ตอนที่ 21 หอกคืนสนอง 1
อีกฝั่งของโต๊ะอาหารที่เรทเจอร์และนิโคลนั่งอยู่เรทเจอร์ยังคงมีใบหน้ายิ้มแย้มและเอาแต่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าแต่นิโคลกลับไม่สนใจเขา ใบหน้าบึ้งตึงมองด้วยความเฉยชา
“นายคิดจะทำอะไร”
“ทำไมละ ฉันก็แค่ชวนเขาเข้ากิลด์ก็เท่านั้นไม่ต้องห่วงฉันไม่ทำร้ายเขาหรอก”
เรทเจอร์ตอบอย่างกวน ๆแต่ในแววตาไม่เป็อย่างที่ปากพูดแม้แต่นิดเดียว
นิโคลพ่นเสียงไม่พอใจ “หึ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้จักนิสัยนายการที่มาครั้งนี้เพราะคุณป้าฉันเป็คนจัดการให้”
“แต่เธอก็ได้ในสิ่งที่พ่อฉันเสนอให้จริงไหม เลิกพูดได้แล้วเธอทำให้เสียบรรยากาศนักเรามาเดทกันตามที่ตกลงไว้ก็พอจริงไหม”
เรทเจอร์เอื้อมมือไปจะจับมือของนิโคล เธอปัดมือออกทันทีก่อนจะไม่พูดไม่จากินอาหารอย่างเ็า
‘หึ...ยิ่งนัก เธอมันก็แค่หญิงจากบ้านที่กำลังล้มละลายเท่านั้นแค่เพราะพ่อฉันไม่ให้ความสำคัญกับเธอ อย่าคิดว่าจะทำตามใจได้ตลอดคอยดูเถอะสักวันเธอจะต้องเป็ของฉัน’
เรทเจอร์พ่นลมหายใจอย่างไม่พอใจเช่นกันแต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งที่คิดในใจออกมา
“เื่ที่ตกลงกันไว้นายทำสำเร็จหรือยัง” นิโคลถามตรงประเด็นทันที
“ไว้ฉันจะบอก แต่ตอนนี้ฉันหิวแล้ว โอ้อาหารมาพอดีได้ข่าวว่ามีเนื้อมอนสเตอร์บอสแมงป่องหลังหนามพอดี เธอลองกินดูสิ”เรทเจอร์กล่าวขึ้นมา
‘เนื้อบอสแมงป่องหลังหนาม? บังเอิญเหรอ...ไม่ติดหนี้’นิโคลคาดเดาว่าเนื้อนี่น่าจะเป็ของลุคแน่นอนเพราะเขาคือคนที่ล่าบอสแมงป่องหลังหนามได้ และยังอยู่ที่นี่อีกด้วย
...
ด้านของลุคก็สังเกตเห็นเช่นกัน
‘ไม่คิดว่าจะเป็หมอนั่น ตอนแรกไม่รู้จึงให้ไปถ้ารู้เราคงไม่ให้ไปหรอก แต่ก็ช่างเถอะยังไงฉันก็ได้ค่าตอบแทนมาแล้ว’
ลุคมองไปที่โต๊ะอาหารของนิโคล ถึงจะไม่ชอบหน้าของเรทเจอร์แต่มันก็แค่การไม่ชอบหน้ากันเท่านั้น ไม่ได้ถึงกับเป็ศัตรูกัน ที่สำคัญก็แค่รู้จักกันไม่กี่ประโยคเท่านั้นทำไมจะต้องเก็บมาใส่ใจด้วย
มื้ออาหารตรงหน้านั้นสำคัญยิ่งกว่า ลุคจัดการกินด้วยความสุขโดยเฉพาะเมื่อเห็นน้องสาวกินอาหารด้วยรอยยิ้ม
“พี่ค่ะ ทำไมหนูรู้สึกว่ากินไม่เท่าไหร่ก็อิ่มแล้วหรือจะเป็เพราะเนื้อมอนสเตอร์” เจนรู้สึกแปลก
ลุคมองไปที่จานอาหารจากเนื้อมอนสเตอร์บอสตรงหน้าเขาไม่มีความรู้สึกอิ่มกับกระหายซะมากกว่า
“อาจจะเพราะเื่ความต่างของระดับชั้นชีวิตน้องเป็คนธรรมดาคงกินได้จำกัด”
“อย่างนั้นก็น่าเสียดาย” เจนรู้สึกเศร้าอยู่ไม่น้อยอาหารมื้อนี้อร่อยจริง ๆ แต่เธอกลับกินได้ไม่เยอะเท่าไหร่ก็อิ่มซะแล้ว
