“ยกนังเพชรให้ไอ้นพมันไปดีกว่าค่ะคุณแม่”
อวิกาหยุดชะงักเมื่อได้ยินมธุรินเอ่ยชื่อของเธอออกมาหญิงสาวกำลังจะขึ้นไปทำความสะอาดชั้นบนจึงจำเป็ต้องเดินผ่านห้องนั่งเล่นเลยทำให้ได้ยินเข้าพอดีประโยคที่ได้ยินนั้นทำเอาอวิกาใจหายระคนสงสัยจึงต้องยอมเสียมารยาทแอบฟัง
“เอางั้นเหรอลูก” งามพิศทำหน้าเสียดาย แม้จะเกลียดอวิกาจับใจแต่เธอก็นึกเสียดายคนรองมือรองเท้าที่ขยันขันแข็งและไม่ต้องเสียเงินจ้างสักบาทเดียวไป
“ทำไมคะคุณแม่เกิดเสียดายมันจนอยากเก็บมันไว้เป็ลูกอีกคนหนึ่งหรือคะ” ลูกสาวสุดที่รักประชดให้อย่างหงุดหงิด งามพิศจึงรีบพูดเอาใจ
“โธ่...แม่น่ะหรือจะรับคนอย่างมันเป็ลูกอีกคนแม่เกลียดมันจะตายไป ถ้าฆ่าคนแล้วไม่ผิดกฎหมายละก็ แม่ฆ่ามันทิ้งั้แ่มันยังเด็กไปแล้ว”
“ตกลงคุณแม่จะทำตามที่หนูบอกหรือเปล่าคะบอกตรงๆ นะคะว่าตอนนี้หนูไม่ไว้ใจมันเลย หนูกลัวว่ามันจะแก้แค้นพวกเราด้วยการอ่อยคุณอิมราน”
“ถึงมันอ่อย เขาก็คงไม่เอามันหรอกลูกขี้เหร่และก็อ้วนออกอย่างนั้น เขาคงไม่ตาต่ำเห็นมันดีไปกว่าลูกสาวของแม่ได้หรอก”
“วางใจไม่ได้หรอกค่ะคุณแม่ขึ้นชื่อว่าผู้ชายน่ะมีหรือจะไม่เอาหากผู้หญิงทอดสะพานให้ ของฟรีใครล่ะจะไม่เอา”
“มันก็จริง อีกอย่างสันดานมันอาจเหมือนแม่ของมันก็ได้ถ้าขืนเลี้ยงเอาไว้ต่อไป มันคงแว้งกัดเราในภายหลัง”
งามพิศพูดอย่างฉุนเฉียวแม้เื่ที่วิทวัสมีความสัมพันธ์กับปานวาดจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วแต่เธอก็ยังไม่ลืมความเจ็บช้ำ เจ็บแค้น และอับอายในครั้งนั้นได้เลยยิ่งได้เห็นหน้าอวิกาอย่างนี้ เธอก็ยิ่งไม่มีทางลืมได้เข้าไปใหญ่
“เอามันไว้ก็เป็หนามตำใจแม่แถมยังต้องมาระแวงว่ามันจะทรยศเราเหมือนแม่ของมันหรือเปล่าอีก”
“ใช่ค่ะคุณแม่ฉะนั้นเราอย่าเอามันไว้อีกเลยนะคะ”มธุรินรีบสนับสนุนความคิดของมารดาและยุยงแม้จะมั่นใจในความสวยและเสน่ห์ของตัวเองมากแค่ไหนแต่หญิงสาวก็ไม่อยากเสี่ยงเหมือนมารดาในอดีต
“จ้ะแต่ว่าไอ้นพมันจะเอานังเพชรเหรอ” งามพิศไม่มั่นใจสักเท่าไรเมื่อก่อนนายนพซึ่งเป็ลูกชายของเถ้าแก่ร้านขายหมูในตลาดเคยมาพูดจาทาบทามสู่ขออวิกาอยู่เหมือนกันแต่ตอนนั้นเธอคิดว่ายังใช้อวิกาไม่คุ้มจึงได้ปฏิเสธไป ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้นายนพจะไปถูกตาต้องใจผู้หญิงคนใหม่แล้วหรือยัง
“เอาสิคะ พิกุลมันบอกว่านายนพยังถามหานังเพชรมันอยู่บ่อยๆดูท่ามันจะหลงรักนังเพชรจนหัวปักหัวปำเลยนะคะ”
