คเชนทร์นั่งอยู่ริมสนามมาได้สักพักแล้วชั่วโมงนี้ตามปกติแล้วมีเรียน แต่วันนี้อาจารย์งดสอนแต่ฝากงานไว้ให้ทำส่งในคาบหน้าตอนนี้เขาเลยว่าง เพื่อนๆ ในห้องก็กระจัดกระจายกันไปพวกที่ขยันก็อยู่ในห้อง นั่งทำงานที่อาจารย์สั่งไว้(แน่นอนหนึ่งในนั้นคือนพคุณ) ส่วนอีกกลุ่มก็ออกไปวิ่งเล่นข้างนอก(แน่นอนหนึ่งในนั้นก็คือเขา)
“งานให้ส่งคาบหน้าจะทำคาบนี้ทำไม”คเชนทร์ตอบเพื่อนที่ถามเขาว่า จะไม่อยู่ทำงานให้เสร็จก่อนหรือนพคุณได้ยินเสียงสนทนาพอดี เขาไม่ผิดหวังเพราะคาดเดาไว้แล้วว่าคเชนทร์ต้องเป็หนึ่งในกลุ่มที่ออกไปเที่ยวเล่นแน่ๆตอนนี้อายุ 17 ถือว่าโตแล้ว น่าจะมีความรับผิดชอบหรือเป็ตัวอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้อง แต่นี่เพื่อนๆ ของเขาบางส่วนยังคิดแต่จะเล่นสนุกกันไปวันๆเท่านั้น
“พวกนี้โตๆกันแล้ว ยังจะมัวแต่ไปเที่ยวเล่นกันอยู่ได้ไร้สาระจริงๆ” แพรวพณิตนั่นเองหล่อนก็เป็หนึ่งในกลุ่มเด็กขยัน และเพราะขยันจึงเรียนดีสมองดีก็ส่วนหนึ่งแต่ความขยันก็มีส่วนช่วยอย่างมาก แพรวพณิตให้ความสำคัญกับทั้งสองอย่าง และเพราะหล่อนขยัน ที่ 3ของห้องจึงเป็ของหล่อน นพคุณได้ที่ 1เขากับหล่อนจึงจัดว่าเป็คนชนชั้นเดียวกัน คนอย่างนพคุณเท่านั้นที่จะเหมาะสมกับหล่อนและสาวๆ ในห้องรู้ดีว่าแพรวพณิตหมายตานพคุณเอาไว้ในห้องจึงไม่มีใครเข้าร่วม่ชิงกับหล่อน แต่นอกห้องนี่สิควบคุมยากถ้าควบคุมคนนอกไม่ได้ก็ต้องควบคุมคนในหล่อนจะต้องรีบสานสัมพันธ์กับนพคุณอย่างเร่งด่วนแต่หล่อนเดาไม่ถูกว่านพคุณรู้สึกอย่างไรกันแน่ เพราะเขาสุภาพกับทุกคน นพคุณกับแพรวพณิตได้ทำงานกลุ่มด้วยกันเสมอ ตอนแรกคิดว่าจะวุ่นวายเพราะในห้องมีเด็กนักเรียนผู้หญิงอยู่ด้วยต่างจากโรงเรียนชายล้วนที่เขาย้ายมาแต่ผิดคาดในห้องเรียนของเขากลับสงบต่างจากที่คิดและเพื่อนคนแรกของเขาในโรงเรียนกลับเป็ผู้หญิงซึ่งก็คือแพรวพณิตนั่นเองหล่อนเป็คนฉลาดพูดไม่กี่คำก็เข้าใจ และเขาชอบตรงที่ไม่ต้องพูดมากนพคุณรู้สึกได้ว่าแพรวพณิตคิดอะไรกับเขามากกว่าเพื่อน แต่การจะตัดสัมพันธ์เพียงเพราะมีคนมาชอบก็ไม่ถูก แพรวพณิตไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะฉะนั้นถ้าเขาเฉยเสียไม่แสดงท่าทีอะไร คนฉลาดแบบหล่อนก็คงจะเข้าใจไปเองเขาหันไปสังเกตรอบๆ ห้องตอนนี้เหลือคนอยู่ในห้องนั่งทำงานตามคำสั่งอาจารย์อยู่ไม่ถึง10 คน ส่วนพวกไร้สาระของแพรวพณิตอีกเกือบ 30 คน ออกไปเที่ยวเล่นนอกห้องแล้วพวกนั้นกระจัดกระจายกันออกไปทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ บ้างก็ไปโรงอาหารบ้างก็ไปโรงยิม ส่วนคเชนทร์นั้นเขาไปเตะบอลกับเพื่อนๆ แต่เพราะอากาศร้อนเกินไปเขาจึงแยกตัวออกมานั่งดูเพื่อนๆที่ริมสนามแทน
“ไม่ไหวโว้ย! แกดูแดดสิ มันจะเผาตายเอาได้นะทุกวันนี้ก็เข้มพอแล้ว ถ้าโดดแดดขนาดนี้มันจะเข้มจนเกินงาม...หมดหล่อกันพอดี”คเชนทร์บอกเพื่อนๆ ขณะถอนตัวออกจากสนาม...ระหว่างที่นั่งดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยคเชนทร์เห็นพริมาวิ่งอยู่ริมสนามตอนแรกกะจะเข้าไปทัก เพราะมีของที่คณิสราฝากมาพอดี ตอนออกจากห้องเขาก็เอาออกมาด้วยเพราะกะว่าจะแวะไปหาที่ตึก ม.3 แต่จังหวะช่างเหมาะที่ห้องพริมากำลังเรียนวิชาพละและกำลังวิ่งรอบสนามที่เขานั่งเล่นกันอยู่พอดี มองจากตรงนี้เขาเห็นพริมาวิ่งเหยาะๆอยู่คนเดียว เพื่อนสาวคนสนิทของหล่อนหายไปไหนนะ?
