“มันคืออะไรเหรอไอ้ยะ?”ตะวันถามจ้องมองสาส์นเทพอย่างงุนงง
“มันคือทองที่คุณยะได้รับจากผีเมื่อเช้าค่ะ”ปรียาตอบแทนพลางทำหน้าสยอง
“แล้วผมจะเปิดมันอีกได้ยังไงคุณเ้าหญิง?”อารยะถามเ้าหญิงจันทรา เขาอยากเห็นน้องเหมือนเมื่อเช้าอีกครั้ง
“ท่านคิดอยากอ่านสาส์นเทพก็จะเปิดออก” เ้าหญิงจันทราตอบ
อารยะก้มมองสาส์นเทพแล้วก็คิดในใจพลัน! สาส์นเทพก็เปิดออก ภาพทิวาปรากฏขึ้น
“ว๊าย!”ปรียาใตัวแข็งทื่อ
“เฮ้ย!” ตะวันใจ้องมองภาพนั้นอย่างตะลึง
เสียงทิวาดังขึ้นตามข้อความที่เขียนลงในสาส์นเทพเหตุการณ์เดิมปรากฏซ้ำดั่งเปิดวีดีโอซ้ำอีกรอบ
ตะวันกับปรียาจ้องมองอย่างตื่นกลัวส่วนเ้าหญิงจันทรามองอย่างคุ้นเคย อารยะมองภาพน้องน้ำตาซึม
พอจบประโยคสุดท้ายสาส์นเทพก็ม้วนคืนดังเดิม
อารยะกำสาส์นเทพแน่นคิดถึงน้องใจจะขาด“ยัยวา...”
ทุกคนนั่งเงียบไปพักใหญ่
ตะวันตั้งสติได้ก็รีบถามว่า“แกได้ไอ้นั่นมายังไง?”
อารยะมองหน้าเพื่อนแล้วก็เล่าว่า“เมื่อเช้าจู่ๆก็มีประตูผีขึ้นในห้อง แล้วผีก็ออกมาจากประตูนั่นส่งไอ้นี่ให้ฉันแล้วผีก็เข้าประตูหายไป”
“ท่านผู้นั้นไม่ใช่ผีดั่งที่ท่านเข้าใจท่านผู้นั้นคือเทพต่างหาก” เ้าหญิงจันทราบอก
“เทพเหรอ!?”ปรียากับตะวันอุทานพร้อมกัน
เ้าหญิงจันทราพยักหน้า “ใช่เทพท่านนั้นมาส่งสาส์นเทพให้กับท่าน สาส์นเทพจากน้องของท่าน”
ทุกคนหันไปมองเ้าหญิงจันทราเป็ตาเดียว
“มิน่า!ถึงได้โคตรหล่อขนาดนั้น” อารยะพึมพำ
“ข้าคิดว่าคงเป็เทพีจันทราแต่ในสาส์นกล่าวถึงสิงโตเช่นนั้นก็ไม่ใช่เทพีจันทราเพราะสิงโตไม่ใช่ร่างจำแลงของเทพีจันทราแต่เป็ร่างจำแลงของเทพสุริยะ”เ้าหญิงจันทราบอก พลัน! นางก็คิดถึงถ้อยคำในสาส์น นางตะลึงงัน!ภาพความทรงจำอันโหดร้ายผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง นางลุกพรวดวิ่งขึ้นบันไดไป
“คุณ!” ตะวันหน้าเหรอหราไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้ลุกไปแบบนี้
ปรียากับอารยะมองตามอย่างงงๆ
“เธอเป็อะไรเหรอคะ?” ปรียาถามลอยๆ
“นั่นซิไอ้วันคุณเ้าหญิงเป็อะไรเหรอ?”อารยะถามเพื่อนอย่างงงๆ
ตะวันส่ายหน้า “ไม่รู้ซิ”