เจนนึกขึ้นได้จึงถามว่า“พี่บอกว่าเป็คนล่าเนื้อมอนสเตอร์บอสเองใช่ไหมคะ”
“อืม”
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่ายังมีเนื้อพวกนี้อยู่อีกใช่ไหมคะ”
“ใช่แล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นไว้วันหลังหนูก็ค่อยกินอีกก็ได้”
เจนไม่ได้เศร้าที่กินไม่ไหวอีก เพราะเธอรู้ว่าถ้ายังมีอยู่ในวันหลังก็ได้กินอยู่ดี
ลุคยิ้มมุมปาก ก่อนจะพยักหน้าก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อไปเจนกินไม่เยอะ ส่วนใหญ่แต่จานละนิดละหน่อยก็อิ่มแล้วและที่เหลือลุคเป็คนจัดการ
แม้จะเป็กระเพาะของเหนืุ์ก็ยังคงมีขีดจำกันครั้งนี้เขาอิ่มจริง ๆ ทั้งยังรู้สึกได้อย่างชัดเจนเนื้อมอนสเตอร์ถูกเขาย่อยอย่างต่อเนื่องร่างกายถูกเติมเต็มไปด้วยสารอาหารและพลังงาน
ลุคและเจนต่างก็พอใจกับมื้ออาหารในครั้งนี้ทั้งสองกำลังดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสายลมเย็น ๆ เสียงดนตรีและความผ่อนคลายของจิตใจเป็ความสุขที่น่าหลงใหลอยู่ไม่ใช่น้อย
‘พอเข้าใจแล้วว่าทำไมคนมีเงินถึงชอบมากินอาหารที่ดาดฟ้ากัน’
ขณะที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศสบาย ๆ ขนลุกทั้งตัวเตือนอันตรายทำเอาลุคหน้าเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ลุคที่ััได้ นิโคลและเรทเจอร์ที่เป็เหนืุ์ก็ััได้เช่นกัน
นี่คือสัญชาตญาณของเหนืุ์ที่เกิดขึ้นตอนที่เจอกับอันตราย
“มาจากไหน” นี่คือสิ่งที่ทั้งสามอยากจะถาม
“เจน” ลุคแทบจะตอบสนองในทันทีถีบเท้าพุ่งข้ามโต๊ะเข้าหาเจน
ตูม!
เสียงลมรุนแรงพัดทุกสิ่งกระจายไปคนละทิศละทาง คนที่ตอบสนองทันก็หลบพ้นแต่คนที่ตอบสนองไม่ทันก็ได้แต่ไหลไปตามกระแสลมพร้อมกับสิ่งของร่างกายกระแทกเข้ากับขอบกำแพงกระจกของชั้นดาดฟ้า บางคนสลบแต่ส่วนใหญ่จะร้องออกมาอย่างตื่นใและมึนงงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
“มอนสเตอร์โจมตี ทุกคนรีบหนีเร็ว”
เสียงบริกรของทางโรงแรมร้องะโให้ลูกค้าหนีเข้าไปหลบด้านในอาคารขณะที่สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังขึ้นมาเช่นกันคนที่อยู่ใกล้ประตูวิ่งเข้าไปในอาคารได้สำเร็จส่วนคนอื่นหลบอยู่ตามโต๊ะมุมต่าง ๆด้วยความกลัว
นิโคลที่ใช้โต๊ะกำบังต้านการโจมตีจึงรอดไร้รอยแผลส่วนเรทเจอร์นั้นสามารถยืนต้านได้โดยไม่มีปัญหา
“พี่ค่ะเกิดอะไรขึ้น”
เจนที่อยู่ในอ้อมกอดของลุคถามด้วยความตื่นใแต่แล้วเธอก็พบว่าพี่ชายของเธอนั้นมีบางอย่างเปลี่ยนไปชุดที่สวมใส่ตอนนี้เปลี่ยนเป็ชุดเกราะที่มีขนสร้างมาจากเส้นเหล็กทั้งตัวดูน่าเกรงขามเป็อย่างมาก
