ราฟาเอล หมายถึง พระเ้าทรงรักษา เป็อัครทูต์ที่ร่ำลือกันว่าเป็มิตรที่สุดในบรรดาอัครทูตทั้งสี่องค์ จึงอัญเชิญประทับทรงได้ไม่ยากนัก ท่านมีพลังที่โดดเด่นในด้านการรักษาโรค เมื่อราฟาเอลอยู่ใกล้ ความเครียดและความวิตกกังวลทั้งมวลจะบรรเทาเบาบางลงไป ไม้เท้าของราฟาเอลมีไว้เพื่อพิทักษ์ผู้เดินทาง
ร่างของสตรีอายุราวยี่สิบปลาย ๆ นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ระโยงระยางอยู่รอบตัว แพทย์และพยาบาลที่อยู่ในห้องมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ผู้ป่วยอาการหนักมาก ไม่ตอบสนองต่อยาหรือการรักษาใด ๆ ทั้งสิ้น แต่แปลกที่ระบบต่าง ๆ ของร่างกายยังไม่ล้มเหลว นี่เป็เคสที่ไม่เคยพบมาก่อน” (หมายเหตุภาษาญี่ปุ่น)
“เราทำทุกทางที่ทำได้แล้ว”
เทวินรู้สึกว่าตัวเองลอยอยู่ใกล้ ๆ คนกลุ่มนี้ แต่ไม่มีใครมองเห็นเขา
“ตอนนี้เรามีขนาดเล็กกว่าปลายเข็มหมุด แต่เดี๋ยวเราจะย่อกายให้เล็กลงกว่านี้เพื่อเข้าไปในร่างที่นอนอยู่” เสียงของราฟาเอลอธิบาย
“ญาติิของคนไข้ยังขอให้เรารักษาต่อ เมื่อเขายังสู้ เราต้องไม่ถอดใจ” แพทย์ซึ่งาุโที่สุดกระตุ้นคนอื่น ๆ
“แม้เรายังไม่รู้วิธีรักษาโรคประหลาดนี้ แต่ทาง WHO ก็กำลังส่งคนมาช่วยหาแนวทางรักษา พวกเราต้องยื้อผู้ป่วยไว้ในนานที่สุด”
อยู่ ๆ ทั้งห้องก็มีกำลังใจขึ้นมา
“นี่เป็ฝีมือของท่านใช่ไหมครับ” เทวินสงสัย
“นี่เป็เพียงเพราะการดำรงอยู่ของเรา เ้าพร้อมหรือยังตั้งสมาธิให้มั่น”
“ครับ”
เทวินรู้สึกว่าโลกรอบตัวขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนมองเห็นสิ่งต่าง ๆ เป็เหมือนูเาลูกมหึมา แล้วร่างก็ลอยเข้าไปใกล้ผู้ป่วยที่นอนอยู่ จนมองเห็นชั้นิัของเธอมีรูทางเข้าขนาดใหญ่อยู่มากมาย
“นี่เราตัวเล็กขนาดไหนครับ”
“ไว้รัสที่มนุษย์รู้จักมีขนาดเพียง 20 นาโนเมตร [1 นาโนเมตรเท่ากับ0.000000001 เมตร] ตอนนี้เราคงมีขนาดราว 10 นาโนเมตร”
“พวกท่านเรียนวิทย์กันด้วยหรือครับ”
“เรามิได้แยกความรู้ด้วยชื่อแบบนั้นหรอก ที่จริงแล้วเทพระดับอัครทูต์ย่อมรู้เื่ของแทบทุกสิ่งในจักรวาล แต่ความเชี่ยวชาญด้านการใช้พลังอาจแตกต่างกันไป”
เทวินรู้สึกว่าลอยเข้าไปในตัวของคนไข้แล้ว
ทันใดนั้น วัตถุทรงกลมสีขาวขนาดใหญ่ก็เข้ามาล้อมรอบไว้
“นี่คืออะไรครับ”
“เม็ดเืขาว”
“เพิ่งเคยเห็นของจริง นี่เราตัวเล็กกว่าเม็ดเืขาวอีกหรือนี่”