“งั้นก็ดีพรุ่งนี้แม่จะให้นังพิกุลมันไปเรียกนายนพมาเจรจากัน”
“เยี่ยมเลยค่ะคุณแม่ยิ่งจัดการเขี่ยมันออกไปจากชีวิตพวกเราเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีค่ะ” สองแม่ลูกมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
อวิกาที่แอบฟังอยู่ถึงกับช็อกไปเลยทีเดียวใบหน้านวลนั้นซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเืแววตาตื่นตระหนกราวกับคนเห็นสิ่งที่น่ากลัวเสียงงามพิศเรียกหาพิกุลทำให้หญิงสาวต้องรีบพาตัวเองออกมาจากที่ตรงนั้นเมื่อออกมานอกบ้านแล้วเธอก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหญ้าอย่างคนหมดเรี่ยวแรงใบหน้าที่ซีดเซียวเริ่มระเรื่อขึ้นจนแดงก่ำด้วยความโกรธ
สองแม่ลูกนั่นมีสิทธิ์อะไรมาเ้ากี้เ้าการชีวิตเธอเธอมีชีวิตจิตใจนะ ไม่ใช่สิ่งของที่คิดจะหยิบยื่นให้ใครก็ได้ ไม่! ยังไงเธอก็ไม่ยอมแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รักโดยเด็ดขาดคราวนี้เธอจะไม่ยอมให้สองแม่ลูกนั่นมากดขี่ข่มเหงได้อีกต่อไปแล้วเธอจะไม่ยอมทนอยู่ในขุมนรกนี้อีกต่อไป! อวิกากำมือแน่นดวงตาลุกโชนด้วยความมุ่งมั่นกับสิ่งที่คิดอยู่ในใจ
ภายในห้องพักของเรือนคนใช้อวิกานั่งกอดยายร้องไห้อยู่ ในขณะที่ผู้เป็ตานั่งชันเข่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแววตาของชายชราเต็มไปด้วยความแค้นเคือง
“ทำตามที่เอ็ง้าเถอะเพชร”
ยายแหวนบอกเสียงเครือก้มหน้าลงมองหลานสาวในอ้อมแขนด้วยความสงสารจับใจหลังจากที่อวิกาเล่าเื่ที่งามพิศจะจับเธอแต่งงานกับลูกชายพ่อค้าขายหมูในตลาดให้ฟังและแสดงความ้าว่าจะแก้ปัญหานี้เช่นไร
“ชีวิตเป็ของเอ็งอย่าจมปลักอยู่ในขุมนรกแห่งนี้อีกเลย”
“ใช่ เอ็งไปเสียเถอะ” ตาปั่นเอ่ยสนับสนุนทั้งที่ใจก็นึกเป็ห่วงหลานสาวอยู่ไม่น้อย “เขาทำกับเอ็งเหมือนหมูเหมือนหมาแบบนี้ อย่าไปทนอีกเลย”
“ตากับยายจะไปกับฉันด้วยไหมจ๊ะ” อวิกาถอนกายออก จากนั้นก็เงยหน้าถามตากับยายสองตายายมองหน้ากันแล้วถอนหายใจยาว ก่อนผู้เป็ยายจะตอบ
“เอ็งไปคนเดียวเถอะอย่าเอายายกับตาไปเป็ตัวถ่วงเอ็งเลย”
“แต่หนูไม่อยากทิ้งตากับยายไว้ที่นี่เลยหนูกลัวว่าคุณผู้หญิงจะเล่นงานตากับยาย”
“คุณผู้หญิงไม่ทำอะไรคนแก่ๆอย่างตากับยายหรอก”ยายแหวนปลอบก่อนจะลุกเดินไปเปิดลิ้นชักไม้ใบขนาดกลางที่วางอยู่ชิดผนังห้องหยิบของบางอย่างออกมาจากในนั้น แล้วก็เดินกลับมานั่งที่เดิม
