17.....
“ไม่ต้องทำใเลยไอ้วิน..ไปช่วยแม่แกก่อนว่าจะเอายังไงดี ตอนนี้มีผู้หญิงมาอ้างกับแม่แกว่าท้องกับแกโว้ย”
“ใครครับพ่อที่มาอ้างกับแม่ว่าท้องกับผม”
ชวินนึกไม่ออกจริง ๆเพราะมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเขานับสิบรายเมื่อตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
“ชื่อกระต่ายไงล่ะจำได้รึยังคราวนี้”
“หะ!..ต่ายหรือครับ”
“ทำไม..อย่าบอกนะว่าไม่รู้จัก”
ชวินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆทำไมเขาจะไม่รู้จักกระต่ายเล่า ในเมื่อเธอเป็ผู้หญิงรายล่าสุดที่เขาหลงเธอจนถึงขั้นโกหกสร้างเื่กับนัฏนรีเพื่อขอยืมเงินนัฏนรีเอาไปเช่าห้องที่คอนโดให้กระต่ายอยู่อย่างลับๆ
กระต่ายเป็เด็กสาวที่มาจากต่างจังหวัดเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่กรุงเทพฯเธอเพิ่งจะอยู่ปีสองเท่านั้นเอง ความน่ารักสดใสของกระต่ายทำให้เขาหยุดเสาะหาหญิงอื่นชั่วคราว ซึ่งทำให้นัฏนรีก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาหยุดเ้าชู้แล้ว แต่หากนัฏนรีรู้ความจริงว่าเขาหยุดเพราะกำลังหลงใหลเด็กสาวกระต่ายอยู่ไม่อยากจะคิดเลยว่านัฏนรีจะเ็ปใจเพียงใด
วันนี้เป็วันนัดดูตัวเ้าดุ๊กดิ๊กที่มีคนส่งข่าวว่าได้พบตัวมันแล้วหลังจากที่สิปปกรประกาศให้รางวัลสำหรับผู้ที่นำมันมาส่งคืนแต่สิปปกรก็ต้องปวดหัวไม่น้อยที่มีคนนำสุนัขมาให้ดูมากถึงสิบตัว เขาเดินทางมาพร้อมกับลิลลี่และไปรยา ซึ่งเพื่อนสาวทั้งสองก็รับรู้ถึงเื่ที่เขาโกหกนัฏนรีว่า เ้าดุ๊กดิ๊กป่วยเข้าโรงพยาบาลสัตว์เขาจึงคาดหวังมาก ว่าวันนี้จะได้ตัวเ้าดุ๊กดิ๊กไปให้นัฏนรีแต่ก็ต้องผิดหวังที่สุนัขทั้งสิบตัวนั้นไม่ใช่เ้าดุ๊กดิ๊ก
“เห็นทีจะหมดหวังเสียแล้วล่ะ”
สิปปกรบอกกับเพื่อนสาวทั้งสองด้วยความท้อแท้
“อย่าเพิ่งหมดหวังสิเพื่อน ยังเหลืออีกรายหนึ่งนะที่บอกให้เราไปดูตัวเ้าดุ๊กดิ๊ก”
ไปรยาบอกกับสิปปกรและลิลลี่
“ที่เขาบอกว่าเป็นักธุรกิจชื่อปัญจพลน่ะเหรอ”
สิปปกรถามอย่างไม่กระตือรือร้น ไม่คิดว่าจะสมหวัง
“ใช่..เมื่อคืน ยาโทรนัดเขาเอาไว้แล้วด้วยวันนี้เขาว่างให้เราไปหาได้”
ไปรยาบอก เพื่อให้เพื่อนทั้งสองไปดูด้วยกัน
“กลัวจะเป็เหมือนสิบรายที่ไปดูมาน่ะสิ” สิปปกรสีหน้าเซ็ง ๆ
“แต่รายนี้ ยาว่าอาจจะใช่ก็ได้นะ”
“แต่ละรายที่บอกมาก็พูดอย่างนี้ทั้งนั้นแต่ละคนก็อยากจะได้เงินรางวัลมากกว่า”
ลิลลี่แสดงความเห็นบ้าง
“แล้วตกลงจะเอาไง จะไปดูก่อนไหมหรือว่ารอไปวันพรุ่งนี้” ไปรยาถามอีกรอบ
“ตอนนี้ปอนด์หมดแรงที่จะไปดูแล้วล่ะวันนี้นัดว่าจะแวะเข้าไปหาดรีมที่บ้านด้วย ป่านนี้คงจะรอแย่แล้วล่ะ”
สิปปกรยกนาฬิกาข้อมือดูด้วยสีหน้ากังวลลิลลี่ มีสีหน้าสลดวูบลงไปแต่ก็ไม่มีใครทันสังเกตเห็น แม้ลิลลี่จะรู้สึกช้ำใจที่เห็นคนที่ตนแอบรักไปห่วงใยหญิงอื่น แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เป็เพื่อนที่ลิลลี่รักด้วยเช่นกันเธอจึงจำต้องทนรับความรู้สึกเจ็บช้ำนี้เอาไว้ได้
“ถ้าอย่างนั้น ปอนด์ก็ไปอยู่เป็เพื่อนดรีมก่อนก็แล้วกัน่เย็น ๆ เราสองคนจะแวะไปสมทบด้วย” ลิลลี่บอก
“ไม่ไปเยี่ยมดรีมพร้อมกันล่ะ” สิปปกรเสนอ