“พวกเ้ารู้ไหมว่าสิ่งแปลกปลอมในร่างนี้อยู่ตรงไหน”
“ท่านคุยกับเม็ดเืขาวรู้เื่ด้วยหรือครับ”
“ไม่ได้คุยกันในแบบมนุษย์หรอก”
ครู่หนึ่งเทวินก็รู้สึกว่าอยู่ในอุโมงค์ขนาดใหญ่ มีวัตถุสีแดงรูปร่างกลมแบนมีรอยบุ๋มอยู่ตรงกลางลอยอยู่เต็มไปหมด
“นี่คงเป็เม็ดเืแดงใช่ไหมครับ”
“ใช่ เราอยู่ในเส้นเืแล้ว”
“แล้วเราจะไปไหนครับ”
“เม็ดเืขาวบอกว่าเ้าปีศาจอยู่ที่สมอง เราจะตรงไปนี่นั่นกัน”
ครู่หนึ่งเทวินก็มายืนอยู่บนชั้นวุ้นสีขาวนวลขนาดกว้างสุดลูกหูลูกตา มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
กลางลานกว้างนั้น มีสัตว์ประหลาดที่เทวินรู้สึกว่ารูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวกว่าเ้าปีศาจตัวแรกยืนอยู่
มันมีขาหกขารอบลำตัวยาว หัวโตใหญ่กว่าตัวมาก มันไม่มีตา แต่คอยส่ายหัวไปมาเหมือนรับรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เข้าไปใกล้ ขาข้างหนึ่งของมันเหยียบร่างของผู้หญิงกดไว้กับพื้น เธอมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเ้าของร่างนี้
“มันจับจิติญญาของเธอไว้เป็ประกัน”
“แล้วเราจะทำยังไงดีครับ โจมตีมันได้ไหม”
“หากเราจู่โจมในนี้ อาจกระทบต่อสมองของเ้าของร่างอย่างรุนแรง เราต้องดึงมันไปข้างนอกร่าง หรืออย่างน้อยก็ไปในอวัยวะส่วนที่สำคัญน้อยกว่านี้”
“พวกเ้าทำอะไรไม่ได้หรอก”
“มันพูดได้ด้วย”
“มันไม่ได้พูด แต่เ้ารับรู้ตรงจากจิตของมันที่ส่งออกมา”
“หากข้าฯ ออกไปจากร่าง ผู้หญิงคนนี้ก็ต้องตาย”
“เ้า้าสิ่งใด”
“หมดเวลาของพวกเทพและมนุษย์แล้ว ต่อไปพวกข้าฯ จะเป็ใหญ่และขึ้นปกครองเอกภพ”
ทันใดนั้นเ้าสัตว์ประหลาดก็ปักขาของมันข้างหนึ่งเข้าไปในเนื้อสมองที่ยืนอยู่
“คุณหมอคะ คนไข้มีอาการชัก”
“เกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้ยังทรงอยู่เลย”
ภายในห้องผู้ป่วยคล้ายกับมีศึกา แพทย์และพยาบาลครึ่งวิ่งครึ่งเดินวุ่นวาย ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง
ภายในสมอง
“ข้าฯได้ฝังรากเข้าไปในสมองแล้ว หากข้าฯ ตาย ผู้หญิงก็ตายด้วย”
เทวินมองไปที่ร่างที่ถูกเหยียบนั้น รู้สึกเหมือนคนไร้หนทาง
“ทำยังไงดีครับท่านราฟาเอล”
“เ้ามีชื่อจะประกาศหรือไม่”
สัตว์ประหลาดเหมือนถูกใจอย่างยิ่งที่ราฟาเอลถามชื่อของมัน
“ฮ่าฮ่า ข้าฯ คือผู้ชนะทวยเทพ ผู้พิชิตราฟาเอล ผู้เข่นฆ่ามนุษย์ จงจำข้าไว้ในนาม......”
