-ปัจจุบัน-
ณ ร้านนิยายH
บรรยากาศรอบๆต่างเงียบสงบ เมื่อทุกคนเริ่มเข้าสู่โหมดส่วนตัว เหล่าเด็กน้อยนั่งจดจ่ออยู่กับหนังสือของตัวเอง กลุ่มผู้หญิงจะเน้นไปทางนิยาย ส่วนพวกผู้ชายก็ออกแนวการ์ตูนมังงะ แต่มันก็จะมีอยู่หนึ่งคนที่อ่านเพียงวรรณกรรม ยิ่งยุคสมัยเก่าๆยิ่งชอบ
"เฮ้ย! ไอ้ทีม มึงไม่คิดจะเปลี่ยนใจมาอ่านตูนแบบพวกกูบ้างเหรอ?" เสียงข้างๆจากหนุ่มผมน้ำตาลได้เอ่ยขึ้น เมื่อเห็นทีมตั้งหน้าตั้งตาอ่านอดีตเก่าแก่ที่คนอายุรุ่นนี้ไม่น่าจะชอบ
แต่ครั้นพูดไปก็ดูท่าจะเปล่าประโยชน์ เพราะทีมได้เข้าสู่โหมดเครื่องบินไปเรียบร้อย เขาไม่ตอบกลับครามเลยด้วยซ้ำ ขนาดสายตายังไม่ลดจากตัวหนังสือเลยแม้แต่มิลเดียว
ทว่าฝ่ายเพื่อนรอบโต๊ะกลับลดทอนหนังสือลง พร้อมส่งต้อนสายตาเข้าปรามเ้าครามหัวดื้อที่ชอบกวนประสาทชาวบ้านไม่เลิก ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าทีมเป็แบบไหนยังจะพยายามเข้าไปในโลกของเขาอีก
-หนึ่งชั่วโมงต่อมา-
แสงของดวงอาทิตย์ค่อยๆลับลงขอบฟ้าเรื่อยๆ คนในร้านหนังสือต่างทอดสายตายาวออกไป ผ่านกระจกใสที่ล้อมรอบบริเวณนั้น ซึ่งมันได้เผยให้เห็นความสว่างริบหรี่ของแสงรำไรอันใกล้หมดลง
"เดี๋ยวฉันจะกลับแล้วนะ" น้ำชาเอ่ยก่อนใครพร้อมปิดนิยายในมือลง และหอบกระเป๋าเป้สีฟ้าอ่อนขึ้นสะพายบนลาดไหล่ทันที
"กลับยังไงอะให้ไปส่งไหม" เสียงของเพื่อนสนิทสมัยเด็กเอ่ยขึ้น เมื่อมองตามคนลุกพรวดพราดอย่างนึกสงสัย เพราะดูเหมือนน้ำชาจะรีบแปลกๆ
"ไม่เป็ไร พ่อฉันมารออยู่ที่ลานจอดรถแล้ว"
"โอเค ฝากสวัสดีคุณลุงด้วยนะชา"
"อืม เจอกันค่าย" ใบหน้าแย้มยิ้มเอ่ยเสียงโทนปกติ พร้อมโบกมือลาและกวาดสายตาหันมองเพื่อนที่เหลือ "แล้วเจอกันนะพวกแก"
สายตาหลายคู่ต่างจับจ้องร่างเล็ก พร้อมพยักหน้าตอบกลับน้ำชาผู้เปี่ยมไปด้วยร่องยิ้มอันมีเสน่ห์
ไม่นานนักราวครึ่งชั่วโมงต่อจากนั้น เพื่อนคนอื่นต่างทยอยกลับบ้านจนหมด กระทั่งเหลือทีม นับฟ้า ขุนเขา
"ทีม ไม่กลับบ้านเหรอ?" สาวสวยเพียงคนเดียวเอ่ยถามพ่อหนุ่มเ็า ที่เอาแต่โฟกัสสิ่งตรงหน้าคล้ายจะหลุดเข้าไปในหนังสืออยู่รอมร่อ
"อีกพัก"
"งั้นพวกเรากลับก่อนนะเดี๋ยวรถเมล์หมด"
"อืม" เป็ประโยคอันแสนสั้นราวกับไม่ได้ใส่ใจมากนัก แถมคนเอ่ยก็ยังไม่มองคู่สนทนา ช่างสมฉายาเ้าชายน้ำแข็งเสียจริง
"กูกลับก่อนนะไอ้ทีม" ขุนเขาขยับกายเล็กน้อยเพื่อเอื้อมไปแตะบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเต็มตัวเพื่อเตรียมกลับบ้านพร้อมนับฟ้า ฝ่ายทีมที่ได้ยินก็เอาแต่พยักหน้าหงึกๆ ประหนึ่งคนสัปหงกที่เอาแต่คล้อยตามแรงโน้มถ่วง
.
