ผมมายืนรอเบลอยู่ที่หน้าโรงหนังผู้คนกำลังทยอยกันเข้ามาเพราะใกล้จะถึงรอบฉาย ผมได้ทำการซื้อตั๋วแล้วตอนแรกก็ยังลังเลอยู่ว่าจะดูเื่อะไร เพราะมีเื่ที่น่าดูอยู่ 2 เื่เื่แรกเป็หนังซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่อ อีกเื่เป็หนังรักโรแมนติก
หากมาดูคนเดียวผมก็คงจะเลือกได้ไม่ยากแต่นี่มาดูกับเพื่อนสาว ก็เลยให้เกียรติเธอเป็คนเลือกและนี่เป็ครั้งแรกที่เรามาดูหนังด้วยกันสองคนก่อนหน้านี้เธอเคยชวนผมมาดูหนังด้วยกันอยู่หลายครั้ง แต่ผมก็ได้แต่ปฏิเสธเธอไป
เบลเลือกดูหนังรักโรแมนติก ก็คงจะเป็แนวที่ผู้หญิงชอบแหละมั้งผมนั่งรออยู่สัก 10 นาที ไม่นานเธอก็เดินมา จังหวะแรกที่ผมเห็นเธอนั้น...
“นี่ไอ้เบลมันไปโดนตัวไหนมาเนี้ย!!?ทำไมวันนี้มันแต่งตัวสวยเป็บ้า ั้แ่ที่เป็เพื่อนกับมันมามันมีนิสัยที่คล้ายผู้ชาย แต่งตัวเฉยๆ ลุยๆ ไม่ค่อยแต่งหน้า แต่วันนี้มันสวยแบบ..ตั้งใจสวยมากกก!!???”
เบล : “ไงมึงง.. ตาค้างไปเลยสิคะ!!”
นที : “อ..ไอ้เบลล..นี่มึงโอเคใช่มั้ยเพื่อน!?”
เบล : “อะไรรรร..ทำไมมึงพูดแบบนี้ล่ะ.. มันไม่โอเคเหรอ?”
//ทำหน้าไม่มั่นใจ+แอบน้อยใจ
นที : “เห้ยๆ.. ไม่ใช่แบบนั้น ปกติมึงไม่เคยแต่งแบบนี้แต่วันนี้มึงดูสวยมาก”
เบลอมยิ้ม มีท่าทีเขินอาย วางตัวไม่ถูก
นที : “เป็อะไรยืนบิดไปบิดมา..ปวดขี้เหรอ?”
เบลเข้ามาทุบที่ไหล่ของนที
นที : “โอ้ย!!”
เบล : “พูดจาอะไรให้เกียรติการแต่งตัวกูด้วย!!”
นที : “หยอกเล่นน่า..ไหล่กูหลุดรึเปล่าเนี่ย มือหนักเป็บ้า”
เบล : “กูหิวละ..ขอโค้กกับป๊อปคอร์นถังใหญ่ๆนะ..”
ทั้งสองเดินไปสั่งขนมกับเครื่องดื่มเพื่อจะเอาไปกินตอนดูหนังความสวยของเบลในวันนี้ เป็ที่สนใจของคนอื่นๆหลายคนมีชายหนุ่มหลายคนต่างก็แอบจ้องมองเธออยู่หลายครั้ง ด้วยลุคการแต่งตัวที่ดูหวานแหว๋วบวกกับความเซ็กซี่นิดๆและด้วยความที่เธอเป็คนที่มีรูปร่างสัดส่วนดีอยู่แล้วจะแต่งตัวแบบไหนก็ทำให้ดูดีไปหมด
นที : “ถามไรหน่อยดิ”
เบล : “อะไรวะ!?”
นที : “แต่งตัวแบบเนี้ย..มีนัดไปต่อที่ไหนอีกเนี่ย”
เบล : “ไม่นะ..กูมีนัดแค่กับมึงคนเดียว”
นที : “อือ..”