“เทวินได้ยินเสียงนั้นชัด ๆ แต่ฟังไม่ออกสักนิดว่ามันพูดอะไร นั่นไม่ใช่ภาษาเสียด้วยซ้ำ เหมือนเสียงร้องคร่ำครวญจากดินแดนที่ห่างไกลแสนไกล”
“เทวินตั้งสมาธิและมีสติไว้”
“ครับท่านราฟาเอล”
เทวินรู้สึกได้ว่าราฟาเอลมองไปยังปีศาจแล้วชูไม้เท้าขึ้น
“ปีศาจ.........ข้าฯมิได้ทำร้ายเ้า ด้วยพลังของพระบิดา ข้าฯจะรักษาเ้า หากต้นกำเนิดเ้าคือเชื้อโรคและความป่วยไข้ พลังนี้คือการรักษาและปกป้อง จงอยู่ตรงนี้และรับการรักษาให้ถึงที่สุด”
มีแสงสีเงินสว่างขึ้นทั่วทั้งบริเวณ เทวินรู้สึกว่าอบอุ่นเหมือนได้รับแสงตะวันของหน้าหนาว แต่เ้าปีศาจกลับเริ่มกรีดร้อง เสียงเหมือนค้างคาวสักล้าน ๆ ตัว แล้วมันก็ดึงขาออกจากสมองพุ่งตัวขึ้นไป้าทันที
“ข้าฯ ไม่ยอมรับการรักษาจากเ้า ราฟาเอล เมื่อข้าฯ ออกไป ร่างนี้ก็ต้องตาย”
ราฟาเอลยกมือขึ้น อยู่ ๆ แตรสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทันที ท่านเป่าแตรเบา ๆ เสียงแตรกลับดังกังวานไปทั่ว ร่างของหญิงที่นอนอยู่กับพื้นสมองสะดุ้งเฮือก แล้วลุกขึ้นนั่ง มองมาด้วยแววตามึนงง
“สุดยอดเลยครับท่านทำได้ยังไง”
ราฟาเอลไม่ตอบ แต่เทวินรู้สึกว่าร่างลอยพุ่งขึ้นออกมาจากตัวของเธอ แล้วก็เห็นเ้าปีศาจลอยอยู่ในอากาศ มันโยกหัวไปมาเหมือนกำลังหาเหยื่อรายใหม่
ราฟาเอลโยนปลาในมือออกไป ปลานั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นแล้วฮุบเ้าปีศาจเข้าไปในปากทันที
“อ๊าก.................”
เสียงร้องของมันดังขึ้นแล้วแ่ลงไปเรื่อย ๆ คล้ายถูกลากกลับลงไปในขุมนรก
ราฟาเอลลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เหนือโรงพยาบาลแห่งนั้นราวหนึ่งกิโลเมตร ชูไม้เท้าขึ้น แสงสีเงินก็สว่างไสวไปทั่วมหานครโตเกียว เสี้ยวของเสี้ยววินาที ผู้คนทั้งหมดหยุดนิ่ง จากนั้นก็ทำกิจกรรมต่อเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
“คุณหมอค่ะ คนไข้หยุดชักแล้ว สัญญาณชีพก็กลับมาด้วย”
“ดีมาก” แพทย์เ้าของไข้ใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลออกมาข้างแก้ม ถอนหายใจอย่างโล่งอก”
“คุณหมอ ผู้ป่วยห้องอื่น ๆ เริ่มรู้สึกตัวแล้ว” พยาบาลจากหน้าวอร์ดวิ่งมาบอกอย่างตื่นเต้น
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
อัครทูต์ราฟาเอลได้มายังที่แห่งนี้