เขาไม่มีเวลามาอธิบาย ยกโต๊ะมาขวางกั้นให้น้องสาวหลบเพิ่มเติมก่อนจะออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่พึ่งจะโจมตีร้านอาหารดาดฟ้าที่พวกเขาอยู่
เขามองตอนแรกนึกว่ามันคือไดโนเสาร์จำพวกเทอโรซอร์ที่บินได้แต่พอมองดี ๆ กลับไม่ใช่ สิ่งนี้มีปีกคล้ายกัน ขนาดใหญ่ประมาณ 2เมตรคล้ายกับมนุษย์อยู่ไม่น้อย ตามตัวมีขนสีดำใบหน้าไร้ดวงตาราวกับปีศาจและหูมีที่กว้างใหญ่เป็เอกลักษณ์นิ่งกว่าปีก
“ค้างคาว!” ลุคแววตาเคร่งขรึม
“มันคือมอนสเตอร์ค้างคาวปีศาจ ระวังมีกันอยู่ 3 ตัว” นิโคลช่วยเสริม
ค้างคาวปีศาจมีทั้ง 3 ตัว สองตัวกำลังไล่กินมนุษย์อยู่ ส่วนอีกตัวบนวนไปมาใบปากมีมนุษย์ร่างหนึ่งกำลังโดนกัดกินทั้งเป็อย่างได้ใจ
มอนสเตอร์มองว่ามนุษย์นั้นอ่อนแอนั้นก็เป็ความจริงเพราะเมื่อเทียบสัดส่วนระหว่างเหนืุ์กับมนุษย์ธรรมดาแล้วยังคงห่างกันมากเกือบร้อยเท่าพันเท่าตัว
“ก็แค่ระดับ F ่กลาง ๆ มีอะไรต้องกลัว”เรทเจอร์ประเมินพลังมันก็พูดอย่างดูถูกด้านหลังปรากฏปีกที่ขนทุกเส้นเป็เหมือนกับโลหะออกมา 1 ข้าง
ถึงจะเป็เพียง 1 ข้าง แต่นี่ก็เป็พลังพร์ที่ถูกเรียกว่าปีกเหล็ก
“เหนืุ์พวกเรารอดแล้วที่มีเหนืุ์อยู่”
“โชคดีมาก จัดการมันเลย”
เหล่าแขกที่สิ้นหวังพอเห็นเรทเจอร์แสดงพลังของเหนืุ์ออกมาก็พากันส่งเสียงเชียร์ด้วยความหวังบนดาดฟ้ามีพื้นที่กว้างพอสมควรบรรจุคนมากกว่า 200 คนและที่นี่ในตอนนี้มีมากกว่า150 คนที่หนีไม่พ้น
“หึ มันแน่นอนขยะพวกนี้ไม่เกินมือฉันหรอก”
เรทเจอร์ะโด้วยท่าทางองอาจก่อนจะกระพือปีกเหล็กพุ่งเข้ามาไปต่อสู้กับค้างคาวปีศาจ
ค้างคาวหันกลับมาใช้ปีกสร้างลมอัดอากาศพัดใส่สายลมรุนแรงมากจนพัดพื้นที่รอบตัวปั่นป่วนส่งผลกระทบต่อผู้คนที่ยังหนีไม่พ้น
“อ่า!” แขกสองคนหาที่จับไม่ทันถูกลมพัดจนกระเด็นไปที่ราวกำแพงกั้นตัวหลุดออกไปนอกระเบียงกระจกของโรงแรม
“ช่วยด้วย”
“จะตกแล้วใครก็ได้ช่วยด้วย”
ทั้งสองส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือด้วยความสิ้นหวังขณะที่ใช้มือจับราวเหล็กอย่างสุดกำลัง แต่คนอื่น ๆ ยังเอาตัวไม่รอดเลยไม่มีใครไปช่วย
“หึ”
เรทเจอร์ได้ยินและเหลือบมองสองคนที่กำลังตกแต่ก็ไม่สนใจยังคงต่อสู้กับค้างคาวปีศาจใช้ปีกเหล็กข้างเดียวของตัวเองต้านลมอย่างไม่ยากเย็น
“พลังแค่ 700 กว่าหน่วยอย่าหวังจะหยุดฉันได้ ฉันก็มีเหมือนกัน”
เรทเจอร์ตวาดเสียงแข็งใช้ปีกสร้างคลื่นกระแทกกลับไปสายลมสองสายปะทะจนเกิดลมหมุนพัดรุนแรงจนข้าวของกระจัดกระจายทุกคนก้มหน้าหมอบหลบที่พื้น รอจนลมทั้งสองสลายหายไป
ก่อนจะสะบัดปีกยิงขนนกเหล็กที่คมราวกับมีดใส่ค้างคาวตัวนั้นจนมันตายและเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด
“อ้า...”
