"ภรรยาของข้า 'อันฉือเยว่' ขอรับการตรวจสอบิญญายุทธ!" เสียงของหลิงเทียนดังกึกก้องไปทั่วเชิงเขาชิงเฉิง
ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนตกตะลึง แม้แต่อันฉือเยว่เองก็ยังมีสีหน้าสงสัย "ท่านพี่ ข้าจะตรวจสอบอะไรกัน?"
อันฉือเยว่เคยผ่านการตรวจสอบมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยทำให้ศิลาซิงเฉินปรากฏแสงดาวได้เลยแม้แต่น้อย นางคือผู้ที่มีพร์ระดับสามัญเท่านั้น
"เยว่เอ๋อร์วางใจเถิด เชื่อข้า! แล้วขึ้นไปเถิด!" แววตาของหลิงเทียนแน่วแน่ดุจคบเพลิง ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
"ถ้าอย่างนั้น... ตกลงเ้าค่ะ!"
แม้ในใจจะหวั่นเกรง แต่ในเมื่อหลิงเทียนกล่าวเช่นนั้น อันฉือเยว่จึงรวบรวมความกล้า มุ่งตรงไปยังแท่นสูงร้อยจั้งนั้น
"ฉือเยว่! เ้ามาทำเื่เหลวไหลอะไรที่นี่? ยังไม่รีบไปเตรียมตัวแต่งงานกับคุณชายรองตระกูลฉู่อีก!?"
อันหนานซานได้สติกลับมาด้วยสีหน้ากระวนกระวาย ยามนี้ฉู่เฮ่าเป็ถึงิญญายุทธ์อันดับหนึ่งในสี่เมือง เหตุใดต้องให้อันฉือเยว่ผู้เป็เพียงสามัญชนขึ้นไปขายหน้าให้ผู้คนหัวเราะเยาะด้วย!?
ทว่าอันฉือเยว่ยังคงก้มหน้าเดินตรงไปข้างหน้าอย่างสำรวม และก้าวขึ้นสู่แท่นสูงอย่างรวดเร็ว
"ท่านผู้นำตระกูลอันอย่าได้รีบร้อน ยามนี้ฉือเยว่มาพร้อมกับเ้าขยะนั่น ก็ดีแล้วที่จะทำให้พวกเขารู้ว่า ข้าฉู่เฮ่าเป็ัในหมู่มนุษย์! เป็สิ่งที่เ้าขยะนั่นไม่มีวันเอื้อมถึง!" ฉู่เฮ่าสะกดความโกรธเกรี้ยวในใจและแสยะยิ้มอย่างเ็า เขาเตรียมพร้อมที่จะให้เ้าขยะหลิงเทียนผู้นี้ ได้เห็นกับตาว่าเขาจะตบแต่งอันฉือเยว่เข้าบ้านอย่างไร
ในอดีตเขาเคยลิ้มรสความลำบากจากน้ำมือของหลิงเทียนมาไม่น้อย ยามนี้ย่อมต้องทำให้มันอับอายอย่างแสนสาหัส!
ขณะที่อันหนานซานกำลังส่ายหน้าด่าทอไม่หยุด อันฉือเยว่ก็เดินมาถึงเบื้องหน้าศิลาซิงเฉิน จากนั้นยกมือเรียวบางขึ้นวางลงบนศิลานั้น
วูบ!
แสงดาวสายหนึ่งปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงสั่นะเืของศิลาซิงเฉิน!
แสงดาว!? อันฉือเยว่ถึงกับทำให้แสงดาวปรากฏออกมา!
อันหนานซานอดไม่ได้ที่จะขยี้ตาอย่างแรง จากนั้นจึงอุทานออกมาด้วยความใ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตระกูลได้ทดสอบอันฉือเยว่อยู่หลายครั้ง แต่เห็นได้ชัดว่าเป็เพียงสามัญชนไม่ใช่หรือ!?
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?
ฉู่เฮ่าเองก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่แล้วก็ยิ้มกล่าวว่า "เช่นนี้ก็ไม่เลว แม้จะคู่ควรเป็เพียงศิษย์รับใช้ แต่ข้าจะปกป้องนางเอง!"
