พ่อเฒ่าและแม่เฒ่าหลินรวมถึงผู้ใหญ่ของบ้านสามแทบสำลักเมื่อได้ยินเช่นนั้น เื่หลินหยุนซีเสียบริสุทธิ์ที่หอนางโลมมีเพียงสี่คนที่รู้ ส่วนบ้านใหญ่และบ้านสี่นั้นทราบเพียงแค่ว่าหลินหยุนซีถูกขายเป็ทาสและเกือบถูกสามีของนางหลินฮุ่ยขืนใจ
“หมายความว่าอย่างไร? แค่เพราะไม่อยากทำงานเ้าถึงกับจะไม่ออกเรือนเชียวหรือซีซี” หลินตี้มองหลินหยุนซีด้วยสายตาเหยียดหยาม ซึ่งนางก็ลืมไปว่าตัวเองก็ไม่อยากทำงานเช่นกัน
ก่อนที่เื่ราวเหม็นโฉ่จะลุกลามไปมากกว่านี้พ่อเฒ่าหลินจึงรีบกระแอมเปลี่ยนเื่
“อะแฮ่ม ซีซีผ่านเื่ราวที่เป็าแสาหัสนัก หากนางจะเข็ดขยาดก็ไม่แปลก เวลานี้บ้านใหญ่ก็มีต้วนเหรินที่ออกไปรับจ้าง บ้านสามก็มีไห่เทา มีเพียงบ้านสี่ที่ไม่มีรายได้ การเพาะปลูกของบ้านเราก็มีไว้เพื่อหาปากท้อง ข้าหวังว่าบ้านสี่จะขยันเก็บเกี่ยวและช่วยงานบ้านมากกว่านี้”
นางหลิวลี่ฮวาและหลินตี้มองหน้ากันแล้วทำหน้าราวกับไม่อยากจะเชื่อ เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่พ่อเฒ่าหลินออกหน้าแทนบ้านสาม
“นี่มัน..” นางหลิวลี่ฮวาถึงกับพูดไม่ออก
“อีกไม่นานท่านพ่อก็สอบเคอจวี่ได้เป็ซิ่วไฉ่ หรือหากสอบไม่ผ่านก็ยังได้เป็ทหารยามรักษาประตูเมือง เมื่อถึงเวลานั้นรายได้ของท่านพ่อข้าจะต้องมากกว่าลุงใหญ่และลุงสามแน่ๆ เ้าค่ะ” หลินตี้พูดด้วยความมั่นใจ
“ใช่ๆ ใช่แล้ว ไหนจะอาฮังกับอาตี้อีกอีก อย่างไรเสียพ่อลูกย่อมเหมือนกัน อาฮังกับอาตี้มีความฉลาดเฉลียวเหมือนบิดา” นางหลิวลี่ฮวารีบเอ่ยสนับสนุนบุตรสาว
เมื่อพ่อเฒ่าหลินได้ยินเช่นนั้นก็ลังเลเล็กน้อย
หลินหยุนซีเห็นความลังเลในแววตาของพ่อเฒ่าหลิน นางจึงแสร้งพูดเสียงเบาแต่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นล้วนได้ยิน“มันจะเป็เช่นนั้นแน่หรือเ้าคะ ความฉลาดมันไม่ใช่ว่าจะสืบทอดตามสายเืไปซะทีเดียว การอบรมเลี้ยงดูก็มีส่วน ยิ่งไม่มีทรัพยากรไม่มีความพร้อมก็ยิ่งเป็ไปไม่ได้”
แม่เฒ่าหลินหรี่ตามองหลินหยุนซีอย่างไม่ชอบใจนัก
“เมื่ออาสี่ของเ้าได้เป็ซิ่วไฉ่ เวลานั้นก็จะมีเงินและเส้นสาย ถึงเวลานั้นจะให้อาฮังเข้าเรียนก็ยังไม่สาย”
“คนรวยในเมืองต่างดิ้นรนจ้างบัณฑิตมาสอนตำราให้บุตรั้แ่เด็กเพื่อให้มีความรู้พอที่จะสอบเข้าสำนักศึกษาที่มีชื่อเสียง แต่หากสอบไม่ผ่านก็ต้องเรียนกับโรงเรียนของซิ่วไฉ่หรือสำนักศึกษาที่ไม่ใช่สำนักศึกของราชสำนักก็เหมือนเช่นที่อาสี่ที่ต้องจ่ายเงินมากหน่อยเพื่อเข้าเรียน แต่ตอนนี้ก็ยังสอบเข้าสำนักศึกษาของราชสำนักไม่ได้”
เมื่อถูกความจริงตอกหน้าแม่เฒ่าหลินก็เถียงไม่ออก นางได้แต่หวังว่าหลินฮังกับหลินตี้จะมีพร์เฉกเช่นหลินเอ๋อชุน
