บทที่ 7
ิญญาแห่งขุนเขา
รถม้าเคลื่อนที่ออกจากเมืองเฟิงเฉิน ด้านนอกเมืองภายในเขตรกร้างทางเหนือแห่งนี้ มีขุนเขามากมายตั้งอยู่เรียงด้าน
แม้ว่าจะมีถนนเส้นหลักที่ถูกทำขึ้นแล้ว แต่เพียงแค่ห้าปีการพัฒนาที่ดินภายในดินแดนแห่งนี้คงจะ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วจนมีพวกถนนน้อยใหญ่มากมาย
รถม้าที่หรูหราขึ้นที่ออกไปนอกเมือง เจียงเฟิงนั่งอยู่ภายในรถม้า เฉินอวี้อยู่ข้างกาย ส่วนสารถีผู้ควบคุมรถม้ากับเป็ซินอวี้ที่มีบุคลิกห้าวหาญ
เจียงเฟิงนำพาพวกนางติดตามมาเพียงแค่สองคนเท่านั้น เพราะว่าถ้าเกิดนำพวกกำลังทหารติดตามใหญ่โต
มีหวังผู้คนมากมายคงจะรู้ถึงการกลับมาของเขาอย่างแน่นอน ครั้งนี้เลยมีเพียงแค่พวกนางที่ติดตามเขาออกมา
เจียงเฟิงมองออกไปนอกหน้าต่าง พบเห็นขุนเขามากมาย เจียงเฟิงยกยิ้มที่มุมปาก หลังจากหลายสิบปีผ่านไป
ในตอนนี้เขากลับมา เมื่อก่อนพบเห็นแต่ตึกสูงตั้งนานภายในนครที่เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเมื่อก่อนพบเห็นแต่ตึกสูงตั้งนานภายในนครที่เต็มไปด้วยความเจริญ
ในตอนนี้ต้องมาเปลี่ยนมองเป็ขุนเขาแทนรู้สึกแปลกไม่น้อย ทว่าสถานที่แห่งนี้ก็เป็บ้านของตนเองเลยรู้สึกอบอุ่นกว่า
รถม้าเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว อาชาที่ลากรถม้าอยู่ไม่ใช่ม้าธรรมดาทั่วไป มันกลับเป็สัตว์อสูรที่ไม่ธรรมดา เพียงแค่ฝีเท้าอย่างเดียวก็สามารถวิ่งได้ไกลหลายร้อยลี้ในหนึ่งวันแล้ว
เจียงเฟิงเหมือนกับคนที่ออกมานั่งชมทัศนียภาพข้างทางเสียมากกว่า
หลังจากที่เดินทางออกมาจากเมืองเฟิงเฉิน พบเห็นเมืองน้อยใหญ่มากมาย พวกมันกระจัดกระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ
เป็เมืองที่ยังไม่ถูกพัฒนาเหมือนกับเมืองเฟิงเฉิน เจียงเฟิงไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ที่สำคัญคือในตอนนี้ตัวของเขาออกมาเพราะว่า้าล่าพวกิญญาทมิฬที่สามารถััได้
วิ่งผ่านเส้นทางน้อยใหญ่มากมาย สุดท้ายมาพบกับูเาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างทาง
เจียงเฟิงได้ส่งเสียงให้หยุดรถม้าในทันที ซินอวี้ที่กำลังบังคับรถม้าก็หยุดรถม้าตามคำสั่ง
เจียงเฟิงและเฉินอวี้เดินลงมาจากรถม้า เจียงเฟิงมองูเาขนาดใหญ่ด้านหน้าของตนเอง
แม้ว่าจะเป็เพียงแค่ผู้ฝึกปราณขอบเขตแรก แต่ว่าดวงตาและความรู้สึกของเขานั้นเป็ของจริง
เพราะว่าจิติญญาของเขาถูกบ่มเพาะในโลกใบนั้นมาเป็เวลานาน ในตอนนี้เลยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เขาด้านหน้ามีปราณิญญาที่แข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับูเาที่อยู่รอบๆ สถานที่แห่งนี้กับมีปราณิญญาที่หนาแน่นกว่า
“มีิญญาูเาอยู่สินะ” เจียงเฟิงเดินไปด้านหน้าโดยที่มีสองสาวงามติดตามอยู่ด้านหลัง
เจียงเฟิงไม่ได้เดินเข้าไปภายในป่าลึก แต่ว่าเขาไปหยุดลงที่ตีนเขา เจียงเฟิงย่อกายของตนเองลงไป ในสายตาของสาวใช้ทั้งสอง ตอนนี้พบเห็นว่าคุณชายของตนเองใช้นิ้วมือวาดสัญลักษณ์บางอย่าง ที่แปลกประหลาดลงที่พื้นดิน
หลังจากที่สัญลักษณ์ที่แปลกตลาดนั้นถูกมากจนเสร็จแล้ว เจียงเฟิงยกมือขึ้นมาทำท่าทางบางอย่างที่แปลกประหลาด ก่อนที่ส่งเสีย “มา!”
