่าไอ้หวังซุ่นลี่หน้าด้านสุดตีนแล้วนะ ไม่คิดเลยว่าแกจะระยำได้เหนือชั้นกว่ามันอีก สันดานสวะขนาดนี้แกใช้ชีวิตรอดมาได้ไงเนี่ย"
ซ่งตงิหน้าดำทะมึน "ไอ้ลั่ว ฉันอุตส่าห์มาคุยดีๆ เพื่อจบปัญหา ไม่ได้มานั่งฟังแกด่าพ่อหรอกนะ"
"คิดว่าคนทั้งโลกจะหิวเงินจนยอมทำเื่ระยำๆ แบบแกหมดหรือไง ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับสวะ แค่ได้ยินเสียงแก... ฉันก็ขยะแขยงจนอยากจะอ้วกแล้ว"
"คิดให้ดีนะโว้ย อย่ามาคุกเข่าร้องไห้ทีหลังก็แล้วกัน" ซ่งตงิขู่ฟ่อ
น้ำเสียงลั่วหยางพลิกเป็เย็นเยียบ "แกนั่นแหละ... คุกเข่าลงซะ"
ซ่งตงิชะงักกึก นึกว่าหูฟาด "แกสั่งให้ฉัน... คุกเข่าเนี่ยนะ"
ลั่วหยางพยักหน้า
ซ่งตงิโกรธจัดจนหลุดขำ "แกคิดว่าตัวเองเป็ใครวะ ในสายตาฉัน แกมันก็แค่ขยะเปียก สวะอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!"
ลั่วหยางล้วงมือหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างใจเย็น กดเปิดคลิปวิดีโอที่ก๊อบปี้เก็บไว้เล่นๆ ก่อนหันหน้าจอจ่อใส่หน้าซ่งตงิ
ภาพในจอคือผู้ชายคนหนึ่งกำลังขืนใจหญิงสาววัยรุ่นอย่างป่าเถื่อน หญิงสาวทั้งร้องไห้กราบกรานอ้อนวอน ทว่าสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงการกระทำเลวทรามสัตว์ป่าเรียกพี่
ซ่งตงิเบิกตาโพลงอ้าปากค้าง ความกร่างเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ใบหน้าซูบผอมซีดเผือดเป็กระดาษ
ลั่วหยางแสยะยิ้มกริ่ม "คุณชายซ่ง ไอ้เดรัจฉานในคลิปนี่หน้าตาคุ้นๆ นะ นึกไม่ออกแฮะว่าเป็ใคร ว่าจะโทรแจ้ง 110 ให้ตำรวจช่วยสแกนหน้าซะหน่อย หรือว่า... แกจะช่วยระบุตัวให้ทีล่ะ"
ซ่งตงิสะดุ้งโหยง พุ่งตัวตะครุบแย่งโทรศัพท์ทันที แต่ความเร็วระดับกากๆ หรือจะสู้ 'สภาวะเหนือัั' ได้ มันเพิ่งขยับแขน ลั่วหยางก็ตวัดมือเก็บโทรศัพท์ซ่อนไว้ด้านหลังเรียบร้อย
"สิบล้าน ฉันให้แกสิบล้านเลย ลบคลิปนั่นทิ้งเดี๋ยวนี้!" ซ่งตงิลนลานจนปากสั่น
ถ้ารับเงินก้อนนี้มาเมื่อไหร่ ก็เท่ากับประทับตราข้อหากรรโชกทรัพย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดนจับบีบไข่ขนาดนี้แล้วยังไม่วายขุดหลุมพรางดักเขาอีก ไอ้เวรนี่มันเหลี่ยมจัดจริงๆ
ลั่วหยางตวาดลั่น "คุกเข่าลง!"