“พูดมากจริงเชียว แค่บ้านเรามีผู้ว่าที่ซิ่วไฉ่คนเดียวก็ไม่มีผู้ใดในหมู่บ้านกล้ารังแกเราแล้ว ทุกคนที่นี่ล้วนต้องพึ่งความดีและบารมีของเอ๋อชุนกันทั้งนั้น”
และแล้วอาหารมื้อนี้ก็จบลงด้วยความกระอักกระอ่วน
เมืองจี้หยวน แคว้นเลี่ยวโจว
“หลังจากจบเื่นั้น ข้ากลับไปที่หอนางโลมที่นำตัวนางมาเพื่อที่จะไถ่ตัวนางตามที่ได้รับคำสั่ง แต่แม่นางผู้นั้นดูเหมือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย หอนางโลมก็ไม่ได้กลับไป ส่วนเงินกับป้ายหยกนั่นน่าจะเป็นางที่ขโมยไป นี่อาจเป็แผนการของฝ่ายนั้นที่้าใช้ป้ายหยกก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าหมายความว่านางมีคนช่วยเหลือและบางทีอาจเป็คนของฝ่ายนั้นส่งมาอย่างนั้นหรือ?” ร่างสง่างามเอ่ยเสียงเรียบ ไม่มีใครทราบว่าเขาพอใจหรือไม่พอใจมากน้อยเพียงใด
“มีโอกาสเป็เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ เพราะยาปลุกกำหนัดชนิดที่อยู่ในร่างกายท่านเป็ตัวยาแปลก ถ้ามิใช่คนของฝ่ายนั้นก็เกรงว่าทั่วทั้งแคว้นคงไม่มีผู้ใดหามาได้”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว หากนางเป็คนของฝ่ายนั้นจริง เมื่อตามหาเจอก็ฆ่าซะ!ถึงกับส่งสตรีบริสุทธิ์มาให้ข้า กล้าดีนี่”
“พ่ะย่ะค่ะ!” หลังจากตอบรับแล้ว ร่างนั้นก็หายวับไป
...
“ท่านพี่ ท่านอยากขึ้นเขากับข้าหรือไม่?” หลินจุนจุนเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับหลินหยุนซี ตอนที่หลินหยุนซีออกจากบ้านเขาเพิ่งอายุแค่สี่หนาวความทรงจำในตัวพี่สาวจึงค่อนข้างเลือนราง
หลินหยุนซีเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ “ในเขามีอะไรน่าสนใจอย่างนั้นหรือ?”
“มีเยอะแยะเลยขอรับ บางที่อาจได้ไข่ไก่ฟ้าหรือไข่นกมาย่างกินกัน”
“โอ้ว เ้าทำเช่นนี้บ่อยเหรอ?”
หลินจุนจุนเกาแก้มอย่างเหนียมอาย “จะบ่อยได้อย่างไรล่ะ ใช่ว่าไข่ไก่ฟ้าจะหาได้ง่ายเพียงนั้น ส่วนไข่นกหากรังสูงเกินไปข้าก็ไม่กล้าปีนขึ้นไป”
“น่าสนใจยิ่งนัก เดี๋ยวเราเอาตะกร้าสานไปด้วยจะได้ไม่โดนท่านย่าดุ หากท่านย่าถามก็บอกว่าพวกเราไปเก็บหญ้าเลี้ยงหมูกัน”
หลินจุนจุนรู้สึกดีใจที่พี่สาวของเขาเห็นด้วย เขาจึงนำทางไปยังูเาอย่างกระตือรือร้น
ทางด้านหลินหยุนซีเองก็กระตือรือร้นไม่ต่างกันเนื่องจากป่าทีู่เานั้นค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ แม้จะเข้าไปแค่ป่าชั้นนอกก็ตาม บางทีนางอาจจะได้ของบางอย่างที่สามารถเอาไปขายในระบบได้ ยิ่งคิดหลินหยุนซีก็ยิ่งตื่นเต้น ในโลกยุคเดิมของนาง พืชพันธุ์ธรรมชาติโดยเฉพาะที่เก็บจากป่ามักมีราคาสูง ยิ่งที่นี่มีธรรมชาติบริสุทธิ์ก็น่าจะมีพืชพันธุ์ดีๆ บ้าง
