เช้าวันรุ่งขึ้นลู่ม่านลี่มาที่เรือนทิศตะวันออกเพื่อขอเข้าพบพี่ชายแต่เช้า นางต้องรู้ให้ได้ว่าพี่ชายคิดอย่างไรกันแน่ลู่ปิงหยวนรู้ว่าน้องสาวมาหาเขาด้วยเื่อันใดถึงเขาจะไม่อยากพูดถึงแต่ก็ไม่ได้ทำตัวอ้อยอิ่งปล่อยให้น้องสาวต้องรอนาน
“มาหาพี่แต่เช้า..มีเื่อะไรหรือ?”
“น้องขอถามท่านพี่ตรงๆท่านพี่ไม่ชอบหนิงอันหรือเ้าคะ”
“ความชอบที่เ้าว่า...คือความชอบแบบใดเ้าตอบพี่มาก่อนพี่ถึงจะตอบเ้าถูก”
ลู่ม่านลี่ไม่กล้าพูดกับพี่ชายตรงๆเกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจแล้วจะกลายเป็ยั่วยุให้พี่ชายก่อกำแพงในใจไม่เป็ผลดีต่อชิวหนิงอันเป็แน่ “หนิงอันเป็คนน่ารักจิตใจดีท่านพี่มีเหตุผลใดที่จะไม่ชอบนาง หรือเพราะว่านางเป็เพียงบุตรของอนุท่านพี่ถึงได้รังเกียจ”
“ฟังเ้าพูดเข้าสิเ้าเลอะเลือนไปกันใหญ่แล้วพี่ไม่ได้รังเกียจสหายของเ้าสักหน่อย....พี่รักเอ็นดูนางดังน้องสาวไม่มีวันคิดกับนางเป็อื่น”
“ท่านพี่พูดเช่นนี้ก็เท่ากับท่านพี่ไม่ได้ชอบหนิงอันถึงขั้นอยากได้นางมาเป็ภรรยาใช่หรือไม่” ชายหนุ่มหัวเราะกับคำพูดของน้องสาวนางชักจะแก่แดดแก่ลมเกินไปซะแล้ว
“เ้ายังเด็กนักเื่นี้เป็เื่ของผู้ใหญ่เ้าไม่ควรเข้ามายุ่ง”
“ก็ได้เ้าคะแค่ท่านพี่ไม่รังเกียจหนิงอันน้องก็พอใจแล้ว”
ลู่ม่านลี่เดินกลับออกไปอย่างอารมณ์ดีอย่างน้อยนางก็ได้รู้ว่าพี่ชาย ไม่ได้รังเกียจชิวหนิงอันนางไม่ใช่เด็กแล้วสิ่งที่มารดาและบิดาขาดหวังมากที่สุด คือการที่ได้เห็นพี่ชายแต่งงานมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ทว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ไม่ว่าเื่ใดก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาจิตใจของคนก็เช่นเดียวกัน
เช้าวันนี้ชิวหย่งเล่อยังคงมีสีหน้าบึ้งตึงไม่ค่อยสบอารมณ์ที่เมื่อวานคนบ้านเล็ก กล้าทำให้ท่านแม่ของนางต้องเสียหน้า
จิงหลัวเดินมาส่งชิวหนิงอันที่หน้าประตูจวนสกุลลู่นางมองตามนายหญิงน้อยด้วยความห่วงใยเพราะกรงว่าพอห่างจากสายตาคุณหนูรองจะลงมือทำร้ายชิวหนิงอัน
เป็จริงดังที่จิงหลัวคาดการณ์ไว้พอเดินพ้นประตูจวนลู่ได้ไม่นาน ชิวหย่งเล่อก็เดินเข้ามาคว้าแขนชิวหนิงอันเอาไว้ปล่อยให้ชิวเสี่ยงรุ่ยเดินเข้าไปด้านในเพียงลำพังแล้วเริ่มพูดจาข่มขู่ผู้เป็น้องสาว
“คุณชายลู่เป็ของข้าถ้าเ้ายังกล้าวุ่นวายอีกข้าจะทำให้เ้าอยู่ไม่สู้ตาย ไม่เชื่อก็ลองดู”
ชิวหนิงอันเข้าใจเื่ทั้งหมดแทบจะในทันทีว่าทุกอย่างที่ชิวหย่งเล่อทำกับนางเมื่อวาน เกิดจากความหึงหวงนั้นเองเมื่อคืนนางนอนคิดทั้งคืนไม่เข้าใจว่านาง ทำสิ่งใดให้พี่สาวไม่พอใจที่แท้เื่ก็เป็เช่นนี้นี่เอง
นางไม่สนใจคำขู่ของพี่สาวยังคงมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของตนเอง เหตุใดต้องกลัวคำขู่ไร้สาระนั้นด้วยท่านพี่ปิงหยวนเป็คนไม่ใช่สิ่งของที่พี่สาวจะถึกทักเอาเองไม่ได้ว่าตนนั้นเป็เ้าข้าวเ้าของ
ด้วยความโกรธที่ชิวหย่งเล่อทำร้ายจิงหลัวเป็ทุนเดิมอยู่แล้วชิวหนิงอันจึงเกิดความคิดอยากเอาคืนขึ้นมาในเมื่อพี่สาวหน้ามืดตามัวเพราะความหึงห่วง ซ้ำยังเห็นผู้ชาย ดีกว่าน้องสาวแท้ๆของตัวเอง
ชิวหนิงอันจึงตัดสินใจว่าจะยั่วให้พี่สาวอกแตกตายไปซะเลย อยากรู้เหมือนกันว่าพี่สาวนางจะทำอะไรนางได้นางจะทำทุกทางให้ท่านพี่ปิงหยวน มองมาที่นางแต่เพียงผู้เดียว!