“ลิลลี่กับยาจะไปดูเ้าดุ๊กดิ๊กให้ เผื่อว่าจะใช่..ดีไหมยา”
ลิลลี่หันมาถามไปรยาในตอนท้าย
“ดีจ๊ะ..ตกลงตามนี้ก็แล้วกันปอนด์ไปอยู่เป็เพื่อนดรีมก่อน ส่วนเราสองคนจะไปหาคนชื่อปัญจพล” ไปรยาสรุป
“งั้นรบกวนเธอสองคนด้วยนะ ช่วยดูว่าเป็เ้าดุ๊กดิ๊กหรือเปล่าคงจำมันได้นะ”
สิปปกรฝากฝังเพื่อนแทน
“ไม่ต้องเป็ห่วงนะปอนด์ไปดูแลดรีมเถอะพวกเราจะเป็ธุระเื่เ้าดุ๊กดิ๊กให้เอง”
ลิลลี่เต็มใจทำเพื่อคนที่ตนเองรัก แม้เขาจะซาบซึ้งหรือไม่ก็ตาม
“ขอบคุณมาก งั้นปอนด์ไปนะ” สิปปกรกล่าวขอตัวและขับรถออกไป
ทั้งสองสาวจึงเดินไปขึ้นรถของไปรยาและขับไปยังหมู่บ้านที่ได้รับข้อมูลมาจากชายหนุ่มที่ชื่อปัญจพล เมื่อไปถึงทั้งสองก็เห็นเ้าของบ้านเป็ชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานแต่งตัวดีสมกับฐานะที่ดูจากที่อยู่อาศัยของเขาเป็บ้านเดี่ยวทรงทันสมัยในพื้นที่เกือบหนึ่งไร่
ทันทีที่สองสาวเข้าไปในบ้านของชายหนุ่มที่แนะนำตัวเองว่าชื่อปัญจพล ก็เห็นมีสุนัขนับสิบตัวอยู่ในความดูแลของเขาเห่าต้อนรับเกรียวกราวโดยมีเด็กหนุ่มสองคนมีหน้าที่ดูแลมันโดยเฉพาะคอยปรามไม่ให้สุนัขเห่า……
“ตัวนั้นรึเปล่าที่พวกคุณกำลังตามหา”
ชายหนุ่มเ้าของบ้านชี้ไปที่สุนัขตัวหนึ่งที่กำลังนอนอยู่ในกรงสี่เหลี่ยมภายในบริเวณหลังบ้าน
“เราขอเข้าไปดูใกล้ ๆก่อนค่ะถึงจะบอกได้”
ไปรยาบอกกับเขา ในขณะที่ลิลลี่เดินสาวเท้านำหน้าไปก่อนเมื่อไปถึงก็ยื่นมือลอดเข้าไปในกรงลูบหัวสุนัขตัวนั้นเบา ๆ เป็การทักทาย
“มันมาอยู่กับคุณได้ยังไงคะ”ไปรยาถามเ้าของบ้าน
“เด็กที่บ้านของผมบอกว่าพาสุนัขออกไปเดินเล่นที่หน้าหมู่บ้านก็เห็นสุนัขตัวนี้อยู่แถวนั้นไม่เห็นมีเ้าของก็เลยสงสารพามันมาเลี้ยงไว้ที่นี่ครับ พวกคุณก็ดูเอาเองก็แล้วกันว่าใช่เ้าดุ๊กดิ๊กที่ตามหาหรือเปล่า”
“อุ๊ย! ยา.เธอดูหน้ามันสิ เหมือนเ้าดุ๊กดิ๊กเปี๊ยบเลยต้องใช่แน่เลยอ่ะ””
ลิลลี่หันมาบอกกับไปรยาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“นี่คุณหมาก็หน้าตาเหมือนกันหมดน่ะแหละอย่าเพิ่งโมเมด่วนสรุปง่าย ๆ นักเลย เอาไว้ดูให้ดี ๆเสียก่อน”
ชายหนุ่มนามปัญจพลพูดเตือนแต่คนฟังอย่างลิลลี่ รู้สึกฉุนกึกนึกหมั่นไส้เ้าของบ้านขึ้นมาทันใด พูดแบบนี้เหมือนหาว่าเธอเป็คนไม่ได้เื่ยอมไม่ได้
“ฉันก็ยังไม่ทันได้บอกเลยว่าเป็เ้าดุ๊กดิ๊กคุณจะมาว่าฉันโมเมด่วนสรุปได้ไง”
ลิลลี่พูดโต้ตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“แต่เมื่อกี้คุณบอกว่าเหมือนเ้าดุ๊กดิ๊กผมไม่ได้หูหนวกนะครับ”
หนุ่มปัญจพลก็สวนกลับทันทีเช่นกัน
“ฉันพูดแค่ว่าหน้าเหมือนเฉย ๆ ไม่ได้บอกว่าใช่สักหน่อย” ลิลลี่เถียงกลับ
“ลิลลี่!..พอได้แล้ว เรามาดูหมานะ”
ไปรยาเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าห้ามทัพทันที
“ก็ใช่น่ะสิ มาดูหมา ไม่ได้มาทะเลาะกับเ้าของหมา”
ลิลลี่เน้นคำท้าย “หมา” หันหน้าไปทางเ้าของบ้านเป็พิเศษทำให้ฝ่ายนั้นหน้าแดงด้วยความไม่พอใจ
“พูดให้มันดี ๆ นะคุณ”
ชายหนุ่มหน้าแดงรู้สึกฉุนกับคำพูดของผู้หญิงตรงหน้า
“ฉันพูดไม่ดีตรงไหน”
ลิลลี่ถามเสียงห้วนไม่มีท่าทางเกรงกลัวเ้าของบ้าน
“ก็คุณพูดคำว่าหมา...”