อย่างไรเสียการมีิญญายุทธ์ย่อมดีกว่าเป็สามัญชน จะได้ไม่ต้องถูกผู้คนหัวเราะเยาะในภายหลัง
วูบ!
ทว่ายังไม่ทันที่เสียงของฉู่เฮ่าจะสิ้นสุดลง บนศิลาซิงเฉินก็ปรากฏแสงดาวขึ้นอีกครั้ง!
สองสาย!?
คราวนี้ผู้คนใตู้เาชิงเฉิงต่างพากันกลืนน้ำลาย เพราะนี่คือพร์ิญญายุทธ์ระดับพฤกษาขั้นสอง แม้จะยังเทียบกับฉู่เฮ่าไม่ได้ แต่ในบรรดาตระกูลของสี่เมืองก็นับว่าหาได้ยากยิ่ง
"หรือว่า์จะเข้าข้างข้าฉู่เฮ่ากันนะ?"
ฉู่เฮ่าเม้มปาก เดิมทีที่เขา้าแต่งกับอันฉือเยว่ก็เพียงเพราะความงามและทรัพย์สมบัติของตระกูลอัน ยามนี้หากอันฉือเยว่มีพร์ในการบำเพ็ญเพียรจริง มิใช่เป็การส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้นหรอกหรือ!?
ขณะที่ฉู่เฮ่ามองไปยังเรือนร่างอันเย้ายวนของอันฉือเยว่ด้วยใจที่ร้อนรุ่ม หลิงเทียนกลับกอดอกมองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาเ็า
พวกสามัญชนเอ๋ย พร์ของอันฉือเยว่ไม่ได้มีเพียงเท่านี้!
"วูบ!"
เป็ไปตามคาด แสงดาวสายที่สามพลันปรากฏขึ้นบนศิลาซิงเฉิน
ฮือ!
คราวนี้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์จากสี่เมืองใตู้เาชิงเฉิงต่างพากันอุทานด้วยความใ เพราะแสงดาวสามสาย หมายถึงิญญายุทธ์ระดับสัตว์อสูร พร์นี้สามารถเทียบเคียงกับฉู่เฮ่าได้แล้ว!
"วูบ!"
ทว่าในพริบตาต่อมา แสงดาวสายที่สี่ก็ะเิออกพร้อมกับเสียงอุทานของผู้คน เหล่าผู้าุโจากทั้งสี่สำนักของสำนักเฉียนหยวนต่างลุกขึ้นยืนพร้อมกัน!
แสงดาวสี่สาย นี่คือพร์ิญญายุทธ์ระดับศัสตรา!
หอคอยขนาดเล็กสีน้ำเงินเข้มปรากฏขึ้นบนศิลาซิงเฉินในที่สุด อันฉือเยว่ผู้นี้ถึงกับมีพร์ที่น่าตกตะลึงเช่นเดียวกับหลิงเซียวแห่งตระกูลหลิงอย่างนั้นหรือ?
"หึหึ สตรีผู้นี้ยอดเขาลั่วเยว่ของข้าจองแล้ว ใครกล้าแย่งกับข้า?"
ในบรรดาผู้าุโทั้งสี่ มีเพียงสตรีผู้เลอโฉมท่านหนึ่ง ซึ่งยามนี้นางได้ปลดปล่อยพลังบำเพ็ญอันแข็งแกร่งออกมาทั้งหมด พร์ิญญายุทธ์เช่นนี้ นับว่าหาได้ยากยิ่งในสามสำนัก ไม่ว่าอย่างไร นางก็ต้องนำตัวเข้าสู่ยอดเขาลั่วเยว่ให้ได้
"ทำไมถึงเป็แบบนี้?"
บนแท่นสูง อันฉือเยว่มองดูฝ่ามือของตนเองด้วยความมึนงง นางไม่ใช่สามัญชน แต่เป็อัจฉริยะผู้มีิญญายุทธ์ศัสตราอย่างนั้นหรือ?
แต่ความจริงแล้วอันฉือเยว่ไม่รู้เลยว่า สิ่งที่นางมีจริง ๆ คือิญญายุทธ์เซียน เพียงแต่ยามนี้ิญญายุทธ์เซียนยังคงถูกผนึกด้วยพายุเหมันต์ สิ่งที่ปรากฏออกมาเป็เพียงเงาสะท้อนของแสงเซียนสายหนึ่งเท่านั้น แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้นางมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแดนใต้แล้ว
"ฮ่าฮ่าฮ่า! เห็นหรือยัง นี่คือลูกสาวของข้า อันฉือเยว่! ิญญายุทธ์ศัสตรา ใครจะมาเทียบได้?"
