ตอนที่ 19 ไม่อยากเจอยิ่งได้เจอ
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
หลิวเฟยใช้ยาแรงในการทำให้หลิวจื้อฟื้นคืนวามทรงจำและในขณะเดียวกันก็ทำให้โรคทางระบบประสาทของหลิวฮ่าวมีแนวโน้มที่จะทุเลาลงเหมือนกันทำให้หลี่อวิ๋นโหรว หลิวอวี้เหลียนและหานอิงต่างก็รู้สึกเคารพนับถือเขาไปตาม ๆ กัน
เมื่อทั้งสามสาวและหลิวเฟยได้ออกมาจากบ้านของหลิวจื้อหานอิงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “ผู้ใหญ่บ้านหลิวกระตุ้นแรงเสียขนาดนี้คงจะมีแต่นายที่กล้าทำ !แต่ว่าทำไมไม่บอกฉันล่วงหน้าสักคำล่ะ เมื่อกี้ฉันใแทบแย่ ฉันคิดว่า..... ”
เมื่อเห็นเธอทำปากจู๋และมีสีหน้าเคร่งเครียดหลิวเฟยเลยยิ้มตอบ “เป็ตำรวจแต่ทำไมถึงได้ขี้ขลาดขนาดนี้นะ ? ฉันว่าเธออย่าเป็ตำรวจเลยเถอะกลับบ้านไปรอให้หนุ่มมาสู่ขอดีกว่า ! ”
“นี่นาย.....นี่นายกะจะทดสอบความกล้าฉันหรือ?.”
“อ้าว.....ก็ตอนนี้ฉันไม่ใช่อาจารย์เธอหรอกหรือ? มันก็เป็เื่แน่นอนอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ ?”
หานอิงชายตาไปมองหลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวจากนั้นจึงรีบบอกปัด “ใคร.....ใครยอมรับนายเป็อาจารย์แล้ว ? ดูสารรูปตัวเองสิไม่มีมาดอาจารย์เลยสักนิด ! ”
หลิวเฟยก้มหน้าไปสบตาเธอจากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า“แล้วทำไมตอนนี้ฉันกลับรู้สึกว่าฉันมีออร่าที่น่าเคารพนับถือแผ่ออกมาจากตัวฉันล่ะ ?”
“แหวะ ! ”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
เมื่อเขาพูดจบทั้งสามสาวต่างหัวเราะชอบใจ ฉีกยิ้มหวานชวนมองรอยยิ้มเบ่งบานสดใสราวกับดอกไม้ที่เพิ่งผลิบาน เมื่อหลิวเฟยเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มจนตาหยีวิวสวย ๆ แบบนี้หายากเหลือเกินในหมู่บ้านไกลปืนเที่ยงแห่งนี้
เขาเลยฉวยโอกาสเชยชมอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งจากนั้นก็กระแอมเพื่อจะพูดต่อ “ก็ได้ ฉันไม่ชอบไม่บังคับจิตใจใครในเมื่อเธอผิดคำพูดไม่ยอมรับฉันเป็อาจารย์ก็ช่างเถอะ !แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าโอกาสแบบนี้มีครั้งเดียว พลาดแล้วก็พลาดเลย ! ”
หานอิงส่ายหัวแล้วเอ่ย“ฉันยอมรับว่านายมีความสามารถนะ แต่นายมันจะหลงตัวเองเกินไปละมั้งจะมีอะไรให้รู้สึกน่าเสียดายมิทราบ ? อีกอย่างถ้าหากว่ายอมรับนายเป็อาจารย์ฉันก็คงถูกทรมานจนตาย ถูกบีบบังคับกันจนตายไปข้างหนึ่ง ! ”
“อู่ฮ่าๆๆๆๆ......”
หลิวอวี้เหลียนเอามือไปประคองหน้าอกที่สั่นเทาเพราะการหัวเราะของตัวเองแล้วเธอก็ยื่นอีกมือหนึ่งไปจับบ่าของหลิวเฟย“ฉันล่ะชอบใจเหลือเกินที่เห็นพี่โดนสาวคนอื่นทำท่าทีเกลียดชัง ! ให้ฉันเคารพพี่เป็อาจารย์แทนก็ได้นะฉันจะไม่มีวันรังเกียจพี่เลย อีกอย่างฉันทำกับข้าวได้ อุ่นเตียงให้พี่ก็ได้ด้วยรับประกันว่าจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังเลย ! ”
ทำให้เตียงอุ่น....
เมื่อเห็นหานอิงและหลี่อวิ๋นโหรวที่ตอนนี้ตะลึงอึ้งทื่อจนจะเป็หินอยู่แล้วหลิวเฟยก็ได้เอามือก่ายหน้าผาก พร้อมกับหันหน้าไปหาเธอแล้วกระซิบอย่างแ่เบา“เธอนี่มันไร้ยางอายจริง ๆ ! ยังอยากให้ชายหนุ่มมาสู่ขออีกรึเปล่า ?”