พอทุกคนมารวมตัวกันที่หอสดับเมฆาก็เร่งมือคัดคัมภีร์เมิ่งจื่อ เพราะเหลือเวลาอีกเพียงห้าวันก็จะถึงวันครบกำหนดที่ลู่ปิงหยวนขีดเส้นตายเอาไว้ชิวหนิงอันพยายามเร่งมือคัดหน้าที่ทุกคนกำลังคัดอยู่จนเสร็จก่อนคนอื่น
่บ่ายนางก็ออกไปที่เรือนครัวทำขนมแป้งทอดใส่เผือกกับปอกผลไม้ที่ลู่ปิงหยวนชอบกิน ขึ้นไปให้เขาบนชั้นสองขอตัวเรือนโดยมีสายตาของชิวหย่งเล่อ มองตามทำตาขวางอย่างไม่พอใจ
ลู่ปิงหยวนเห็นชิวหนิงอันเดินขึ้นมาพร้อมกับถาดของวาง ชายหนุ่มก็ขยับตัวเล็กน้อยให้หายจากอาการเมื่อยล้าแล้วถามนางด้วยความสงสัย “เ้ามีเวลาทำเื่พวกนี้งานที่ข้ามอบหมายให้ เ้าทำเสร็จแล้วหรือ”
ชิวหนิงอันนำถาดมาวางให้ที่โต๊ะด้านหน้าตั่งไม้ตัวยาวที่ชายหนุ่มนั่งอยู่นางยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบคำถาม “ข้ารอให้เปลี่ยนหน้าต่อไปอยู่เ้าคะ อยู่วางๆจึงไปทำขนมมาให้ทุกคนลองชิม...เห็นว่า่นี้ท่านพี่ไม่ค่อยเจริญอาหารเช่นนั้น...ลองชิมขนมนี้ดูหน่อยเพื่อจะถูกปากเ้าคะ”
ความห่วงใยของนางไม่ใช่เป็เพียงลมปากชายหนุ่มรู้สึกตื้นตันใจกับความทุ่มเทที่หญิงสาวผู้นี้แสดงออกต่อเขาอย่างชัดเจนหวังว่านางจะไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง
“ท่านพี่ทานเยอะๆนะเ้าคะ น้องขอตัวก่อน”
ชายหนุ่มทำตาโต...เขาฟังไม่ผิดเมื่อครู่นางเรียกแทนตัวเองว่าน้อง คำเรียกแทนตัวของนางทำให้เขารู้สึกสะดุ้งเล็กน้อย ชายหนุ่มตอบรับนาง อย่างอารมณ์ดี “ขอบใจเ้ามากพี่ชายจะกินให้หมด เ้าไม่ต้องเป็ห่วง”
หนิงอันหันกลับมายิ้มให้เขาด้วยแววตาสดใส ที่นางสามารถทำให้เขา เรียกแทนตัวเองว่าพี่ชาย ได้อย่างสนิทใจนางจึงพูดหยอดคำหวาน กลับไปอีกหนึ่งประโยชน์
“หากท่านพี่รู้สึกเหนื่อยล้าก็เอ็นกายหลับตาพักผ่อนสักหน่อย แล้วค่อยอ่านต่อ จะช่วยให้จดจำได้ดียิ่งขึ้นและหากท่านพี่อนุญาต น้องจะเอาของวาง มาให้ท่านพี่ทุกวันนะเ้าคะ”
“ขอบใจเ้ามากพี่จะรอขอวางจากเ้า” ชายหนุ่มตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เจือไปด้วยความยินดีความเอื้ออาทรจากหญิงสาว ช่วยให้ชายหนุ่มมีกำลังใจ ในการศึกษาเอกสารกองโตที่วางอยู่ตรงหน้าได้มากทีเดียว
ก่อนหน้านี้เขายอมรับว่ารู้สึกเบื่อหน่ายกับเอกสารพวกนี้เต็มทน ข้อมูลวัฒนธรรมแคว้นต่างๆรวมถึงสภาพแวดล้อม ความเป็อยู่ เขาจำต้องศึกษาทั้งหมด ว่าแคว้นใดขาดแค้นและอุดมสมบูรณ์ในเื่ใดบ้าง