“อ้อ...นั่น”คเชนทร์พึมพำขณะมองเห็นคนที่เขากำลังมองหา วันแรกที่เขาเจอหล่อนก็คล้ายๆกับวันนี้...ยามาใส่ชุดพละ และด้วยทรงผมของหล่อนนั่นเองที่ทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าหล่อนเป็เด็กผู้ชาย...ซึ่งตอนนี้กับตอนนั้นก็ยังไม่แตกต่างอะไรนักผมของยามาก็ยังเป็ทรงเดิม แต่ความจริงถ้าตั้งใจมองให้ดีหล่อนก็ไม่ได้ดูเหมือนผู้ชายขนาดนั้นแค่เพียงเพราะหล่อนตัวสูง...เผลอๆ อาจจะสูงที่สุดในบรรดาพวกเด็กผู้หญิงในห้อง...ผิวสีน้ำผึ้งกับผมรองทรง จะโทษเขาก็ไม่ได้ที่จะมองเผินๆแล้วคิดเอาว่าหล่อนเป็เด็กผู้ชาย คเชนทร์ขำตัวเอง ปกติเขาไม่เคยพลาดเื่ผู้หญิงเขาชำนาญ เพราะพี่ๆ ของเขาก็เป็ผู้หญิงและมีถึงสามคนเขาจึงค่อนข้างรู้จักนิสัยใจคอหรือมารยาหญิง เป็อย่างดี แต่นั่นมันเป็ลักษณะนิสัยนี่!มันไม่ใช่ภาพลักษณ์ภายนอกสักหน่อยจึงไม่ผิดถ้าเขาจะคิดว่ายามาเป็ผู้ชายเพียงเพราะแค่เห็นแวบแรก
“โอ้ว!”คเชนทร์อุทานเพราะตอนนี้คนที่เขานั่งสังเกตกำลังน็อครอบ พริมา ยามาวิ่งครบรอบแล้วพริมายังวิ่ง(คลาน) ไปไม่ถึงไหน เขาเห็นยามาพูดอะไรสักอย่างตอนที่วิ่งผ่านพริมาแล้วหัวเราะชอบใจพวกเพื่อนๆ ก็ขำไปด้วย มีแต่พริมาที่หน้างอเพราะโดนเพื่อนล้อเลียน
“ยัยปลาทูวิ่งเร็วแฮะ”เด็กหนุ่มนั่งมองเพลินไปเรื่อยจนนับได้ว่า ยามาวิ่งน็อครอบพริมาไปสามรอบแล้ว พริมาเคยเล่าว่าเพื่อนของหล่อนคนนี้ เรียนเก่งถ้าดูจากภายนอกแบบนี้ ก็คงไม่อยากจะเชื่อนักเพราะยามาไม่มีมาดแบบเด็กเรียนเลยสักนิดถ้าบอกว่าเป็หัวโจกพาเพื่อนหนีเรียนหรือยกพวกตีกับเด็กโรงเรียนอื่นนั่นแหละเขาจะเชื่อมากกว่า คเชนทร์แอบนินทายามาในใจเพลินจนเพิ่งสังเกตเห็นว่าเด็กๆห้องพริมาเลิกเรียนกันแล้ว และตอนนี้ได้เวลาพักเที่ยงพอดี
“ไงสาวน้อยไปกินข้าวกันไหม?”คเชนทร์เดินไปดักหน้าพริมาที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในอาคารเรียน
“อ้าว! พี่ตุลย์” พริมายิ้มสดใสทักทาย...หล่อนไม่คิดว่าจะมาเจอคเชนทร์หน้าตึกเรียนพวกเพื่อนๆ เหมือนจะแยกย้ายกันไป แต่ความจริงแล้ว พวกนั้นเหลือบดูอยู่ห่างๆ
“ลูกแก้วก็กำลังจะไปกินข้าวค่ะแต่ไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์ลงมาด้วยเลยจะขึ้นไปเอาก่อน” พริมาอธิบายยืดยาว เป็จังหวะเดียวกับที่ยามาวิ่งกลับลงมาเจอกับพวกเขาพอดีในมือหล่อนถือกระเป๋าไว้สองใบ
“ไม่ต้องขึ้นไปแล้วม้างงงเพื่อนสาวเกียร์หมาของลูกแก้วเอาลงมาให้แล้ว นั่นไง”คเชนทร์พยักพเยิดไปทางยามาที่ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเขา
“เอ้า! ปลาทูเอามาให้แล้ว ถ้ารอลูกแก้วคงอีกนานไปกันเถอะเดี๋ยวคนเยอะ”ยามายื่นกระเป๋าสตางค์ของพริมาที่หล่อนวิ่งขึ้นไปหยิบมาส่งให้
“พี่ตุลย์ชวนไปกินข้าว”พริมาตอบสั้นๆ ถ้าเพื่อนหล่อนไม่ไปด้วยหล่อนก็ไม่บังคับ
“ชวนกินข้าว...ก็ต้องเลี้ยงช่ายมะ?” ยามาเลิกคิ้วถาม
“แน่นอนพี่เลี้ยงเอ๊ง น้องปลาทูไหม้เอ้ย! น้องปลาทูจะไปด้วยกันไม๊จ๊ะ?” คเชนทร์ยักไหล่เห็นท่าทางของผู้ชายตรงหน้ายามาคิดว่าท่ายักไหล่ของเขานั้น ก็ไม่ได้กวนประสาทน้อยไปกว่าท่ายักคิ้วของเขาเลย
“ก็ดีนะตอนนี้มีคนจับตามองอยู่...ฉันจะไปเป็ก้างเสียหน่อย ไม่อยากให้ลูกแก้วตกเป็เป้าสายตา”หล่อนส่งสายตาให้รู้ว่าพวกเพื่อนๆ กำลังทำเหมือนไม่ฟังหรือสนใจอยู่รอบๆและหนึ่งในนั้น มีชัยยศอยู่ด้วย (มันมาตอนไหนกันนะ?)
