เหมันต์ฤดูยังคงปกคลุมจวนชินอ๋องอย่างเหนียวแน่น หิมะที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องหนาตัวขึ้นจนลบเลือนรอยเท้าและร่องรอยแห่งความโกลาหลในคืนก่อนเสียสิ้น ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักเหมยฮวากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความเงียบเหงาและเย็นเยียบในอดีต บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวของความลับและแผนการที่ซับซ้อน
ไป๋หลินนั่งอยู่เื้ัคันฉ่องทองเหลืองบานเดิม ปลายนิ้วเรียวสวยไล้ไปตามรอยช้ำจางๆ ที่ซอกคอ ซึ่งได้มาจากความดุดันของมู่เฉินเมื่อคืนก่อน ั์ตาของนางไม่ได้โศกเศร้าหรือหวาดกลัวอีกต่อไป แต่มันวาวโรจน์ด้วยความทะเยอทะยานที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งที่ขวางทาง นางรู้ดีว่าตอนนี้หมากทุกตัวบนกระดานกำลังเคลื่อนที่ไปตามที่นางกำหนด
“พระชายาเพคะ... หลิวโหว เสด็จมาถึงแล้วเพคะ” เซี่ยวเหอกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
หลิวเฟยหลง หรือ หลิวโหว พระเชษฐาของฮองเฮา ก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยท่วงท่าของชายผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ชุดคลุมสีทองเข้มปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาขับเน้นให้เขาดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าชินอ๋องเสียด้วยซ้ำ สายตาของเขาที่มองมายังไป๋หลินไม่ใช่สายตาของญาติผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมเยียน แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังสำรวจ "เหยื่อ" ที่งามล้ำเลิศที่สุดในแผ่นดิน
“พระชายา... ข้าได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นในจวนนี้แล้ว ช่างน่าเสียดายที่ดอกไม้งามเช่นเ้าต้องมาแปดเปื้อนด้วยข่าวคราวอัปยศของทาสชั้นต่ำ” หลิวโหวกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางทรุดกายลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ
ไป๋หลินยกยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่นางเพิ่งใช้ล่อลวงมู่เฉินและกดขี่อาเฉิงมาไม่นานนี้ “ท่านโหวกล่าวหนักไปแล้ว เื่ของทาสผู้นั้นเป็เพียงความโชคร้ายที่ข้ามิอาจเลี่ยง ทว่าความยุติธรรมได้ถูกทวงคืนแล้วมิใช่หรือเพคะ? อาเฉิงถูกจองจำ และตัวข้าก็ยังคงเป็พระชายาเอกที่ไร้มลทินในสายตาชาวโลก”
“ยุติธรรมงั้นหรือ?” หลิวโหวหัวเราะในลำคอ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ลำคอระหงของนางที่ถูกปกปิดด้วยปกเสื้อสูง แต่เขารู้ดีว่าภายใต้ผ้าไหมนั้นมีร่องรอยแห่งความลับซ่อนอยู่ “ในโลกของผู้มีอำนาจ ความจริงคือสิ่งที่คนชนะเป็ผู้เขียน ไป๋หลิน... เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเ้ากำลังเล่นกับไฟ? ทั้งทาสชั้นต่ำ องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ และตอนนี้ยังคิดจะดึงข้าลงมาในกระดานนี้อีกหรือ?”