ท่านราฟาเอลส่งผมที่ห้องเรียนเดิม ดีที่ยังไม่มีใครใช้ห้อง ไม่งั้นถ้าอยู่ ๆ ผมหายตัวแวบโผล่มา คงเป็ข่าวดังไปทั่ว เอ๊ะ หรือจะดีหว่าเผื่อได้ไปออกรายการทีวี
“ทำได้ดีมาก เทวิน การประสานกับพลังของเทพความจริงมิใช่เื่ง่าย แต่เ้ามีพร์แต่กำเนิด เราจะมอบพลังชดเชยเรี่ยวแรงที่เสียไป แต่มันจะอยู่แค่ชั่วคราว รีบกลับบ้านพักผ่อนดูแลร่างกายให้ดี”
“ขอบคุณครับท่านราฟาเอล”
“วินมรึงขี้แตกเหรอ หายไปตั้งสองคาบ”
นี่คือประโยคแรกที่โต้งเพื่อนซี้ถามเมื่อเห็นผมกลับเข้าเรียน แหมน่าจับมันไปให้อินุกามินั่นกัดจริง ๆ
“กรูไปทำธุระมาเฟ้ย”
ตอนเรียนวิชาอื่น ผมหมดแรงลงไปเรื่อย ๆ พอเรียนเสร็จจึงรีบนั่งรถแดงกลับบ้านทันที แต่ก็ยังอุตสาห์แวะซื้อของหน้าปากซอย
โฮ่ง ๆ ๆ ๆ เสียงไอ้จ้อนเห่าต้อนรับผมเข้าบ้าน ทำท่าเหมือนไม่เจอกันนาน
มันวิ่งมาดมขาผมพักใหญ่ แล้วทำหน้าหมาสงสัย ดูแล้วคงได้กลิ่นของอินุกามิ ผมคิดพลางแกะซองในมือ
ไอ้จ้อนเปลี่ยนเป็ะโโลดเต้นไปมา
“ซื้ออะไรให้จ้อนนะลูก” แม่ถามเมื่อเห็นผมและท่าทางของเ้าจ้อน
“ขนมหมานะครับแม่ นาน ๆ ทีให้รางวัลมันหน่อย”
“ระวังมันจะเบื่อกับข้าวฝีมือแม่”
“โถ ใครจะเบื่อได้ลงครับ”
พอตกเย็นได้เื่เลย ผมปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด เรี่ยวแรงก็แทบไม่เหลือ แต่รู้สึกว่ายังไม่หนักเท่าครั้งแรก
“วินไม่สบายอีกแล้วเหรอ ท่าทางเพลีย ๆ” พ่อถามผ่านหนังสือพิมพ์
“แค่เหนื่อยนะครับพ่อ”
“มัวแต่เล่นเกมดึกหรือเปล่า”
“ไม่เกินเที่ยงคืนหรอกครับ”
แม่ผมยกไข่เจียวหมูสับกับแกงส้มมาวางบนโต๊ะ ข้าวสวยร้อน ๆ ควันฉุยหอมกรุ่น ผมรีบจ้วงเหมือนคนตายอดตายอยาก
“วินกินช้าหน่อยก็ได้เดี๋ยวติดคอลูก”
“ก็มันอร่อยนี่ครับแม่”
“แกงส้มกินเยอะ ๆ ไข่เจียวเหลือให้จ้อนมันด้วย”
“พ่อผมรีบวางหนังสือพิมพ์แล้วตักไข่เจียวหมูสับไปทันที”
เช้าวันถัดมาผมรู้สึกดีขึ้น เลยลากสังขารไปเรียนไหว
“เฮ้ยวินดูคนนั้นสิ”
“ใครวะ”
“นักศึกษาต่างชาติคนนั้นไง เขาว่าเป็นักเรียนแลกเปลี่ยน แต่ทำไมเพิ่งย้ายมาเกือบกลางเทอมก็ไม่รู้”
ผมหันไปมองทันที ไม่เสียแรงหันคอเลยครับ สาววัยรุ่นผมสีน้ำตาลทอง ตาโต คิ้วเข้ม จมูกโด่ง คางแหลม สวยแปลกตาสุด ๆ
แนะเธอหันมามองผมเสียด้วย
“เฮ้ย เธอมองมาด้วย วินเข้าไปคุยเลย”
“มรึงก็รู้ว่ากรูเก่งภาษาอังกฤษแบบเสน็ค ๆ ฟิช ๆ”
