ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 จับกุม

            เจ้าหน้าที่ร่างอ้วนคืนทะเบียนบ้านให้กับฟางซื่อ และยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าครอบครัวของฟางซื่อไม่ใช่ทาสหลบหนี รวมถึงทุกคนในครอบครัวไม่มีประวัติเป็นทาส

            จากนั้นเขากับเจ้าหน้าที่ร่างผอมก็เดินตรงไปหาอวิ๋นโส่วจู่ที่กำลังเกาตัวอย่างเมามัน โดยไม่สนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขามัดอวิ๋นโส่วจู่ด้วยเชือกโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

            ก่อนหน้านี้ อวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อมัวแต่เกาตัว จึงไม่ได้สนใจการสนทนาระหว่างฟางซื่อกับเจ้าหน้าที่ร่างอ้วน ไม่รู้ว่าหลังจากที่อวิ๋นเจียวกับฟางซื่อบอกว่าอวิ๋นฉี่เยว่เป็นศิษย์ของฉีจวี่เหรินแล้ว ท่าทีของเจ้าหน้าที่ร่างอ้วนก็เปลี่ยนไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฟางซื่อหยิบเอาทะเบียนบ้านออกมา!

            “ท่านเจ้าหน้าที่ ท่านมัดผิดคนแล้วขอรับ ต้องมัดพวกนาง!” อวิ๋นโส่วจู่รีบเอ่ยขึ้น ตอนนี้เขาทั้งคันและร้อนใจ เสียงแหลมเล็กของเขาทำให้ทุกคนต้องเอามือปิดหู

            “ใช่ๆ ท่านเจ้าหน้าที่ พวกนางเป็นทาสหลบหนีเจ้าค่ะ ท่านวางใจเถิด จับพวกนางไปเลย พอสามีกับลูกชายคนโตของพวกนางกลับมา พวกข้าจะช่วยท่านจับตาดูพวกเขาไว้”

            หลิ่วซื่อบิดตัวไปมาด้วยความทรมาน อาการคันทำให้นางอดไม่ได้ที่จะเกาอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่นางบิดตัวไปมา เนื้อขาวๆ บริเวณเอวก็โผล่ออกมา ดึงดูดสายตาของชายว่างงานในหมู่บ้านต่างจ้องมองกันเป็นตาเดียว

            สะใภ้น้อยใหญ่ และหญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือนในหมู่บ้าน บ้างก็อายจนเอามือปิดตา บ้างก็หัวเราะเยาะ

            ถึงกับมีบางคนที่ใจกล้าบ้าบิ่นก็ตะโกนแซวว่า “หลิ่วซื่อ หากเจ้าคันมาก ก็มาให้พวกเราเกาให้สิ คนเดียวไม่พอ เรามาสองคน สองคนไม่พอ พวกเรามากันทั้งกลุ่ม ฮ่าๆๆ...”

            ผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นต่างส่ายหัว อวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อทำให้วงศ์ตระกูลอวิ๋นต้องอับอายขายขี้หน้าคนโดยแท้!

            ‘เพียะ...’ ‘เพียะ...’ เจ้าหน้าที่ร่างอ้วนกับเจ้าหน้าที่ร่างผอมตบหน้าอวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อคนละฉาด จนทั้งสองคนมึนงง

            “บัดซบ! พวกเขามีทะเบียนบ้าน ไม่ใช่ทาสหลบหนีเสียหน่อย!”

            เจ้าหน้าที่ร่างผอมพูดต่อจากเจ้าหน้าที่ร่างอ้วน “ไม่เพียงแต่จะไม่ใช่ทาสหลบหนี พวกเขายังไม่มีประวัติเป็นทาสด้วย!”

            “เจ้ากับอวิ๋นโส่วจงเป็นพี่น้องกันมิใช่หรือ? ห๊ะ? พวกเจ้าสองคนกำลังเล่นตลกกับพวกข้าอยู่หรือไง? ใส่ร้ายป้ายสี แถมยังขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ต้องลงโทษหนักขึ้นเป็นสองเท่า!”

            “ไปกันเถอะ คร้านจะพูดกับพวกมันให้มากความแล้ว พากลับไปที่ศาลาว่าการอำเภอก่อนแล้วค่อยว่ากัน” เจ้าหน้าที่ร่างอ้วนมัดทั้งสองคนอย่างแน่นหนา

            ตอนนี้ทั้งสองคนทั้งคัน และถูกมัดจนขยับไม่ได้ ทรมานจนแทบขาดใจ ยิ่งไปกว่านั้นคำพูดของเจ้าหน้าที่ร่างอ้วนราวกับน้ำเย็นที่สาดลงมาบนตัวพวกเขาจนเย็นยะเยือกตั้งแต่หัวจรดเท้า

            อวิ๋นโส่วจู่มองฟางซื่อและคนอื่นๆ ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาส่ายหัวแล้วตะโกนว่า “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ อวิ๋นโส่วจงขายตัวเองเป็นทาสตอนอายุสิบสามปี ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านต่างก็รู้ดี!”