เบลเองก็มีความรู้สึกว่า การแต่งตัวของเขาในวันนี้ทำให้แววตาของนทีที่เคยมองดูเขานั้น..เปลี่ยนไปมันคือสายตาแบบที่ผู้ชายมองผู้หญิงจริงๆ
........................
ทั้งสองเข้ามานั่งดูหนังด้วยกัน หนังเริ่มฉายได้เกือบ 20 นาทีแล้วหนังที่ดูนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เริ่มจากเพื่อนแล้วเปลี่ยนมาเป็แฟนซึ่งก็เป็เื่ที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับความสัมพันธ์ของคนทั้งสองอีกด้วย
เบล : “หู้ยยย.. พระเอกน่ารักเนอะ..”
นที : “งั้นๆ”
เบล : “แต่เสียดายโง่ไปหน่อย”
นทีหันมามองเบล
นที : “ห๊ะ!?”
เบล : “ก็ดูสิ! นางเอกทำอะไรให้เห็นตั้งมากมายขนาดนี้..ยังไม่รู้อีกเหรอว่าเธอแอบชอบ”
ผมรู้สึกแปลกใจ ปกติเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยจะอินกับหนังรักสักเท่าไหร่ความจริงแล้วเธอเป็แฟนตัวยงหนังแนวสยองขวัญต่างหากหนังแต่ละเื่ที่เธอเคยส่งลิงค์มาให้ผมดู ล้วนแต่เป็หนังเืสาดทั้งนั้นบางเื่ดูแล้วทำให้ผมหดหู่ไปหลายวันเลยก็มี จนผมเคยให้ฉายาเธอว่า สวยสยอง
นที : “แต่กูชอบดาราคนที่เล่นเป็นางเอกนะ”
เบล : “ห๊ะ!? สเปคสาวมึงเป็แบบนี้เหรอ?”
นที : “อืม.. ดูน่ารัก เป็ธรรมชาติดี”
เบล : “อือ.. นางก็สวยอยู่นะแต่เสียดายนมเล็กไปหน่อย ของกูใหญ่กว่าตั้งเยอะ”
นทีที่กำลังดูดน้ำอยู่ สำลักน้ำพุ่งออกมา
นที : “แอ่คๆๆๆๆ แอ๊ะๆๆ”
เบล : “เห้ย!! เป็ไรมั้ย!?ค่อยๆกินสิ”
เบลหยิบทิชชูยื่นให้ธารา และก็ช่วยเช็ดส่วนอื่นๆที่เลอะน้ำ
นที : “กูไม่เป็ไร.. แอ่คๆๆ”
เบลเอื้อมตัวเข้ามาเช็ดที่คอเสื้อของนทีทำให้ใบหน้าของทั้งคู่เข้ามาใกล้กัน บรรยากาศมืดๆในโรงหนังแบบนี้ จังหวะนี้..ถ้าจะจูบกัน ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็น
ตึกตั่ก! ตึกตั่ก! ตึกตั่ก!.. เสียงหัวใจเต้นแรงของทั้งคู่ กำลังกระหน่ำสอดประสานกันสายตาของทั้งสอง จ้องมองกันอย่างมีนัยแฝง
จังหวะนั้น.. แสงเจิดจ้าจากจอฉายหนัง ก็สาดสะท้อนมาทำให้มองเห็นคนข้างๆที่กำลังนั่งอยู่ทั้งสองผลักออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความใ
เบล : “คราวหลังก็ระวังหน่อยละกันเกิดสำลักน้ำตายขึ้นมา ต้องลำบากกูอีก”
นที : “เอ้า! แช่งกูทำไมเนี่ย?”
เบล : “กูล้อเล่นน่ะ กูไม่ยอมให้มึงตายหรอก..”
เบลพูดพร้อมกับอมยิ้ม แล้วหันไปดูหนังต่อ
..............................