สัญลักษณ์ที่ถูกวาดลงพื้นดินเปล่งแสงสว่างไสว ในพริบตานั่นเองด้านหน้าก็ปรากฏร่างของคนผู้นึงขึ้นมา
อีกฝ่ายเป็ชายชราร่างกายเล็กเตี้ยหลังค่อม ในมือถือไม้เท้ามีหนวดยาวสีขาว แม้ว่ารูปร่างจะเหมือนกับชายชราทั่วไป
ทว่าในสายตาของสาวใช้ทั้งสอง ที่ไม่ใช่คนธรรมดาแต่ว่าเป็ผู้ฝึกตน มีหรือว่าจะไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านหน้าไม่ใช่มนุษย์
เฉินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ิญญาูเา”
เจียงเฟิงยกยิ้มแล้วพยักหน้าตอบรับ
ิญญาูเาิญญาแม่น้ำ หรือสิ่งที่ผู้คนธรรมดาเรียกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละ เรียกว่าเป็เ้าที่เ้าทางก็ได้ หรือว่าจะเรียกในต่างๆก็ไม่ผิด
พวกเขาเป็ิญญาตายแล้วที่ได้รับควันธูปและการกราบไหว้ ทำให้มีฐานะและก็ตบะที่สูงส่งกว่าิญญาธรรมดาทั่วไป
แต่ว่าิญญาพวกนี้ก็ยังไม่ถึงขั้นเป็เซียน ถ้าจะให้เปรียบเทียบพวกเขาก็คือิญญาที่อยู่ในสภาพของผู้ฝึกตนิญญา
พวกเขาเองก็ต้องบำเพ็ญเพิ่มตบะ อย่างเท่านั้นยัง้าควันธูปที่ผู้คนกราบไหว้บูชา
ชายชราที่ปรากฏกายขึ้นแสดงท่าทางตกตะลึง ก่อนที่จะจ้องมองชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าด้วยแววตาที่สับสน
ก่อนที่แววตาที่สับสนนั้นจะกลายเป็ความหวาดกลัว “ท่าน..ท่านเซียนเรียกข้ามาอย่างนั้นหรือขอรับ”
เจียงเฟิงเห็นท่าทางของอีกฝ่าย เจียงเฟิงพอจะรู้ว่าเหตุใดถึงเป็เช่นนั้น
วิชาอภินิหารที่เขานั้นสำแดงออกไป แน่นอนว่าไม่ใช่วิชาที่ผู้ฝึกตนธรรมดาจะสามารถใช้ได้
ถึงขนาดที่สามารถบังคับิญญาูเา ที่มีตบะสูงกว่าตนเองได้เช่นนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า วิชานี้มีแต่เพียงแค่พวกผู้ฝึกตนระดับสูงเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้
เจียงเฟิงไม่สนใจกับท่าทีของอีกฝ่าย “บริเวณแถบนี้”
“ดูเหมือนว่าจะมีพวกิญญาทมิฬอยู่ด้วย”
“ิญญาทมิฬ?” ิญญาขุนเขาแสดงใบหน้าสับสน
เจียงเฟิงยกมือขึ้นมาตบหน้าผากของตนเอง เขานั้นลืมไปเสียสนิทว่าคนภายในโลกใบนี้ หรือว่าทวีปเทียนหยางในสี่ทวีปเบื้องล่าง คนส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของิญญาทมิฬ
แม้กระทั่งพวกิญญาูเาก็อาจจะมองว่าพวกมันเป็ิญญาธรรมดา หรือว่าเป็ิญญาชั่วร้ายที่สามารถพบเห็นได้บ่อยๆ