“นี่เป็เงินเก็บของตากับยายเอาติดตัวไปนะลูก”
“ไม่จ้ะยาย” อวิกาส่ายหน้าปฏิเสธ น้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจ “ยายเก็บเงินไว้ใช้เถอะจ้ะ”
“เอาไปเถอะ เอ็งออกไปก็จำเป็ต้องใช้เงินมากอยู่เพราะต้องจ่ายค่าเช่าบ้านกับค่าอาหารการกินระหว่างที่ยังไม่ได้งานทำ ตากับยายอยู่นี่ไม่ได้ใช้เงินอะไรสักบาทอยู่แล้วอย่าดื้อเลยน่า” ตาปั่นดุ เมื่อเห็นหลานสาวทำท่าจะปฏิเสธ
“รับเอาไว้เถอะ เอ็งอย่าทำให้ตากับยายต้องเป็ห่วงเลยนะ”
ยายแหวนจับมือหลานสาวแบออกแล้ววางเงินปึกหนึ่งซึ่งจำนวนมากพอดูลงบนมือบางอวิกากำเงินแน่นทั้งน้ำตา ก่อนจะวางเงินไว้ข้างตัวแล้วพนมมือก้มลงกราบบนตักของตากับยายด้วยความซาบซึ้งใจคนสองคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอทางสายเืเลยแต่กลับให้ความรักความเมตตากับเธอยิ่งกว่าพ่อแท้ๆ เสียอีกเธอช่างโชคดีเหลือเกินที่เกิดมายังมีตากับยายคอยอุ้มชู พวกท่านมีบุญคุณมากล้นฉะนั้นเธอขอสาบานว่าจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณพวกท่าน และจะพยายามทำให้พวกท่านสุขสบายและมีความสุขตลอดไป
“ขอบคุณตากับยายมากนะจ๊ะถ้าหนูไม่มีตากับยายคอยดูแล ชีวิตของหนูคงย่ำแย่มากไปกว่านี้หนูสัญญานะจ๊ะว่าหนูจะรีบหางานทำแล้วจะรีบกลับมารับตากับยายไปอยู่ด้วยกัน”
“ยายกับตาจะคอยนะลูกขอให้หนูดูแลตัวเองให้ดีๆ ใช้สติกับทุกปัญหาให้มากๆและถ้ามีปัญหาอะไรก็มาหายายกับตานะ”ยายแหวนลูบศีรษะอวิกาด้วยความรักนึกขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองให้หลานสาวของเธอปลอดภัยและพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆตลอดไป
“จ้ะ หนูจะจำคำสอนของยายไว้ยายกับตารอหนูหน่อยนะ หนูจะเร่งหางานทำและหาบ้านเช่าอยู่ให้ได้โดยเร็วที่สุด”
สองตายายแย้มยิ้มด้วยความภาคภูมิใจกับความกตัญญูของหลานสาวนอกไส้ยิ่งนักพวกท่านคงช่วยได้เพียงเท่านี้ ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้อวิกาช่วยเหลือตัวเองไป
อวิกาอยู่คุยกับตายายอีกพักใหญ่ๆก่อนจะกลับไปที่ห้องพักของตนเองเพื่อเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า คืนนี้เธอมุ่งมั่นที่จะหนีออกจากบ้านไปจริงๆเพราะไม่อยากถูกจับแต่งงานเธอกับนพเป็เพื่อนกันเพราะเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันมาก่อนเธอรู้ว่านพคิดยังไงกับเธอแต่เธอก็สามารถให้ได้แค่ความเป็เพื่อนเท่านั้น
เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าไปก็น้ำตาซึมไปด้วยความเสียใจในชะตาชีวิตของตนเองั้แ่เกิดมาเธอต้องพบกับความดูถูกเหยียดหยามและถูกเอารัดเอาเปรียบเสมอมาไม่เคยได้รับความรักจากผู้เป็พ่อ แม้แต่ความห่วงใยสักนิดก็ไม่เคยมี ชีวิตเธอจึงมีแต่ตากับยายเป็ที่พึ่งสุดท้ายเป็ร่มโพธิ์ร่มไทรให้พักพิงยามเหนื่อยล้า แต่แม้ว่าจะได้รับความรักจากพวกท่านมากมายเพียงใดมันก็ยังไม่สามารถมาทดแทนความรักจากผู้ให้กำเนิดได้อยู่ดี
ขณะที่หญิงสาวมัวจมอยู่ในความทุกข์นั้นพิกุลเดินกลับเรือนพักพอดีและต้องผ่านห้องของอวิกาเพื่อไปยังห้องพักของตนเอง่ที่กำลังเดินผ่านนั้นพิกุลมองผ่านหน้าต่างห้องของอวิกา ซึ่งเป็แบบกระจกบานเกล็ดเ้าของห้องไม่ได้เอาผ้าม่านลงจึงทำให้คนนอกมองเห็นภายในห้องได้พิกุลเห็นอวิกานั่งอยู่ในห้องจึงหยุดดูตั้งใจจะพูดเยาะเย้ยถึงเื่ที่อีกฝ่ายจะถูกขายให้ลูกชายพ่อค้าหมูแต่ต้องหยุดคำพูดทั้งหลายทั้งปวงไว้เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าที่วางอยู่ข้างตัวอวิกาเสียก่อน
“มันเอากระเป๋าออกมาทำไมหว่า” พิกุลพึมพำอย่างสงสัยก่อนจะตัดสินใจแอบดูอยู่ข้างหน้าต่างพอเห็นอวิกาเอาเสื้อผ้าที่เหลือใส่กระเป๋าก็ตาโต คิดออกทันทีว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร
“ชัวร์เลยนังเพชรมันต้องคิดหนีแน่ๆ แต่เอ๊ะ! มันไม่รู้เื่ที่คุณผู้หญิงจะจับมันแต่งงานนี่นาเอาเถอะ รู้ไม่รู้ช่างมันก่อน รีบไปรายงานคุณผู้หญิงก่อนดีกว่า”
ว่าแล้วพิกุลก็รีบเดินออกจากบริเวณนั้นไปเรือนใหญ่ทันที
พิกุลมารายงานให้งามพิศทราบเื่ซึ่งมธุรินก็นั่งฟังอยู่ด้วยพอดี ฟังจบสองแม่ลูกก็มองหน้ากันอย่างแปลกใจ
“มันรู้ได้ยังไงกันว่าเราคิดจะทำอะไร” งามพิศเอ่ยขึ้น
“หรือมันจะแอบฟังเราคุยกันคะคุณแม่” มธุรินสันนิษฐาน พิกุลจึงรีบพูดเสริมต่อทันที
“ต้องใช่อย่างที่คุณหนูคิดแน่ๆเลยค่ะ มันคงขึ้นมาทำความสะอาดแล้วบังเอิญได้ยินคุณผู้หญิงคุยกับคุณหนูเข้าพอดี”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะคุณแม่มันเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแบบนี้ มันต้องคิดหนีแน่ๆ เลยค่ะ”มธุรินถามอย่างร้อนใจ
“ไปจับตัวมันมาขังไว้เลยไหมคะคุณผู้หญิง” พิกุลเสนอ
“ยังไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกคอยจับตาดูมันไว้ก็พอ ถ้ามันคิดหนีจริงก็ค่อยจับตัวมันมาขัง”งามพิศบอก “นังพิกุล แกรับหน้าที่นี้ไปซะ ไม่ว่านังเพชรมันจะไปไหนแกก็ต้องคอยจับตาดูมันอย่าให้คลาดสายตา ส่วนลูกก็ต้องช่วยอีกแรงนะจ๊ะ” งามพิศหันมาพูดกับบุตรสาวสุดที่รัก
“มีอะไรให้หนูช่วยก็บอกมาได้เลยค่ะคุณแม่” มธุรินบอกอย่างไม่เกี่ยงงอนสองแม่ลูกยิ้มให้กันก่อนงามพิศจะบอกถึงสิ่งที่ต้องทำให้บุตรสาวฟัง
อวิกาถึงกับนิ่งอึ้งไป เมื่อหลังจากทานข้าวเย็นเสร็จแล้วพิกุลก็มาบอกกับเธอว่ามธุรินสั่งให้เธอขึ้นไปนอนเป็เพื่อนที่ห้องในคืนนี้ หญิงสาวปฏิเสธและอ้างเหตุผลต่างๆนานา แต่พิกุลก็ไม่ฟัง แถมยังคอยตามติดเธอแจและเร่งให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วไว อวิกาพยายามส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากยายซึ่งยายแหวนก็เข้าใจจึงได้รีบช่วยพูดทันที
“พิกุลเอ๊ยเอ็งช่วยไปเรียนคุณหนูให้ข้าทีเถอะว่าข้าไม่ค่อยสบายเลยอยากให้เพชรมันมานอนเป็เพื่อนหน่อย”
“ไม่ได้หรอกป้าแหวนคุณหนูสั่งฉันมาว่าให้พานังเพชรขึ้นไปหาเท่านั้น”พิกุลปฏิเสธทันที
“ทำไมคืนนี้คุณหนูถึงอยากได้เพชรมันไปนอนเป็เพื่อนนักล่ะทุกทีไม่เคยเรียกหาเลยนี่นา” อนงค์สงสัย
“ฉันจะไปรู้เหรอ จะมาถามมากถามมายกันทำไมนักนะกับอีแค่ต้องขึ้นไปนอนเป็เพื่อนคุณหนูคืนเดียวนี่มันจะตายกันเลยหรือไงยะ” พิกุลแสดงบทบาทคนไม่รู้อะไรได้แเีนัก ก่อนจะแกล้งพูดเหมือนรู้ทันให้อีกฝ่ายหวาดกลัว
“ทำเหมือนคืนนี้จะหนีเที่ยวกันอย่างนั้นแหละ”
อวิกาและยายแหวนต่างสะดุ้งโหยงด้วยกลัวว่าความลับจะแตกส่วนอนงค์ที่ไม่รู้เื่อะไรจึงมีปฏิกิริยาปกติ
“ก็อยากรู้ ถามไม่ได้เหรอวะ”
“อยากรู้มากนักแกก็ไปถามคุณหนูเองสิเอ้า...กินข้าวเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอนังเพชร รีบๆ ไปอาบน้ำสิ ปล่อยให้คุณหนูรอนานอย่างนี้ถ้าเกิดคุณหนูโมโหขึ้นมา แกก็รู้ใช่ไหมว่าจะโดนอะไรบ้าง”
อวิกาถอนหายใจเฮือกใหญ่สีหน้าเริ่มเคร่งเครียดเพราะแผนการคืนนี้จำเป็ต้องพับเก็บไปก่อน ขณะเดินกลับเรือนคนใช้หญิงสาวก็ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็ไรใจเย็นๆ ไว้ พรุ่งนี้ค่อยหนีก็ได้ ยังมีเวลา...ยังมี เธอพูดปลอบใจตัวเองไปตลอดทางโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาของพิกุลคอยเฝ้ามองตามติดทุกฝีก้าวอยู่ทางด้านหลัง
