“ใช่” อาเข่อ
นางยืนรอให้เขาทำความเข้าใจแล้วก็นั่งรอแล้วก็เดินออกมาคุยกับเหรินอวี้ที่หน้าประตูกระนั้นโจวจื่อหยวนก็ยังไม่เงยหน้าจากกองเอกสารที่นางหอบมาเสียที
เหรินอวี้หันมามองอาเข่อและอาจารย์ของเขาสลับไปมาแต่เพราะเห็นว่าอาจารย์กำลังใช้สมาธิในการดูแบบจึงหันมาส่งสายตาถามอาเข่อว่าเกิดอะไรขึ้น
“ข้อมูลมันเยอะน่ะ” อาเข่อ
“อาเข่อเข้ามานี่” โจวจื่อหยวนใช้เสียงเข้มเรียก
น้ำเสียงนี้เล่นเอาเหรินอวี้ขนลุกเพราะอาจารย์ผู้เยือกเย็นไม่มีอะไรทำให้ท่านเครียดได้เท่านี้นอกจากตอนที่ใครทำเรื่องไร้สาระที่สุดจนท่านต้องดุ
หรือว่าอาเข่อจะโดนดุกัน
“ท่านไม่เข้าใจตรงไหนหรือ” อาเข่อ
“เหรินอวี้ปิดประตู” โจวจื่อหยวนเสียงเข้ม
“ขอรับ” เหรินอวี้คิดในใจอาเข่อตายแน่
“….” อาเข่อ
ทั้งสองยืนจ้องตากันและไม่มีใครยอมหลบตา
“เจ้าเป็นใคร” โจวจื่อหยวน
“ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นใคร” อาเข่อ
“เจ้าไม่ใช่หยวนเข่อชิง” โจวจื่อหยวน
“แล้วแต่ท่านอยากจะให้ข้าเป็นเถอะทำไมจึงคิดว่าของแบบนี้ผู้หญิงไม่สามารถคิดเองได้” อาเข่อ
“เจ้าเป็นใคร” โจวจื่อหยวน
“ข้าแซ่หยวนชื่อเข่อชิงมีนามแฝงว่าอาเข่อ เป็นธิดาของหยวนเจ๋อหมิงเป็นอนุคนที่ห้าของมู่อ๋องฉินมู่หยางเป็นเจ้าของร้านเข่อเหนิงรละเอียดพอมั้ย” หยวนเข่อชิง
“จ่อให้เป็นบุรุษก็ไม่สามารถคิดค้นธาตุเหล่านี้ขึ้นมาได้” โจวจื่อหยวน
“เช่นนั้นท่านก็คงไม่รู้ว่าไอยคุปต์มีพีระมิด ชมพูทวีปมีสิ่งที่ใช้เดินทางในอากาศที่เรียกว่าวาหนะ” หยวนเข่อชิง
“เจ้าพูดเรื่องอะไรประเทศอะไรของเจ้า” โจวจื่อหยวน
“ประเทศต่างๆ บนโลกนี้ท่านไม่เคยเดินทางไม่เคยเห็นแต่มิชชันนารีนั้นเดินทางมาหมดทั้งยังสามารถค้นพบคัมภีร์โบราณที่พูดสิงประดิษฐ์ที่ล้ำหน้ากว่าที่นี่มาก” หยวนเข่อชิง
“แล้วธาตุตัวนี้อยูในตำราหรือ” โจวจื่อหยวน
“ใบ่มันเป็นภาษาอีกแบบที่มิชชันนารีแปลไว้ เขาเล่าคร่าวๆ ว่ามันเป็นแร่อะไรแล้วทำไมมันถึงแข็งแกร่ง” อาเข่อ
“เจ้ารู้แค่นั้น” โจวจื่อหยวน
“นอกจากความรู้แล้วจินตนาการก็สำคัญในการต่อยอด ข้ารู้เรื่องธาตุตัวนี้มาหลายปีแล้วแต่ปีนี้ข้าสามารถผลิตถ่านขาวได้จึงเอามาลองทำและเห็นความเป็นไปได้” อาเข่อ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าความรู้นี้มีค่ามากแค่ไหน” โจวจื่อหยวน
