ผมต้องตั้งสติใหม่อีกครั้ง อย่าเอาอินทรมาเป็ตัวแทนของพี่กาย ผมกลับไปอ่านบุคลิกของอินทรใหม่ เพื่อทบทวนว่าอินทรเป็คนนิ่ง เด็ดขาด มีความมุ่งมั่นในการตามหาฆาตกรต่อเนื่อง โอเค! ผมพร้อมแล้ว พร้อมที่จะกลับมาเขียนนิยายให้ตรงกับบุคลิกของตัวละคร แต่มันต้องมีแรงกระตุ้นให้นักอ่านกลับมาสนใจให้ได้ เอาไงดีล่ะ อือ....อ้อ!..งั้นเอาแบบนี้เลยแล้วกัน!
นิยาย
เพิ่งเลยเที่ยงคืนมาไม่กี่นาที บริเวณโดยรอบมีเพียงแสงสลัวจากไฟถนนที่ส่องมาไม่ถึง เสียงลมพัดเข้ามากระทบใบหน้าเรียบนิ่งของอินทร ขณะย่อตัวอยู่หน้าพงหญ้าที่เปียกชื้น เขาใช้ไฟฉายส่องกวาดไปตามแนวพื้นดินที่เคยมีศพหญิงสาวถูกทิ้งอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ไม่มีคราบเืหลงเหลือแล้ว เขาหรี่ตาเพ่งไปยังบริเวณพุ่มหญ้าสูงนั้น จุดที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานอาจมองข้าม
กรอบ!
เสียงเศษไม้หัก ดังมาจากด้านหน้าลึกเข้าไปในพุ่มหญ้าทึบ
กึก!
ลมหายใจอินทรสะดุดในวินาทีนั้น มือซ้ายจับไฟฉายหันไปทางเสียงที่ได้ยิน มือขวาเลื่อนช้า ๆ ไปที่ปืนข้างเอว กดคลายล็อก แล้วยกขึ้นมา
กรอบ!
อินทรค่อย ๆ ยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าไปด้านหน้าช้า ๆ เข้าหาพุ่มไม้ที่เป็ต้นเสียง แสงไฟในมือกวาดไปรอบ ๆ พงหญ้าที่กำลังไหวไปมา
อินทรค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้ ใกล้ จน….
ผึ่บ!!! แวกพุ่มหญ้าออกอย่างแรง
…..ว่างเปล่า….
“...”
แฮก…แฮก..
เสียงหอบเบา ๆ ดังขึ้นข้างหลัง
ผึ่บ!!
เขาหันขวับมองทันที
“...” ไม่มีใคร
ฟิ้ว!!
ทรึ่ก!!
ของแข็งบางอย่างพุ่งทะลุเข้าที่สีข้างทางด้านขวาอย่างจัง
“อึก!!”
ปืนในมืออินทรกระเด็นหลุด มือสองข้างกดแผลไว้ ร่างกายร้อนวูบแล้วเย็นวาบ ราวกับเืไหลย้อนกลับ ร่างทรุดลงกับพื้น สายตาเริ่มมองไม่ชัด ทุกอย่างหมุน
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าปริศนาเดินเข้ามาหยุดห่างจากเขาประมาณ 2 เมตร
อินทรพยายามเงยหน้าขึ้นไปมอง ว่าคนนั้นเป็ใคร แต่ใบหน้าคนนั้นกลับย้อนแสง ทำให้เห็นไม่ชัดว่าเป็ใคร รู้เพียงว่าคนนั้นสวมชุดสีดำ ใบหน้าปิดมิดชิด แล้วเงาดังกล่าวก็หันหลังเดินหายเข้าไปในพุ่มหญ้า
นั่นคือภาพสุดท้ายก่อนที่สติเขาจะวูบไป...