“อยากสิแต่ไม่ใช่พี่ก็ไม่เอา ชีวิตนี้ฉันจะเอาพี่เป็สามีคนเดียวเท่านั้น ! ”หลิวอวี้เหลียนพูดด้วยสีหน้าแดงเรื่อ
เมื่อหลิวเฟยเห็นเธอมีท่าทีจริงจังเขาเลยกระแอมขัดจังหวะ “เอ่อ.....ฉันยังมีธุระ ขอตัวก่อน ! ”
เมื่อหลี่อวิ๋นโหรวเห็นฉากนี้เลยทำให้เธออดที่จะไม่หัวเราะไม่ได้นี่เป็ครั้งแรกที่เธอเห็นหลิวเฟยมีท่าทีเขินอายแบบนี้เดิมทีเธอคิดว่าเขาเป็พวกหนังหน้าหนาจนถึงขั้นเธอเอามาทำเป็โล่กันะุได้แล้วเชียว
เธอรีบชิงพูดกับเขา“เฮ้ย....เดี๋ยวก่อน วันนี้ก็จะลงประชามติถอดถอนผู้ใหญ่บ้านของนายแล้วนะตอนนี้นายเพิ่งทำความดีครั้งใหญ่ไปนายอาจจะได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านกลับมาก็ได้นะ น้ำขึ้นต้องรีบตักนายใช้โอกาสนี้ไปปรับความเข้าใจกับชาวบ้านสักหน่อยเพื่อให้เขาช่วยโหวตให้นายจะดีมั้ย? ”
หลิวเฟยตอบกลับแบบไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง“เธอคิดว่าคนอย่างฉัน้าให้คนมาช่วยโหวตหรือ ?”
หลี่อวิ๋นโหรวส่ายหน้าแล้วตอบ“นายคิดว่าทำเื่นี้แล้วสามารถปกป้องนายไม่ให้หลุดจากตำแหน่งได้หรือนายมองโลกแง่ดีไปหน่อยมั้ง ! ฉันขอบอกตามตรงเลยนะตลอดสองวันนี้ที่ฉันได้สำรวจความคิดเห็นของชาวบ้านมาตอนนี้สองในสามของชาวบ้านทั้งหมดเห็นด้วยกับการถอดนายออกจากตำแหน่งคะแนนนิยมของนายต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนดูไม่ได้ ! นายเพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งกี่วันเองคะแนนนิยมของนายกลับตกต่ำถึงขนาดนี้ ต้องขอชื่นชมนะว่ามันคงเป็ความสามารถพิเศษแต่ความสามารถแบบนี้มันไม่น่าขายหน้าไปหน่อยหรือ ? ”
เขาเดินไปตรงหน้าของเธอจากนั้นก็กอดอกพูด “ที่ปรึกษาหลี่ ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ยเธอยังอยากจะให้ฉันเป็ผู้ใหญ่บ้านต่องั้นหรือ ? เธอไม่ได้เกลียดฉันหรอกหรือ? ”
แววตาของหลี่อวิ๋นโหรวส่องเป็ประกายออกมาเธอกัดริมฝีปากแล้วตอบ “ใครบอกว่าฉันสนับสนุนนาย ! ฉันแค่ทำไปในฐานะของคนที่เป็พิธีกรในการลงประชามติครั้งนี้เท่านั้นเองฉันต้องเคารพกฎกติกาและทำงานอย่างโปร่งใส มีหน้าที่ทำให้นายรู้ในสิ่งที่นายพึงรู้และอีกอย่าง ในวันลงประชามติ นายมีโอกาสที่จะแก้ต่างให้ตัวเองถ้าไม่อยากอับอายขายขี้หน้าละก็ควรคว้าโอกาสครั้งนี้ไว้ให้ดี”
หลิวเฟยยิ้มด้วยสีหน้าเรียบเฉย“เป็อย่างนี้เองหรอกหรือ ฉันขอถามเธอสักคำหากฉัน้าจะปกป้องตำแหน่งนี้ไว้กับตัวเอง นอกจากการขอแรงสนับสนุนจากชาวบ้านแล้วฉันยังมีวิธีอื่นอีกไหม ? หรือทำให้งานลงประชามติครั้งนี้ล่มไปเลยจะดีกว่า? ”
หลี่อวิ๋นโหรวถลึงตาแล้วกล่าวอย่างจริงจรังแบบที่ไม่เห็นมาก่อน“นาย.....นายคิดจะทำอะไรห๊ะ ? หลิวเฟยฉันขอเตือนนายไว้ตรงนี้ หากนายคิดจะก่อความวุ่นวายนายต้องโดนลงโทษตามกฎหมาย เื่นี้ไม่ใช่เื่ที่จะมาเล่นตลกนะ! ”
หลิวเฟยหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะหันหลังจากไปเขาก็หันไปพูดอีกรครั้ง “เธอจะโมโหไปทำไม ? ฉันก็แค่พูดเฉยๆ...”