“แหมพอมีสาวต่างชาติมา พวกเธอก็คึกคักกันใหญ่เชียวนะ” เสียงเพื่อนผู้หญิงในชั้นลอยมา
“ก็เขาตัวสูงหุ่นดี ดูพวกเธอสิทั้งเตี้ยทั้งล่ำ โอ้ย ๆ” เสียงดังตุ๊บตั๊บเมื่อเ้าโต้งโดนรุมสกรัมจากเพื่อนสาว ๆ ในชั้น สมน้ำหน้ามัน
แต่เมื่อหันไปมอง เธอคนนั้นก็ยังมองผมอยู่ ไม่อยากเข้าข้างตัวเองนะครับ สงสัยจะตกตะลึงในความหล่อของหนุ่มไทยวัยทีนอย่างผมเข้าแล้ว
ระหว่างพักคาบเรียน ผมกับโต้งสอยกาแฟเย็นอย่างหรูแก้วละยี่สิบมาคนละแก้ว ยืนเหล่สาวอยู่ใต้ต้นไม้ บรรยากาศในมหาวิทยาลัยของภาคเหนือในหน้าหนาว เหมือนสรวง์ของหนุ่ม ๆ อย่างพวกผม
“นายว่าน้องดาวคณะมนุษย์เป็ไงบ้างวะ” ไอ้โต้งเปิดประเด็นน่าสนใจระหว่างละเลียดกาแฟเย็นหวานแสบไส้
“น่าร้าก”
“น้องณิชาคณะบริหารละ”
“น่าร้ากม้ากๆ”
“น้องสุดาคณะนิติ”
“นั่นมันอาจารย์ไอ้เวร”
“สวัสดีค่ะคุณเทวินใช่ไหมคะ” เสียงเหน่อ ๆ เหมือนชาวต่างชาติทักมา
ไอ้โต้งทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก ผมหันไปก็เห็นนักศึกษาสาวชาวต่างชาติคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้า ด้วยความสูง 180 เิเของผม เธอคนนี้ต้องสูงประมาณ 170 เิเ แถมด้วยรูปร่างแบบฝรั่งที่ทำให้สาวไทยชิดซ้ายไปเลย
“ครับ ผมเทวิน” ผมตอบด้วยเสียงที่คิดว่าหล่อที่สุด
“อ้วก” เสียงไอ้โต้งดังแว่ว ๆ แต่เธอคนนั้นไม่สนใจ
“ฉันคัทย่า (Katya) นักเรียนแลกเปลี่ยนจาก USA”
“มาจากอุษาคเนย์เชียว ไกลมากเลยครับ”
คัทย่าทำหน้างง ๆ กับมุขเสี่ยวของไอ้โต้ง
“อย่าไปสนใจคนบ้าเลยครับ แต่คุณคัทย่าพูดไทยได้ดีมากเลย”
“ขอบคุณค่ะ พอดีฉันเรียนวิชาโทภาษาไทยตอนอยู่ที่สหรัฐเลยพอพูดได้”
“อ๋อ แล้วคุณรู้จักผมได้ยังไงครับ”
“คนดังอย่างคุณใครจะไม่รู้จัก”
ผมทั้งงงทั้งยืดกับคำนี้ แต่ก็คิดไม่ออกว่าไปโด่งดังตอนไหน ไอ้โต้งยิ่งแล้วใหญ่ ทั้งดึงเสื้อทั้งทุบหลังผมอยู่นั่นแหละ
“ไอ้วินมรึงไปดังเื่อะไรวะ”
“กรูจะรู้เรอะ”
คัทย่ามองไอ้โต้งอย่างรำคาญนิด ๆ
“เอาไว้ค่อยคุยกันนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณเทวิน” หล่อนยื่นมือขาว ๆ ออกมาให้จับ ผมรีบเช็ดมือที่เปื้อนน้ำจากแก้วกาแฟกับเสื้อนักศึกษา แม้จะรู้ว่าเป็ธรรมเนียมฝรั่ง แต่มือที่ยื่นออกไปก็สั่นเล็กน้อย แหมเกิดมาเพิ่งเคยจับมือสาวต่างชาติเป็ครั้งแรกนี่ครับ เสียดายที่มือของเธอไม่นุ่มอย่างที่คิด ออกแข็งแรงแน่น ๆ ด้วยซ้ำ