.
.
ป้ายรถเมล์
่เวลาพลบค่ำผู้คนต่างยืนรอรถโดยสารกันแน่นขนัด นาฬิกาเรือนโปรดของนับฟ้าตรงข้อมือฝั่งซ้ายบอกว่า...ตอนนี้กำลังจะเข้าหนึ่งทุ่ม ทว่าเหล่ารถยนต์ที่สัญจรไปมาก็ยังคงหนาตาไม่คลาย ทั้งรถส่วนตัว รถรับจ้าง วิ่งแล่นบนถนนให้ขวักไขว่ไปหมด
หนุ่มสาวในชุดนักศึกษายืนชะเง้อชะแง้มองหารถเมล์ที่เป็สายทางผ่าน แต่นานนับสิบนาทีก็ยังไม่พบคันดังกล่าวโผล่บนถนน
"จะมีรถกลับบ้านไหมนะ" เสียงบ่นพึมพำของชายที่ยืนอยู่ข้างๆดังแว่วออกมา นับฟ้ามัวแต่คอยหันรีหันขวางเมื่อได้ยินจึงเอ่ยสวนอย่างไม่ใส่ใจนัก
"ก็ต้องมีอยู่แล้วสิ" คนตัวเล็กเอาแต่จดจ่อแหวกฝ่าฝูงชนที่เดินกันชุลมุน เพื่อมองหารถที่จะพาเธอกลับบ้าน
ทว่าอีกฝ่ายดูท่าจะไม่ได้มองสิ่งอื่น ตัวก็สูงสามารถทอดยาวสายตาไปได้อย่างทั่วถึง แต่กระนั้นคนตัวโตอย่างขุนเขาก็เอาแต่หลุบสายตาจับจ้องกลุ่มผมสีดำสลวยของคนข้างกาย ทั้งยังได้แอบเห็นจมูกเล็กเล็ดลอดออกมาน้อยๆ พานให้ผู้เฝ้ามองเกินสะท้อนรอยยิ้มอ่อนออกมา
"ขุนเขา!"
"ฮะ!! เธอว่าอะไรนะ" เผลอเหม่อลอยไปกับใบหน้าพริ้มเพรา จนไม่ทันได้ฟังประโยคก่อนหน้าและเมื่อสติสตังกลับเข้าร่องเข้ารอย ก็ได้พบคนคิ้วขมวดหนึ่งอัตราที่กำลังจ้องเขม็งใส่เขา
"ไอ้บ้า! มัวแต่เหม่อ...มาเร็ว" ่เวลาเร่งรีบคนตัวเล็กคว้าข้อมือหนาและฉุดรั้งให้เขาเดินตามเธอทันที เพราะรถสายที่รอกำลังจอดเทียบริมถนน
ซึ่งหลายคนต่างก็ไปเส้นทางเดียวกับพวกเขา จึงเกิดการเบียดเสียดแย่งกันขึ้นจนเต็มประตูไปหมด
สามสิบนาทีต่อมา...หมู่บ้านจัดสรรย่านธุรกิจ สองนักศึกษาเดินจากป้ายรถเมล์เข้ามาอีกเล็กน้อยก็ถึงทางเข้าหน้าป้อมยาม ก่อนผ่านไปทั้งคู่ได้โค้งศีรษะสุภาพทักทายคุณลุงเข้มผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยที่นี่
เมื่อพ้นทางเข้า เสียงเล็กๆก็พร่ำบ่นออกมา
"เมื่อกี้มัวเหม่ออะไรของนาย"
"ก็มัวแต่มองหน้าเธอไง" ขุนเขาตอบในทันทีโดยไม่ต้องครุ่นคิดให้มากความ พร้อมเดินเลียบเคียงใกล้ชิดอีกฝ่ายเพื่อตรงเข้าไปด้านใน
นับฟ้าแอบชำเลืองมองคนตัวสูงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย "จะมองฉันทำไม ไม่มีอะไรน่ามองสักหน่อย" เสียงประชดพลันปะปนไปพร้อมกับมุมปากแอบยิ้มเล็กๆ
