เพื่อน(ไม่จริง)ของนับฟ้า

    นับครั้งที่ 5


    -ปัจจุบัน- 


    ณ ร้านนิยายH


    บรรยากาศรอบๆต่างเงียบสงบ เมื่อทุกคนเริ่มเข้าสู่โหมดส่วนตัว เหล่าเด็กน้อยนั่งจดจ่ออยู่กับหนังสือของตัวเอง กลุ่มผู้หญิงจะเน้นไปทางนิยาย ส่วนพวกผู้ชายก็ออกแนวการ์ตูนมังงะ แต่มันก็จะมีอยู่หนึ่งคนที่อ่านเพียงวรรณกรรม​ ยิ่งยุคสมัยเก่าๆยิ่งชอบ 


    "เฮ้ย! ไอ้ทีม มึงไม่คิดจะเปลี่ยนใจมาอ่านตูนแบบพวกกูบ้างเหรอ?" เสียงข้างๆจากหนุ่มผมน้ำตาลได้เอ่ยขึ้น เมื่อเห็นทีมตั้งหน้าตั้งตาอ่านอดีตเก่าแก่ที่คนอายุรุ่นนี้ไม่น่าจะชอบ


    แต่ครั้นพูดไปก็ดูท่าจะเปล่าประโยชน์​ เพราะทีมได้เข้าสู่โหมดเครื่องบินไปเรียบร้อย เขาไม่ตอบกลับครามเลยด้วยซ้ำ ขนาดสายตายังไม่ลดจากตัวหนังสือเลยแม้แต่มิลเดียว


    ทว่าฝ่ายเพื่อนรอบโต๊ะกลับลดทอนหนังสือลง พร้อมส่งต้อนสายตาเข้าปรามเ๯้าครามหัวดื้อที่ชอบกวนประสาทชาวบ้านไม่เลิก ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าทีมเป็๞แบบไหนยังจะพยายามเข้าไปในโลกของเขาอีก 




    -หนึ่งชั่วโมงต่อมา-


    แสงของดวงอาทิตย์ค่อยๆลับลงขอบฟ้าเรื่อยๆ คนในร้านหนังสือต่างทอดสายตายาวออกไป ผ่านกระจกใสที่ล้อมรอบบริเวณนั้น ซึ่งมันได้เผยให้เห็นความสว่างริบหรี่ของแสงรำไรอันใกล้หมดลง 


    "เดี๋ยวฉันจะกลับแล้วนะ" น้ำชาเอ่ยก่อนใครพร้อมปิดนิยายในมือลง และหอบกระเป๋าเป้สีฟ้าอ่อนขึ้นสะพายบนลาดไหล่ทันที


    "กลับยังไงอะให้ไปส่งไหม" เสียงของเพื่อนสนิทสมัยเด็กเอ่ยขึ้น เมื่อมองตามคนลุกพรวดพราดอย่างนึกสงสัย เพราะดูเหมือนน้ำชาจะรีบแปลกๆ


    "ไม่เป็๞ไร พ่อฉันมารออยู่ที่ลานจอดรถแล้ว" 


    "โอเค ฝากสวัสดีคุณลุงด้วยนะชา" 


    "อืม เจอกันค่าย" ใบหน้าแย้มยิ้มเอ่ยเสียงโทนปกติ พร้อมโบกมือลาและกวาดสายตาหันมองเพื่อนที่เหลือ "แล้วเจอกันนะพวกแก" 


    สายตาหลายคู่ต่างจับจ้องร่างเล็ก พร้อมพยักหน้าตอบกลับน้ำชาผู้เปี่ยมไปด้วยร่องยิ้มอันมีเสน่ห์​


    ไม่นานนักราวครึ่งชั่วโมงต่อจากนั้น เพื่อนคนอื่นต่างทยอยกลับบ้านจนหมด กระทั่งเหลือทีม นับฟ้า ขุนเขา 


    "ทีม ไม่กลับบ้านเหรอ?" สาวสวยเพียงคนเดียวเอ่ยถามพ่อหนุ่มเ๶็๞๰า ที่เอาแต่โฟกัสสิ่งตรงหน้าคล้ายจะหลุดเข้าไปในหนังสืออยู่รอมร่อ 


    "อีกพัก"


    "งั้นพวกเรากลับก่อนนะเดี๋ยวรถเมล์​หมด"