หลังจากที่รักษาแผลจนหายดี หลินหยุนซีก็ตัดสินใจลงไปแหวกว่ายในทะเลสาบเซียน อีกทั้งยังดื่มไปอึกใหญ่จนตอนนี้แผลเป็ของนางก็ดีวันดีคืน
สาเหตุที่หลินหยุนซีอยากตามหลินจุนจุนเข้ามาในป่าก็เพราะว่านาง้าหาสิ่งของเพื่อนำไปลงขายในระบบร้านค้า แต่น่าเสียดายที่การขึ้นูเาครั้งนี้ช่างน่าผิดหวังเพราะนอกจากผักป่าและหญ้าหมู สองพี่น้องก็ไม่ได้อะไรอย่างอื่นเลย
ทั้งสองคนเดินเลียบลำธารด้วยความหดหู่ และสายตาอันเฉียบคม หลิวหยุนซีก็สังเกตเห็นบางอย่างที่อยู่ในลำธาร
“กุ้งก้ามแดง! หลายตัวเสียด้วย” หลิวหยุนซีโห่ร้องด้วยความดีใจ
“ท่านพี่กุ้งเช่นนี้มิใช่ของหายาก เนื้อมันน้อยนัก หากท่านอยากกินข้าว่าเราไปจับกุ้งกับปลาในทะเลสาบดีดีกว่า” หลินจุนจุนย่นจมูกอย่างรังเกียจ แม้เขาจะชอบกินเนื้อแต่หากเป็พวกกุ้งและปูล้วนมีเนื้อเพียงเล็กน้อย หากเป็กุ้งจากทะเลเมื่อจับได้ก็ต้องเอาไปขายเพื่อนำเงินเข้ากองกลาง ส่วนกุ้งก้ามแดงที่พี่สาวของเขาดูดีใจนั้นขายไม่ได้สักอีแปะ
“จุนจุนน้อยคนดีของพี่ เ้าอยากกินอาหารดีๆ นอกจากแผ่นแป้งและผักหรือไม่?” หลินหยุนซีเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวาน
หลินจุนจุนตาลุกวาวเมื่อได้ยินเื่อาหารดีๆ แต่แล้วก็ต้องส่ายหน้ารัวๆ
“ก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วสิขอรับ นี่ท่านพี่คงมิใช่ว่าให้ข้ากินกุ้งที่เหมือนปีศาจนี้หรอกนะขอรับ บรึ๋ย ข้าไม่เอาด้วยหรอก”
“พี่สาวมีอะไรจะบอกเ้า แต่เื่นี้ต้องเป็ความลับของเราสองคนเข้าใจหรือไม่?”
เ้าตัวเล็กตบอกอย่างแรงแล้วเอ่ยว่า “แน่นอนความลับของเราสองคน ฮิฮิ”
“เช่นนั้นเ้าช่วยข้าจับกุ้งก้ามแดงพวกนี้แล้วข้าจะนำไปแลกเป็ของที่เ้าไม่เคยได้ลิ้มลอง”
แม้จะลังเลอยู่บ้างแต่เมื่อพี่สาวดูตั้งใจเช่นนั้น จุนจุนน้อยก็ไม่อยากขัดศรัทธา ท่านแม่บอกว่าพี่สาวเสียสละมามากแล้ว ดังนั้นเขาควรจะตามใจพี่สาวสักเล็กน้อย
กุ้งก้ามแดงนั้นต่างจากปลาในลำธารเพราะมันดูไม่ใส่ใจและเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า และนั่นทำให้สองพี่น้องจับกุ้งก้ามแดงมาได้จำนวนมาก
“ใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย ฮ่าๆ” หลินหยุนซีฉวยโอกาสตอนจุนจุนน้อยกำลังจับกุ้งอย่างขะมักเขม้น นางแอบนำกุ้งก้ามแดงเข้าช่องขายสินค้า ระหว่างนั้นก็ใช้เหรียญที่เหลือจากของขวัญต้อนรับผู้ใช้ใหม่นำไปซื้อเมล็ดพันธุ์บางอย่าง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ พริกไทยเม็ด น้ำปรุงรส น้ำมันหอย น้ำตาลปึก ลูกอมนม และไข่ไก่ทรงเครื่องปิ้ง จากนั้นก็เก็บสิ่งของไว้ในช่องว่าง ใจจริงนางอยากซื้อเนื้อและขนมจำพวกแยมโรลให้หลินจุนจุนได้ลอง แต่มันจะสะดุดตามากเกินไปจึงจำต้องหลีกเลี่ยงไปก่อน