เขาลุกขึ้นและเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของนาง ปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการจับดาบและกุมอำนาจลากไล้ผ่านบ่าของนางอย่างจงใจ ไป๋หลินไม่ได้ถอยหนี นางกลับเอียงคอรับัันั้นอย่างท้าทาย ความรู้สึกอัปยศที่ถูกชายอื่นที่ไม่ใช่สามีััตัวกลายเป็ความซ่านสยิวที่นางเริ่มเสพติด
“ไฟนั้นอาจจะร้อนแรง แต่มันก็ให้ความอบอุ่นที่ข้าไม่เคยได้รับจากน้ำแข็งในจวนนี้เพคะ” นางกระซิบเสียงแ่ พลางนึกถึงความแตกต่างระหว่างชายแต่ละคนที่นาง ‘’
ในมโนสำนึกของนาง ภาพของ อาเฉิง ที่ถูกจองจำอยู่ในคุกใต้ดินปรากฏขึ้น ทาสชายที่นางเคยดูถูกว่าเป็เพียง ‘ส้วมเคลื่อนที่’ บัดนี้เขากำลังรับโทษทัณฑ์แทนนางด้วยความภักดีที่มืดบอด นางจำรสััที่รุนแรงและดิบเถื่อนของเขาได้ดี พละกำลังของชายชั้นต่ำที่พยายามจะก้าวข้ามชนชั้นผ่านเรือนร่างของนาง แต่นั่นเป็เพียงความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
และยังมี มู่เฉิน อดีตองครักษ์ผู้มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ บุรุษที่นางใช้ "น้ำตาปีศาจ" เข้าล่อลวงจนเขายอมหันคมดาบเข้าหาเกียรติยศของตนเอง การที่นางสามารถทำให้นักรบผู้ถือมั่นในศักดิ์ศรี ยอมร่วมสังวาสกับนางในขณะที่มีทาสชายอีกคนจ้องมองอยู่นั้น คือชัยชนะที่หอมหวานที่สุดของนาง มันคือความอัปยศที่ทำให้นางรู้สึกสูงส่งขึ้นไปอีก
“เ้าเป็สตรีที่น่าสนใจกว่าที่ข้าคิดไว้มาก ไป๋หลิน” หลิวโหวโน้มตัวลงมากระซิบชิดใบหู “ข้ามีข้อเสนอ... หากเ้าช่วยข้ากำจัดอิทธิพลของชินอ๋องในราชสำนัก ข้าจะมอบ ‘บัลลังก์’ ที่เ้าโหยหาให้ และข้าสัญญาว่า... รสชาติของอำนาจที่ข้ามอบให้ จะดุดันและยาวนานกว่าที่ทาสหรือองครักษ์หน้าไหนจะให้เ้าได้”
ไป๋หลินหัวเราะเบาๆ ในอก นางรู้ว่าหมากตัวใหม่นี้ใหญ่กว่าตัวเดิมมากนัก และความเสี่ยงก็สูงกว่าหลายเท่าตัว แต่สำหรับนางที่เสียสละร่างกายและศักดิ์ศรีไปจนหมดสิ้นแล้ว ไม่มีอะไรที่นางต้องกลัวอีกต่อไป
“คืนนี้... ยามจื่อ (23.00 - 00.59 น.) ข้าจะกลับมาอีกครั้ง” หลิวโหวกล่าวพลางบีบไหล่ของนางจนรู้สึกเจ็บ “ข้า้าเห็นด้วยตาตัวเองว่า เหตุใดทาสและนักรบถึงได้ยอมทิ้งชีวิตเพื่อเ้า... อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ พระชายาผู้งดงาม”
เมื่อหลิวโหวจากไป ไป๋หลินนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่งให้เซี่ยวเหอเตรียมตัว “เตรียมเครื่องหอมที่รุนแรงที่สุด และจัดเตรียมอาภรณ์สีแดงเพลิงที่ข้าเคยสั่งตัดไว้... คืนนี้ข้าจะเริ่มร่ายระบำบนปลายดาบอีกครั้ง”
ในขณะเดียวกัน ที่หัวมุมมืดของระเบียงทางเดิน ชินอ๋อง สวามีที่นางคิดว่าโง่เขลากลับยืนนิ่งสงบอยู่ในเงามืด ดวงตาที่เคยเฉยชาบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ ในมือของเขากำ ‘เศษผ้าสีดำ’ ที่คุ้นตา... มันคือเศษผ้าจากชุดนักรบของมู่เฉินที่เขาเก็บได้จากขอบหน้าต่างเมื่อคืนนี้!
เขามิได้เดินเข้ามาอาละวาด แต่ั์ตาของพญาักลับจ้องมองเข้าไปในตำหนักด้วยรอยยิ้มที่น่าสยดสยอง
“ไป๋หลิน... เ้าคิดว่าเ้าเป็คนคุมหมากงั้นหรือ? รอดูเถิด... เมื่อพยัคฆ์ฟัดกับั โดยมีดอกบัวเน่าเฟะเช่นเ้าเป็เหยื่อล่อ... ใครกันแน่ที่จะเป็คนสุดท้ายที่ได้หัวเราะบนกองซากศพนี้”
ทันใดนั้น เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องไปทั่วจวนชินอ๋อง พร้อมกับหยดฝนแรกของฤดูที่เริ่มโปรยปรายลงมาลบเลือนรอยเท้าบนหิมะ... ความลับที่นางซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดโปง หมากที่นางวางไว้กำลังจะหันคมดาบกลับมาหาเ้าของ และ ‘แขก’ ที่จะมาในยามจื่อคืนนี้ อาจไม่ใช่แค่หลิวโหวเพียงคนเดียว!