    "อืม" เป็๞ประโยคอันแสนสั้นราวกับไม่ได้ใส่ใจมากนัก แถมคนเอ่ยก็ยังไม่มองคู่สนทนา ช่างสมฉายาเ๯้าชายน้ำแข็งเสียจริง 


    "กูกลับก่อนนะไอ้ทีม" ขุนเขาขยับกายเล็กน้อยเพื่อเอื้อมไปแตะบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเต็มตัวเพื่อเตรียมกลับบ้านพร้อมนับฟ้า ฝ่ายทีมที่ได้ยินก็เอาแต่พยักหน้าหงึกๆ ประหนึ่งคนสัปหงกที่เอาแต่คล้อยตามแรงโน้มถ่วง​ 


    .


    .


    .


    ป้ายรถเมล์​


    ๰่๭๫เวลาพลบค่ำผู้คนต่างยืนรอรถโดยสารกันแน่นขนัด นาฬิกาเรือนโปรดของนับฟ้าตรงข้อมือฝั่งซ้ายบอกว่า...ตอนนี้กำลังจะเข้าหนึ่งทุ่ม ทว่าเหล่ารถยนต์​ที่สัญจรไปมาก็ยังคงหนาตาไม่คลาย ทั้งรถส่วนตัว รถรับจ้าง วิ่งแล่นบนถนนให้ขวักไขว่​ไปหมด 


    หนุ่มสาวในชุดนักศึกษายืนชะเง้อชะแง้​มองหารถเมล์ที่เป็๞สายทางผ่าน แต่นานนับสิบนาทีก็ยังไม่พบคันดังกล่าวโผล่บนถนน 


    "จะมีรถกลับบ้านไหมนะ" เสียงบ่นพึมพำของชายที่ยืนอยู่ข้างๆดังแว่วออกมา นับฟ้ามัวแต่คอยหันรีหันขวาง​เมื่อได้ยินจึงเอ่ยสวนอย่างไม่ใส่ใจนัก 


    "ก็ต้องมีอยู่แล้วสิ" คนตัวเล็กเอาแต่จดจ่อแหวกฝ่าฝูงชนที่เดินกันชุลมุน​ เพื่อมองหารถที่จะพาเธอกลับบ้าน 


    ทว่าอีกฝ่ายดูท่าจะไม่ได้มองสิ่งอื่น ตัวก็สูงสามารถทอดยาวสายตาไปได้อย่างทั่วถึง แต่กระนั้นคนตัวโตอย่างขุนเขาก็เอาแต่หลุบสายตาจับจ้องกลุ่มผมสีดำสลวยของคนข้างกาย ทั้งยังได้แอบเห็นจมูกเล็กเล็ดลอดออกมาน้อยๆ พานให้ผู้เฝ้ามองเกินสะท้อนรอยยิ้มอ่อนออกมา


    "ขุนเขา!"


    "ฮะ!! เธอว่าอะไรนะ" เผลอเหม่อลอยไปกับใบหน้าพริ้มเพรา​ จนไม่ทันได้ฟังประโยคก่อนหน้าและเมื่อสติสตังกลับเข้าร่องเข้ารอย​ ก็ได้พบคนคิ้วขมวดหนึ่งอัตราที่กำลังจ้องเขม็งใส่เขา 


    "ไอ้บ้า! มัวแต่เหม่อ...มาเร็ว" ๰่๭๫เวลาเร่งรีบคนตัวเล็กคว้าข้อมือหนาและฉุดรั้งให้เขาเดินตามเธอทันที เพราะรถสายที่รอกำลังจอดเทียบริมถนน


    ซึ่งหลายคนต่างก็ไปเส้นทางเดียวกับพวกเขา จึงเกิดการเบียดเสียดแย่งกันขึ้นจนเต็มประตูไปหมด 


    สามสิบนาทีต่อมา...หมู่บ้านจัดสรรย่านธุรกิจ​ สองนักศึกษาเดินจากป้ายรถเมล์​เข้ามาอีกเล็กน้อยก็ถึงทางเข้าหน้าป้อมยาม​ ก่อนผ่านไปทั้งคู่ได้โค้งศีรษะสุภาพทักทายคุณลุงเข้มผู้ดูแลรักษาความปลอดภัย​ที่นี่