“โอ้ว! เพื่อนลูกแก้วนี่มีน้ำใจ ยอมไปเป็ก้างด้วยเอางี้...เปลี่ยนจากก้างมาเป็ตัวหลอกไม๊จ๊ะ?” ไม่พูดเปล่าคเชนทร์เดินไปโอบไหล่เพื่อนพริมาท่ามกลางสายตาของพวกเพื่อนๆ(ที่ไม่ได้สนใจอะไรหรอกนะ) แต่ยืนและเดินอยู่รอบๆยามาใคิดไม่ถึงว่าคเชนทร์จะทำอย่างนี้หล่อนตัวแข็งทื่อ...แต่แค่เพียงแป๊บเดียวก็ตั้งสติได้
“อย่ามารุ่มร่ามนะฉันไม่ใช่แฟนคลับหรือพวกที่คลั่งนาย” คเชนทร์หัวเราะชอบใจ เขายอมปล่อยมือที่โอบไหล่หล่อนออกแต่โดยดีไม่รู้เป็อะไร เวลาได้เถียงกับยัยนี่ทีไรมันรู้สึกสนุกดีเหมือนเขากำลังปะทะคารมกับพวกพี่สาวก็ไม่ปาน บางทีเขาก็คิดว่าถ้าเขามีน้องสาวอีกคนหล่อนจะมีนิสัยเหมือนพวกพี่สาวเขาไหม? แต่ไม่มีทาง! ถ้าเขามีน้องสาวขึ้นมาจริงๆเขาจะเป็คนเลี้ยงและสอนน้องเองไม่มีทางยอมให้น้องของเขาได้เรียนรู้อะไรจากพวกนั้นเป็อันขาด ถ้ามีน้องสาว น้องของเขาต้องเหมือนพริมา น่ารักเรียบร้อยและว่าง่าย
“อายเหรอจ๊ะ?จะอายอะไรคนเยอะแยะ” เขาพยักพเยิดให้หล่อนดูว่ามีคนมองอยู่...หลายคนทีเดียววันนี้น่าจะมีข่าวลือแปลกๆ อีกแน่ๆ น่าสนุกจัง อยากรู้แล้วสิว่าจะลือกันว่าอย่างไร
“ไม่ต้องอายหรอกน่า...เอาเสื้อพี่ไปใส่ก็เหมือนมีพี่โอบอยู่รอบกาย”ยามาตาโต หล่อนไม่เคยคิดไปถึงขนาดนั้น แต่หมอนี่ช่างคิดและช่างหาคำพูดมากวนประสาทหล่อนได้มากทีเดียว
“ไปค่ะไปกันเถอะนะๆ “พริมารีบเข้ามาห้ามทัพก่อนที่สองคนนี้จะเลยเถิดไปถึงขั้นทะเลาะกันท่ามกลางดงเผือก
“ไปสิ ไปๆ เถอะนะ” คเชนทร์เลียนแบบคำพูดพริมาพร้อมเดินนำไปก่อน สองสาวเดินตามไปท่ามกลางสายตาชาวสวน (เผือก)
“แหม...พอมีผู้ชายมารับก็ทิ้งเพื่อนเลยนะกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ทุกวันแท้ๆ” ศศิธรตัดพ้อ
“เป็ฉันก็ไปนะไปแบบไม่คิดเลย” ชัยยศตอบแทนสองสาวที่เดินตามคเชนทร์ไปทางโรงอาหาร เขาพอจะดูออกว่าศศิธรเล็งจะจีบสาวคนใหม่และสาวคนใหม่ก็คือพริมาจากคลังข่าวของเขามีข้อมูลว่าศศิธรกับแฟนเก่านั้น เลิกกันไปแล้วเพราะสาวน้อย...แฟนเก่าของศศิธรพบรักใหม่เป็เด็กช่าง จากวิทยาลัยเทคนิคที่อยู่ติดกัน
พวกพริมาสั่งข้าวแล้ว และหาที่นั่งกันเรียบร้อย เด็กอื่นๆ เริ่มทยอยกันมาที่โรงอาหารเพราะได้เวลาพักเที่ยงพอดียามาสั่งข้าวมาสองจานกับก๋วยเตี๋ยวอีกหนึ่งชาม ซึ่งเป็อาหารในส่วนของหล่อนคเชนทร์แน่ใจว่ายามาไม่น่าจะกินอาหารเที่ยงแบบนี้ทุกวันแน่ๆดูเหมือนเขาจะโดนหล่อนเล่นงานเข้าให้แล้ว
“ปลาทู...หิวเหรอ?” พริมาเสียอีกที่เป็คนเอ่ยปากถามแทนเขาคเชนทร์นั่งดูอยู่แต่ไม่ได้ว่าอะไร ถ้ายามาจะกินได้มากขนาดนั้น และเขาก็ออกปากเองว่าจะจ่าย...เขาก็จ่ายได้ไม่มีปัญหา
“หิวๆ...ปกติจ่ายเองเลยต้องกินแบบอดๆ อยากๆ วันนี้ได้กินฟรี ก็ต้องกินให้เต็มที่ นี่เป็มื้อที่ปลาทูกินอิ่มที่สุดั้แ่เรียนโรงเรียนนี้เลยนะ”ยามาทำหน้าได้น่าสงสารมาก...มากเกินไปจนน่าสงสัย
“พี่ตุลย์ขา...ปลาทูกินขนมกับไอติมด้วยได้ไหมคะ?” ยามาทำเสียงออดอ้อนได้น่ากลัวทีเดียว
“เดี๋ยวลูกแก้วจ่ายเองปลาทูจะกินอะไร” พริมาเกรงใจเด็กหนุ่ม หล่อนรู้ว่ายามาแกล้งเขาถึงแม้ว่าหล่อนจะกินได้มากแบบที่สั่งมาจริงๆก็เถอะ
“ไม่เป็ไรลูกแก้วพี่บอกจะเลี้ยงก็เลี้ยงสิ กินเลยขออย่างเดียว สั่งอะไรมาก็กินให้หมดเท่านั้นแหละ”คเชนทร์ตอบยิ้มๆ เขาก็อยากจะดูเหมือนกันว่ายามาจะกินได้มากถึงขนาดไหน
“ขอบคุณค่ะ” ยามายกมือไหว้ท่วมหัว และหันไปกินของตรงหน้าต่อ พริมาเห็นท่าทางของเพื่อนก็หันไปยิ้มแหยๆให้คเชนทร์
“วันนี้พี่ตุลย์ไม่มีเรียนเหรอคะลูกแก้วเห็นพี่ตุลย์นั่งอยู่ริมสนาม”
“อ้าว...เห็นด้วยเหรอ?”
“ตอนแรกก็ไม่เห็นหรอกแต่พวกเพื่อนๆ ผู้หญิงในห้องเห็น” ยามา ตอบคำถามแทนพริมา...หล่อนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหารด้วยซ้ำ
“อ๋อ...ปกติของคนหล่อน่ะน้องพี่ชินแล้ว” คเชนทร์เท้าคางยิ้มโปรยเสน่ห์ ให้ยามา สาวน้อยตรงหน้าเขาเงยหน้าขึ้นจากจานข้าว ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเบะปาก คเชนทร์ไม่โกรธแต่เขาขำกับหน้าตาท่าทางของหล่อนมากกว่า
“เฮ้อ...เป็คนหล่อนี่ลำบากนะจะทำอะไรก็อยู่ในสายตาไปซะหมด” คเชนทร์ทำท่าทางอ่อนอกอ่อนใจเสียเต็มประดา
“ตอนนี้ก็เป็นะอยู่ในสายตาหลายคู่เสียด้วย” ยามาไม่ได้มองขึ้นมาจากจานข้าวแต่หล่อนเห็นแล้ว มีสายตาสงสัยจากหลายคนที่เห็นคเชนทร์นั่งกินข้าวกับพวกหล่อนคงจะเป็เพราะที่นั่งของพวกหล่อนด้วยที่นั่งอยู่กลางโรงอาหารพอดีใครผ่านไปผ่านมาก็เห็นกันหมด
“พี่เลือกที่นั่งทำเลดีใช่ไหมล่ะจะได้มองเห็นคนอื่นชัดๆ “
“คนอื่นก็มองเห็นชัดๆด้วยใช่ไหม?”
