ณ ปัจจุบัน ่เวลายามสายในหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ที่บริเวณชายแดนของอาณาจักร”ชิฟเฟล” ท้องฟ้าในวันนี้ปลอดโปร่งดูสดใส มีลมคอยพัดผ่านเบาๆตลอดทั้งวัน
เด็กชายวัย 12 ขวบ หน้าตาน่ารัก ผิวขาว มีดวงตาสีฟ้าสุกสกาว และผมสีน้ำตาลอ่อน กำลังนั่งดูต้นลิลลี่ที่เขาปลูกขึ้นเองในกระถางต้นไม้ใบเล็กบ้านของเด็กน้อยเป็บ้านหลังเล็กๆที่ทำขึ้นมาจากไม้แต่ก็ดูสวยงาม รอบๆบ้านมีสวนดอกไม้ที่ทำให้ดูร่มเย็น หน้าบ้านมีป้ายที่ทำจากไม้ชนิดเดียวกันกับบ้านตั้งอยู่ข้างๆตู้ไปรษณีย์สีแดงเขียนสลักไว้ว่า “ครอบครัวครูเกอร์”
ครอบครัวของบ้านครูเกอร์เป็ครอบครัวที่อบอุ่นประกอบไปด้วยสมาชิกครอบครัว 4 คน พ่อ แม่ และลูกที่น่ารักอีก 2 คน
หัวหน้าครอบครัวมีชื่อว่า “เจคอป ครูเกอร์” เจคอปเป็ที่รักของคนในหมู่บ้าน เขาทำหน้าที่เป็หัวหน้าคุ้มกันหมู่บ้านจากสัตว์ร้ายต่างๆ
ภรรยาของเขา “ไอลิส ครูเกอร์” ไอลิสจะทำหน้าที่ดูแลบ้านและนำดอกไม้ พืชพันธุ์สำหรับทำอาหารต่างๆที่ปลูกรอบบ้านไปตั้งร้านเล็กๆขายหน้าบ้านให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
เด็กน้อยที่กำลังนั่งเล่นอยู่ที่สวนหน้าบ้านชื่อว่า “เจโรม ครูเกอร์” ซึ่งเจโรมป็นชื่อที่พ่อของเขาตั้งให้ตามชื่อปู่
และสมาชิกคนสุดท้ายของบ้านครูเกอร์ “ลิลลี่ ครูเกอร์” สาวน้อยหน้าตาน่ารัก น้องสาวของเจโรมที่อายุห่างกับเขาเพียงแค่ 2 ปี
ขณะที่เจโรมกำลังนั่งดูต้นลิลลี่เล่นอยู่นั้น เขายื่นมืออกมาด้านหน้า และเริ่มแบมือออกมา สักพักก็มีไอออร่าสีฟ้ามารวมตัวกันเริ่มก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือของเขาเป็ลักษณะทรงกลม จากนั้นมันเริ่มแปรเปลี่ยนค่อยๆกลายรูปเป็แฟรี่หญิงตัวน้อย เขายกมันขึ้น แฟรี่ก็เริ่มขยับปีกบินไปรอบๆดอกลิลลี่
“พี่เจโรมมมมม...” เสียงของลิลลี่ เด็กสาวตัวเล็กๆ ผิวขาว หน้าตาน่ารัก ดังลอยออกมาทางหน้าประตูบ้านเธอมีผมสีน้ำตาลออกทอง นัยตาสีดำแวววาว เธอวิ่งออกมาและหยุดนั่งลงข้างๆเจโรม
“ว้าว...น่ารักจังเลยพี่เจโรม แฟรี่ตัวนี้พี่เป็คนสร้างหรอ” ลิลลี่ถามด้วยน้ำเสียงทึ่งๆ “พี่ทำเพิ่มอีกตัวได้ไหม บินคู่กันรอบต้นลิลลี่ มันต้องดูสวยงามมากแน่ๆเลย”
เจโรมหันไปมองหน้าลิลลี่ แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย กล่าวว่า “ฮี่ๆ ได้สิ แต่เพิ่มแค่ตัวเดียวมันจะไปเจ๋งได้ไง...เอานี้ไปเลย” เจโรมยืนขึ้นกางแขนและแบมือทั้ง 2 ข้างออกมา สักพักเหล่าแฟรี่ก็พวยพุ่งออกมาจากมือของเขานับ 10 ตัว โบยบินไปทั่วสวนดอกไม้ ภาพที่ออกมาดูราวกับอยู่ในดินแดนนิรมิต ที่มีแฟรี่คอยปกปักคุ้มครอง
“ว้าวววว!!...สุดยอดดดดดดดดด” ลิลลี่อ้าปากค้าง
ด้วยความคะนองใจของเจโรมที่ได้เห็นน้องสาวตื่นตะลึง เขารวมไอออร่าอีกครั้งแล้วยื่นมือยกขึ้นสูง
“ยังไม่พอหรอกก...จัดไปอีกชุดใหญ่”
คราวนี้สิ่งที่ออกมาไม่ใช่แฟรี่ แต่เป็สัตว์ตัวเล็กๆ อย่าง กระต่าย กระรอก นกตัวเล็กๆและอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน กระจายตัวออกมามากมายจากฝ่ามือราวกับมายากล
“ว้าววววววว” ลิลลี่ตาลุกวาว
“เป็ไงล่าา ฮ้าๆๆๆๆ ชอบไหม ลิลลี่.....อ้ะ” ขณะที่เจโรมกำลังพูดอยู่นั้น ภาพที่มองก็เริ่มเบลอ ตัวของเขาเริ่มเอนเอียงไปมา
“พี่เจโรมๆ พี่เป็ไรไหม” ลิลลี่ใเมื่อเห็นเจโรมตาเลื่อนลอย ตัวสายเอียงไปมาแล้วล้มลง
“พี่.....เจ....”