สองคนที่เกือบตก พอมีลมจากเรทเจอร์เข้าปะทะก็จับไม่ไหวอีกสุดท้ายมือก็หลุดออกจากระเบียงแต่โชคดีที่ตอนนั้นก็มีผ้าม่านที่ถูกม้วนจนเหมือนกับเชือกสีขาวเส้นหนึ่งพุ่งเข้ามาก่อนจะรัดตัวคนทั้งสองและดึงขึ้นมา้าได้สำเร็จ
“ขอบคุณ”
“รีบไปจากตรงนี้”
นิโคลกล่าวอย่างจริงจัง ตอนนี้เธอไม่มีเชือกคู่กาย จึงได้แต่อาศัยถ้าทำเป็เชือกเพื่อควบคุมพลังการต่อสู้จึงลดน้อยอย่างยิ่ง
ทั้งสองคนพยักหน้าและทำตามรีบหาที่หลบ
ลุคในตอนนี้กำลังปกป้องน้องสาวไม่ให้โดนลูกหลงของสายลมที่เกิดจากการต่อสู้
“พี่เราจะทำยังไงกันดี” เจนถามด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว
“ไม่ต้องห่วงพี่อยู่นี่แล้ว”
ลุคมองดูสถานการณ์ นอกจาก 2ตัวที่ลงมายังมีอีกตัวบินอยู่้าลงมาโฉบกินคนเป็บางครั้ง
‘พวกมันทั้งสามตัวมีพลังอยู่ที่ 700-800 หน่วย จัดอยู่จำพวก F4ส่วนพลังที่เรทเจอร์แสดงออกมาชัดเจนว่าน่าจะอยู่ห่างจากระดับ E ไม่มากนัก แถมยังมีพลังพร์อีกถึงว่าทำไมเขาถึงมั่นหน้าดูถูกคนอื่นเสมอ’
‘พลังพร์หายากไม่ใช่หรือไงทำไมถึงเจอบ่อยขนาดนี้ตอนนี้ไม่ใช่มาคิดเื่นี้ ต้องพาเจนออกไป ร่างกายเจนอ่อนแอกว่าคนธรรมดาอยู่แล้วถ้าโดนลูกหลงมาอาจจะาเ็ได้’
สมองของลุคทำงานอย่างรวดเร็วประเมินสถานการณ์รอบตัวหนึ่งตัวกับสู้กับเรทเจอร์คงจะใกล้ฆ่าได้แล้วส่วนนิโคลอ่อนแอกว่ามากแถมอาวุธก็ไม่มีจึงอาศัยเชือกจากผ้าปูโต๊ะพยายามยื้อมอนสเตอร์ค้างคาวอีกตัวแต่ผ้าธรรมดาไม่อาจจะต้านและฆ่ามันได้
อย่างมากสุดก็ก่อกวนจนมันโมโหหันมาเล่นงานเธอส่วนอีกตัวบินโจมตีสร้างความวุ่นวายและแข็งแกร่งสุด
“เจนจับพี่ไว้นะ”
“อืม”
ลุคโอบอุ้มน้องสาวในท่าเ้าหญิงในมือปรากฏหอกหนามเกรดสีม่วงส่งให้คลื่นพลังเขาเกิน 800 หน่วยส่วนชุดเกราะเพียงแค่เกรดสีขาวเท่านั้นเพราะหลังจากจัดการเื่ราวในการทดสอบมีไอเทมเสียหายหลายชิ้นเขายังมีโอกาสได้จัดการพวกมัน จึงอาศัยเกราะระดับต่ำนี้ไปก่อน
ประสาทััขยายการตอบสนองพุ่งสูงกว่าเดิมมาก
“ไป”
เขาอุ้มน้องสาวก่อนจะวิ่งด้วยความเร็วสูงตรงไปที่ประตูแต่แล้วการกระทำของลุคก็ดึงดูดค้างคาวปีศาจตัวที่บินอยู่้ามันบินโฉมเข้ามา
“หลับตาไว้”
ลุครีบะโขึ้นข้ามหลบการโจมตีของค้างคาวปีศาจไปอย่างเฉียดฉิว
“อ้า!”เจนหลับตาแต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าตัวกำลังลอยในอากาศเหมือนกำลังอยู่บนรถไฟเหาะที่อันตรายแถมยังมีเสียงของมอนสเตอร์ที่น่ากลัวดังอยู่ใกล้ ๆ
เด็กสาวกอดพี่ชายไว้แน่น
แต่ขณะที่ลุคลอยอยู่กลางอากาศก็มีค้างคาวปีศาจอีกตัวบินจากพื้นหวังเพิ่มแรงส่งเข้ามาโจมตีเขาระยะประชิด
“เวร!”