“นายมันเกินจะเยียวยาแล้ว”
หลี่อวิ๋นโหรวกำหมัดแน่นด้วยความโมโหขณะที่มองเขาค่อยๆ เดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
หลิวอวี้เหลียนคิ้วขมวดกันเป็ปมแล้วพูดจี้ถูกจุดสำคัญ “พวกเธอรู้จักเขาไม่ดีพอเนื้อแท้ของพี่เฟยเป็คนที่ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบเื่ที่ถูกชาวบ้านร้องฟ้องจะถอดเขานั้นเป็ที่น่าอับอายและเขาก็ทนไม่ได้หรอกแต่เพราะเขาก็เป็คนที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรีของตนพอสมควร เขาเลยไม่อยากไปขอให้ชาวบ้านชาวสนับสนุนเขาไงล่ะฉะนั้น..... ”
“เธอ้าจะหมายความว่าเขาจะทำทุกอย่างพังพินาศหมดจริงหรือ? เื่นี้มันเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาดนะอวี้เหลียน เธอสนิทกับเขาเธอก็ควรจะโน้มน้าวใจเขาเสียหน่อย ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างสองหมู่บ้านก็ขาดสะบั้นจนเกินพอแล้วหากเขาฝืนทำเื่แย่ขึ้นมาอีกละก็ ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านคงต้องรวมกันกล่าวโทษเขาแน่ๆ หากเป็แบบนี้เขาก็คงจะอยู่อาศัยในหมู่บ้านหลิวไม่ได้อีกต่อไป”
หลิวอวี้เหลียนชะงักด้วยความใ“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ ? ฉันไม่อยากให้พี่เฟยต้องจากหมู่บ้านหลิวไปอีกแล้วเดี๋ยวฉันจะลองหาวิธีโน้มน้าวใจเขาดูละกัน”
.........
เมื่อความจริงได้เป็ที่ประจักษ์หลิวอวี้เหลียนเลยรู้เลยว่าตนนั้นมองโลกในแง่ดีเกินไปหลิวเฟยไม่เคยแม้แต่จะฟังเธอเลยสักครั้งเดียวอีกทั้งยังไม่ให้เธอกับพ่อแอบช่วยอย่างลับ ๆ อีก มิหนำซ้ำหนึ่งวันก่อนที่จะมีการลงประชามติเขาได้เตร็ดเตร่ทั้งวันจนตามหาตัวไม่เจอหลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวต่างตามหาเขาวุ่นไปทั่วหมู่บ้านแต่ไปหาที่ไหนก็ไร้เงาของเ้าตัว
สถานที่ที่หลิวเฟยแอบซ่อนตัวอยู่นั้นค่อนข้างจะปลีกวิเวกพอสมควรและที่นั่นก็คือกลางทะเล ห่างจากเขาไม่ไกลมากนักมีน้ำตกที่ตกมาจากผาสูงชันขนาดความกว้าง30 เมตร เสียงน้ำไหลดังสนั่นจนกลบเสียงรบกวนใด ๆ บนโลกใบนี้
ตำแหน่งที่เขาอยู่นั้นเป็ทางออกสู่ทะเลของแม่น้ำซี่หลิวแม่น้ำซี่หลิวนั้นมีต้นกำเนิดจากยอดเขาของูเาไห่ิ คดเคี้ยวเลี้ยวลดอยู่ท่ามกลางหมู่ยอดเขาสูงแล้วไหลลงสู่ทะเลณ จุดนี้ ถ้าหากว่าปริมาณน้ำของแม่น้ำซี่หลิวไม่มากจนเกินไปเกรงว่าน้ำตกที่ก่อรูปอยู่ตรงหน้าผาแห่งนี้จะใหญ่มหึมามากยิ่งกว่าเดิม
จะว่าไปแล้วนี้ก็เป็สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านต่างรู้สึกเจ็บใจ
เพราะตัวหมู่บ้านมีความสูงเกือบร้อยเมตรจึงเป็เหตุให้ภูผาสูงชันแห่งนี้ได้บดบังโอกาสที่จะสำรวจบดบังโอกาสที่จะเข้าถึงทรัพยากรทางทะเล มิเช่นนั้นหมู่บ้านหลิวก็คงเป็หมู่บ้านประมงที่อู่ฟู่แห่งหนึ่งเพียงแค่จับปลาจากทะเลแล้วส่งขายตลาดก็อาจจะทำให้พวกเขาลืมตาอ้าปากได้