หลังจากที่ได้ดูหนังจบทั้งสองก็ได้มานั่งทานไอศกรีมที่ร้านในห้าง ตอนนี้เป็เวลาเกือบสี่โมงเย็นแล้ว
นที : “แปลกจัง..ที่วันนี้มึงชวนกูกินไอติมเนี่ย? ทุกทีเห็นบอกไม่ชอบ”
เบล : “กูก็ต้องอยากลองอะไรใหม่ๆบ้างดิวะ”
นที : “อ่อ..นี่มึงอยากจะลองเป็ผู้หญิงดูบ้างเหรอ!?”
เบลมองหน้านทีด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
เบล : “ไอ้ที!! กูไม่ใช่ทอมนะเว้ย!!”
นที : “นั่นไง!? มึงกำลังขึ้นเสียงแบบผู้ชายใส่กูแล้ว!”
เบล : “กูแค่เป็ผู้หญิงห้าวแต่กูไม่ได้เป็ทอม!!”
นที : “นี่ขนาดมานั่งกินไอติม มึงยังห้าวได้ขนาดนี้ถ้ากินเหล้ามึงจะไม่ต่อยกูเลยเหรอวะ!?”
นทีพูดไปพร้อมกับหัวเราะไป
เบล : “โธ่วว.. ไอ้ทีมึงก็เลิกแซวกูบ้างดิวะ..”
นที : “โอเคๆ กูไม่แซวมึงก็ได้เพื่อนกูก็แค่ชินกับการเห็นมึงใส่ชุดช็อปมากกว่าใส่กระโปรงแบบนี้”
เบล : “แล้วมึงชอบแบบไหนล่ะ?”
นที : “ห๊ะ?.. ก..ก็ได้หมดนะมึงใส่ชุดอะไรก็ดูดี”
เบล : “แล้วชอบป่ะล่ะ!?”
นที : “หะ.. ห๊ะ!?”
เบล : “มึงจะ ห๊ะ..อะไรนักหนาเนี้ยเพื่อน มึงเขินกูเหรอ!? ”
นที : “เห้ยย!! เปล่า..กูจะไปเขินมึงทำไม!”
เป็ธรรมดาของเบล เธอมักจะพูดแหย่ทีเล่นทีจริงเสมอ เธอโตมากับพี่น้อง 4 คนโดยเธอเป็ลูกคนเล็กของบ้าน นอกนั้นก็เป็พี่ชาย 3 คน ด้วยการที่โตมากับพี่ชายทั้ง3 เลยทำให้เธอมีบุคลิกที่ห้าวเหมือนกับเด็กผู้ชาย
ตอนที่เธอเลิกกับแฟนใหม่ๆเมื่อปีก่อน ตอนนั้นก็ตามประสาวัยรุ่น อกหักก็ต้องย้อมใจกลุ่มเราพากันไปกินที่ร้าน เพื่อตั้งใจจะช่วยกันปลอบใจเธอการที่เธอเลิกกับแฟนในตอนนั้น ทำให้มีหลายๆคนเข้ามาแย่งกันจีบเธอทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องในคณะ รวมถึงคณะอื่นๆด้วย
เธอบอกกับผมว่าหลายๆคนที่เข้ามาคุยกับเธอในวันนั้น คนพวกนั้นต่างก็้าความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวพวกเขาตั้งการจะฉวยโอกาสในตอนที่สภาพจิตใจของเธอกำลังอ่อนแอเธอไม่เคยคิดไว้ใจใครเลย นอกจากผม
คืนนั้นพวกเราเมากันมากและเบลก็เมาจนหมดสติคาที่โต๊ะ ผู้ชายหลายคนแย่งกันอาสาเป็คนไปส่งเบลที่หอตอนนั้นเพื่อนผู้หญิงกลับไปกับแฟนแล้ว ผมเป็คนพยายามปลุกเบลให้ได้สติเพื่อจะให้เธอติดต่อเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆให้มารับแต่ตอนนั้นเธอกลับบอกว่าให้ผมช่วยพาเธอไปส่งที่ห้องหน่อย