“ยินดีมากเลยครับ”
พอหล่อนเดินไปไอ้โต้งก็ซักไซ้ผมเป็การใหญ่ แต่จนแล้วจนรอดผมก็บอกไม่ได้ว่าเธอรู้จักผมได้ยังไง
“หรือกรูหล่อถูกใจเธอวะ”
“กรูไปอ้วกในห้องน้ำก่อนนะ” ว่าแล้วไอ้โต้งก็เดินส่ายหัวไปด้วยความไม่พอใจ
เย็นนั้นผมต้องยืนบนรถเมล์ตลอดทางเพราะคนแน่น แต่ผมไม่สนใจ คนมันกำลังมีความสุขนี่ครับ พอถึงบ้านผมรีบเข้าห้องมานอนฝันหวาน
ชะรอยจะได้แฟนเป็ชาวต่างชาติซะแล้วเรา นี่ถ้าตอนเรียนเราได้นั่งข้าง ๆ กับคัทย่า ฟังเลคเชอร์ไปคุยกันไป เรียนเสร็จก็ชวนกันไปกินข้าวกินขนม ตอนเย็นก็ไปดูหนัง อะจึ้ย ๆ ฮ่า ๆ เอิ้ก (อันนี้ประมาณฟุ้งซ่านจนสติแตก)
เสียงโทรศัพท์ดังปลุกผมตื่นจากความฝันกลางวัน แหมเสียดายจริง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย เบอร์แปลก ๆ โทรมาอีกแล้ว แต่ไม่ใช่ขององค์การเพราะผมเมมไว้ในชื่อ อูโปะ เรียบร้อย ในเมื่อไม่ใช่เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วยเลข 02 ก็คงไม่ใช่พวกเสนอขายสินค้า ต้องรับซะหน่อย
“ไฮเทวินนี่คัทย่านะ”
ผมเอื้อมมือไปหยิกขาตัวเองแรง ๆ แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไปเพราะเจ็บจริง นี่แม่สาวต่างชาติโทรหาผมก่อนเลย เสน่ห์แรงจริง ๆ เรา
“สวัสดี เอ่อ คุณได้เบอร์ผมมาจากไหนครับ” ผมสงสัยไอ้โต้งก่อนเป็คนแรก พรุ่งนี้จะเลี้ยงกาแฟมันสองแก้วเลย
“ฉันบอกแล้วไงว่าคุณเป็คนดัง”
“แหมก็ไม่ดังเท่าไหร่หรอกครับ” ผมพูดไปยิ้มไปจนเหมือนคนเพี้ยน
“ในโลกนี้มีคนสักกี่คนที่ได้คุยกับท่านทูต์มิคาเอล คุณจะไม่ดังได้ยังไง”
ผมหุบยิ้มทันที เธอรู้เื่นี้ได้ยังไง ไอ้โต้งเพื่อนซี้ผมยังไม่รู้เลย หรือไอ้จ้อนบอกเธอก็ไม่น่าใช่
“คุณคัทย่าล้อเล่นหรือเปล่าครับ นั่นเทวดาไม่ใช่เหรอ”
“หึหึ อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้ไปนิวยอร์กมา”
นี่หล่อนรู้จริงเสียด้วย เอาไงดีหว่าเรา พ่อปู่บอกแล้วว่ากฎข้อแรกคือห้ามบอกใครเื่องค์การ แต่ผมก็ไม่ได้บอกเธอนี่นา แล้วเธอเป็ใคร มิตรหรือศัตรู ผมก็ยังไม่รู้เลย
ตู๊ด ๆ ๆ ๆ สายเรียกซ้อนเข้ามาพอดี ชื่อที่ขึ้นมาคือ อูโปะ ระฆังช่วยหวุดหวิดเลยเรา
“คุณคัทย่าครับพอดีมีสายเรียกซ้อนเอาไว้คุยกันใหม่นะครับ” ว่าแล้วผมก็กดตัดสายของหล่อนทันที