ณ โรงพยาบาล
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและแสงไฟสีขาวสะท้อนผ่านเข้าไปในเปลือกตา จนทำให้อินทรรู้สึกตัว
อาการเจ็บร้าวบริเวณสีข้างแล่นแปร้นขึ้นมาจนขยับร่างกายไม่ได้
“ผู้หมวดฟื้นแล้วครับ” เสียงดีใจของพิศาลดังขึ้น
“...” อินทรมองตามเสียง ตอนนี้มีคนกำลังยืนมองมาที่เขา คือพิศาล เมฆา ภัทราวดี ก้องภพ และธนาธิป อยู่กันพร้อมหน้าด้วยสีหน้าเป็ห่วง
อินทรยังคงรู้สึกมึน ๆอยู่ ไม่รู้ว่าตัวเองมาโผล่ตรงนี้ได้ยังไง
พิศาลจับสีหน้าได้ จึงเริ่มเล่า
“ดีนะครับ ที่มีคนเร่ร่อนเจอผู้หมวดนอนอยู่ตรงพุ่มหญ้า แล้วเขาดันนึกว่าเป็ผี เลยะโโวยวาย ทำให้ชาวบ้านรีบเข้ามาดูแล้วโทรเรียกรถพยาบาลให้”
อินทรพยักหน้าเบา ๆ
ภัทราวดีถอนหายใจยาว “โชคดีที่ไม่ได้เสียเืมากค่ะ คนร้ายไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่เหมือนมาขู่”
“แสดงว่าคนร้ายยังวนเวียนอยู่แถวนั้น ไม่กลัวแม้แต่จะลอบยิงตำรวจ แบบนี้ไม่ธรรมดาแล้ว” ธนาธิปเอ่ยเสริม
เมฆามองหน้าอินทร “พอจะเล่าได้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้น?”
อินทรพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนเจอมา
“ผมกำลังไปดูว่ามีหลักฐานอะไรเพิ่มหรือเปล่า แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเดินเหยียบเศษไม้ในพงหญ้า ผมเลยเดินเข้าไปดู แล้วก็ถูกยิงมาจากด้านข้าง”
อินทรหยุดแป็บนึง จึงเล่าต่อ
“มันเดินเข้ามาหาผม ใส่ชุดสีดำ สวมหมวกแก๊ปแต่มันย้อนแสง ทำให้เห็นหน้าไม่ชัด หลังจากนั้นภาพก็ตัด”
ทุกคนพยักหน้า
ภัทราวดีวิเคราะห์ทันที “ปืนที่มันใช้ ต้องเป็ปืนเก็บเสียง ทำให้คนอื่นไม่ได้ยินเสียง”
“คนร้ายวางแผนไว้ล่วงหน้า และรู้ว่าจะมีตำรวจกลับไปดูจุดเกิดเหตุ” พิศาลเสริม
“กล้องวงจรแถวนั้นมีปัญหาอีกแล้วครับ ก้องถูกตัดสัญญาณ” ก้องภพเสริมข้อมูล
เมฆาหันกลับไปถามอินทร “นายคิดว่าใช่ฝีมือคนเดียวกับคดีต่อเนื่องไหม?”
อินทรพยักหน้า
โลกความจริง
ผมกดอัพนิยายตอนล่าสุดลงในแอพทันที หวังว่าคนอ่านจะไม่สาปผมอีกแล้วนะ ผมให้อินทรเป็คนเดิมสุด ๆ แล้ว เพิ่มความตื่นเต้นให้ด้วยเนี่ย
ไปหาข้าวกินก่อนนะ เที่ยงแล้ว ท้องร้องโครกครากไม่ไหว
ติ๊ง!
Guy: ่นี้เป็อะไรหรือเปล่า ไม่ค่อยตอบแชทพี่เลย
จริงด้วย ่นี้ผมไม่ค่อยตอบแชทพี่กาย เพราะกังวลเื่นิยาย กลัวจะนำนิสัยพี่กายมาใส่อินทรอีก
ผม: ่นี้ยุ่งน่ะครับ
Guy: โอเคครับ พี่เข้าใจ แล้วกินข้าวเที่ยงยัง
ผม: กำลังจะออกไปกินก๋วยเตี๋ยวครับ พี่กายล่ะ กินยัง
Guy: (ส่งรูปข้าวมันไก่)
ผม: น่าอร่อยจัง
Guy: มาสิ เดี๋ยวพี่เลี้ยง
ผม: ไกลไปอะ555
Guy: งั้นให้พี่ไปหาไหม
ตึกตัก! ตึกตัก! หัวใจผมเต้นแรงอีกแล้ว
ผม: ผมไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อนนะครับ ท้องร้องแล้ว
Guy: ชิ่งหนีพี่อีกแล้วนะ
ผมกดออกจากแชททันที
หลัง ๆ มานี้ พี่กายขอมาหาบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผมปฏิเสธทุกครั้ง ผมยังรู้สึกไม่สบายใจขนาดนั้น ที่เราทั้งคู่จะเจอกัน ผมว่าพี่แกเร่งเร้าความสัมพันธ์มากเกินไป จนบางครั้งมันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
พอ ๆ ไปกินก๋วยเตี๋ยวดีกว่า ค่อยกลับมาดูคอมเมนต์ ว่าจะออกมาเป็ยังไง
1 ชั่วโมงต่อมา
กลับมาแล้วครับบบ อิ่มมาก! ผมตีพุงตัวเองอย่างอารมณ์ดี ไหนดูสิ มีคนอ่านเท่าไหร่แล้ว
ยอดอ่าน: 1,513
คอมเมนต์:
Arant: อินทรคนเดิมกลับมาแล้ว
giftttt: มันต้องแบบนี้สิ สมกับเป็อินทรหน่อย
Veena: สงสารอะ ผู้หมวดถูกยิง
Dalin: นึกว่าศพที่ 13 จะเป็อินทรซะแล้ว
เยสสส! สำเร็จ! คนอ่านไม่สาปแล้ว ค่อยโล่งใจหน่อย เขียนต่อดีกว่า ผมเปิดไฟล์ต้นฉบับขึ้นมา เลื่อนลงมาล่างสุด
เฮ้ย!!!