ใต้แท่นสูง อันหนานซานได้สติกลับมาและแสดงท่าทางราวกับคนบ้า
"หลิงเทียน!"
ในที่สุดสายตาของอันหนานซานก็ตกลงบนร่างของหลิงเทียน ก่อนจะกล่าวว่า "เ้าก็เห็นแล้ว ยามนี้ฉือเยว่ตื่นรู้เป็ิญญายุทธ์ศัสตรา กับเ้าที่เป็เพียงขยะ มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน! ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!?"
"โอ้!? ใครบอกว่าข้าเป็ขยะ!?"
ทว่าท่ามกลางฝูงชน หลิงเทียนกลับยักไหล่และเดินแหวกผู้คนออกมา ยามนี้ถึงเวลาที่เขาจะได้เดินเคียงคู่กับอันฉือเยว่เพื่อขึ้นไปบนจุดสูงสุดแล้ว
"เ้ายังกล้าขึ้นมาอีก!?"
"รนหาที่ตาย!"
ทว่ายังไม่ทันที่อันหนานซานจะลงมือ ฉู่เฮ่าก็พุ่งตัวออกมาแล้ว!
การที่อันฉือเยว่ตื่นรู้ิญญายุทธ์ระดับเป็เื่ที่เขาไม่ได้คาดคิด แต่ยามนี้ไม่มีเวลาให้คิดมากแล้ว หลิงเทียนผู้นี้ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องตาย!
ขอเพียงตระกูลอันตอบรับหนังสือหมั้นหมาย อันฉือเยว่ต้องเป็ของเขาแน่นอน!
เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลฉู่จะได้ใช้โอกาสนี้รุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ฉู่เฮ่าพุ่งทะยานเข้ามา สองแขนสั่นะเื ลวดลายลมปราณใต้เท้าพวยพุ่ง ปลดปล่อยพลังบำเพ็ญระดับหลอมปราณขั้นที่หนึ่งออกมาทั้งหมด ในสายตาของเขา ลูกเขยขยะคนหนึ่งนั้นช่างเปราะบางและไร้ทางสู้!
"มีดีแค่นี้หรือ?"
แต่หลิงเทียนกลับยิ้มหยัน กระดูกทั่วร่างพลันส่งเสียงะเิดังลั่นจนครบหนึ่งร้อยครั้ง แต่ละเสียงดุร้ายดั่งเสียงคำรามของัและกระแสน้ำเชี่ยว ก่อนที่วงแหวนลมปราณหลอมปราณจะแผ่ไปทั่วร่าง
"อึก! พลังบำเพ็ญของเ้านี่!"
รอบข้างเกิดความโกลาหล ทุกคนต่างตกตะลึงกับพลังบำเพ็ญของหลิงเทียนที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
หลิงเทียนไม่ใช่คนพิการที่เส้นลมปราณขาดสะบั้นหรอกหรือ?
แล้วยามนี้พลังบำเพ็ญฟื้นคืนมาได้อย่างไร!?
ฟึ่บ!
แม้ฉู่เฮ่าใและโกรธเกรี้ยว แต่ยังคงซัดหมัดแหวกอากาศพุ่งเข้าจู่โจม ต่อให้หลิงเทียนฟื้นพลังบำเพ็ญแล้วจะอย่างไรเล่า เขาก็ยังสามารถสยบมันได้!
ทว่าในใจของหลิงเทียนยามนี้กลับไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย เขาเพียงปล่อยหมัดออกไป ราวกับัทะยานออกจากทะเล นำพากระแสคลื่นเสียงอันยิ่งใหญ่
ปัง!
เสียงปะทะดังสนั่นดุจโลหะกระทบกัน คลื่นอากาศกระจายตัวออก ฉู่เฮ่าถูกหมัดนี้เข้าอย่างจังจนร่างกระเด็นถอยหลังไปไม่หยุด!
หมัดเดียวก็พ่ายแพ้!?
