ตะวันลับฟ้า จันทราเฉิดฉาย เป็อีกค่ำคืนที่ครึกครื้นไม่ต่างกับคืนก่อนหน้านี้ บุรุษมากมายต่างยิ้มแย้มสรวลเสเบิกบานชวนกันก้าวเท้าเข้าไปในหอซิงซุ่ย
“นายท่านเชิญทางนี้เ้าค่ะ” เสียงเซ็งแซ่หวานล้ำเข้าไปถึงกระดูกเหล่าบุรุษเสียงแล้วเสียงเล่าขานต้อนรับกันไปมา ไม่มีบุรุษใดต้องเดียวดาย ข้างกายทุกคนล้วนมีสีสรรแต่งแต้มด้วยหยาดพิรุณชุ่มช่ำหัวใจ
“ไหนขอข้าดูเ้าสิ เป็อย่างไรบ้างสองวันมานี้...ผิวพรรณผ่าน...” ฟอดดด “กลิ่นกายผ่าน แต่สีหน้าและแววตายังอิดโรย ไม่เป็ไรยังมีเวลาบำรุง ในค่ำคืนนี้หว่านซิงเ้าต้องเรียนรู้การเอาใจบุรุษ แน่นอนเ้าเอาใจเพียงคุณชายสามเท่านั้น”
หว่านซิง “เอาใจคุณชายสาม”
“ใช่แล้วๆ เ้านี้พูดน้อยนัก แต่ทว่าคำที่เอ่ยออกมาจากปากจิ้มลิ้มนี้ ล้วนแล้วแต่เป็หัวใจของเื่ราวจริงๆ” เหมยเซียงเยินยอหญิงสาวตรงหน้าไม่ต่างกับการเยินยอเด็กน้อย แววตาของหว่านซิงช่างไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก แบบนี้ละที่บุรุษถวิลหาชวนให้ติดอกติดใจ
“ไปกับข้า จะพาเ้าไปดูและเรียนรู้วิธีการเอาใจคุณชายสาม”
“แต่ว่า...แม่นางหว่านซิง เ้าต้องเริ่มที่การพูดก่อนจะดีหรือไม่ ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงพูดมาก แต่ไม่พูดเลยเช่นเ้าก็ไม่ดีรู้ไว้เสียด้วย”
“ขะ...ข้า...ไม่รู้จะพูดอะไร”
“ข้าเข้าใจ เ้าคงไม่เคย” เหมยเซียงนำหว่านซิงเดินไปทางที่ทั้งเล็กและไร้ผู้คนผลุกพล่าน และเข้ามาที่ห้องแห่งหนึ่งที่มีเพียงเก้าอี้ตามผนัง ที่แปลกนักคือเก้าอี้หันหน้าเข้าผนัง
“ห้องนี้คือห้องเรียนรู้การดูแลบุรุษ ตามข้ามาสิ” เหมยเซียงพาหว่านซิงนั่งข้างผนังหนึ่งด้าน ด้านหน้าของพวกนางก็มีเพียงผนัง
“รอสักครู่” เหมยเซียงพูดออกมาด้วยความขบขันเมื่อเห็นสีหน้าของลูกศิษย์คนล่าสุด และอย่างที่เหมยเซียงว่าไว้ไม่นานหลังผนังก็เกิดเสียง เสียงเปิดปิดประตูและเสียงชายหญิงฉอเลาะหยอกเอิน ใช้ภาษาทะลึ่งท่านคำแม่นางคำสัพยอกกันไปมา
และตามด้วยเสียงสวบสาบจ๊วบจ๊าบ เหมยเซียงเลื่อนแผ่นผนังซึ่งแท้จริงมันเป็ผนังสองชั้นหลังผนังทึบก็ปรากฎม่านโปร่งช่องเท่าพอเหมาะแก่สายตาได้มองเห็น
หว่านซิงเบิกตากว้าง ภาพตรงหน้าช่างไม่เข้าใจเลยกับสมองอันว่างเปล่าบริสุทธิ์ของนางในตอนนี้ ทำเอาสมองของนางเกิดภาวะช็อค เมื่อชายหญิงแแ่ในสภาพเปลือยเปล่า ขยับไหวโยก ร้องครวนครางเสียงดัง แต่ทว่าเสียงร้องนั้นหมายความคืออะไรกัน ฮ้าร์สสส อื้มมมม
แล้วท่าทางนั้น หว่านซิงเผลอก้มมองทรวงอกภายใต้เอี้ยมของตนอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นว่าบุรุษตรงหน้ากำลังกัดดูดของแม่นางคนนั้นอย่างชอบอกชอบใจ แม่นางคนนั้นก็แหงนหน้าหลับตาพริ้มเป่าปากร้องไม่หยุด สองมือขาวผ่องของนางกดศีรษะบุรุษคนนั้นแแ่จนแทบจะกลืนเป็เนื้อเดียวกันกับทรวงอกอวบอิ่ม
แต่หว่านซิงก็ยังคงนั่งดูอย่างเงียบเชียบ ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นนั้นนางกักเก็บมันไว้
เหมยเซียงก็นั่งดูเงียบๆ จนหญิงสาวชายหนุ่มบนเตียงประคองกอดหลับไปในที่สุด เหมยเซียงปิดผนังทึบกลับเข้าที่เดิม และเดินนำหว่านซิงออกมาจากห้องแห่งนั้น
“เ้าเข้าใจหรือไม่”
“ขะ...เข้าใจ...เข้าใจอะไรหรือเ้าคะ” หว่านซิงถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
“ว่าการกระทำเ่าั้เ้าต้องทำกับคุณชายสามเท่านั้นและคุณชายสามจะกระทำกับเ้า”
!!!
“หน้าที่ของสาวใช้ห้องข้าง ซึ่งนั่นก็คือเ้า”
“ดูทำหน้าเข้าสิ ยังมีอะไรอีกมากมายที่เ้ายังต้องเรียนรู้อีกในระยะอันสั้นนี้ สองคนนั่นสมสู่กันไม่กี่ท่าเท่านั้น ชายหญิงสามารถทำได้มากกว่านั้น” ว่าแล้วเหมยเซียงก็หยิบตำรายื่นส่งให้
หว่านซิงรับมาเปิดสิ่งที่เห็นคือภาพ รูปลักษณ์ชาย รูปลักษณ์หญิง เกี่ยวกระหวัดรัดรึงในท่าทางต่างๆ นางยังคงพลิกหน้าต่อๆ ไป แก้มสาวทั้งร้อนและแดง แต่ดวงตากลับไม่ละไปจากภาพเ่าั้ เท่านั้นยังไม่พอจู่ๆ ความอยากรู้ทำไมมันไม่สิ้นสุดเสียที นางอยากเห็นว่าหน้าต่อไปภาพวาดชายหญิงจะมีท่วงท่าแบบไหนอีก
“รู้สึกใช่มั้ยว่ามันน่าตื่นเต้นและอยากรู้ว่าถ้ามันเกิดขึ้นกับร่างกายเ้าแล้วจะรู้สึกดีแค่ไหน หว่านซิงเ้าต้องศึกษาท่วงท่าเหล่านี้ไว้ เมื่ออยู่กับคุณชายสามเ้าสามารถเสนอให้เกิดท่วงท่าเหล่านี้ได้”
หว่านซิงพยักหน้ารับอย่างขอไปที เพราะสายตาของนางตอนนี้สนใจแต่ภาพในตำรา
“พรุ่งนี้จะเข้าสู่บทเรียนการร่ำสุรา” เหมยเซียงพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยบทเรียนของวันนี้ให้ลูกศิษย์ได้เรียนรู้เอง