ภายภาคหน้าเขาจะต้องเสนอข้อต่อรองและข้อเสนอแนะกับแคว้นต่างๆ ให้เกิดความได้เปรียบ สร้างผลประโยชน์ให้แคว้นของตนให้ได้มากที่สุดอย่างเต็มความสามารถ และต้องสร้างประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วยจะได้วางมือลงได้อย่างไม่มีข้อกังขา
ชิวหนิงอันทำทุกอย่างตามที่นางให้สัญญาไว้ นางเอาของวางมาให้ลู่ปิงหยวนทุกวัน ชิวหย่งเล่อเก็บความไม่พอใจนี้เอาไว้นางคบกรามแน่น เพื่อระงับความโกรธ ที่บ้านมีจิงหลัวคอยประกบที่จวนสกุลลู่นางเองก็ไม่กล้าลงมือ
เื่เก่าที่นางสร้างไว้ทำให้มารดาไม่ยอมมองหน้านางมาตลอดหลายวัน แล้วถ้านางยังฝืนก่อเื่ขึ้นมาอีกเห็นทีเื่ที่นางมีใจให้ลู่ปิงหยวน ต้องไปถึงหูมารดาอย่างไม่ต้องสงสัยถึงตอนนั้นนางอาจถูกกักบริเวณ ไม่มีโอกาสได้พบหน้าเขาอีกเลยก็เป็ได้
ครบกำหนดส่งงานคัดคัมภีร์เมิ่งจื่อก็มาถึงเล่มคัมภีร์ที่คัดเสร็จเรียบร้อย ทั้งสี่เล่มถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะท่านอาจารย์ลู่ปิงหยวนนั่งลงที่เก้าอี้เปิดคัมภีร์แต่ละเล่มค่อยๆ อ่านอย่างใจเย็น
แตกต่างจากลูกศิษย์ของเขาแต่ละคนที่นั่งไม่ติดหัวใจเต้นตุ๊มๆ ต้อมๆ ว่าผลงานที่ทำออกมานั้นจะเป็ที่น่าพอใจของท่านอาจารย์หรือไม่
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามลู่ปิงหยวนก็ตรวจเสร็จเขามีรอยยิ้มอ่อนๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า บังเกิดเกิดความพึงพอใจกับผลงานที่นำมาส่งเห็นได้ชัดว่าทุกคนมีความตั้งใจคัดลอกคัมภีร์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม
เขากล่าวชื่นชมแล้วส่งคืนให้กับทุกคนนำกลับไปเก็บรักษาเอาไว้ ชายหนุ่มบอกกับทุกคนว่าต่อไปเขาจะสอนหนังสือให้ใน่เช้าเท่านั้น จากวันนี้ตัวเขาเองมีภารกิจใน่บ่ายไม่สามารถปลีกตัวมาสอนได้ขอให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน
ชายหนุ่มได้รวบรวมความรู้ที่เข้าสะสมมาตลอดหลายปีให้เข้าใจโดยง่าย และใช้ระยะเวลาสั้นๆเพื่อสอนให้ทุกคนเข้าใจถึงแก่นแท้ของมัน
่บ่ายของทุกวันชิวหนิงอันจะเฝ้าค่อยดูแลเื่อาหารและเวลาพักผ่อนของลู่ปิงหยวน จนถือเป็กิจวัตรประจำวันของนางไปโดยปริยายหญิงสาวขึ้นไปช่วยเขาจัดเรียงหนังสือต่างๆบางวันถ้าลู่ม่านลี่ว่างก็จะมาอยู่เป็เพื่อนคุย
่เวลาห้าเดือนความสนิทสนมระหว่างลู่ปิงหยวนกับชิวหนิงอันค่อยๆ ก่อตัวมากขึ้นในทุกๆ วัน มีนางอยู่ใกล้ๆ ให้ค่อยเรียกหาทำให้ชายหนุ่มเกิดเป็ความเคยชิน
ความห่างเหินที่ลู่ปิงหยวนแสดงออกกับชิวหย่งเล่อทำให้นางเกิดความริษยา ต่อชิวหนิงอันมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งทนต่อไปอีกไม่ไหวเมื่อใดที่สบโอกาสนางก็จะแย่งถาดของว่างจากมือชิวหนิงอันไปดื้อๆ