ผู้คนต่างมองหน้ากัน แม้ฉู่เฮ่าจะเพิ่งเลื่อนระดับสู่ขั้นหลอมปราณแต่เขาก็ฝึกฝนวิชายุทธ์มาไม่น้อย เหตุใดตอนนี้ถึงได้เปราะบางเช่นนี้!?
"คุกเข่าลง!"
แต่ยังไม่ทันจบ หลิงเทียนก้าวเดินอย่างมั่นคง นำพากระแสลมอันเฉียบคม เตะเข้าที่หัวเข่าทั้งสองข้างของฉู่เฮ่าอย่างแรง
ตุ้บ!
ฉู่เฮ่าร้องโหยหวน ขาทั้งสองข้างหักสะบั้นและทรุดลงคุกเข่ากับพื้น
"ไม่ เป็ไปไม่ได้!"
ยามนี้ฉู่เฮ่าดวงตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้หลิงเทียนราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน ช่างน่าสะพรึงกลัวและดุดันยิ่งนัก!
"อย่างเ้า คู่ควรจะมาหมายปองสตรีของข้าหรือ!? ตอนนี้ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็มดปลวก!" หลิงเทียนแสยะยิ้ม จากนั้นก็ซัดหมัดลงไปอีกครั้ง
หมัดนั้นแหวกอากาศส่งเสียงะเิดังราวกับเสียงสายฟ้า ตกลงบนจุดตันเถียนของฉู่เฮ่า
พรวด!
ฉู่เฮ่ากระอักเืคำโต ร่างกลิ้งหลุน ๆ ออกไปราวกับสุนัขตาย บดทำลายตันเถียนของเขาจนย่อยยับ เส้นลมปราณขาดสะบั้น นับจากนี้ไม่มีทางก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียรได้อีก!
นี่โเี้ยิ่งกว่าการฆ่าให้ตายเสียอีก!
"คุณชายรอง!"
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของตระกูลฉู่ได้สติและรีบเข้าไปดู แต่กลับพบว่าฉู่เฮ่าถูกทำลายตันเถียนและทะเลลมปราณไปแล้ว
"ฆ่ามัน! ล้างแค้นให้คุณชายรอง!"
เมื่อมองดูเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลฉู่ที่พุ่งเข้ามาจู่โจม หลิงเทียนก็ยิ้มเหี้ยม ปลดปล่อยพลังบำเพ็ญระดับหลอมปราณขั้นสองออกมาทั้งหมด หมัดของเขาดุจคลื่นั์ซัดสาด พลิกคว่ำเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลฉู่จนล้มระเนระนาด
"ใครขวางข้า ต้องตาย!"
หลิงเทียนก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น โดยไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้!
"ผู้ที่ก่อความวุ่นวายในการคัดเลือกศิษย์ของสำนัก โทษคือปะา!"
ทว่าในขณะที่หลิงเทียนมาถึงเบื้องหน้าศิลาซิงเฉิน บนูเาชิงเฉิงก็มีเสียงตวาดอันทรงอำนาจดังขึ้น
ผู้าุโท่านหนึ่งของสี่สำนักทนดูไม่ได้อีกต่อไป
ตระกูลฉู่มีผู้สนับสนุนในสำนักเฉียนหยวนไม่น้อย อีกทั้งคุณชายใหญ่ตระกูลฉู่ก็เป็ศิษย์ของสำนักเฉียนหยวน ยามนี้จะปล่อยให้หลิงเทียนเข่นฆ่าคนของตระกูลฉู่ตามใจชอบได้อย่างไร!?
วูบ!
ฝ่ามืออันยิ่งใหญ่ควบแน่นจากหมู่เมฆพุ่งลงมา หมายจะครอบคลุมร่างของหลิงเทียนในชั่วพริบตา แต่ในขณะนั้นเอง ฝ่ามือของหลิงเทียนก็วางลงบนศิลาซิงเฉินพอดี
วูบ วูบ วูบ!
ศิลาซิงเฉินส่งเสียงคำรามดุจอสนีคำรณ แสงดาวห้าสายปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปล่งประกายเจิดจรัสระยิบระยับ!
ิญญายุทธ์ธาตุธรรมชาติ หนึ่งเดียวในแดนใต้!