“โรม.....”
เสียงของลิลลีๆที่เจโรมได้ยินค่อยๆเบาลงๆ ราวกับเสียงของลิลลี่ห่างไกลออกไปเรื่อย แล้วตัวเขาก็หมดสติไป
“..................”
่เวลาผ่านพ้นไป พระอาทิตย์ค่อยๆตกดิน เข้าสู่่เวลายามเย็น
“อื้อ....”เสียงของเจโรมครางออกมาเบาๆ เขาลืมตาขึ้นมา ภาพค่อยๆชัดขึ้น สิ่งที่เขาเห็นคือเพดานห้องนอนสีครีมดูสะอาดตา ข้างเตียงมีผ้าม้านสีขาวปลิวไสวเบาๆ แสงจากนอกหน้าต่างทะลุผ่านม้านออกมาทอแสงสีส้มอ่อนๆ แสดงถึง่เวลายามเย็น
มันคือห้องนอนของเขาในบ้านที่คุ้นเคย ข้างๆเตียง มีลิลลี่นอนฟุบอยู่ แก้มสีแดงอ่อนๆของเด็กน้อย ทำให้ภาพที่ดูช่างน่ารักเสียเหลือเกิน
“ลิลลี่ๆ” เจโรมเขย่าตัวเด็กสาวเบาๆ
“หื้ออ...อืมม...พี่เจโรมๆ พี่ตื่นแล้ว แม่ค้าาา พี่เจโรมตื่นแล้ววว” ลิลลี่สดุ้งตื่น ะโเสียงดัง
เธอถามกับเจโรม “พี่เป็ไงบ้าง พี่หลับไปตั้งนานแหนะ หนูใมากเลย” ลิลลี่พูดไปเสียงสั่นไป มีน้ำตาคลอน้อยๆที่ใต้ตา
ระหว่างนั้นไอลิสก็เดินเข้ามาในห้อง ในมือถือถาดอาหารที่มีข้าวต้มกลิ่นหอมชุยลอยออกมากับน้ำแก้วนึง
“ตื่นแล้วหรอลูก รู้สึกยังไงบ้าง เวียนหัวไหม” ไอลิสถาม
เธอเป็หญิงสาวอายุ 40 กว่าปี ส่วนสูงไม่มาก ใบหน้าของเธอดูคล้ายกับเจโรมอย่างมาก หน้าตาที่ดูสดใสของเธอเหมือนหญิงอายุไม่เกิน 30 ปี ไอลิสมีดวงตาสีดำมีแววตาที่ดูอบอุ่นแสดงความห่วงใย สีผมของเธอเป็สีน้ำตาลอ่อนเช่นเดียวกับเจโรม
“ยังรู้สึกมึนๆ นิดหน่อยครับแม่” เจโรมตอบไอลิส พร้อมกับเอามือลูบหัวลิลลี่เบาๆ
ไอลิสวางถาดอาหารลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง “ไม่เป็อะไรมากก็ดีแล้ว....แต่เราคงต้องคุยเื่นี้กันหน่อยแล้วละ” เธอทำหน้าขึงขัง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ง่ะ” เจโรมก้มหน้า แกล้งทำเป็ซึม
“ไม่ต้องมาแกล้งทำหน้าตาซึมเลย ครั้งที่แล้วแม่ใจอ่อนไปหน่อย ไม่ว่ากล่าวอะไรคงไม่ได้แล้วสิเนี่ย” ไอลิสกล่าวอย่างรู้ทันเ้าตัวแสบ
“ครั้งที่แล้วที่ลูกสร้างสัตว์อสูรหมาป่าั์แกล้งเดฟฟี่ลูกป้ามิเกล ทำเขาวุ่นวายไปทั่ว จนพ่อของลูกต้องเกณฑ์คนในหมู่บ้านไปตามล่า เพราะเข้าใจผิดคิดว่ามีสัตว์อสูรบุกหมู่บ้าน กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่ลิลลี่แอบมากระซิบบอกแม่ว่าลูกเป็คนทำ ก็ปาเข้าไปสองสามวันได้” ไอลิสว่ากล่าวลูกที่ก่อปัญหา
“เฮ้ออ....ครั้งที่แล้วก็ดีไปที่ไม่มีสัตว์อสูรบุกหมู่บ้านจริง แต่ครั้งนี้ลูกดันก่อเื่ให้ตัวเองเจ็บตัว ดูสิ....น้องของลูกร้องไห้ใหญ่เลย ต้องมาเป็กังวลไปด้วย ลิลลี่เฝ้าลูกั้แ่เช้า ข้าวปลาไม่ยอมกินเพราะเป็ห่วงลูก” ไอลิสกล่าวว่าต่อ
ลิลลี่กอดพี่ชายของเธอแน่นไม่ยอมปล่อย...