“ทั้งประเทศก็ไม่อาจแลกมันได้” อาเข่อ
“แล้วเจ้าให้ข้าดู” โจวจื่อหยวน
“เพราะข้าไว้ใจท่านและที่สำคัญที่ท่านดูเป็นแค่หลักการยังไม่มีวิธีทำหากจะอยากทำสมองคนทั่วไปอาจใจเวลาร้อยปีสำหรับท่านอาจจะห้าสิบปี” อาเข่อ
“จะบอกว่าเจ้าฉลาดกว่าข้าอย่างนั้นหรือ” โจวจื่อหยวนอดไม่ได้กับความถือดีของนาง
“ข้าจะบอกว่าท่านฉลาดกว่าข้าในหลายๆ อย่างแต่ทางที่ข้าถนัดไม่มีใครเทียบข้าได้” อาเข่อ
“เป็นเช่นนั้น” โจวจื่อหยวนเห็นด้วย
นางประดิษฐ์ของเก่งแต่ใช้ของที่ไม่ใช่ที่นางประดิษฐ์ไม่เก่งแค่กระต่ายขูดมะพร้าวนางยังใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่นางทั้งที่เรียบง่ายมาก
แต่ตอนนั้นนางกลับบอกว่า
“ข้าเคยเห็นอะไรที่คล้ายๆ อย่างนี้แต่ข้าคิดว่ามันค่อนข้างอันตรายหากกะแรงไม่ถูก” อาเข่อ
“ท่านว่ามู่อ๋องจะเข้าใจมั้ย” อาเข่อ
“เข้าใจแน่นอนแต่ว่าแบบนี้มันสำคัญมากไม่อาจส่งไปให้เขาได้เขาต้องมาดูด้วยตาตัวเอง” โจวจื่อหยวน
“เช่นนั้นท่านช่วยเป็นตัวกลางแจ้งเขาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” อาเข่อ
“ได้” โจวจื่อหยวนยังไม่สามารถละสายตาจากแบบอาวุธของนางได้เลย
“อีกเรื่องหนึ่ง” อาเข่อ
“ว่ามา” โจวจื่อหยวน
“อย่าเพิ่งบอกฮ่องเต้หรือคนอื่นได้มั้ย” อาเข่อ
“ข้าก็คิดว่าควรสรุปให้ได้ก่อนทูลฝ่าบาท” โจวจื่อหยวน
“เช่นนั้นข้าฝากท่านด้วยแล้วก็นี่” อาเข่อยื่นของบางอย่างให้เขา
มันเป็นสิ่งของที่สามารถพกติดตัวได้
“นี่คือ” โจวจื่อหยวน
เขาจับเหรียญที่ใหญ่และหนาเป็นแป้นนูนวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณเจ้าของครึ่งมีปุ่มที่ด้านบนที่สามารถร้อยสร้อยได้
"นาฬิกาพกน่ะกดปุ่มนี้เพื่อเปิดท่านจะเห็นมีเข็มยาวบอกนาทีเข็มสั้นบอกชั่วโมงหน่วยวัดเวลาของชาวโพ้นทะเลหนึ่งชั่งโมงเท่ากับครึ่งชั่วยามและในหนึ่งชั่วโมงมีหน่วยย่อยคือนาที 60 นาทีเท่ากับหนึ่งชั่วโมง
นาฬิกาพกนั้นเรียบง่ายแต่สวยงามเห็นได้ชัดว่าคนทำตั้งใจทำ
“อ้อท่านต้องหมั่นไขลานหน่อยนะมันอาจจะหยุดเดิน” อาเข่อ
นางสอนวิธีดูแลและการเก็บรักษาอย่างแข็งขันในใจก็กังวลว่ามันจะยากเกินไปหรือไม่นะแต่ดูเหมือนท่านมหาบัณฑิตจะฉลาดใช้ไปอีกหน่อยคงชิน