“สวัสดีค่ะคุณเทวิน เกือบไปแล้วนะคะ” เสียงโอเปอเรเตอร์หญิงที่คุ้นเคยดังขึ้น แต่คราวนี้ผมรู้สึกโล่งใจที่ได้ยินเสียงเธอ
“สวัสดีครับเกือบอะไรเหรอครับ”
“ก็คุณเกือบบอกเธอเื่องค์การของเราแล้วไงคะ”
“ปล๊าวนะครับ” ผมทำเสียงสูง
“ขออนุญาตโอนสายให้พ่อปู่นะคะ”
ว่าแล้วภาพของพ่อปู่ก็ขึ้นมาที่หน้าจอในเสื้อสูทตัวเดิม ผมว่าแกมีสูทตัวเดียวแน่ ๆ”
“มีหลายตัวอยู่ขอรับคุณเทวิน”
ผมลืมไปเลยว่าพวกนี้อ่านใจได้
“ปล๊าวนะครับ ถ้าผมอ่านใจคนได้ ผมไปออกรายการทีวีหาเงินแล้ว แต่คุณเทวินต้องระวังคุณคัทย่าให้ดีนะครับ เธอเป็คนของหน่วยงานจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือที่เราเรียกกันลับ ๆ ว่า USA”
ผมว่ามันไม่ลับเท่าไหร่นะพ่อปู่
“แล้วเธอมาเมืองไทยทำไมครับ”
“ทางเรากำลังหาข่าวอยู่ อันที่จริงเรามีการประสานงานกับหน่วยงานของอเมริกากับยุโรปอยู่เป็ประจำ แต่คราวนี้ไม่มีการแจ้งอะไรมาก่อน ยังไงถ้าผมได้ข้อมูลจะรีบบอกคุณเทวินเลยครับ”
“เมื่อกี้เธอพูดเหมือนรู้เื่ที่ผมประทับทรงท่านมิคาเอลด้วยครับ”
“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าเธออยู่หน่วยงานสำคัญจริง ๆ แต่ถ้ายังไม่รู้เจตนาของเธอ เราก็ต้องเงียบไว้ก่อน หวังว่าคุณเทวินคงไม่ใจอ่อนบอกความลับซะหมดนะครับ”
“แหมพ่อปู่เห็นผมเป็คนยังไง”
“ก็เหมือนกันกับผมนี่แหละขอรับ”
แน้
“แล้วถ้าเธอถามผมอีกจะทำยังไงครับ”
“ปฏิเสธไปก่อนครับ ผมเชื่อว่าคุณเทวินพอมีฝีมือ อ้อ เห็นว่าคุณเทวินอยากได้รถใช่ไหมครับ”
ผมตาลุกวาวขึ้นมาทันที
“ทางองค์การมีรถให้ผมด้วยเหรอครับ”
“ทุกวันนี้พ่อปู่ยังนั่งรถเมล์เลยขอรับ”
โธ่แล้วถามทำไม
“คือจะบอกว่าบาง่เรามีโปรโมชั่นนำแต้มที่ได้จากการเข้าทรงสะสมแลกซื้อรถได้ด้วย ถ้าจำไม่ผิดใช้ประมาณแสนแต้มนี่แหละครับ”
แสนแต้ม ผมลองคำนวณในใจ เข้าทรงหนึ่งครั้งได้ร้อยแต้ม แสนแต้มต้องกี่ครั้งหว่า
“ประมาณร้อยครั้งขอรับ”
“พันครั้งครับพ่อปู่” แหมคณิตแย่กว่าผมอีก
“แหะ ๆ มิน่าไม่เคยเห็นใครแลกได้สักที เอาเป็ว่าคุณเทวินระวังตัวไว้แล้วกันครับ อย่าหลงเสน่ห์สาวต่างชาติไปก่อน ถ้าจวนตัวจริง ๆ โทรมาหาเราได้ตลอดเวลาครับ”
แล้วพ่อปู่ก็วางสายไป
“วินมากินข้าวเย็นได้แล้วลูก”
ดีเหมือนกัน ผมกำลังเหนื่อย กับข้าวอร่อยฝีมือแม่จะช่วยได้มาก
คุณพ่อผู้ทันสมัยนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่โต๊ะอาหารเหมือนเคย