พริมาไม่รู้สองคนนี้คุยอะไรกันหล่อนเพิ่งหันไปสังเกตรอบๆ ตัวก็ตอนที่ พวกนี้คุยกันนี่แหละห่างไปสองสามโต๊ะหล่อนเห็นพวกมาริสา ชัยยศ และศศิธรนั่งกินข้าวอยู่และดูเหมือนพวกนั้นก็กำลังมองมาทางหล่อนด้วยเหมือนกัน
“นั่งตรงนี้ไหมคุณ?” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งเรียกชื่อที่คุ้นเคยพริมาชะงัก...หันไปมองตามเสียงโดยอัตโนมัติ และหล่อนก็เห็นเขาจริงๆ นพคุณกำลังเดินมาพร้อมกันผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งดูจากดาวที่ปกเสื้อของหล่อนแล้วสีเดียวกันปีเดียวกันกับเขาหล่อนน่าจะเป็เพื่อนห้องเดียวกับเขานั่นแหละ และเหมือนตอนนี้นพคุณจะเห็นแล้วว่าพริมามองอยู่ เขาก็ยืนนิ่งมองมาเช่นกันพริมาเดาเอาจากท่าทางที่เขายืนมองมานั้นคงจะกำลังส่งสัญญาณไม่ให้หล่อนลืมตัวทักทายเขา และให้ทำตามที่เขาเคยสั่งเอาไว้ว่าไม่ให้ทักเขาที่โรงเรียนและให้ทำเหมือนไม่รู้จักกันพริมาจึงพยายามอย่างที่สุดที่จะทำตามคำสั่งของเขา...ไม่งั้นกลับบ้านไปมีหวังคุณชายใหญ่วีนใส่หล่อนอีกแน่นอน
หลังจากทำงานที่อาจารย์สั่งไว้เสร็จก็เกือบเที่ยงพอดี แพรวพณิต จึงชวนนพคุณลงไปกินข้าวเพราะตามปกติเขาก็กินข้าวกับแพรวพณิตอยู่บ่อยๆ แต่วันนี้เพื่อนๆ ในกลุ่มบางคนก็ออกมาก่อนแล้ว จึงเหลือเขากับแพรวพณิตเดินมาด้วยกันแค่สองคนและเมื่อหาที่นั่งนั่นแหละเขาจึงสังเกตเห็นเพื่อนร่วมห้องเขานั่งกินข้าวกับเพื่อนร่วมบ้าน...พริมา กับคเชนทร์กินข้าวอยู่ด้วยกันพวกนั้นเปิดตัวกลางโรงอาหารกันเลยสินะ คเชนทร์ก็ดังอยู่พอสมควรในหมู่สาวๆการที่เขามานั่งกินข้าวกับสาวกลางโรงอาหารแบบนี้ก็คิดได้ว่าเขาตั้งใจจะคบจริงแบบเปิดเผยไม่อย่างนั้นคงจะไม่มานั่งในที่สะดุดตาแบบนี้ ถึงว่า...พอได้ยินว่าอาจารย์ไม่อยู่หมอนี่ถึงกระดี๊กระด๊านัก ที่แท้นัดสาวไว้นั่นเองเด็กนั่นก็เหมือนกัน...พอเห็นเขาแล้วหน้าซีดเผือดเลยคงกลัวเขาจะเอาเื่ของหล่อนไปฟ้องแม่น่ะสิ!
พริมาพยามยามอย่างที่สุดที่จะไม่หันไปมองหรือสนใจนพคุณหล่อนเกือบหลุดเผลอทักทายเขาไปแล้วเชียวในขณะที่พริมานั่งพยายามอยู่นั้น ยามากับคเชนทร์ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าสองคนนี่ทำไมถึงทำท่าทางแปลกๆอีกคนก็นั่งหน้าคว่ำ (อืม...แต่ปกติก็คว่ำอยู่แล้ว) อีกคนก็ดูลุกลี้ลุกลน
“ไง! หัวกะทิทั้งสองทำการบ้านเสร็จแล้วเหรอ” คเชนทร์ชะโงกหน้าข้ามไปถามเพราะเขานั่งข้างพริมาและแพรวพณิตนั่งถัดไป ส่วนนพคุณอยู่ฝั่งตรงข้าม
“แน่นอน...ใครจะไปมัว...ไปเที่ยวเล่นแบบเธอล่ะ”แพรวพณิต ตอบคำถามและกวาดตามองไปด้วย หล่อนเพิ่งสังเกตว่าเพื่อนร่วมห้องของหล่อนนั้นไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวแต่เขากินข้าวอยู่กับสาวถึงสองคน (แม้อีกคนจะไม่ค่อยเหมือนสาวสักเท่าไหร่) ยามาไม่ค่อยชอบใจนักหล่อนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพริมากับคเชนทร์ จึงเห็นหน้าแพรวพณิตชัดเจนหล่อนรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเหน็บคเชนทร์ แต่ก็ไม่ควรจะเหมารวมมาเหน็บพวกหล่อนด้วยผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รู้อะไร จะมาเที่ยวว่าคนอื่นตามความคิดตัวเองไม่ได้
“เรียนๆเล่นๆ ก็ไม่เห็นเป็ไร สมัยนี้เรียนอย่างเดียวก็ไม่เห็นจะเอาตัวรอด” ยามาพูดลอยๆหล่อนไม่ได้มองไปทางแพรวพณิตด้วยซ้ำนพคุณที่นั่งอยู่ฝั่งเดียวกับยามาชะงัก...เอาแล้ว! บรรยากาศแบบนี้เขาคุ้นเคยดี แพรวพณิตถูกหมายหัวเข้าเสียแล้วเพราะเมื่อกี้เขาไม่ทันสังเกตคนรอบข้าง เขามัวแต่มองพริมา ว่าหล่อนจะทักเขาหรือไม่มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ยามา เริ่มเปิดา
“ไม่รอดหรอกน้องมีแต่พวกสิ้นคิดนั่นแหละที่คิดแบบนี้” แพรวพณิตหันมาตอกกลับ หล่อนเห็นดาวที่อกเสื้อแล้วพวกนี้เป็รุ่นน้อง...จะมาปล่อยให้ต่อปากต่อคำหรือมาปีนเกลียวหล่อนคงไม่ได้
“ก็เห็นพวกสิ้นคิดได้ดีกันเยอะแยะนะอีกอย่างคนเราน่ะก็ต้องมีสังคมบ้างจะมาเรียนอย่างเดียวแล้วเที่ยวดูถูกคนอื่นที่ไม่เป็เหมือนตัวเองน่ะเขาเรียกว่าพวกโลกแคบ...จากสถิติก็อาจจะได้ดี แต่ไม่เห็นมีดีสักคนพวกเก่งแต่งานแต่สังคมรังเกียจน่ะพี่ เคยเห็นป่ะ?”ยามาเลิกคิ้วถาม...คเชนทร์เห็นท่าทางของหล่อนแล้วทำให้เขานึกถึงพวกพี่สาวของเขาขึ้นมาจับจิตแต่งานนี้เขาจะไม่ยุ่ง นั่งดูอย่างเดียวสนุกเป็บ้า!