"มั่วแล้ว...เธอมีหลายอย่างให้มองเลยล่ะ"
"อ๊ะ!! อย่ามาเกาะนะ เดี๋ยวคนอื่นก็เห็นหรอก" คนตัวเล็กเอ่ยห้ามปรามมือปลาหมึกที่กำลังวาดวงแขนมาโอบไหล่ของเธอ เผลอฟังประโยคของขุนเขาเพียงชั่วครู่ ตนก็ถูกเล่นงานเสียแล้ว
ยิ่งใกล้ถึงรั้วบ้านก็ยิ่งต้องสอดส่องสายตาให้มาก เพราะไม่ใช่แค่เพื่อนที่ปิดบังสถานะ แต่เป็ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายด้วย พวกพ่อๆแม่ๆยังไม่มีใครทราบเลยว่า ลูกๆของพวกเขากำลังแอบคบกัน
"กลัวคนอื่นเห็นอีกแล้วนะ บอกกี่ทีละว่าขุนไม่สน"
"นี่!!"
"โอเคๆ ปล่อยก็ได้" ขุนเขาผละอ้อมแขนของตนออกแต่โดยดี เมื่อถูกเสียงแข็งดุใส่เพียงสั้นๆ
แม้นับฟ้าจะน่ารักน่าเอ็นดู ด้วยบุคลิกที่แฝงไปด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มจนพานให้หลงใหล แต่เธอคนนี้ไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาถึงขนาดที่จะยอมโดนชี้นกเป็นก ชี้ไม้เป็ไม้หรอกนะ เพราะสิ่งที่เธอได้ไตร่ตรองจนถี่ถ้วนแล้ว เธอมักจะเคร่งครัดกับมันมากๆ โดยเฉพาะการเก็บความลับที่ไม่ว่าใครตอนนี้ก็ห้ามรู้เด็ดขาด
"เข้าบ้านก่อนนะ" เดินทอดน่องมาในระยะพอควรจนถึงบ้านของตัวเอง นับฟ้ายืนนิ่งอยู่รั้วประตูทางเข้า พร้อมบอกลาคนที่มาด้วยกัน แต่การบอกลาก็ไม่ได้มีพิธีรีตองมากมาย เพราะบ้านของเ้าตัวโตก็อยู่ข้างๆ
"อืม ทำอะไรเสร็จแล้วทักหาด้วยนะ"
"รู้แล้ว ไปก่อนนะ" เอ่ยเสร็จก็หยิบกุญแจสำรองไขประตูเหล็กบานเล็กออกและเดินเข้าไปทันที
บ้านของพวกเขาเป็บ้านสองชั้นขนาดกลาง สไตล์โมเดิร์นที่ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง ด้วยการออกแบบเน้นใช้เส้นสายแนวตั้งและแนวนอนเป็หลัก พร้อมปกคลุมไปด้วยสีขาวปนน้ำตาลอ่อนเข้มประปราย
ชีวิตประจำวันของนับฟ้าและขุนเขาก็มีเพียงเท่านี้ อย่างมากก็ไปเรียนพร้อมกัน กลับบ้านพร้อมกันและบอกลาหน้าประตู
การเปลี่ยนสถานะไม่ได้ช่วยให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนตามไปด้วย ซึ่งความสัมพันธ์ยังคงนิ่งสงบจนเกินควร ตลอดสองปีที่คบกันพวกเขายังคงละเลยสิ่งสำคัญ
เพราะการเป็เพื่อนสนิทมันทำให้บางคนไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติของบทบาทที่ตนเองเป็คนเลือก