วันนี้แม่ทำพะโล้กับหมูหวานด้วย
โฮ่ง ๆ แฮ่ ๆ งื้ด ๆ อิ๋ง ๆ ๆ ๆ
ไม่ใช่ใครหรอกครับเสียงพี่จ้อนนั่นแหละ
“วินเ้าจ้อนเจออะไรอีกแล้ว”
“สงสัยแมวครับแม่”
ผมเดินไปเปิดประตูบ้าน ตั้งใจจะไล่แมวตัวโตนั่น สงสัยคราวนี้ต้องเอาน้ำสาดให้เข็ด
“ไอ้จ้อนแมวตัวนิดเดียวมรึงสู้หน่อยสิวะ” ผมะโออกไปก่อนเปิดประตู
แมวตัวโต้โตยืนอยู่หน้าบ้าน ดูท่าเป็แมวลูกครึ่งเสียด้วย ผมสีทอง ตาโตสีฟ้า คิ้วเข้ม คางแหลม สูงประมาณ 170 เพอร์เฟคสุด ๆ ถ้าเธอจะไม่มาแบบฉุกละหุกแบบนี้
“คัทย่า คุณมาได้ยังไง” ผมถามระล่ำระลัก นึกไม่ออกเลยว่าไปบอกที่อยู่กับเธอตอนไหน
“ฉันบอกแล้วว่าคุณเป็คนดัง แค่บ้านคุณทำไมฉันจะไม่รู้จัก” หล่อนพูดพร้อมกับเดินเข้ามาในบ้านหน้าตาเฉย เป็จังหวะเดียวกับที่คุณแม่ผมเดินออกมาจากห้องครัว
“อ้าวเทวินใครมาเหรอลูก” แม่ผมมีท่าทางในิด ๆ ที่เห็นสาวฝรั่งเข้ามาในบ้าน
ส่วนพ่อผมนะเหรอครับ วางหนังสือพิมพ์แล้วตาค้างไปเลย
“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ ดิฉันเป็เพื่อนของเทวินที่มหาวิทยาลัยค่ะ” คัทย่าพูดพร้อมกับยกมือไหว้ เป็การไหว้ที่สวยที่สุดเท่าที่ชาวต่างชาติจะไหว้ได้
“ตายจริงเทวิน เพื่อนจะมาก็ไม่บอก ดูสิเรา นั่งก่อนสิหนูทานข้าวเย็นด้วยกัน” แม่ผมพูดพร้อมกับเดินเข้าไปตักข้าวในครัว
“เ้าเทวินมีเพื่อนน่ารักอย่างนี้ ไม่เคยบอกพ่อเลย” คุณพ่อที่ปกติไม่ค่อยพูดเริ่มพูดได้ซะงั้น สงสัยจะเห็นฝีมือผมแล้วสิ ฮ่า ๆ
คัทยานั่งลงอย่างไม่เคอะเขิน รับจานข้าวจากแม่ผมไปวางหน้าตัวเอง
“ขอบคุณค่ะคุณแม่ ดิฉันยังไม่ได้ทานอาหารเย็นพอดี”
“ดีเลย ทานเยอะ ๆ นะจ๊ะ วินชวนเพื่อนทานข้าวสิลูก”
“เชิญเลยครับคุณคัทย่า”
“คัทย่า ชื่อเพราะจังแปลกดีด้วยแปลว่าอะไรเหรอจ๊ะ”
“แปลว่าบริสุทธิ์คะคุณแม่”
“ความหมายก็ดีใช้จะไหมจ๊ะจ้อน เอ้ยเทวิน”
แหมคุณแม่ผม ท่าทางดีใจที่มีสาวมาหาลูกชายที่บ้านเป็ครั้งแรก
คัทย่ากินข้าวเย็นฝีมือคุณแม่ผมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะหมูหวานเธอดูชอบมากเป็พิเศษ
“คุณแม่ทำอาหารอร่อยมาก ขอบคุณมากค่ะ”
แม่ผมยิ้มตัวลอย ถูกอกถูกใจจนออกนอกหน้า
“เดี๋ยวดิฉันช่วยล้างจานนะคะ”
“ไมต้องหรอกลูก ไปคุยกับวินเถอะ แม่จัดการเอง”
“ถ้าอย่างนั้น ดิฉันขออนุญาตไปคุยกับคุณเทวินในห้องนะคะ”
พ่อกับแม่ผมถึงกับพูดไม่ออกเลย