“ไอ้พวกตัวสีดำๆที่ด้วยแตกต่างจากิญญาธรรมดาทั่วไป” เจียงเฟิงเริ่มอธิบาย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นิญญาูเาเฒ่าร่างกายสั่นสะท้าน ใบหน้านั้นปรากฏความหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน
เจียงเฟิงฉีกยิ้มอย่างพึงพอใจ เห็นท่าทางเช่นนี้ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายนั้นพบเจอจริงๆ
“มันอยู่ที่ใด”
ิญญาูเายกมือขึ้นมาชี้ตรงไปทางด้านหน้า เป็ูเาลูกถัดไปที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก
เจียงเฟิง
เจียงเฟิงฉีกยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วก็กวักมือพาสาวใช้ทั้งสองเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเดินทางมาแล้วมันเป็ูเาขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน ทว่าสถานที่แห่งนี้กลับมีปราณิญญาที่แตกต่าง
เพราะว่าปราณิญญาที่สถานที่แห่งนี้เหมือนว่ามันกำลังเหือดแห้ง เจียงเฟิงเห็นสภาพการเช่นนี้ก็รู้ได้ในทันทีว่าต้องเป็พวกมันอย่างแน่นอน
ิญญาทมิฬพวกนี้มีนิสัยที่ค่อนข้างจะชอบ กินปราณโชคชะตาหรือไม่ก็พวกปราณิญญาของสถานที่ต่างๆ
เจียงเฟิงหยิบท่อนไผ่เขียวมาไว้ภายในมือของตนเอง แล้วก็เดินมุ่งตรงเข้าไปภายในูเาอย่างรวดเร็ว ท่าทีของเขาไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
แตกต่างจากิญญาูเาก่อนหน้านี้ ที่แสดงท่าทางหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เจียงเฟิงรู้ว่าเป็เช่นนี้เพราะอันใด สำหรับิญญาูเาแล้วิญญาทมิฬที่เป็ิญญาเหมือนกัน มันมีอิทธิพลกับพวกมันมากกว่า
เมื่อเดินเข้ามาในูเา เฉินอวี้และซินอวี้ขยับร่างกายเข้าหานายน้อยของตนเองมากขึ้น
เจียงเฟิงสังเกตุเห็นได้ในทันที ไม่ใช่ว่าสาวใช้ทั้งสองที่ขยับเข้าใกล้ร่างกายของเขา เป็เพราะว่านางหวาดกลัวสถานที่แห่งนี้ แต่มันเป็เพราะว่าพวกนางััได้ถึงบรรยากาศที่แปลกประหลาด แล้วก็ขยับใกล้เข้ามาเพื่อที่จะปกป้องเขาได้ง่ายดาย
เมื่อเทียบกับพวกนางทั้งสองแล้ว เจียงเฟิงกลับเดินอย่างสบายๆ ไม่ได้แตกต่างจากการเดินเที่ยวเล่นธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
หลังจากเดินเข้ามาภายในูเาสักพักนึง เจียงเฟิงก็ยิ่งััได้ถึงปราณิญญาของพวกิญญาทมิฬมากขึ้น
และแล้วเจียงเฟิงที่กำลังเดินอยู่ก็หยุดชะงักเท้าของตนเอง ดวงตามองไปด้านหน้ามุมปากยกยิ้มขึ้น
ด้านหน้าของเขาในตอนนี้มีร่างเงาสีดำปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า มันคือิญญาทมิฬ