ส่วนเ้าหญิงจันทราพอเข้าห้องแล้วก็ร้องไห้กัดริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้นช็อคกับเหตุการณ์นั้นไม่คิดเลยว่าท่านพ่อจะอำมหิตถึงขนาดฆ่าน้องฆ่าหลานตัวเองได้ลงคอภาพท่านพ่อที่ใจดีแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้วงความคิดของนาง
ตะวันมองสาส์นเทพในมือเพื่อนแล้วบอกว่า“ไอ้ยะแกเปิดสาส์นเทพนั่นอีกทีซิ”
อารยะทำตาม สาส์นเทพเปิดออกภาพทิวาปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ทั้งสามจ้องมองภาพนั้นอย่างอึ้งๆจนกระทั่งสาส์นเทพปิดลง
“นี่ถ้าไม่ได้เห็นกับตาปรีไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะมีสิ่งอัศจรรย์พันลึกแบบนี้” ปรียาพูดลอยๆ
“นั่นซินะ ถ้าไม่ได้เจอกับตัวเองผมก็คงคิดว่าเป็เื่เพ้อเจ้อเหลวไหลเหมือนกันครับ”ตะวันบอกมือก็ลูบสร้อยที่คอเพื่อตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาเห็นในความฝันนั่นเป็ความจริง
“แล้วนี่คุณเ้าหญิงอาการเป็ไงมั่งล่ะไอ้วัน?”อารยะถามอย่างอยากรู้ เพราะถึงไม่ใช่น้องแต่อายุหน้าตาก็เหมือนกับยัยวาถือซะว่าเป็น้องสาวอีกคนก็แล้วกัน
“ก็ดี แผลหายเกือบหมดแล้วล่ะเหลือแค่รอยแผลจางๆ ส่วนสภาพจิตใจก็ดีกว่าแต่ก่อนเยอะ นี่เธอเริ่มยิ้มบ้างแล้วล่ะ”ตะวันบอก
อารยะพยักหน้ารับรู้ “เออดีแล้วล่ะ”
“คุณคนนั้นเป็อะไรเหรอคะ?”ปรียาถามแทรก
ตะวันหันไปมองปรียาแล้วก็มองเพื่อนเหมือนยกให้เพื่อนตัดสินใจเองว่าจะเล่าให้เธอฟังรึเปล่า
อารยะรับรู้สายตาของเพื่อนก็บอกปรียาว่า“คือเธอถูกทำร้ายน่ะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกันครับพวกเรานึกว่าเธอคือยัยวาก็เลยพาส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้นพวกเราถึงได้รู้ว่าเธอไม่ใช่ยัยวาน้องของผมแล้วต่อจากนั้นพวกเราก็เจอเื่แปลกๆ เหมือนที่ผมเคยเล่าให้คุณฟังนั้นแหละครับ”
ปรียาพยักหน้ารับรู้ “อ๋อค่ะ”
ตะวันยื่นมือไป“ไอ้ยะฉันขอดูสาส์นเทพนั่นหน่อยซิ”
อารยะส่งสาส์นเทพให้เพื่อน ตะวันรับมาพลิกดูไปมา“หนักๆ แฮะ”
“ทองคำแท้ๆ ค่ะ” ปรียาพูดแทรก
ตะวันอึ้ง! มองปรียาขวับ“อะไรนะครับคุณปรียา?”
ปรียาชี้ที่สาส์นเทพ “ก็นั่นน่ะค่ะเป็ทองคำแท้ๆ ค่ะ ฉันดูแล้วตอนที่อยู่สนามบินน่ะค่ะ”
ตะวันก้มมองสาส์นเทพในมืออย่างอึ้งๆ“ไอ้เนี่ยนะ ทองแท้ๆ!”