หลิวเฟยนั้นเป็คนใจกล้าบ้าบิ่นเขานำเชือกยาวร้อยเมตรผูกไว้กับก้อนหินั์บนหน้าผาจากนั้นก็โรยตัวลงมาจากด้านข้างของน้ำตกด้วยความคล่องแคล่ว
เขาได้ว่ายน้ำอยู่กลางทะเล1 ชั่วโมงเต็ม เขาคิดไม่ถึงว่าตนจะจับอาหารทะเลบางอย่างมาได้สำเร็จเขานำสิ่งที่จับมานั้นใส่ในกระเป๋าไนลอน จากนั้นก็ไปยังโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งในเมืองเฟิ่งหวง
ยามรักษาการณ์สองสามคนหน้าประตูโรงแรมได้สกัดเขาไว้ไม่ให้เข้าไปหนึ่งในนั้นได้พูดว่า “คุณจะทำอะไร ? ”
“แค่นี้ก็ดูไม่ออกพวกนายเป็ยามกันได้ยังไงห๊ะ ! ฉันเป็ซัพพลายเออร์อาหารทะเล ไม่กี่วันก่อนผู้จัดการแผนกจัดซื้อของโรงแรมนายได้เจอกับเถ้าแก่ของฉันเขาบอก้าดึงเราไปเป็คู่หูการค้า ฉันก็เลยเอาตัวอย่างอาหารทะเลมาให้เขาดูถ้าไม่เชื่อก็ลองถามผู้จัดการแผนกจัดซื้อดูสิ”
ยามคนหนึ่งได้เปิดถุงไนลอนแล้วชะโงกหัวเข้าตรวจดูของในถุง“ได้ครับ ผมจะพาคุณเข้าไปเอง”
เขานำหลิวเฟยขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นหกจากนั้นก็ชี้ไปยังห้องที่ตั้งอยู่ตรงสุดทางเดินของชั้นหกแล้วจึงเอ่ย“ออฟฟิศของผู้จัดการแผนกจัดซื้อคือห้อง 606 ครับ”
หลังจากหลิวเฟยกล่าวขอบคุณเขาก็ได้สาวเท้าก้าวไปยังออฟฟิศเบื้องหน้า ในขณะที่กำลังจะเคาะประตูเข้าไปนั่นเองภายในห้องได้มีเสียงครางของผู้หญิงคนหนึ่งดังแว่วมา……
“อ๊า…….”
“ก็ดีนี่แต่ทำเื่นี้ในออฟฟิศตอนกลางวันแสกๆ แบบนี้จะดีหรือ ? นี่เท่ากับว่าเขาแอบทำอนาจารลูกน้องผู้หญิงหรือเปล่า? ดูเหมือนว่าผู้จัดการโม่วจะไม่ได้เื่เลยนะ หึ ! ”
หลิวเฟยแอบพึมพำอยู่คนเดียวในใจและก็เงี่ยหูฟังอีกครั้ง เสียงนั้นกลับหายไปหลังจากที่ล้อบุคคลที่สามว่าไม่ได้เื่เสร็จ เขาก็รออยู่ครู่หนึ่งแล้วเคาะประตู
“ประตูไม่ได้ล็อก เปิดเข้ามาได้เลย! ”
เสียงฟังดูตะขิดตะขวงได้เล็ดลอกออกมาจากประตูหลิวเฟยหยุดชะงักเล็กน้อย จากนั้นก็ผลักประตูเดินเข้าไป
……
เมื่อเห็นหญิงสาวที่มีสีหน้าฉุนเฉียวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานก็ทำให้เขาตกตะลึงไปราว 10 วินาที ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ดูคุ้นหน้าอย่างนี้นะ ?
นี่มันคือแม่สาวประหลาดคนนั้นที่เขาได้ช่วยชีวิตที่เมืองเฟิ่งหวงเมื่อวันก่อนนี่นาตอนนั้นเขาจูบเธอ อีกทั้งยังตบก้นเธออีกต่างหาก แย่แล้วละ....
แต่เดี๋ยวนะ !
เมื่อหลิวเฟยได้กวาดสายตาไปมองทั่วทุกสารทิศก็เห็นว่าห้องนี้มีแต่เธอเพียงผู้เดียวเขาแทบจะอ้าปากค้าง เมื่อกี้เสียงที่ได้ยินนั้นก็ไม่ผิดเพี้ยนถ้าหากว่าไม่มีคนอื่น หรือว่าเธอกำลังจะจัดการเื่สนองความ้าของตัวเธอเองนี่มันไม่ดูหิวโซไปหน่อยหรือ ?