แต่โจวจื่อหยวนนั้นไม่ได้ฟังว่านางพูดว่าอะไรเพราะเอาแต่จ้องขนตาที่ยาวเป็นแพและริมฝีปากสีชมพูที่กำลังบรรยายวิธีใช้ให้เขา
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นแต่ว่านางประดิษฐ์สิ่งนี้มาให้เขาเลยหรือ
ที่จริงสำหรับหยวนเข่อชิงอุปกรณ์พวกนี้นางมีอยู่แล้วแต่สำหรับคนสมัยนี้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นและการประกอบมันต้องใช้ความพยายามมาก
นั่นจึงทำให้ใจของเขาเต้นรัวเมื่อรู้ตัวเขาก็ถอยห่างเพราะเกรงว่านางจะได้ยินเสียงหัวใจของเขา
“อ้าวท่าน ข้าคือหยวนเข่อชิงจริงๆ ไม่ใช่ปีศาจไม่ต้องกลัวหรอกน่า” อาเข่อ
นางคิดว่าเขาอาจจะระแวงว่านางเป็นปีศาจจิ้งจอกแปลงกายมาเป็นแน่
“เอาล่ะข้าขอบใจเจ้ามากแล้วก็ขอเวลาศึกษาให้ละเอียดก่อนนะ” โจวจื่อหยวน
“ได้เช่นนั้นข้าขอลา” อาเข่อ
นางเดินออกจากห้องโดยที่เหรินอวี้สำรวจนาง
“เจ้าไม่เป็นอะไรใช่มั้ย” เหรินอวี้
“ข้าสบายดี” อาเข่อ
แต่เมื่อเดินออกไปได้หน่อยนึงก็เหมือนจะคิดขึ้นมาได้อีกเรื่องจึงเดินกลับไปโผล่แค่ศีรษะเข้าไปในห้องของมหาบัณฑิตแล้วก็
“อีกเรื่องคือช่วยบอกว่าเข่อเหนิงยินดีทำการค้ากับกองทัพหากท่านอ๋องสนใจสามารถสั่งสินค้าได้ด้วยข้าจะให้ราคาพิเศษ” อาเข่อ
พูดเสร็จก็เดินออกมาแล้วภาพที่เห็นเมื่อครู่ก็ทำให้นางยิ้มออกมาท่านมหาบัณฑิตนั่งจับนาฬิกาพกเปิดดูพลิกไปมา แสดงว่าเห่อของใหม่ล่ะสิไม่คิดว่าคนที่เงียบขรึมจะมีมุมนี้ด้วย
ส่วนคนที่โดนจับได้ก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลหยวนเข่อชิงเจ้าทำข้าตกใจจะรับผิดชอบข้าอย่างไร
ส่วนทางคนที่กำลังจะจบศึกก็ได้รับสาส์นลับจากเจ้าของขาดหลังจากนั้นไม่กี่วัน
จดหมายเขียนสั้นๆ ว่า"มีเรื่องน่าสนใจรีบจบศึกกลับมาแล้วก็ระวังตัวให้ดีอย่าให้นางโกรธอีก"
“หากเขียนมาอย่างนี้คงต้องกลับไปเงียบๆ แล้วล่ะสิ” ฉินมู่หยาง
เจ้าของขาดไม่เคยเตือนอะไรอย่างนี้แสดงว่านางไปทำอะไรอีกหรือเปล่าแค่ขอพระราชทานหนังสือหย่าเขาก็โดนพี่ชายและพี่สะใภ้ส่งสาส์นมาต่อว่าแล้ว
ตอนนี้จบศึกแล้วแต่ให้รอหนึ่งสัปดาห์ค่อยประกาศการเดินทางกลับเพื่อเขาจะมีเวลามาคุยงานกับโจวจื่อหยวนเพราะนานๆ ทีที่โจวจื่อหยวนจะสนใจอะไรสักอย่างและครั้งนี้เขาส่งสาส์นมาเพราะเรื่องของคนคนเดียวคงต้องไปดูหน่อยแล้วว่านางมีดีอะไร
__________
คนค่าแพงตัวโผล่ออกมาแล้วนะคะ