เขาเดาะมือกะน้ำหนัก“น่าจะหนักหลายบาทอยู่นะนี่”
“ก็ถ้าตีราคาตามราคาทองก็น่าจะราวๆหกหรือเจ็ดแสนล่ะมั่งเพราะเท่าที่ฉันกะน้ำหนักดูน่าจะหนักเกินครึ่งกิโลนะคะ” ปรียาบอกอย่างเชี่ยวชาญ
ตะวันกับอารยะอึ้งไป
เสียงโทรศัพท์ของปรียาดังขึ้นเธอหยิบโทรศัพท์ออกมาดู “ขอตัวสักครู่นะคะ”
แล้วเธอก็ลุกไปคุยโทรศัพท์ อารยะกับตะวันมองตามแล้วก็หันไปมองหน้ากันเอง
“นี่แกสนิทกับคุณปรียามากเลยเหรอ?”ตะวันถามเพื่อน
“จะว่าสนิทก็คงได้มั้งก็ดูๆแล้วก็นิสัยดีน่าคบ นี่ฉันก็เพิ่งรู้นะนี่ว่าแกรู้จักเธอด้วย” อารยะบอก
“จะไม่รู้จักได้ไงก็คุณปรียาเป็เ้าของร้านไดมอนด์แกรนด์ไง พ่อแม่เธอก็รู้จักกับครอบครัวฉัน”ตะวันเล่าตาก็เหลือบมองคนที่กำลังพูดถึง
“อ๋อ สาวไฮโซว่างั้น”อารยะพยักหน้ารับรู้
“เออ” ตะวันพยักหน้า“ได้ข่าวว่านายภาสกรนั่นกำลังตามจีบอยู่นี่”
“แกคงจะหมายถึงผู้ชายตี๋ๆ นั่นใช่ไหม”อารยะเหลือบมองปรียา
ตะวันพยักหน้า “เออแกก็ระวังตัวหน่อยล่ะกัน ดันไปขวางถังข้าวสารของนายภาสกรแบบนี้มันคงแค้นน่าดู”
“เออๆ ขอบใจที่บอก”อารยะยิ้มให้เพื่อน
พอปรียาเดินมาทั้งสองก็เปลี่ยนเื่คุย
“ปรีคงต้องขอตัวกลับก่อนล่ะค่ะพอดีมีงานนิดหน่อยน่ะค่ะ” ปรียาบอก
“เชิญครับ”ตะวันยิ้มให้เธอในฐานะที่คุ้นเคยกัน
อารยะลุกขึ้นเดินไปส่งแขก“ขอบคุณนะครับที่มาส่งผม ไว้โอกาสหน้าผมจะเลี้ยงข้าวตอบแทนครับ”
ปรียายิ้ม “ขอบคุณค่ะ”
เธอจะก้าวเดินไปแล้วก็ชะงักหันไปบอกว่า“แล้วพบกันใหม่นะคะ”
อารยะพยักหน้า “ยินดีเสมอครับ”
ปรียายิ้มแล้วก็เดินไปขึ้นรถ
อารยะมองตามจนรถของเธอลับสายตาไปเขาเดินเข้าบ้านไปนั่งคุยกับเพื่อนต่อ ทั้งสองคุยกันถึงเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้น
อ้อย แม่บ้านเดินเข้ามา“คุณตะวันคะ จะให้ป้าตั้งโต๊ะ...”
เธอชะงักไปเมื่อเห็นว่าเ้านายมีแขก“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”
ตะวันกับอารยะหันไปมอง
“เข้ามาซิป้าอ้อยนี่ไอ้ยะเ้าของบ้านไง” ตะวันบอกพร้อมกับแนะนำตัว
อ้อยรีบวางของยกมือไหว้“สวัสดีค่ะ”
อารยะรีบไหว้กลับ
“ไอ้ยะนี่ป้าอ้อยแม่บ้านที่ฉันจ้างมาดูแลคุณจันไง”ตะวันแนะนำ
อารยะพยักหน้า
“ป้าอ้อยจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ”ตะวันบอก
อ้อยหยิบถุงหิ้วขึ้นมาแล้วก็เดินเข้าไปในครัว
“ไอ้วัน ไปนั่งใต้ต้นมะม่วงเถอะตรงนั้นเย็นดี” อารยะบุ้ยปากให้ตะวันออกไปคุยกันหน้าบ้านเพราะไม่อยากให้แม่บ้านได้ยินเื่ที่คุยกัน
ตะวันพยักหน้าเข้าใจเขาส่งสาส์นเทพคืนให้เพื่อนแล้วก็เดินไปนั่งที่โต๊ะหินใต้ต้นมะม่วง
อารยะเก็บสาส์นเทพใส่กระเป๋าแล้วก็ตามไปนั่งคุยกันต่อ
“แล้วนี่พวกเราจะทำยังไงกันล่ะ?จู่ๆก็เจอเื่พิลึกกึกกือขนาดนี้น่ะ” ตะวันถามหน้าเครียด
“ยังไม่รู้เลยว่ะ ฉันก็มืดไปหมดรู้งี้ฉันไม่น่าพายัยวาไปเที่ยวนครวัดนั่นหรอก” อารยะส่ายหน้าอย่างกลุ้มใจ
เสียงโทรศัพท์ของตะวันดังเตือนเขาหยิบมาดูแล้วก็บอกว่า “เฮ้ยฉันต้องไปแล้วว่ะ นัดลูกค้าเอาไว้น่ะแกก็ดูแลคุณจันด้วยล่ะ มีไรก็รีบโทรหาฉันได้ทันที”
“เออไปเถอะ” อารยะพยักหน้า
ตะวันลุกไปหยิบกุญแจรถแล้วก็ขึ้นรถขับออกไป
อารยะเดินไปปิดประตูรั้วแล้วก็เดินเข้าบ้านหยิบกระเป๋าไปเก็บในห้องพอเก็บกระเป๋าแล้วเขาก็เดินลงไปข้างล่างหาอะไรกินซะหน่อยแต่พอเดินผ่านห้องน้องสาวเขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ เขาชะงัก! ผลักประตูดู
เ้าหญิงจันทรากำลังนั่งร้องไห้อยู่บนเตียง
อารยะเดินเข้าไปหาอย่างเป็ห่วง“คุณเป็อะไรเหรอครับ?”