[คุณกะจะให้ผมตายเลยหรือไง!!]
“...” ผมนิ่งไปสามวินาที ตึก ตัก ตึก ตัก ผมไม่ได้พิมพ์ ผมไม่ได้แตะคีย์บอร์ดเลยสักนิ้ว
ไฟล์นี้อยู่ในเครื่องผม ซึ่งออฟไลน์อยู่ ไม่มีอะไรที่เชื่อมกับภายนอก ผมกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ รู้สึกเย็นวาบที่ด้านหลังอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกำลังถูกจ้องอยู่จากที่ไหนสักแห่ง
[คุณจะให้ผมนอนเจ็บอีกกี่วัน]
“เฮ้ย!!! นะ…นาย เป็ใครเนี่ย? คงมะ…ไม่ใช่…อินทร หรอกใช่ไหม” มือผมสั่นหนักว่าเดิม
[ผมถาม ก็ตอบดิ!!]
กึก!
อิ…อินทรมีตัวตนจริง ๆ เหรอ…
ข้อความเด้งขึ้นมาอีกครั้ง
[ก่อนหน้านี้ ผมไม่มีความรู้สึกอะไรเลย แต่ทำไมครั้งนี้ ผมถึงรู้สึกเจ็บแผล ทั้งที่ทุกอย่างหยุดนิ่งแล้ว คุณเป็ใคร ทำไมถึงควบคุมผมได้!!!]
? : เขาคืออินทรจริง ๆ เหรอ
[ใช่ ผมคืออินทร]
เฮ้ย!
เขาตอบผมได้ มือผมดันเผลอไปพิมพ์ความคิดลงไป ผมพยายามกดลบทั้งข้อความที่เด้งขึ้นมาเอง และข้อความที่ผมพิมพ์เมื่อกี้ แต่…มันก็กลับมาเหมือนเดิม แต่ข้างหน้าข้อความที่ผมพิมพ์ถามมันขึ้น ‘? :’ เอง
ผมไม่รู้จะตอบกลับยังไง ตอนนี้สับสนไปหมด นี่มันเื่จริงเหรอ
ข้อความเด้งขึ้นบนบรรทัดใหม่
[ตอนนี้ผมเจ็บแผลมาก คุณเคยสนใจบ้างไหม]
“...” อินทรไม่ได้พูดด้วย ภาษาของตัวละคร เขาพูดด้วย ภาษา เหมือนคนจริง ๆ
ผมพยายามจะพิมพ์คำว่า
‘ขอโทษ’
แต่นิ้วมันไม่ยอมกด กลัวว่าถ้าตอบไป เขาก็จะตอบกลับ แล้วถ้าผมคุยต่อ เขาอาจจะ ไม่ใช่แค่ตัวละครในจออีกต่อไป
ผมวางมือนิ่งค้างไว้อยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่าต้องทำไงต่อ
แต่แล้ว…ทุกอย่างก็กลับมาเงียบ ไม่มีข้อความเด้ง ไม่มีแม้แต่สัญญาณว่าอินทรยังอยู่ ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจ ผมทำให้ตัวละครผมเจ็บอย่างงั้นเหรอ
แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ นิยายมันก็ไม่สนุกสิ ความคิดของผมมันตีกันไปหมด