“แพรว...กินข้าวเถอะ”นพคุณเองที่ออกตัวห้ามทัพ แพรวพณิตตั้งท่าจะพูดต่อแต่เห็นนพคุณที่ทำหน้ายุ่งนั่งอยู่ตรงข้ามหล่อนแล้วก็เลยหยุดเสีย ปกติหล่อนไม่เคยเห็นเขาทำหน้าแบบนี้หรือว่าหล่อนจะทำอะไรผิดไป...แต่ตอนที่พูดเขาก็ไม่ได้มองหน้าหล่อนด้วยซ้ำแพรวพณิตมองตามสายตาของเด็กหนุ่ม ก็เห็นว่าเขามองสาวน้อยน่าตาน่ารักที่นั่งอยู่ติดกับหล่อนหล่อนเห็นหน้าเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่เต็มหน้า เพราะหล่อนนั่งหันข้างให้แต่เห็นแค่เสี้ยวหน้าก็รู้แล้วว่าสาวน้อยที่มากินข้าวกับคเชนทร์นั้นหน้าตาน่ารักทีเดียว แต่ก็น่าแปลกใจเพราะนพคุณทำหน้าเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง หรืออาจจะเป็คเชนทร์ก็ได้เขาอาจจะไม่ได้ไม่พอใจเด็กคนนี้ แต่อาจจะเป็คเชนทร์ บางทีหล่อนอาจจะมองผิด
“อร่อยไหมลูกแก้ว? เมื่อกี้ยังเห็นกินเอากินเอาทำไมตอนนี้นั่งเขี่ยข้าวเล่นซะแล้วล่ะ” คเชนทร์ถามยิ้มๆเพราะเขานั่งตรงนี้จึงเห็นสายตาของนพคุณ
“เอ่อ...”พริมาเงยหน้าจากจานข้าวเอียงคอมองคนถาม แต่หล่อนก็ไม่รู้จะตอบเขาว่าอย่างไร
“โอ๊ย!อย่ามาทำหน้าน่ารักใส่พี่นะ หัวใจจะวาย” คเชนทร์แกล้งพูดเสียงดัง
“ลูกแก้วก็น่ารักเสมอแหละพวกผู้ชายน่ะชอบลูกแก้วตั้งหลายคน ยิ่งพวกในห้องนะยิ่งคลั่งกันใหญ่ทั้งน่ารักทั้งนิสัยดีใครจะไม่ชอบล่ะ”
“ปลาทู”พริมาส่ายหัวเป็เชิงบอกให้ยามาหยุด แต่ดูเพี่อนของหล่อนจะกำลังสนุก
“ถ้าพี่ตุลย์ชอบลูกแก้วก็ต้องขยันทำคะแนนหน่อยนะปลาทูขอเตือน” ยามายังสนุกไม่เลิก วันนี้หล่อนยอมลงทุนเรียกคเชนทร์ว่า“พี่” ทั้งที่ปกติไม่เคยเรียกเขาด้วยสรรพนามนี้ด้วยซ้ำ
“แน่นอนสิ งั้นเรามากินข้าวด้วยกันทุกวันเลยดีไหมพวกผู้ชายคนอื่นๆ จะได้เห็น...ประกาศตัวกันไปเลย”
“ดีค่ะดีๆๆๆ”ยามาตบมือเห็นด้วย เล่นเอาพริมาสำลักข้าว
“แค่ก...”พริมาไอจนน้ำตาเล็ด เล่นเอาแพรวพณิตที่นั่งอยู่ข้างๆ เขยิบตัวหนีด้วยความรังเกียจ นพคุณเห็นแล้วว่าหล่อนสำลักข้าวจริงๆ จึงหยิบขวดน้ำของเขาส่งให้ขณะที่คนต้นเื่ (ยามากับคเชนทร์) ยังนั่งงงทำอะไรไม่ถูก
“ขอบคุณค่ะ”หล่อนหันไปบอกนพคุณขณะที่รับขวดน้ำมาดื่ม
“ลูกแก้วเป็ไงมั่ง?” คเชนทร์เลิกเล่นแล้วตอนนี้เขาเป็ห่วงสาวน้อยจริงๆ ขณะที่ถามเขาก็เอามือลูบหัวลูบหลังหล่อนไปด้วย ยามาเองก็ลุกขึ้นยืนดูจากฝั่งตรงข้าม
“ไม่เป็ไรไม่เป็ไร” พริมาโบกมือบอกให้รู้ว่าหล่อนดีขึ้นแล้ว
“เฮ้อ...”ยามาถอนหายใจโล่งอก...นึกว่าจะฆ่าเพื่อนเสียแล้ว
“พี่ตุลย์ขา...เราไปกินไอศครีมตรงโน้นกันดีกว่าค่ะลูกแก้วชอบ” ยามาทำเสียงออดอ้อนเล่นเอาคนฟังหมั่นไส้ทีเดียว แพรวพณิตเบะปากเบาๆ ส่วนนพคุณได้ยินแล้ว...ขนลุก! พวกพริมาเดินไปแล้ว นพคุณมองตามั้แ่นั่งกินข้าวมาเขาคงไม่เห็นหน้าตัวเองว่ามันหงิกขนาดไหน เขาไม่ชอบใจเลย...แต่เขาไม่ชอบใจอะไรเขาเองยังไม่รู้ไม่ชอบใจที่เห็นพวกคเชนทร์หรือไม่ชอบใจที่พริมาไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา...หล่อนไม่ทักทายเขาไม่พอแต่ไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ
นพคุณกลับเข้าบ้านมาก็เกือบสองทุ่มแล้วเขาติดงานที่ โรงเรียนและต้องซ้อมฟุตบอลด้วยที่โรงเรียนเก่าเขาก็เป็นักกีฬาฟุตบอล...พอที่โรงเรียนใหม่มีคนมาชวนเขาเลยไม่ลังเลสักนิดที่จะตอบตกลงหลายคนไม่คิดว่าเด็กเรียนอย่างเขาจะเล่นกีฬาได้ด้วยซ้ำแต่พอคนที่ไม่เชื่อในตอนแรกได้เห็นลีลาแล้วก็เบาใจบางคนถึงขนาดออกปากชมว่าพวกเขาได้เพชรน้ำงามมาไว้ในทีมเลยทีเดียว
“ไอ๊ย๊ะ! เพชรน้ำงามเลยเหรอวะ” คเชนทร์ทำท่าเ็ป เพราะเขาเคยเป็ดาวเด่นแต่ทุกคนดูออกว่าหมอนี่ทำท่าทำทางไปอย่างนั้นเองไม่ได้เสียใจหรือเ็ปจริงอย่างที่โอดครวญเลยสักนิด นพคุณกลอกตา เขาสงสัยว่าหมอนี่ไปได้เชื้อการแสดงมาจากไหนและต้องเป็ละครเวทีด้วย เพราะมัน “เล่นใหญ่” กว่าปกติ
“โดนโค่นบัลลังก์แล้วไอ้ตุลย์”เพื่อนนักฟุตบอลคนหนึ่งแซว