            “ใช่ๆ ท่านเจ้าหน้าที่ ทะเบียนบ้านของพวกเขาต้องเป็นของปลอมแน่ๆ พวกท่านโดนพวกเขาหลอกแล้ว!”

            เมื่อทั้งสองเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทางการไม่เชื่อ อวิ๋นโส่วหลี่จึงรีบหันไปขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋น “ท่านลุงและท่านอาทั้งหลาย ช่วยเป็นพยานให้ข้าด้วยขอรับ ตอนนั้นอวิ๋นโส่วจงขายตัวเองเป็นทาสตอนอายุสิบสามปี”

            “เพื่อให้ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องขายอวิ๋นฮวาเอ๋อร์เพื่อแลกกับข้าวสาร เรื่องนี้พวกท่านก็รู้กันดีมิใช่หรือขอรับ? ตอนนั้นเขายังถูกขับออกจากตระกูลเพราะเรื่องนี้เลย”

            เมื่อได้ยินดังนั้น เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนและชาวบ้านต่างก็หันไปมองบรรดาผู้อาวุโส อวิ๋นเจียหรงประสานมือคำนับพวกเจ้าหน้าที่ “ท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสอง ตอนนั้นโส่วจงออกจากบ้านไปตอนอายุสิบสามปีจริง ตอนที่เขาจากไปก็ถูกขับออกจากตระกูลจริง”

            “แต่เรื่องที่เขาถูกขับออกจากตระกูลนั้น เป็นข้อเสนอของพ่อแม่เขา หาได้เกี่ยวข้องกับการขายตัวเป็นทาส ยิ่งไปกว่านั้นท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสองก็ตรวจสอบความถูกต้องของทะเบียนบ้านที่ฟางซื่อนำมาแล้ว พวกเจ้าหยุดพูดจาเหลวไหลกันเสียที!”

            “ถ้าหากพวกเขาหนีไปล่ะ?” อวิ๋นโส่วจู่กระโดดโหยงๆ

            เจ้าหน้าที่ทั้งสองขมวดคิ้ว ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเหตุผล แต่ทะเบียนบ้านของครอบครัวพวกเขานั้นถูกต้องจริงๆ ถ้าเช่นนั้น...

            “เจ้าสี่ พวกเจ้าสองคนหยุดได้แล้ว โส่วจงเป็นพี่รองของพวกเจ้า น้องชายที่ไหนอยากให้พี่ชายตัวเองต้องเดือดร้อนกัน?”

            ทันใดนั้น ผู้คนก็หลีกทางให้จางต้าไห่ ผู้ใหญ่บ้านรีบเดินเข้ามา และคำนับเจ้าหน้าที่ทั้งสองคน

            ผู้ใหญ่บ้านคอยช่วยเหลือดูแลหมู่บ้าน จึงต้องไปติดต่อราชการที่ศาลาว่าการอำเภอบ่อยๆ และเคยพบกับพวกเจ้าหน้าที่ทั้งสองมาก่อน ดังนั้นพวกเขาทั้งสองคนจึงรู้จักจางต้าไห่

            เช้าวันนี้เขาออกไปทำธุระ พอกลับมาถึงหมู่บ้านก็ได้ยินข่าวลือว่ามีคนแจ้งความว่าอวิ๋นโส่วจงและครอบครัวเป็นทาสหลบหนี เขาจึงรีบรุดมาที่นี่ทันที 

            “สะใภ้โส่วจง ลำบากพวกเจ้าแล้ว” คำพูดของผู้ใหญ่บ้านเป็นการยืนยันว่า อวิ๋นโส่วจงและครอบครัวไม่ใช่ทาสหลบหนี

            จะต้องรู้ว่าแจ้งย้ายทะเบียนบ้าน ต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้ใหญ่บ้านก่อน เพราะจริงๆ แล้วคนที่ช่วยเหลืองานของศาลาว่าการอำเภอในการบริหารจัดการหมู่บ้านก็คือผู้ใหญ่บ้าน

            จากนั้นจางต้าไห่ก็หันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ทั้งสองคน “ทะเบียนบ้านของพวกเขา ข้าพาเจ้าบ้านของพวกเขาไปดำเนินการที่ศาลาว่าการอำเภอด้วยตัวเอง”

            “ตอนนั้นข้ารู้เรื่องที่อวิ๋นโส่วจงออกจากบ้านไปตอนอายุสิบสามปี เขาไม่ได้ขายตัวเองเป็นทาส เพียงแต่ถูกอาจารย์ของเขาดูตัว แล้วพาเขาออกเดินทางท่องยุทธภพ”

            “ตอนนั้นข้าก็รู้เรื่องที่เขาถูกขับออกจากตระกูล นั่นก็เป็นคำขอของอาจารย์เขาเช่นกัน หากโส่วจงไม่ยอมออกจากตระกูล อาจารย์เขาก็จะไม่ยอมพาโส่วจงไป และไม่ยอมให้ข้าวสารแก่ตระกูลอวิ๋น”

            “กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือตอนนั้นโส่วจงถูกอาจารย์เขาแลกตัวไปด้วยข้าวสาร แต่ไม่ได้ขายตัวเองเป็นทาส”

            “เป็นไปไม่ได้ ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านพูดโกหก! ท่านเจ้าหน้าที่ เขาต้องโดนอวิ๋นโส่วจงติดสินบนแน่ๆ ท่านแม่เคยบอกข้า บอกว่าอวิ๋นโส่วจงเป็นทาส บอกว่าทุกคนในครอบครัวของเขาเป็นทาส! ท่านแม่บอกว่าตอนนั้นอวิ๋นโส่วจงขายตัวเองเป็นทาส...”

            เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นโส่วจู่ก็พลั้งปากพูดออกมา ใบหน้าของผู้ใหญ่บ้านพลันดำคล้ำ “ข้าไม่มีสิทธิ์ออกทะเบียนบ้านให้ใคร ติดสินบนข้าแล้วได้ประโยชน์อะไร?”

            ที่ผู้ใหญ่บ้านยอมพูดแทนครอบครัวของพวกนางมากมายขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาตั้งใจช่วยเหลือพวกนางมากแล้ว

            เมื่อเห็นว่าอวิ๋นโส่วจู่ยังใส่ร้ายผู้ใหญ่บ้านอีก ฟางซื่อจึงมองสองสามีภรรยาอย่างเย็นชา ก่อนจะพูดเสียงดังว่า “ไม่ทราบว่ามีชาวบ้านคนไหนขับเกวียนเป็นบ้าง มาช่วยข้าหน่อยเถิด” ตอนที่ซื้อวัว ทางนั้นแถมเกวียนบรรทุกของมาให้ด้วย

            ทันทีที่ฟางซื่อพูดจบ ก็มีชาวบ้านหลายคนอาสาออกมา “พวกข้าขับเป็น”

            ไม่นานทุกคนก็ช่วยฟางซื่อเตรียมเกวียนเสร็จ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อฉีซานเอ่ยอาสาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “ท่านน้า ข้าขับเกวียนเป็นขอรับ”

            ฟางซื่อเอ่ยยิ้มๆ “เช่นนั้นก็รบกวนเจ้าหนุ่มช่วยไปส่งท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสองกลับไปที่อำเภอหน่อย”

            เดิมทีเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนได้รับมอบหมายให้ออกตามหาบุคคลสำคัญ จำต้องตรวจสอบตามรายทางอย่างละเอียด พวกเขาจึงเดินเท้ามาที่นี่ 

            ตอนนี้ฟางซื่ออาสาไปส่งพวกเขาที่ศาลาว่าการอำเภอ พวกเขาจึงไม่ปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ทั้งสองโยนอวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อขึ้นเกวียน เมื่อเห็นพวกเขาดิ้นรนโวยวาย ก็ยัดผ้าเข้าไปอุดปากพวกเขาทันที

            เพราะการแจ้งความเท็จของอวิ๋นโส่วจู่ ทำให้พวกเขาเกือบทำเรื่องผิดพลาด หากจับกุมครอบครัวลูกศิษย์ของฉีจวี่เหรินจริงๆ ถ้าหากศิษย์คนนั้นไปของร้องฉีจวี่เหริน ให้ไปหาท่านนายอำเภอที่ศาลาว่าการ เช่นนั้นพวกเขาคงซวยแน่ถึงตอนนั้นโดนโบยก็แค่เรื่องเล็ก แต่ไม่รู้เลยว่าจะรักษาอาชีพเจ้าหน้าที่ทางการไว้ได้หรือไม่ ใส่ร้ายป้ายสีพี่ชาย ใส่ร้ายผู้ใหญ่บ้าน ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่

            เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนที่ยังหาตัวบุคคลสำคัญไม่พบ จึงตัดสินใจใช้สองคนนี้เพื่อไถ่โทษ ในใจคิดไว้แล้วว่าพอกลับไป ต้องเอาผิดทั้งสองคนนี้ให้ได้

            เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนพูดจาเหลวไหล ผู้ใหญ่บ้านจึงไปส่งทั้งสองคนออกจากหมู่บ้านด้วยตัวเอง พร้อมกับแอบยัดเงินให้กับพวกเขาคนละสองตำลึง

            เงินนี้ฟางซื่อฝากผู้ใหญ่บ้านไปให้ พญายมนั้นพบเจอง่าย แต่ผีรับใช้รับมือยาก [1]  ฟางซื่อรู้ดีว่าเรื่องนี้มีความร้ายแรงแค่ไหน

            หลังจากพวกคนที่มามุงดูเหตุการณ์แยกย้ายกันไปแล้ว ฟางซื่อก็เชิญผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นหลายคนอยู่กินข้าวด้วย แต่เนื่องจากอวิ๋นโส่วจงไม่อยู่บ้าน มีเพียงผู้หญิงกับเด็กๆ บรรดาผู้อาวุโสจึงปฏิเสธ

            เชิงอรรถ

            [1] พญายมนั้นพบเจอง่าย แต่ผีรับใช้รับมือยาก (阎王易见,小鬼难缠) หมายถึง ผู้มีอำนาจสูงสุดอาจเข้าถึงได้ง่าย แต่ผู้ใต้บังคับบัญชากลับสร้างปัญหาและยากที่จะรับมือ

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592