ชิวหย่งเล่อพยายามเข้าใกล้ลู่ปิงหยวนด้วยจริตมารยาต่างๆ แบบที่สตรีชั้นต่ำของหอโคมเขียวกระทำต่อบุรุษเพื่อเรียกร้องความสนใจ และโปรยเสน่ห์เพื่อให้เขาลุ่มหลง
นางพยายามหาโอกาสแตะเนื้อต้องตัวชายหนุ่มอยู่หลายครั้งคิดไปเองว่าความใกล้ชิดเช่นนี้จะทำให้เขาเกิดความ้าทางกายแต่ไม่ว่านางจะพยายามมากเพียงใด เขากลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
ความใจกล้าหน้าด้านของชิวหย่งเล่อค่อยๆ ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ วันนี้นางถึงกับแกล้งเป็ลมต่อหน้าลู่ปิงหยวนด้วยความใเขาจึงยืนมือโอบเอวรับร่างของนางเอาไว้นางซบหน้าเข้ากับแผ่นอกที่แสนอบอุ่น ยกมือลูบไร้ไปที่แผ่นอกของเขาอย่างหน้าไม่อาย
ลู่ปิงหยวนััได้ว่านางกำลังยั่วยวนเขาจึงผลักร่างของนางออกเต็มแรง เสียจนชิวหย่งเล่อเซถลา ล้มลงไปกองกับพื้นเสียงวัตถุมีน้ำหนักกะแทรกกับพื้นไม้้า เกิดเสียงดังสนั่นลงมาถึงชั้นล่างชิวหนิงอันกับลู่ม่านลี่ได้ยินก็จับมือกันวิ่งไปที่บันได แต่พอได้ยินเสียงตะคอกของลู่ปิงหยวนทั้งสองคนจำต้องหยุดฝีเท้าเอาไว้
“ชิวหย่งเล่อนี่เ้าคิดจะทำอะไร!”
ชิวหย่งเล่อหน้าซีดเผือดทั้งอับอายและรู้สึกขายหน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดเขาผลักนางลงกับพื้นด้วยท่าทีรังเกียจทำราวกับว่านางเป็สิ่งสกปรกโสโครก น่าขยะแขยงถึงกับต้องรีบสะบัดให้หลุดออกไปจากตัวของเขา
“หย่งเล่อไม่ได้ตั้งใจ...จู่ๆก็เกิดหน้ามืดจะเป็ลมเท่านั้น” ชิวหย่งเล่อยังเสแสร้งแกล้งทำต่อไปว่าตนเองนั้นเป็ลมจริงๆ
ลู่ปิงหยวนโกรธจัดที่นางยังกล้าโกหกต่อทั้งที่เห็นอยู่ชัดๆ ว่านางไม่ได้เป็อะไร เขาตวาดเสียงดังลั่นมากขึ้นกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน“จะมากจะน้อย...ข้าก็เป็อาจารย์เ้าไม่เคารพข้าก็ไม่เป็ไรแต่ถึงกับกล้ายั่วยวนข้า เ้ายังมีจิตสำนึกอยู่บ้างหรือไม่”
ชิวหนิงอันกับลู่ม่านลี่ที่ยืนฟังอยู่ด้านล่างหันกลับมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมายด้วยความใกับเื่ที่เกิดขึ้น คิดไม่ถึงว่าชิวหย่งเล่อจะกล้ายั่วยวนท่านพี่ปิงหยวน
******
k.p.stom ฝากถึงนักอ่าน
ฝากกด ‘ติดตาม’ ‘กดหัวใจ’ เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกด ‘เก็บเข้าชั้น’ ไว้จะได้ไม่พลาดนิยายตอนใหม่จ้า
***อัพนิยาย 1ตอนเวลาเที่ยงคืนของทุกวัน (จนจบค่ะ)***