“สาวๆ ก็โดนแบ่งไปด้วยน่าเจ็บใจที่สุด” คเชนทร์ยังไม่หยุด (เล่นใหญ่) พวกเขาก็ซ้อมฟุตบอลกันอีกเป็ชั่วโมงนพคุณแวะกินข้าวหน้าปากซอย กว่าจะเสร็จกลับเข้าบ้านก็เกือบสองทุ่มเขาไขประตูเข้าบ้านพลันสายตาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆอยู่ในซุ้มดอกเล็บมือนางหน้าบ้าน...หล่อนไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่ามีคนไขประตูบ้านเข้ามา คงเพราะพริมากำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครสักคนนพคุณเหลือบมองรถ...ครบ แสดงว่าพริมาไม่ได้โทรศัพท์คุยกับแม่แล้วหล่อนคุยกับใคร?อาจจะเป็ยามานพคุณยักไหล่ความจริงพริมา จะคุยกับใครก็ไม่ใช่เื่อะไรของเขาขณะที่กำลังจะสาวเท้าเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงพริมาเรียกชื่อคนปลายสาย
“ค่ะพี่ตุลย์...ได้สิแล้วจะให้ลูกแก้วไปเมื่อไหร่ อาทิตย์หน้าเหรอคะ? จะทันไหม? ลูกแก้วไม่แน่ใจแต่จะลองดูนะคะอืมถ้าไม่ทันก็ไปดูลาดเลาก่อน ฮ่าๆ ได้ค่ะ” พริมายังคุยอะไรอีกยืดยาวแต่นพคุณไม่ได้อยู่ยืนฟัง เขาหงุดหงิดหัวใจบอกไม่ถูก
“เมื่อตอนเที่ยงก็เจอกันแล้วดึกแล้วยังจะโทรคุยกันอยู่อีก” นพคุณ หันไปมองทางซุ้มก่อนที่เขาจะเข้าบ้านเห็นเงาตะคุ่มนั่นก็ไม่มีท่าทีว่าจะเดินกลับเข้าบ้านมาเด็กหนุ่มส่ายหน้าแล้วมองไปข้างบน ภารดีคนงามจะรู้ไหมว่าลูกสาวหล่อนแอบไปนั่งเล่นคุยโทรศัพท์กับผู้ชายอยู่ในซุ้มมืด ๆ หน้าบ้านคนเดียวตอนเขาเข้าบ้านไปนั้นแม่เลี้ยงกับพ่อเขานั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขกคุณนพรักษ์หันมาเห็นลูกชายเดินหน้ายุ่งเข้าบ้านมาก็อดสงสัยไม่ได้
“ซ้อมหนักเหรอตาคุณ?เหนื่อยรึเปล่า...ถ้าเหนื่อยเกินไปลูกเลิกก็ได้นะ” นพคุณรู้ว่าพ่อเป็ห่วง แต่ที่เขาเหนื่อยมันไม่ใช่เื่เรียนหรือกีฬา
“ไม่เหนื่อยหรอกครับพ่อดูแล้วไม่น่าจะกลับมืดแบบนี้ทุกวัน อาจมีบ้างบางวันครับ”นพคุณเดินเข้าครัวไปหยิบขวดน้ำแล้วออกมานั่งคุยกับบิดาหน้าทีวี เขาเห็นภารดีขยับตัวหล่อนคงแปลกใจเพราะปกติแล้วนพคุณไม่ค่อยจะเข้ามาร่วมวงสนทนากับพวกเขาเท่าไหร่นักไม่ใช่แค่แม่เลี้ยงเขาที่แปลกใจแต่ดูเหมือนพ่อเขาก็แปลกใจเช่นกันนพคุณทำเฉยเสีย เขานั่งดูข่าวกับพ่อไปสักพักคุณนพรักษ์ก็หันไปถามภรรยาที่ตอนนี้เข้าเว็บช้อปของนพคุณได้ยินหล่อนบอกสามีอย่างตื่นเต้นว่าวันนี้ลดกระหน่ำ
“ผมก็เห็นมันลดกระหน่ำทุกเดือนแหละไอ้เว็บนี้ของคุณน่ะ...เว็บนี้ใช่ไหม?ที่คุณสั่งไก่แจ้ให้ลูกแก้ว?” ภารดีพยักหน้าหงึกๆ แต่สายตาหล่อนจดจ้องอยู่หน้าจอ...มือก็เลื่อนผ่านไปอย่างไวนพคุณเพิ่งรู้วันนี้เองว่าไอ้ไก่ผีนั่นเป็ไก่ออนไลน์แถมเป็ไก่ที่รวยมาก มันมาพร้อมบ้าน (ประกอบ) แต่มาใช้ที่ดินบ้านเขา
“เดี๋ยวนี้อะไรๆมันก็สะดวกจริงๆ นะ ขนาดไก่ยังส่งตรงถึงบ้านได้ แล้วนี่ลูกสาวคุณอยู่ไหน? ผมไม่เห็นมาสักพักแล้วที่เล้าไก่ก็เงียบเชียว” คุณนพรักษ์ ชะเง้อไปมองทางหลังบ้านเพราะเขาไม่ได้ยินเสียงลูกเลี้ยงมาพักใหญ่แล้วปกติเวลานี้พริมาจะมาคุยเล่นกับไก่ของหล่อนอยู่เป็ประจำ
“ไปคุยโทรศัพท์ค่ะ” ภารดียังขะมักเขม้นกับการหาของที่ถูกใจในเว็บที่หล่อนช้อปประจำอย่างเคร่งเครียดแต่ก็ไม่วายมีน้ำใจตอบคำถามสามี
“อ้าวเหรอ...ไปตอนไหนผมไม่ยักเห็นก็นั่งอยู่นี่ด้วยกันแท้ๆ”
“แม่คะพี่ตุลย์....อ้าว! พี่คุณ...มาถึงเมื่อไหร่คะเนี้ย?” พริมายิ้มสดใส วันนี้หล่อนไม่ได้ปล่อยผมแต่ผูกหางม้าไว้หลวมๆใส่ชุดนอนสีฟ้าลายเป็ดสีเหลือง นพคุณไม่แน่ใจว่าชุดนอนนี้หล่อนใช้ั้แ่เรียนประถมหรือเปล่าเพราะดูจากตัวแล้ว พริมาน่าจะหยุดโตั้แ่ตอนนั้น พริมาแปลกใจว่านพคุณเข้าบ้านมาั้แ่เมื่อไหร่หล่อนออกไปนั่งรอเขาตั้งนานก็ไม่เจอ ...อ้อ สงสัยมาตอนที่กำลังคุยโทรศัพท์...เผลอแป๊บเดียวเองหล่อนสังเกตเห็นแล้วตอนนี้คุณชายใหญ่หน้าคว่ำ โกรธอะไรใครมาอีกหนอ แล้วดูเหมือนเขาจะเมินคำทักทายของหล่อนเสียด้วยหรือว่าโกรธหล่อน? อืม... ก็ไม่น่าจะใช่ เข้าบ้านมาก็ยังไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน เจอเมื่อเที่ยงก็ปกติหล่อนไม่ได้ทักทายเขาตามที่เขาสั่งเป๊ะ ทำดีทุกอย่างแล้วจะมาโกรธหล่อนได้ยังไงไม่น่าจะใช่หรอก พริมานั่งลงข้างนพคุณเอียงคอมองก็เห็นเด็กหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาดูทีวีไม่หันมามองหล่อนสักนิด สาวน้อยทำปากยื่นอย่างลืมตัว ก็แค่โฆษณาเขาจะตั้งใจดูอะไรขนาดนั้นแปลกๆ กลิ่นไม่ดีแล้ว