เ้าหญิงจันทราสะดุ้ง!เงยหน้ามองพอเห็นว่าเป็ใครก็หันหลังให้รีบปาดน้ำตา
อารยะหันไปดึงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานมานั่ง“ถ้าคุณไม่สบายก็บอกผมได้นะ เดี๋ยวผมพาไปหาหมอนะครับ”
เ้าหญิงจันทราเงียบมีแต่เสียงสะอื้นซึ่งเ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้
“ถ้าคุณมีเื่อะไรทุกข์ใจก็คุยให้ผมฟังได้นะถึงผมจะไม่ใช่หมอจิตเวชแต่การได้ระบายออกมาบ้างก็ทำให้คนเราสบายใจขึ้นได้นะครับ”อารยะบอกอย่างเป็ห่วง
เ้าหญิงจันทราก็ยังเงียบอยู่อย่างเดิม
อารยะลุกขึ้นเดินอ้อมเตียงไปนั่งตรงหน้าเธอเอื้อมมือไปจับมือเรียวบาง บอกอย่างเป็ห่วงว่า “ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้เป็เพื่อนนะคุณอยากร้องไห้ก็ร้องไปเถอะ ร้องดังๆเลยก็ได้คุณจะได้สบายใจขึ้นไง”
เขายิ้มให้อย่างอบอุ่นเหมือนที่ยิ้มให้น้องสาว
เ้าหญิงจันทราเหลือบมองจะดึงมือออกแต่พอเห็นรอยยิ้มเป็มิตรก็ชะงัก! จากที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นก็เผลอตัวร้องไห้เสียงดัง “ฮือๆๆๆ...”
อ้อยได้ยินเสียงร้องไห้ก็ใรีบวิ่งขึ้นไปดู“เป็อะไรคะคุณจัน?”
อารยะรีบบอก “ไม่มีอะไรหรอกป้าป้าไปทำงานเถอะ”
“ค่ะคุณ”อ้อยพยักหน้าแล้วก็เดินออกไป ก่อนจะไปก็ยังแอบมองอย่างเป็ห่วงแต่เห็นคุณยะอยู่ด้วยคงไม่เป็ไรหรอกก็พี่น้องกันนี่น่าคงเป็เื่ของพี่น้องล่ะมั้ง เธอคิดแล้วก็เดินลงไปข้างล่าง
เ้าหญิงจันทราร้องไห้เต็มที่ความอัดอั้นตันใจทั้งหลายถล่มทลายดั่งเขื่อนแตก
อารยะนั่งจับมืออยู่อย่างนั้นนี่ถ้าเป็ยัยวาเขาคงกอดแล้วก็ลูบหลังบอกว่า ไม่เป็ไรๆๆๆ ไปแล้วล่ะ
เ้าหญิงจันทราร้องไห้อยู่นานความทุกข์ทรมานใจค่อยคลายหายไป
อารยะหยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้ เ้าหญิงจันทราผงะออกแต่พอสบตากับแววตาอบอุ่นก็ดึงผ้ามาเช็ดน้ำตาเอง
“สบายใจขึ้นไหมครับ?”อารยะถามอย่างเป็ห่วง
เ้าหญิงจันทราพยักหน้า
“ถ้างั้นผมว่าเราไปหาอะไรกินกันดีกว่าผมหิวแล้ว” อารยะชวน ไม่อยากให้เธอเอาแต่จมอยู่ในความทุกข์เพราะเท่าที่ไลน์คุยกับเพื่อนดูเหมือนเธอจะเป็คนเก็บกดอารมณ์อย่างมากเขาดึงมือเธอให้ลุกขึ้น “มาซิครับ”
เ้าหญิงจันทราลุกออกจากเตียงเดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ
อารยะพาเธอลงไปข้างล่างเจออ้อยกำลังออกมาจากในครัวพอดี
“ป้าอ้อยเดี๋ยวผมออกไปข้างนอกนะป้าปิดประตูล็อกกุญแจด้วยล่ะ” เขาสั่งแล้วก็จูงมือเ้าหญิงจันทราเดินไปหยิบกุญแจรถที่แขวนไว้บนผนัง
“ไปหาอะไรอร่อยๆกินกันนอกบ้านนะครับ”เขาบอกพร้อมกับยิ้มให้
เ้าหญิงจันทราพยักหน้า
อ้อยรีบเดินไปเปิดประตูรั้วรอ
อารยะเดินไปเปิดประตูรถให้เธอ“เชิญครับ”
เ้าหญิงจันทราเข้าไปนั่งในรถอย่างเริ่มคุ้นเคยเพราะตอนออกจากโรงพยาบาลก็ต้องนั่งรถมาแล้วก็ถูกพามาที่บ้านหลังนี้หลังจากนั้นตะวันก็ยังเคยพานั่งรถไปซื้อของไปกินข้าวนอกบ้านด้วย
อารยะปิดประตูรถแล้วก็เดินอ้อมไปนั่งตำแหน่งคนขับจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากบ้าน
อ้อยปิดประตูรั้วล็อคกุญแจแล้วก็เดินเข้าบ้านไปทำงานต่อ
อารยะขับรถขึ้นทางด่วนออกไปย่านชานเมืองเขาพาเธอไปร้านอาหารซึ่งเคยไปกับน้องสาวบ่อยๆ
เ้าหญิงจันทรานั่งรถไปก็เริ่มรู้สึกเวียนหัวนิดๆ
อารยะเหลือบมองเห็นท่าทางเธอสีหน้าไม่ค่อยดีนักก็ถามอย่างเป็ห่วงว่า“เป็อะไรรึเปล่าครับ?”
“ปวดหัว” เ้าหญิงจันทราตอบเสียงเบาแม้จะไม่มีคำลงท้ายแต่น้ำเสียงก็ฟังรื่นหูนางยกมือปิดปากเพราะรู้สึกเหมือนอยากอาเจียน “อุ๊บ!”
“สงสัยคงจะเมารถมั้งครับ”อารยะเดาจากท่าทางรีบเปิดไฟเลี้ยวแล้วก็เปลี่ยนเลนไปซ้ายสุดอยากจะจอดริมทางแต่ก็ทำไม่ได้เพราะยังอยู่บนทางด่วนเขากลัวรถคันอื่นไม่ระวังจะขับมาชนท้ายเอาเขาได้แต่ชะลอความเร็วขับให้ช้าลง “ทนนิดนึงนะครับเดี๋ยวก็ถึงแล้วครับ”
เ้าหญิงจันทรามองเขาพยายามฝืนตัวเองไว้ไม่ให้อาเจียนออกมาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมถึงรู้สึกว่าคนๆนี้ไว้ใจได้ กับตะวันก็เช่นเดียวกัน
พอลงจากทางด่วนได้อารยะก็รีบเลี้ยวรถเข้าไปในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าที่อยู่แถวๆนั้นพอดี พอจอดรถได้เขาก็รีบเปิดที่เก็บของใต้คอนโซลหยิบถุงพลาสติกออกมาเขาสะบัดถุงคลี่ออกแล้วก็ส่งให้เธอ “ถ้าคุณจะอ๊วกก็อ๊วกใส่ถุงนี่นะครับ”
เ้าหญิงจันทรารับมาถือไว้พยายามฝืนไม่ให้อาเจียนสุดฤทธิ์ แต่ก็สุดจะฝืนได้ “อุ๊บ!”นางก้มลงอาเจียนใส่ถุง
อารยะรีบลูบหลังให้
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