"นี่แก..." ซ่งตงิหน้าเจื่อน ทำใจทิ้งอีโก้ไม่ได้
ลั่วหยางแค่นเสียงเย็น "งั้นโทรแจ้งความเลยละกัน"
"อย่านะ ยอมแล้ว ฉันคุกเข่าแล้ว!" ซ่งตงิทิ้งเข่ากระแทกพื้นดังตุบ ความอัปยศ เจ็บใจ และเคียดแค้นประดังประเด วินาทีนี้มันอยากจะพุ่งไปบีบคอลั่วหยางให้ตายคามือ แต่ใบหน้ากลับต้องปั้นหน้าสลดหางจุกตูด
ลั่วหยางตบหัวซ่งตงิเบาๆ สองที "สวะอย่างแกคิดจะมาเล่นเหลี่ยมกับฉัน ประเมินตัวเองสูงไปหน่อยไหม ที่ยังไม่ลากแกเข้าตารางตอนนี้ เพราะอยากให้พี่เยี่ยเป็คนตัดสินใจ จุดธูปภาวนาให้พี่เยี่ยยังเหลือเยื่อใยกับตระกูลแกก็แล้วกัน ไม่งั้นก็ล้างก้นรอเข้าไปนอนดมขี้ในคุกได้เลย"
ซ่งตงิก้มหน้างุด "ฉันผิดไปแล้ว... ฉันผิดไปแล้ว"
นักท่องเที่ยวรอบๆ เริ่มหันมามอง บางคนยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายรูป เยี่ยจือเห็นทุกอย่างจบลงจึงหันหลังเดินจากไปเงียบๆ
ลั่วหยางไม่ได้หันไปมอง แต่โสตประสาทกลับจับเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ไกลออกไปได้ชัดเจน มุมปากเขาขยับเป็รอยยิ้มขมขื่น
เขาพอเข้าใจว่าทำไมเยี่ยจือถึงมาแอบดูการ 'เจรจา' แม่ม่ายสาวสวยพ่วงมรดกหมื่นล้าน ผู้ชายหน้าไหนเข้าหาเธอก็ต้องตั้งการ์ดป้องกันตัวเป็ธรรมดา แต่เข้าใจก็เื่นึง ความรู้สึกแย่ก็อีกเื่ เพราะั้แ่ต้นเขาตั้งใจช่วยเธอด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยหวังผลประโยชน์อะไรเลยสักนิด
"ฉะ... ฉันลุกได้หรือยัง" ซ่งตงิเงยหน้าถามเสียงอ่อย
ลั่วหยางถูกดึงสติกลับมา เขาปรายตามองสวะตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจปิดไม่มิด "ไสหัวไป"
ซ่งตงิลนลานตะเกียกตะกายลุกขึ้น จ้ำอ้าวหนีตายทันที พอทิ้งห่างไปได้สักเจ็ดแปดก้าว มันก็หันขวับกลับมาถลึงตามอง สีหน้าอาฆาตมาดร้ายสุดขีด
"กลับมานี่" ลั่วหยางกระดิกนิ้วเรียก
ซ่งตงิหน้าซีดเผือด จำใจเดินคอตกย้อนกลับมา ลั่วหยางจ้องหน้า "เมื่อกี้แกถลึงตาใส่ฉันใช่ไหม"
"ปะ... เปล่านะ" มันสบถด่าโคตรเหง้าลั่วหยางในใจยับเยิน แต่ปากรีบปฏิเสธพัลวัน
"ตบหน้าตัวเอง" ลั่วหยางสั่งหน้าตาย
"แก..." ซ่งตงิโกรธจนตัวสั่นเป็เ้าเข้า
"ไอ้ลั่ว แกจะหยามกันเกินไปแล้วนะเว้ย"
ลั่วหยางชูโทรศัพท์ส่ายไปมา "เบอร์แจ้งความ 110 ใช่ไหม เกิดมาเพิ่งเคยโทรครั้งแรกซะด้วยสิ เอาไงดี โหลๆ คุณตำรวจครับงี้ปะ"
สิ้นประโยค ซ่งตงิก็ง้างมือตบหน้าตัวเองดังฉาดใหญ่
ลั่วหยางแสยะยิ้มพอใจ "แบบนี้สิถึงจะคุยกันรู้เื่ ทีนี้ก็ไสหัวไปได้แล้ว"
ซ่งตงิหันหลังสับตีนแตก คราวนี้มันจ้ำอ้าวยาวทะลุประตูทางออกโดยไม่กล้าหันกลับมามองค้อนอีกเลย