“พี่คุณกินข้าวรึยังคะ?” พริมาลองถามดูอีกทีให้แน่ใจตอนแรกเขาอาจจะไม่ทันได้ยิน เพราะกำลังคุยกับคุณลุงอยู่ แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ตอบ ยังนั่งจ้องทีวีเหมือนเดิมจนภารดีที่เล่นมือถือตั้งใจ F ของอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมามอง นพคุณััไวเขาเห็นแล้วว่าทุกคนเริ่มสังเกต...ท่าจะไม่ดีเขาจะมาเหวี่ยงวีนใส่พริมาต่อหน้าทุกคนมันคงจะดูไม่ดีนัก ต้องเก็บอาการหน่อย
“กินมาจากปากซอยแล้ว...พ่อครับผมขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ” เขาตอบคำถามหล่อน แต่ไม่มองหน้า และหันไปบอกบิดาก่อนลุกขึ้นและเดินอย่างไวหายขึ้นไปข้างบนภารดีขมวดคิ้วอดไม่ได้หันไปถามลูกสาว
“งอนอะไรกันรึเปล่า?” พริมาส่ายหน้าหล่อนก็จนปัญญาไม่เข้าใจว่าหล่อนจะไปทำให้นพคุณโกรธตอนไหน คิดยังไงก็ไม่มีสักตอน แต่ก็อาจจะปกติเพราะคุณชายใหญ่โมโหได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ปล่อยไว้สักพักเดี๋ยวก็ดีเอง
“อย่านอนดึกนักนะ”ภารดีหันมาบอกลูกสาวขณะหล่อนเดินขึ้นข้างบน หลังจากช้อปของออนไลน์สาแก่ใจแล้วสามีหล่อนขอตัวขึ้นไปนอนได้สักพักแล้ว เหลือแต่สองสาวที่อยู่ข้างล่างพริมาขอแม่นั่งเล่นอีกสักพักภารดี ก็ไม่ได้ว่าอะไร
“ลูกแก้วว่าพี่คุณต้องโกรธอะไรลูกแก้วแน่เลย...แต่วันนี้เราแทบจะไม่ได้คุยกันเลยนะนพคุณรู้ไม๊? วันนี้ลูกแก้วเจอพี่คุณที่โรงอาหารด้วย อืม...น่าจะมากับแฟนลูกแก้วก็ทำตามที่พี่คุณสั่งทุกอย่างเลยนะ ทำเป็ไม่ทักไม่รู้จัก นี่นะ! ลูกแก้วเกือบหลุดทักไปแล้วแหนะ ไม่งั้นพี่คุณต้องโกรธลูกแก้วมากกว่านี้อีก แต่พอมาเจอแบบนี้ลูกแก้วยิ่งงงเข้าไปใหญ่ พี่คุณโกรธอะไรอีกล่ะทีนี้”พริมากอดไก่แจ้ของหล่อนไว้บนตัก มันเอียงคอมองเหมือนตั้งใจฟังเต็มที่
“ไม่ใช่แฟนสักหน่อย” เสียงมาจากในครัวนพคุณลงมาเมื่อไหร่กันนะหล่อนไม่ทันสังเกต แต่ที่รู้ๆพริมานินทาเขากับไก่อย่างลืมตัว เด็กหญิงสะดุ้งหันไปมองก็เห็นเด็กหนุ่มยืนกอดอกมองหล่อนอยู่ที่ประตูแล้ว...หน้าหงิกตาคว่ำเหมือนเมื่อตอนหัวค่ำไม่มีผิด!
“คะ?” เขาพูดอะไรหล่อนไม่ค่อยเข้าใจนัก
“ก็เธอบอกไอ้ไก่ผีนั่นว่าฉันไปนั่งกินข้าวกับแฟน...ไม่ใช่แฟนสักหน่อย” เด็กหญิงถึงบางอ้อนี่นพคุณได้ยินหล่อนคุยกับไก่ั้แ่ตอนแรกเลยสินะ เฮ้อ! ลูกแก้วเอ๋ยลูกแก้ว เดี๋ยวเขาก็หาเื่โกรธหล่อนได้อีกหรอก
“ฉันไม่เหมือนเธอหรอกนะ มืดๆ ค่ำๆ ไปแอบนั่งโทรศัพท์คุยกับแฟน”พูดแล้วเขาก็เดินทำท่าจะขึ้นข้างบน เขาได้ยินพริมาคุยกับไก่แล้ว ว่าที่หล่อนไม่ทักเขาวันนี้เพราะเขาสั่งไว้...จริงสิ! เขาลืมไปได้อย่างไรกันเขาเป็คนสั่ง พริมาไว้เองว่าอยู่ที่โรงเรียนให้ทำเป็ไม่รู้จักกัน...แต่พอหล่อนทำแบบนั้นจริงๆทำไมเขาถึงไม่ชอบใจนักก็ไม่รู้ งั้นเื่วันนี้เขาไม่โกรธหล่อนแล้วก็ได้แต่เื่เมื่อตอนหัวค่ำก็ยังเคืองอยู่อย่างน้อยเขาก็เป็พี่...ถ้าน้องทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็ควรต้องตักเตือน(เพราะดูแล้วแม่ของหล่อนจะไม่สนใจนัก) พริมาตาโตหล่อนหรือไปแอบนั่งคุยโทรศัพท์กับแฟน...ใครกันแฟน?และก่อนที่ เด็กหนุ่มจะเดินขึ้นบันไดไปนั้นพริมารีบลุกตามจนเ้าไก่แจ้กระเด็นหล่นจากตักมันใแต่ก็ขยับปีกได้ทันก่อนที่จะหล่นลงพื้น แต่ก็ไม่วายส่งเสียงประท้วงให้เ้าของได้รู้ว่ามันไม่พอใจพริมาเองก็ใหันไปขอโทษขอโพยไก่แจ้แสนรัก ของหล่อนแล้วรีบวิ่งตามนพคุณเข้าบ้าน
“พี่คุณว่าใครมีแฟนนะคะ?”และเพราะหล่อนรีบวิ่งมาเท้าจึงสะดุดกับขอบประตู...นพคุณรออยู่แล้ว เขารับพริมาไว้ได้ทันก่อนที่หล่อนจะล้มกระแทกพื้นพอดี...ถ้ารับไม่ทันเขาไม่อยากจะคิดภาพหน้าพริมาคงจะจมไปกับพื้นแน่ๆ