ผมพยายามประคองเธอเข้าไปในห้อง วางเธอลงบนเตียง จัดตำแหน่งท่านอนให้เข้าที่เปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ในตอนนั้นเองผมก็กำลังจะกลับแล้ว แต่เธอดันได้สติขึ้นมา
เธอลุกขึ้นนั่งร้องไห้ฟูมฟายถึงเื่ราวระหว่างเธอกับแฟนที่เลิกกันเธอบอกว่าแฟนของเธอไม่ชอบที่เธอดูแข็งกร้าวเหมือนผู้ชาย ไม่มีความอ่อนน้อมแฟนของเธอจึงพยายามเปลี่ยนเธอให้เป็ผู้หญิงที่เรียบร้อย มีความอ่อนหวานพูดจาไพเราะ เพราะแฟนของเธอเป็ตระกูลผู้ดี ทางบ้านของเขาจึง้าลูกสะใภ้ที่เป็กุลสตรีเหมาะกับความเป็เชื้อสายผู้ดีของทางบ้าน
เธอเล่าว่า ใน่ที่คบกัน เธอพยายามเปลี่ยนตัวเองตามที่แฟนของเธอ้าจนในที่สุดแล้ว มันก็วกกลับมาเป็ตัวตนเดิมของเธออยู่ดี เธอพยายามอยู่แบบนั้นมาตลอด4 ปี จนมันเป็ชนวนเหตุให้เธอกับแฟนทะเลาะกันอยู่บ่อยมาก ทะเลาะจนลามปามไปถึงการพูดจาล่วงเกินพ่อกับแม่ของฝ่ายหญิงจนสุดท้ายทุกอย่างมันก็พังทลายลง เธอจึงตัดสินใจเลิกกับแฟนในที่สุด
เบลนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นต่อหน้าผมด้วยความที่เป็คนสดใสและทะลึ่งตึงตังของเธอ การมาได้เห็นเธออยู่ในสภาพเช่นนี้ทำให้ผมะเืใจเป็อย่างมาก ผมเข้าไปโอบกอดเธออย่างไม่ลังเลยังจำได้ถึงความรู้สึกที่น้ำตาของเธอไหล่นองอาบบ่าของผมจนเปียกชุ่มไปหมด
แล้วก็ไม่รู้ด้วยความเมาหรือเปล่า..เบลคลายกอดออกมา แล้วค่อยๆเอื้อมหน้าเอาริมฝีปากของเธอมาประกบเข้ากับริมฝีปากของผมอย่างแแ่โดยปราศจากความเขินอายใดๆเธอจูบปากของผมอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนแบบที่ผมไม่ทันได้ทั้งตัว
ผมตั้งสติแล้วรีบดันตัวเธอออกและตอนนั้นเองก็เหมือนเธอจะรู้สึกตัว เธอเอาแต่พูดคำว่าขอโทษๆแล้วก็ปล่อยโฮออกมาอีกรีบ ผมบอกกับเธอว่าไม่เป็ไรเพราะผมเข้าใจถึงความรู้สึกของคนที่จิตใจกำลังย่ำแย่อยู่ว่าเขากำลัง้าการเยียวยา
คืนนั้นผมนั่งอยู่เป็เพื่อนเธอรอจนเธอหลับไป จากนั้นถึงค่อยกลับ และั้แ่คืนนั้น เพื่อนในกลุ่มต่างก็คิดว่าคืนนั้นเราทั้งสองคนแอบไปกินกันชัวร์ผมปฏิเสธไปเป็ร้อยครั้ง ั้แ่วันนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ พวกนั้นก็ยังไม่เลิกแซวแต่ที่หน้าปวดหัวกว่าก็คือ เบลกลับไม่ปฏิเสธว่าเรานอนด้วยกันกลายเป็เออออห่อหมกไปตามคำพูดที่เพื่อนในกลุ่มแซว