เจโรมกอดลิลลี่กลับ พร้อมเอามือปาดน้ำตาน้องสาวเบาๆ “พี่ไม่เป็ไรแล้วลิลลี่...พี่ชายกลับมาแข็งแรงแล้วดูสิ ฮี่ๆ” เขากล่าวพร้อมกับเอาแขน 2 ข้างมาเบ่งกล้ามโชว์
“ครั้งนี้แม่ขอสั่งห้ามไม่ให้ลูกใช้พลังนี้อีกเป็อันขาด เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร และมันส่งผลร้ายให้ลูกได้ยังไงบ้าง” ไอลิสกล่าวอย่างเด็ดขาด
เธอนึกย้อนไปถึง่เวลาที่ลูกของเธอใช้พลังประหลาดนี้ครั้งแรก ตอนนั้นเจโรมอายุยังไม่ถึง 2 ขวบได้ ขณะที่เด็กน้อยกำลังนอนเล่นอยู่ในเปลเด็กนั้น เขาชูมือทั้งสองข้างขึ้นมาเหมือนจะคว้าจับอะไรสักอย่าง
สักพักตัวของเขาก็เปล่งแสงออร่าสีฟ้าอ่อนๆ สีตาของเขาค่อยๆเรืองแสงออกมา จากเดิมดวงตาที่เป็สีดำค่อยๆเปลี่ยนเป็สีฟ้าเรืองรอง หลังจากนั้นออร่าสีฟ้ารอบตัวเขาเริ่มมารวมตัวเป็กลุ่มก้อนที่มือ และกระจายตัวออกมาเป็แสงเล็กๆ วิบวับมากมายภาพที่ออกมาช่างดูสวยงามราวกับดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน
ขณะนั้นไอลิสกำลังเก็บผ้าที่ตากไว้นอกบ้าน เธอเห็นแสงสว่างไสวออกมาจากห้องนอนของเจโรม เธอใ รีบทิ้งผ้าที่กำลังเก็บลง แล้วะโเรียกเจคอป สามีของเธอที่กำลังนั่งทำความสะอาดและลับคมดาบของเขาอยู่ในบ้านให้เข้าไปดูที่ห้องของเจโรมด้วยกัน
เมื่อทั้ง 2 คนเข้าไปในห้องนอนของเด็กน้อย ก็ได้แต่อ้าปากค้างใกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภาพที่เห็นคือระอองสีฟ้าที่กระจายตัวออกมามีมากสะจนไม่เห็นเปลนอนของเจโรมด้วยซ้ำ เจคอปได้สติก่อนเขาเดินฝ่าดงระอองแสงเข้าถึงตัวเปล แล้วคลำหาตัวเจโรมสักพักจนเจอ เจคอปอุ้มเจโรมขึ้นมากอดด้วยความอุ่นใจ
หลังจากนั้นไม่นานระอองแสงสีฟ้าก็ค่อยๆดับลงจนไม่เหลือระอองตกค้างใดๆ....