    เมื่อพ้นทางเข้า เสียงเล็กๆก็พร่ำบ่นออกมา


    "เมื่อกี้มัวเหม่ออะไรของนาย" 


    "ก็มัวแต่มองหน้าเธอไง" ขุนเขาตอบในทันทีโดยไม่ต้องครุ่นคิดให้มากความ พร้อมเดินเลียบเคียงใกล้ชิดอีกฝ่ายเพื่อตรงเข้าไปด้านใน 


    นับฟ้าแอบชำเลืองมองคนตัวสูงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย "จะมองฉันทำไม ไม่มีอะไรน่ามองสักหน่อย" เสียงประชดพลันปะปนไปพร้อมกับมุมปากแอบยิ้มเล็กๆ 


    "มั่วแล้ว...เธอมีหลายอย่างให้มองเลยล่ะ" 


    "อ๊ะ!! อย่ามาเกาะนะ เดี๋ยวคนอื่นก็เห็นหรอก" คนตัวเล็กเอ่ยห้ามปรามมือปลาหมึกที่กำลังวาดวงแขนมาโอบไหล่ของเธอ เผลอฟังประโยคของขุนเขาเพียงชั่วครู่ ตนก็ถูกเล่นงานเสียแล้ว 


    ยิ่งใกล้ถึงรั้วบ้านก็ยิ่งต้องสอดส่องสายตาให้มาก เพราะไม่ใช่แค่เพื่อนที่ปิดบังสถานะ แต่เป็๞ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายด้วย พวกพ่อๆแม่ๆยังไม่มีใครทราบเลยว่า ลูกๆของพวกเขากำลังแอบคบกัน


    "กลัวคนอื่นเห็นอีกแล้วนะ บอกกี่ทีละว่าขุนไม่สน" 


    "นี่!!" 


    "โอเคๆ ปล่อยก็ได้" ขุนเขาผละอ้อมแขนของตนออกแต่โดยดี เมื่อถูกเสียงแข็งดุใส่เพียงสั้นๆ 


    แม้นับฟ้าจะน่ารักน่าเอ็นดู ด้วยบุคลิกที่แฝงไปด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มจนพานให้หลงใหล แต่เธอคนนี้ไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสาถึงขนาดที่จะยอมโดนชี้นกเป็๞นก ชี้ไม้เป็๞ไม้หรอกนะ เพราะสิ่งที่เธอได้ไตร่ตรองจนถี่ถ้วนแล้ว เธอมักจะเคร่งครัดกับมันมากๆ โดยเฉพาะการเก็บความลับที่ไม่ว่าใครตอนนี้ก็ห้ามรู้เด็ดขาด 


    "เข้าบ้านก่อนนะ" เดินทอดน่องมาในระยะพอควรจนถึงบ้านของตัวเอง นับฟ้ายืนนิ่งอยู่รั้วประตูทางเข้า พร้อมบอกลาคนที่มาด้วยกัน แต่การบอกลาก็ไม่ได้มีพิธีรีตอง​มากมาย เพราะบ้านของเ๯้าตัวโตก็อยู่ข้างๆ


    "อืม ทำอะไรเสร็จแล้วทักหาด้วยนะ" 


    "รู้แล้ว ไปก่อนนะ" เอ่ยเสร็จก็หยิบกุญแจสำรองไขประตูเหล็กบานเล็กออกและเดินเข้าไปทันที 


    บ้านของพวกเขาเป็๞บ้านสองชั้นขนาดกลาง สไตล์โมเดิร์น​ที่ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง ด้วยการออกแบบเน้นใช้เส้นสายแนวตั้งและแนวนอนเป็๞หลัก พร้อมปกคลุมไปด้วยสีขาวปนน้ำตาลอ่อนเข้มประปราย 


    ชีวิตประจำวันของนับฟ้าและขุนเขาก็มีเพียงเท่านี้ อย่างมากก็ไปเรียนพร้อมกัน กลับบ้านพร้อมกันและบอกลาหน้าประตู 


    การเปลี่ยนสถานะไม่ได้ช่วยให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนตามไปด้วย ซึ่งความสัมพันธ์​ยังคงนิ่งสงบจนเกินควร ตลอดสองปีที่คบกันพวกเขายังคงละเลยสิ่งสำคัญ 


    เพราะการเป็๞เพื่อนสนิทมันทำให้บางคนไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติของบทบาทที่ตนเองเป็๞คนเลือก