บอกไว้ตรงนี้เลยว่าหลังจากที่แอบทำใจได้จากการที่แอบรักเธอข้างเดียวมานานมันกลายเป็ความรู้สึกแค่เพื่อนมาตลอด ผมเองก็ไม่เคยเจอแฟนคนเก่าเธอรู้แค่ว่าเป็สเปคชายในฝันของผู้หญิงหลายๆคน และการที่แฟนเก่าของเธอเป็ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบมากมันทำให้ผมด้อยค่าตัวเองเล็กๆอยู่ภายในใจ ว่าผมคงไม่ได้เหมาะสมกับเธอ
นอกจากเธอจะสวยแล้วฐานะทางบ้านเธอถือว่าดีมาก ครอบครัวเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ความจริงเธอน่าจะเรียนคณะที่ช่วยส่งเสริมในการสานต่อธุรกิจของครอบครัวแต่ด้วยความที่เป็คนหัวแข็งเธอก็ยังยืนยันที่จะเรียนในสิ่งที่เธอชอบ นั่นก็เป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเรียนวิศวะผมเคยถามเธอว่า ทำไมถึงเลือกเรียนวิศวะ เธอตอบผมว่า.. เพราะใส่เสื้อช็อปแล้วมันเท่ดี..ซะอย่างงั้น
เบล : “แล้วตกลงเมื่อคืนนี่มันยังไง?”
นที : “อะไรเหรอ?”
เบล : “เอ้า! ก็ที่มึงอ่านแชทกูแล้วไม่ตอบไง..”
นที : “อ่อ..พอดีว่ามีปัญหาทางบ้านน่ะ”
เบล : “ทำไมล่ะ!? ไหนบอกว่าความสัมพันธ์ราบรื่นดีไม่ใช่เหรอ?”
นที : “ดีหมดแหละ ยกเว้นน้องบ้าๆคนนึง”
เบลทำหน้าแปลกใจ
เบล : “หมายถึงคนที่เป็ลูกติดพ่อเลี้ยงมึงอ่ะนะ?”
นที : //ถอนหายใจแรง
“นังน้องบ้านั่นกำลังจะทำให้กูเป็ประสาทแดกอยู่ละ”
เบล : “ทำไมล่ะ!? อย่าบอกนะว่าไม่ถูกกัน”
นที : “คือกูก็พยายามจะมีประติสัมพันธ์ดีๆด้วยนะเว้ยแต่นางเหมือนก่อกำแพงไว้สูงเกิน”
เบล : “แล้วนางไปเกี่ยวอะไรกับที่มึงไม่ตอบข้อความกูล่ะ?”
นที : “ก็เด็กบ้านั่นแอบเปิดอ่านแชทกูน่ะสิ!”
เบล : “ห๊ะ!? เดี๋ยวนะไอ้ทีไหนมึงบอกว่าไม่เคยให้ใครใช้โทรศัพท์ไง.. ขนาดกูเป็เพื่อนสนิทมึงขอแทบตายมึงก็ไม่ให้..”
เบลมีน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้น
นที : “คือมันเกิดเื่ไม่คาดคิดนิดหน่อยเมื่อคืนกูต้องไปนอนโรงแรมกับน้องมัน.. แล้วมันก็ไม่ได้เอาโทรศัพท์มามันก็เลยยืมโทรศัพท์กูไปใช้โทรหาเพื่อนมัน ตอนยืมไปกูก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะแอบดูอะไรมั่ง..”
เบล : “ห๊ะ!!? นี่มึงไปนอนโรงแรมกับเด็กมอปลายมาเหรอไอ้ที!!?”
เบลพูดขึ้นเสียงจนโต๊ะข้างๆใพากันหันมามอง
........