สุดท้ายในค่ำคืนที่ผ่านมานั้นอวิกาก็ไม่สามารถหลบหนีออกไปจากบ้านตามแผนที่วางไว้ได้ เพราะเธอต้องขึ้นไปนอนกับมธุรินที่ห้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เธอเคยคิดว่าจะแอบย่องออกมาจากห้องหลังจากที่มธุรินหลับสนิทไปแล้วแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่มีโอกาสเลย เพราะขยับตัวเมื่อใด มธุรินก็จะตื่นขึ้นทันที
เช้าวันรุ่งขึ้นอวิกาเริ่มเครียดเมื่อรู้ว่างามพิศให้พิกุลไปตามนพมาพบหญิงสาวกระวนกระวายอย่างหนักก่อนจะตัดสินใจไปที่ตึกใหญ่เพื่อยืนกรานปฏิเสธการแต่งงานต่อหน้าทุกคนแต่เพียงแค่เข้าไปในตึกเธอก็ถูกพิกุลขวางทางเอาไว้
“หลีกไปพี่พิกุล” อวิกาไล่อีกฝ่ายเสียงขุ่น
“ไม่ แกจะไปไหน” พิกุลยืนกางแขนดักหน้าเอาไว้
“ฉันจะเข้าไปหาคุณผู้หญิง” อวิกาพยายามเดินฝ่าแต่พิกุลก็ยังขวางทางไม่ลดละเพราะทำตามคำสั่งของงามพิศ
“ตอนนี้คุณผู้หญิงมีแขกเข้าพบไม่ได้”
“ก็เพราะมีแขกน่ะสิ ฉันถึงต้องขอพบหลีกไปนะพี่พิกุลถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
“ไม่หลีก แกจะทำอะไรฉันฮ้านังเพชร” พิกุลลอยหน้าลอยตาพูด ก่อนจะร้องเสียงหลงเมื่อถูกอวิกาผลักอย่างแรงจนกระเด็นไปติดข้างฝา
“ว้าย! นังเพชร!”
“สมน้ำหน้า”
หญิงสาวกล่าวแล้วก็รีบวิ่งจากไปเธอวิ่งมาจนถึงห้องรับแขกก็ทันได้ยินงามพิศพูดกับนายนพว่าให้ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอเธอได้ทันทีอวิกาโกรธมากจึงรีบะโคัดค้านออกไปพร้อมกับปรากฏตัวขึ้น
“ไม่นะเพชรไม่ยอมแต่งงานเด็ดขาด”
ทุกคนในห้องหันมามองหญิงสาวเป็ตาเดียวก่อนที่งามพิศจะพูดกับนายนพโดยไม่ยี่หระต่อคำปฏิเสธของอวิกาแม้แต่น้อย
“กลับไปได้แล้วนายนพทุกอย่างเป็ไปตามที่เราตกลงกันเอาไว้”
“เอ่อ...” นายนพลังเลเมื่อเห็นปฏิกิริยาของผู้หญิงที่เขาหลงรักมานานนม
“ไปสิ ไปบอกพ่อกับแม่ของเธอแล้วก็ไปจัดการเื่สินสอดให้เรียบร้อยซะหากชักช้า ฉันจะยกนังเพชรให้คนอื่นแทนนะ”
“ครับๆ” นพรีบรับคำแล้วทำท่าจะลุกออกไป
“ไม่นะนพ ฉันไม่ได้รักนายฉันไม่ยอมแต่งงานกับนายหรอก”อวิกาบอกด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจัง นพหันมามองงามพิศอย่างไม่แน่ใจงามพิศจึงเอ่ยเสียงเฉียบขาด
“ไม่ต้องไปฟังนังเพชรมันหรอกถ้าเธอรักมันจริงก็ไปจัดการเื่งานแต่งซะให้เรียบร้อย ส่วนนังเพชร ฉันจะคุยกับมันเอง”
“ครับ” ความที่รักและอยากอวิกาทำให้นพตัดสินใจทำตามที่งามพิศ้าชายหนุ่มส่งยิ้มให้สาวในดวงใจแล้วเดินจากไป อวิกาผวาจะตามไปพูดกันให้รู้เื่แต่กลับถูกพิกุลเข้ามาจับตัวเอาไว้ซะก่อน