เด็กน้อยยิ้มร่า หัวเราะคิกคัก มองผู้เป็พ่อ เจคอปใมาก ตาของเจโรมจากเดิมที่เขาจำได้ มันควรจะเป็สีดำเช่นเดียวกับเขาและไอลิส แต่ตาของเจโรมที่เขาเห็นกลับเป็สีฟ้าสองแสงเรืองรองอ่อนๆออกมาแทน
วันเวลาก็เริ่มผ่านพ้นไป เจโรมเริ่มเติบโตขึ้น พลังที่เขามีก็ยิ่งเด่นชัด ในตอนแรกไอลิสกลัวว่าพลังประหลาดของเจโรมจะไปทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นแต่ก็น่าแปลก ทันทีที่พลังของเจโรมััถูกตัวคนมันจะสลายหายไปของมันเอง เธอจึงค่อยสบายใจปล่อยให้เจโรมใช้พลังประหลาดนี้ต่อไปได้
แต่นี้คือครั้งแรกที่เธอพบว่าการที่เจโรมใช้พลังนี้มากเกินไป มันกลับทำให้เขาหมดสติล้มลง ดูจากภายนอกอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เธอรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันต้องไม่ดีแน่ๆ
“แต่...แม่ครับผมไม่เป็อะไรจริงๆ สงสัยเมื่อเช้าผมยังไม่ได้กินอาหารฝีมือคุณแม่คนสวย ผมเลยรู้สึกหน้ามืดไม่มีแรงจนเป็ลมล้มฟุบไป” เจโรมตอบกลับแม่ของเขาด้วยสายตาออดอ้อน
“ไม่ต้องมาทำเป็ประจบเลย...เดี๋ยวพอพ่อเขากลับมา แม่จะกำชับให้พ่อเขาดูไม่ให้ลูกใช้พลังนี้อีกจนกว่าแม่จะแน่ใจว่ามันไม่เป็อันตรายจริงๆ” ไอลิสสั่งห้าม
“ลูกกินข้าวกับน้ำที่แม่เตรียมไว้ให้ลูกไปก่อน แม่จะออกไปดูหน้าร้านดอกไม้หน้าบ้านสักหน่อย ได้ยินเสียงป้ามิเกละโเรียกมาสักพักแล้ว” ไอลิสพูดกับเจโรม พร้อมได้ยินเสียงป้ามิเกลดังมาจากทางหน้าบ้านเป็พักๆ
“ดูแลน้องด้วยนะ น่าจะพล้อยหลับไปแล้ว...เดี๋ยวแม่กลับมาดูอาการเราอีกที” เธอพูดก่อนจะเดินจากไป
เจโรมก้มดูลิลี่ที่หลับไป มือของเด็กสาวยังกอดเอวเขาแน่นไม่ยอมปล่อย
เขาคลายมือเล็กๆของลิลลี่ออก แล้วอุ้มเธอเบาๆนอนลงบนเตียงที่เขานอน แล้วเริ่มลงมือกินข้าวต้มที่ไอลิสเตรียมไว้ให้
่เวลาล่วงเลยผ่านไปถึงพลบค่ำ เจคอปกลับมาถึงบ้าน เขาเข้ามาที่ห้องนอนของลูกชายหลังจากที่ได้ฟังเื่ราวจากไอลิส
เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นลูกชายและลูกสาวของเขากำลังนอนหลับอยู่บนเตียงคู่กัน
เจคอปยิ้มน้อยๆ จัดผ้าห่มให้ทั้งสองแล้วเอามือลูบหัวเบาๆ แต่เขาเหมือนััได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง“ แกล้งหลับหรอไอตัวแสบ...” เจคอปกล่าวอย่างจับพิรุธลูกชายได้
“แหะๆ...ไม่เนียนหรอเนี่ย” เจโรมค่อยๆลืมตาแล้วยิ้มแบบเขินๆ
“พ่ออย่าโกรธผมเลยน้า....วันนี้ก็โดนแม่เทศน์ไปชุดใหญ่แล้วเนี่ย ผมจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้วผมสัญญาเลย” เจโรมรีบพูดดัก
เจคอปมองลูกชายตัวแสบ ยิ้มอ่อนๆแล้วกล่าวว่า ”พ่อไม่ว่าอะไรลูกแล้วหรอก ไว้พรุ่งนี้พ่อจะพาลูกไปดูงานคุ้มกันหน้าหมู่บ้านดีไหม เห็นลูกเคยบ่นว่าอยากออกไปล่าสัตว์อสูรกับพ่อ อยู่แต่บ้านคงเบื่อๆ”
“จริงหรอครับ เย้!!!...ในที่สุดดด”เจโรมชูมือขึ้นอย่างดีใจ
“แต่วันนี้ลูกพักผ่อนไปก่อน คงเหนื่อยมาทั้งวันละ ถ้าอาการลูกไม่ดีขึ้น พ่อไม่พาไปจริงด้วย”
“โอเคครับ ผมจะรีบนอน พรุ่งนี้พลังงานเต็มถังแน่นอน คุณพ่อไม่ต้องห่วงครับ” เจโรมตอบกลับด้วยความกระชับกระเฉง
เจคอปลูบหัวลูกชายแล้วเดินออกจากห้องนอนไป
่เวลาได้ผ่านล่วงเลยไปจนตกดึก…
ในขณะที่เจโรมกำลังหลับไหลอย่างมีความสุข กลับไม่อาจรู้ได้เลยว่าคืนนี้ มันจะเป็คืนที่เขาไม่มีวันที่จะลืมมันไปได้ตลอดชีวิต...
ผู้แต่ง: พุงหมี????