นที : //กระซิบ
“พูดเบาๆสิวะ! เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินกันหมด”
เบล : “มึงไปนอนโรงแรมกับเด็กมอปลายแบบนั้นได้ยังไง!! มึงอยากติดคุกเหรอห๊ะ!!”
นที : “มึงคิดเหี้ยอะไรเนี้ย!!?มันจะมาเป็น้องสาวกูอยู่ละ.. กูจะไปทำเื่แบบนั้นได้ยังไง!อีกอย่างก็เปิดห้องกันคนละห้อง!”
เบล : “แล้วทำไมมึงต้องไปนอนที่โรงแรมกับมันด้วยวะ!!?”
นที : “ก็มันหนีออกจากบ้านแล้วมันก็ไม่ยอมกลับ กูเลยกะว่าจะเปิดห้องโรงแรมให้มัน ส่วนกูจะกลับไปนอนที่บ้านแต่ที่บ้านเป็ห่วงก็เลยให้กูนอนอยู่ที่โรงแรมเป็เพื่อนมัน..”
เบล : “อ่อ.. เหรออ”
นที : “ก็เออดิวะ แล้วมึงจะทำโมโหใส่กูเพื่อ..!?”
เบล : “เปล่า..กูไม่ได้โมโหมึงสักหน่อย”(เสียงสูง)
……..
นที : “ก็อย่างที่เล่ามานั่นแหละกูถึงไม่ได้ตอบกลับแชทมึง..”
เบล : “เด็กมอปลายใช่มั้ย?”
นที : “อือ..เด็กหัวกระทิแต่ว่าหัวแข็งเกินไปหน่อย.. จะว่าไปก็นิสัยคล้ายมึงอยู่นะ”
เบล : “แล้วสวยเหมือนกูป่ะ?”
นทีเงยหน้ามามองในขณะที่เบลกำลังก้มหน้าตักกินไอศกรีมอยู่
นที : “ถามอะไรของมึงเนี่ย?”
เบล : “เอ้า!? กูก็แค่อยากรู้ว่านิสัยเหมือนกูแล้วสวยเหมือนกูมั้ย?แปลกตรงไหน? ”
นที : “จะสวยหรือไม่สวยแล้วมันสำคัญตรงไหนวะ?”
เบล : “ก็พวกมึงไม่ได้เป็พี่น้องกันจริงๆสักหน่อยเกิดวันดีคืนดีไม่มีใครอยู่บ้าน พวกมึงสองคนอาจจะ..”
นที : “อีเบล!มึงหยุดพูดเลยนะ! มึงก็รู้ว่ากูไม่ใช่คนอย่างงั้น!!”
นทีรีบพูดแทรก
เบล : “เอ้า! เื่แบบนี้ถ้าผู้ชายไม่เริ่มก่อน ผู้หญิงก็เปิดฉากรุกก่อนได้เปล่าวะ!?”
นที : //กุมขมับ
“เบล! กูว่ามึงคิดมากไปนะเพื่อน มึงฟังกูนะมันจะไม่มีวันมีเื่แบบนั้นเกิดขึ้น โอเคมั้ย!!”
เบลทำสีหน้ากังวลและไม่พอใจ
เบล : “มึงยังไม่ตอบกูเลยนะ.. ว่าน้องมึงสวยหรือเปล่า?”
นที : //ถอนหายใจ
“ในสายตาของกูแล้ว..มึงสวยกว่า พอใจยังเพื่อน!!”
เบลแอบยิ้มออกมา แต่ก็ยังดึงสีหน้าเอาไว้อยู่
เบล : “คือกู..กูแปลกใจว่าทำไมน้องมึงต้องแอบดูแชทมึงด้วย?”