“ไม่ได้นะนพยังไงฉันก็ไม่ยอมแต่งงานกับนายเด็ดขาด ฉันไม่ได้รักนาย ไม่ได้รัก! เข้าใจไหม!” หญิงสาวะโตามหลังไปทั้งน้ำตาพยายามดิ้นรนจากการจับกุมของพิกุลแต่ก็ไม่เป็ผล
“หยุดบ้าได้แล้วนังเพชรยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับไอ้นพมัน” มธุรินบอกเสียงเยาะหยันมองน้องสาวต่างมารดาอย่างสะใจ
“ไม่ค่ะเพชรไม่ยอมแต่งงานเด็ดขาด” อวิกาเถียงพอสลัดตัวหลุดจากพิกุลได้แล้ว หญิงสาวก็วิ่งถลามาคุกเข่าลงตรงหน้างามพิศแล้วอ้อนวอนเสียงเครือ
“คุณผู้หญิงคะได้โปรดเถอะค่ะ เพชรไม่ได้รักนพแล้วจะแต่งงานกับนพได้ยังไง”
“อยู่กันไปก็รักกันเองนั่นแหละ” งามพิศบอกเสียงเรียบ ไม่มีความสงสารในแววตาเลยสักนิดเดียว
“แล้วถ้าไม่รักล่ะคะเพชรไม่ต้องตกขุมนรกไปตลอดชีวิตเลยเหรอ”
“ตกขุมนรกอะไรกัน” มธุรินตวาดใส่อย่างไม่พอใจ “คุณแม่ฉันหา์ให้แกต่างหากล่ะนายนพมันเป็ลูกชายคนเดียวของพ่อค้าขายหมู ฐานะก็ออกจะดีถ้าแกได้แต่งงานไปก็มีแต่สบายความจริงแกต้องขอบคุณฉันกับคุณแม่มากกว่านะที่หาผู้ชายดีๆ ให้แกน่ะ”
“แต่เพชรไม่้าชีวิตเป็ของเพชรนะคะ เพชรเลือกเองได้ว่าจะรักและแต่งงานกับใครฉะนั้นพวกคุณไม่มีสิทธิ์มาบงการ” อวิกาเถียง
“นี่แน่ะ ปากดีนักนะนังเพชร” มธุรินโมโหจึงตบหน้าอวิกาฉาดใหญ่ “ที่แกไม่ยอมแต่งงานกับไอ้นพเพราะแกคิดจะจับคุณอิมรานของฉันใช่ไหม”
“เปล่านะคะ!” อวิกาปฏิเสธเสียงหลง หน้าตาตื่นใ “เพชรไม่เคยคิดแบบนั้นเลยจริงๆเพชรสาบานได้”
“ฉันไม่เชื่อยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับไอ้นพแกเตรียมตัวเป็เ้าสาวไว้ได้เลยเพราะงานแต่งงานของแกจะมีขึ้นในอาทิตย์หน้า”
มธุรินหัวเราะอย่างสะใจแล้วเอ่ยชวนงามพิศให้ขึ้นไปเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ไปช็อปปิ้งด้วยกันอวิกามองตามไปด้วยความแค้นใจ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นวิ่งจากไป เนื่องจากรู้ดีว่าอ้อนวอนไปก็ไม่มีประโยชน์
หญิงสาววิ่งไปหายายแหวนที่ทำงานอยู่ในครัวกับอนงค์เธอบอกยายว่าจะออกจากบ้านในตอนนี้เพราะไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกแล้วเนื่องจากงามพิศกับมธุรินจะจับเธอแต่งงานให้ได้ ยายแหวนกับอนงค์ไม่คัดค้านอวิกาจึงรีบไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่จัดเตรียมไว้ที่ห้องทันที