ลุครีบใช้แผ่นหลังของตัวเองบังน้องสาวเอาไว้กรงเล็บค้างคาวเกือบจะโจมตีโดน แต่แล้วนิโคลก็ใช้เชือกพุ่งมารัดพันขาของค้างคาวปีศาจตัวนั้นและกระชากมันลงกลางอากาศ
ปัง!
ค้างคาวกระแทกพื้น มันคำรามอย่างหวาดกลัวหันกลับไปเล่นงานนิโคล
ลุคที่รอดมาได้ถอดหายใจด้วยความโล่งอกคิดในใจว่า เขาติดหนี้นิโคลแล้วแต่ไม่มีเวลามาขอบคุณ รีบพาน้องสาวหนีไปที่ประตูตรงบันไดหนีไฟได้สำเร็จ
“เปิด” ลุคบอกคนที่เข้าไปหลบด้านใน
บริกรสาวคนเดิมที่คุ้นเคยรีบเปิดประตูให้เขาและน้องสาวเข้าไปเป็บริกรของทางโรงแรมที่กำลังช่วยคนอยู่ แม้จะมีมอนสเตอร์โจมตีแต่บริกรเหล่านี้ก็ยังช่วยลูกค้าและแขกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
‘สมกับเป็มืออาชีพ’ ลุคชื่นชม
ลุครีบเข้าไป ก่อนจะวางน้องสาวที่ใบหน้าซีดขาวมือสั่นด้วยความกลัวและหายใจเหนื่อยหอบ
“เจนหายใจช้า ๆ”
ลุคพยายามให้น้องสาวตั้งสติรีบหยิบยาพ่นโรคหอบจากในกระเป๋าสะพายในเล็กของเธอออกมา ก่อนจะกดพ่นยาให้เธอ
เจนสูดเข้าตามสัญชาตญาณอยู่สองสามครั้งทำให้การหายใจสงบลงมากขึ้นแต่หน้ายังซีดอยู่
“คุณครับ ผมฝากดูน้องสาวผมหน่อยได้ไหม”
ลุคเงยหน้ากล่าวกับบริกรสาวที่เคยพูดคุยกับเขาเกี่ยวกับเนื้อมอนสเตอร์ตอนนี้เธอกำลังช่วยทำแผลให้ลูกค้าที่าเ็และสั่งให้บริกรอีกสองสามคนพาคนอื่น ๆหนีลงไปทางบันได
“ได้ค่ะ” เธอรีบเข้ามาดูเจนมือทั้งสองโอบศีรษะของเจนพาเธอพิงกำแพงไว้
“พี่...จะไปไหนคะ” เจนรวบรวมเสียงเพื่อถาม
“พี่จะไปจัดการพวกมัน น้องรีบหนีลงไปข้างล่างก่อนนะ”ลุคบอกกับน้องสาวและหันไปย้ำกับบริกรสาวอีกครั้งว่า “น้องสาวผมร่างกายไม่แข็งแกร่งยาอยู่ในกระเป๋า ฝากพาเธอลงไปด้วย”
“วางใจได้เลยค่ะฉันจะดูแลเธออย่างดี ไม่ห่างไปไหนแน่นอน”บริกรสาวรับปากอย่างจริงจัง
ลุคพยักหน้าหันกลับถือหอกเปิดประตูวิ่งออกไปจะต้องรีบไปช่วยนิโคลเพราะเธอรับมือกับมอนสเตอร์ค้างคาวปีศาจไม่ไหวอย่างแน่นอน