ตอนนี้เบลกำลังเอาช้อนคนไอศกรีมในถ้วยไปมาจนเละและละลายไปหมด
นที : “มันก็คงเผลอเอามือไปกดโดนเองแหละไม่เห็นแปลกตรงไหน”
เบล : “แปลกดิวะ กูพิมส่งอยู่ตั้งหลายทีข้อความก็ถูกอ่านตั้งหลายรอบ ถ้าเผลอกดมันก็ต้องดูแค่รอบเดียวดิวะ!? ”
นทีนิ่งเงียบ เหมือนกำลังคิดอยู่
………
นที : “นางก็คงอยากสอดเื่ชาวบ้านล่ะมั้ง?”
เบล : “แต่กูว่าที่น้องมึงแอบอ่านแชทมึงแบบนี้แปลว่าเขาต้องอยากรู้เื่ของมึง”
เบลพูดพร้อมกับทำหน้ามุ่ย
นที : “อะไรเนี่ย! ทำหน้าโกรธกูอีกละ! เหมือนกูทำอะไรผิด”
เบล : “เอ่อๆ ช่างแม่งเหอะ!”
“เอ้า!? อะไรของมัน..เมนมาเหรอไง เอาแต่หงุดหงิดอยู่ได้”
นทีคิดในใจ
………………………..
หลังจากที่กินไอศกรีมเสร็จทั้งคู่ก็เตรียมแยกกันเดินทางกลับบ้าน ดูเหมือนว่าเบลยังคงมีอารมณ์ขุ่นมัวอยู่ในใจ
นที : “มึงโกรธอะไรกูเนี่ยถามจริง!?”
เบล : “เปล่า..ไม่มีอะไร”
นที : “แบบนี้มีแน่ๆ”
เบล : “กูจะไปโกรธมึงเื่อะไรล่ะไอ้ที..”
นที : “ก็นั่นสิ! มึงจะโกรธกูเื่อะไร?”
ดูเหมือนว่าการพูดต่อล้อต่อเถียงกันคงจะไม่จบลงง่ายๆ
เบล : “เอ่อมึง.. วันไหนว่างกูขอไปเที่ยวบ้านใหม่มึงหน่อยนะ”
นที : “ได้ดิเพื่อน! สำหรับเพื่อนเบลแล้ว จะมานอนยังได้”
เบล : “เห้ยมึงพูดจริงดิ! กูไปนอนบ้านมึงได้เหรอ?”
เบลมีสีหน้ายิ้ม
นที : “เออ..พ่อเลี้ยงกูเขาใจดีอีกอย่างแม่กูก็ปลื้มมึงด้วย”
นทีเผลอหลุดปากพูดออกไป
เบล : “เอ้ย!? จริงป่ะเนี้ย? ไอ้ที.. แม่มึงปลื้มกูจริงเหรอ?”
เบลยิ้มดีใจ
นที : “เออๆ..ก็ตามประสาเขาแหละ”
นทีวางตัวไม่ถูก ที่เผลอพูดเื่ที่แม่ของตัวเองปลื้มเบลจนคิดอยากได้เป็ลูกสะใภ้
เบล : //ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“งั้นวันหลังกูไปนอนบ้านมึงแน่มึงเตรียมห้องไว้รอเลย”
นที : “เอ่อๆ..ยิ้มแบบนี้คือหายโกรธกูแล้วเหรอ?”
เบล : “ก็กูบอกว่าไม่ได้โกรธ..”
นที : “อิอิ๊.. เหรอๆ”
นทีทำท่าทียียวนแหย่เล่นกับเบล เบลยิ้มก้มตัวบิดไปมาด้วยท่าทางเขินอาย
……….
เบล : “พอเลยๆ กูจะกลับแล้ว”
นที : “เออ..งั้นแยกกันตรงนี้แหละแล้วเจอกันเพื่อน โชคดี..”
เบล : “โชคดีว่ะมึงถึงบ้านแล้วกูทักไปนะ”
ทั้งสองโบกมือลากัน ก่อนจะพากันแยกทางกลับบ้าน