“จะวิ่งทำไม!!!” นพคุณเผลอตวาดเสียงดังจนสาวน้อยสะดุ้งโหยงพริมาเข่าอ่อนหล่อนใ...ใที่จะล้มและใเสียงตวาดของเด็กหนุ่มเขาช่วยรับหล่อนไว้ได้ทันพอดีหล่อนจึงไม่ได้าเ็อะไรแต่พอเจอเสียงดุกับหน้าเข้มๆอยู่ๆ น้ำตาก็มา
“ขอโทษค่ะ” นพคุณใเขาไม่เคยตวาดใครเสียงดังแบบนี้มาก่อน พอเห็นหน้าเด็กหญิงแล้ว ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้โชคดีที่เขาคาดเดาไว้แล้วว่า เด็กหญิงอาจจะล้มได้...และก็เป็จริงตามคาด
“เฮ้อ...ช่างเถอะทีหลังก็ระวังนะไม่เห็นต้องรีบวิ่งอะไรแบบนี้” เขาเสียงอ่อนลง พริมากระพริบตาไล่น้ำตา ในชีวิตหล่อนไม่ค่อยถูกใครตำหนินักแม่ก็ไม่เคย ยิ่งคุณตาคุณยายยิ่งตามใจหล่อนที่สุด จะมีก็แต่นพคุณคนเดียว ที่หาเื่ว่าหล่อนได้ตลอดเวลาอยู่กับเขาทีไรหล่อนเสียน้ำตามากี่ครั้งแล้วนะ? พริมากัดปากตัวเอง...เจ็บใจที่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นพคุณเห็นเด็กหญิงเงียบไปเขาก้มหน้าลงมามอง...ร้องไห้อีกแล้วเด็กนี่ร้องไห้บ่อยมากเมื่ออยู่กับเขา ทีกับไอ้ตุลย์นี่ยิ้มร่าเลย นพคุณปล่อยมือทำให้พริมาเซเล็กน้อยสาวน้อยสูดจมูกหล่อนถอยหลังออกมาเล็กน้อยเพื่อจะได้ไม่ต้องเงยหน้ามองเขา ไม่รู้เพราะหล่อนตัวเล็กหรือเขาตัวสูงเกินไปกันแน่
“ลูกแก้วไม่ได้มีแฟนเสียหน่อยทำไมพี่คุณชอบใส่ร้ายลูกแก้วอยู่เรื่อย หลายครั้งแล้วนะคะ”พริมาหน้ายุ่ง...ปลายจมูกยังแดงๆ อยู่ ภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนเด็กน้อยร้องไห้ที่ถูกแม่ขัดใจเวลาอยากได้ของเล่น...น่าเอ็นดูนพคุณส่ายหน้านี่เขาคิดบ้าอะไร พริมายังยืนสูดจมูกอยู่ตอนนี้...หล่อนหยุดร้องไห้แล้วและหล่อนต้องบอกให้เขาเข้าใจ อยู่ๆจะมาว่าหล่อนมีแฟน...แอบไปนั่งคุยโทรศัพท์กับแฟนแบบนี้ไม่ได้นพคุณเลิกคิ้ว...นี่ที่วิ่งหน้าตื่นมา เพราะ เหตุนี้หรือนี่? เด็กหนุ่มอมยิ้มแต่พอรู้ตัวเขาก็รีบกลับมาทำหน้าเข้มเหมือนเดิม
“ลูกแก้วสงสัยั้แ่เมื่อกี้นี้แล้วว่าพี่คุณงอนอะไร?” นพคุณหันควับ “งอน” เขานี่นะงอนในชีวิตเขาไม่เคยงอนใคร คำว่างอนช่างห่างไกลนัก
“พูดอะไรของเธอ?” เด็กหนุ่มทำเสียงเข้มหน้าที่หงิกอยู่แล้วมันยิ่งหงิก เข้าไปใหญ่พริมาคิดว่าคนเราจะหน้าหงิกได้อะไรขนาดนี้
“รู้ไหมคะ? หน้าพี่คุณตอนนี้กองรวมกันอยู่เท่านี้” เด็กหญิงยกมือขึ้นมาแล้วเอานิ้วทุกนิ้วมารวมกัน...ถ้าหล่อนทำสลับข้างกันไปมาก็เหมือนท่าปอบหยิบจากหนังดังสมัยเมื่อหลายสิบปีก่อนแต่นี่หล่อนยกมือขึ้นมาข้างเดียวเปรียบเทียบให้เห็นว่าหน้านพคุณตอนนี้ยุ่งเหยิงขนาดไหนนพคุณคิดตาม ถ้าหน้าคนเรากองรวมกันได้แบบที่พริมาบอกจริงคงจะน่าเกลียดพิลึก นี่หล่อนว่าเขาน่าเกลียด?
“ฮึ!” นพคุณทำเสียงฮึดฮัด
“พี่ตุลย์กับลูกแก้วไม่ได้เป็แฟนกัน...ลูกแก้วขอโทษทีคิดไปเองว่าพี่คุณกับพี่คนสวยๆนั่นเป็แฟนกันแล้วก็เอามาเล่าให้นพคุณฟังทั้งที่ไม่รู้ความจริงเดี๋ยวลูกแก้วจะไปบอกเื่นี้กับนพคุณใหม่ค่ะ นพคุณจะได้ไม่เข้าใจผิด แต่พี่คุณเองก็ผิดเหมือนกันที่สรุปเอาเองว่าลูกแก้วกับพี่ตุลย์เป็แฟนกันและแอบไปคุยโทรศัพท์กันดึกๆดื่นๆ เสาร์นี้ลูกแก้วนัดกับพี่ตุลย์ไว้ค่ะว่าจะไปดูแข่งไก่แถวบ้านพี่ตุลย์ แล้วลูกแก้วก็ขออนุญาตแม่แล้วด้วยเพราะฉะนั้นพี่คุณห้ามมาว่าลูกแก้วอีก แค่นี้แหละค่ะที่อยากบอก”ว่าแล้วสาวน้อยก็เดินกลับไปหลังบ้าน คุยกับไก่แจ้ของหล่อนสองสามคำ(เหมือนจะไปแก้ข่าว) เก็บไก่เข้าเล้าแล้วก็เดินกลับเข้าบ้านทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนนพคุณที่ยืนงงอยู่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกพริมาเดินผ่านเขาขึ้นบันได...หล่อนหยุดยืนอยู่หน้าห้อง เหมือนจะนึกอะไรได้ ก่อนจะหันหน้ามุ่ยๆที่บอกให้รู้ว่าหล่อนเองก็ไม่พอใจเขาเหมือนกัน
“ฝากปิดประตูครัว...ปิดไฟด้วยนะคะลูกแก้วไม่รู้ว่าพี่คุณจะขึ้นบ้านตอนไหน”