“เอ๊า..ก็มาตามหาหมา จะให้พูดว่ามาหาแมวรึไงคุณ”
“คุณ!..”
“อ๊อ..รึว่าพูดคำว่าหมาไม่เพราะงั้นก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะให้ฉันเรียกสุนัข หรือ ด๊อก”
ลิลลี่ทำหน้ายียวนให้อีกฝ่ายหมั่นไส้มากกว่าเดิม
“ผมไม่สนว่าคุณจะใช้คำไหนแต่กรุณาอย่าหันมาทางผมเวลาที่พูดคำว่าหมา”
“อ้าว..ฉันพูดอยู่กับคุณแล้วจะให้หันหน้าไปทางไหนล่ะถ้างั้นฉันหันหลังพูดกับคุณก็แล้วกัน” พูดจบลิลลี่ก็หันหลังขวับทันทีปล่อยให้อีกฝ่ายขบกรามแน่น เขาทั้งขำทั้งโกรธกับท่าทางของเ้าหล่อน เกิดมาก็เพิ่งจะเคยพบเคยเห็นผู้หญิงต๊องๆ แบบนี้ก็มีด้วย มาตามหาสุนัขหายที่บ้านคนอื่นแท้ๆ ยังพูดจาไม่สำรวมเอาเสียเลย
“ต้องขอโทษด้วยค่ะคุณปัญจพล”
ไปรยาบอกเ้าของบ้านด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็ไรครับผมไม่ถือความจริงเรียกผมว่าพีเจก็ได้ครับ ตอนนี้ก็เชิญพวกคุณดูตามสบายนะครับ ผมขอตัวก่อน”
“เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณพีเจ..”
ลิลลี่รีบร้องห้ามแต่เธอไม่ได้หันไปมองเ้าของบ้าน
“ทางที่ดีเวลาพูดกรุณาหันมาพูดกับผมจะดีกว่าจะได้ไม่เสียมารยาทกับเ้าของบ้าน”
ลิลลี่รีบหันกลับมาเผชิญหน้าในทันทีเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอไม่ได้เสียมารยาทอย่างที่เขากล่าวหา แต่เมื่อหันมาสบตากับแววตาเข้มดุดันคู่นั้นแล้วเธอก็รู้สึกใจคอไม่ดีเพิ่งจะเห็นหน้าตาของเขาที่โกรธเธอมาก จนกระแสความโกรธส่งผ่านทางสายตาได้
“มีอะไรก็ว่ามา”
ปัญจพลถามเสียงเรียบข่มความไม่พอใจไว้
“คุณจะให้พวกเราดูเ้าดุ๊กดิ๊กอยู่ในกรงขังนั่นรึไงทำไมไม่ปล่อยให้มันออกมาก่อน” ลิลลี่บอก
“ชิน!..ช่วยเปิดกรงให้พวกเขาด้วย”
ชายหนุ่มหันไปเรียกเด็กหนุ่มที่อยู่แถวนั้นก่อนจะเดินสาวท้าวออกไป ปล่อยให้เป็ธุระของเด็กหนุ่มชื่อชินคอยตอบข้อสงสัยของสองสาวเอาเอง
“ทำเก๊กดุเข้ม..อยากจะเลียนแบบชายกลางบ้านทรายทองล่ะสิหล่อตายล่ะ ชิ!”
ลิลลี่พูดตามหลังด้วยความหมั่นไส้
“หล่อไม่หล่อสาว ๆก็ติดตรึมล่ะครับ”
เด็กหนุ่มชื่อชินบอกกับลิลลี่ยิ้ม ๆ พร้อมกับช่วยไขกรงไปด้วย
“เนี่ยนะสาว ๆ ติดตรึม น่าจะเป็สาว ๆ ตบตรึมละไม่ว่า..ปากอย่างนี้มันน่านัก..”
ลิลลี่เข่นเขี้ยว