“ไหมขอตัวรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ”เสียงโทรศัพท์สั่นดังหลายครั้งไม่อยากรับเลยแต่ถ้าไม่รับมันก็คงจะดังอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ
“ตามสบายครับ”ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนมองตามหลังเธอไปจนสุดทาง ยอมรับว่าถูกใจสายไหมสุดๆ
ระหว่างทางเดินออกไปนอกงานสายไหมแวะบอกเจ๊นีน่าก่อนเพื่อไม่ให้เธอห่วงมากนักเื่งานไม่น่าห่วงเพราะยังไงเธอก็มั่นใจว่าคุณวิชาญจะป้อนงานให้เธอและเธออาจชิ่งไปก่อนงานเลิก
ผู้คนในงานมากมายทั้งชายหญิงเดินกันขวักไขว่บางคนก็เป็เพื่อนนางแบบที่ทำงานร่วมกันบ่อยๆเธอยิ้มให้ตามมารยาท แสงสลัวๆทำให้มองเห็นใครไม่ค่อยชัดเจนมากนัก แต่ก็รับรู้ได้ถึงความสนใจจากผู้ชายในงาน
“ดื่มด้วยกันสักแก้วสิ”
เธอต้องถอยร่นตัวเองอัตโนมัติเมื่อชายหนุ่มหน้าตาดีโผล่พรวดเข้ามาเกือบประชิดตัวเขายื่นแก้วเหล้าสีอำพันให้เธอ สายตาของเขามีแววหวานปนซึ้ง
“ไว้คราวหน้านะคะไหมรีบมีธุระด่วนตอนนี้” เสียงหวานใสใบหน้ายิ้มแย้มทำให้ชายหนุ่มหรี่ตามองเคลิ้มแม้กระทั่งเสียงเล็กหวานยังน่าฟัง
“งั้นขอเบอร์หน่อยนะครับคนสวย” ชายหนุ่มไม่ได้เซ้าซี้แต่เลือกที่จะยื่นโทรศัพท์เครื่องหรูให้กับเธอสายไหมเหลือบมองรอยยิ้มติดอยู่มุมปาก เธอกดเบอร์โทรให้เขา
เอาเถอะถึงแม้ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่ขอผ่านตรงนี้ไปก่อนดูท่าจะเมาทั้งกลุ่ม เธอไม่อยากมีปัญหากับพวกคนรวย เจ๊นีน่าย้ำนักหนาว่าให้ทำตัวดีๆ
เธอถอนหายใจเมื่อเดินออกมานอกห้องจัดเลี้ยงและกดโทรศัพท์ออกทันที
“ว่าไงแม่โทรหาไหมทำไมตั้งหลายครั้ง ”
“เดี๋ยวนี้เป็นางแบบดังทำเป็เื่มากฉันจะโทรหาแกเวลาไหนทำไมแกต้องเดือดร้อนด้วย กะอีแค่รับโทรศัพท์ มันจะตายหรือไง”คำพูดหลากหลายที่โพล่งมามีแต่ใส่อารมณ์ โดยไม่เคยสนใจจะถามไถ่ทุกข์สุขอย่างที่แม่ควรจะทำ
“แต่หนูทำงานอยู่โทรศัพท์ดังตลอดเวลาแล้วหนูจะคุยงานกับลูกค้ารู้เื่ได้ยังไง”
“เวลาทำงานแกก็ปิดไปสิแกไม่ปิดโทรศัพท์ก็แสดงว่าไม่ใช่เวลางาน” แม่ก็เป็เสียแบบนี้ไม่เคยจะยอมเข้าใจอะไรสักอย่าง
“พูดกับแม่แล้วเหนื่อยโทรหาหนูแบบนี้้าเท่าไหร่คะ”
สายไหมเข้าประเด็นทันทีหลายปีมาแล้วที่ทำงานหาเงินได้เอง แม่ต้องมีส่วนร่วมอยู่ทุกครั้งค่าใช้จ่ายนั่นนี่ที่ยกมาอ้าง ไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าแม่กำลังโดนผีพนันเข้าสิงบ่อนใหญ่ๆหลายแห่งแม่ตระเวนเล่นมาทุกบ่อน แล้วก็เป็เธอที่คอยแก้ปัญหาให้ทุกครั้ง
“สามหมื่นแม่้าตอนนี้”
“แม่เห็นหนูเป็อะไรสำหรับแม่คะเคยถามเคยสนใจหนูบ้างไหม” น้ำเสียงเธอเหนื่อยหน่ายผิดหวังที่คุยกับแม่ จะมีสักครั้งที่ห่วงใยถามไถ่เธอกลับบ้าง
“อย่ามาคุยนอกเื่สายไหมเงินแค่นี้ไม่ทำแกเดือนร้อนหรอก” แม่เสียงแข็งใส่ทุกครั้งถ้าไม่พอใจ
“แม่จะเอาไปทำไรตั้งสามหมื่น”
เช็ดน้ำตาให้กับตัวเองแล้วกลั้นใจถามไม่ให้เสียงสะอื้นรอดออกไปถึงจะร้องไห้แม่ก็มีวันที่จะเห็นใจ คงมองว่าเธออ่อนแอ ความเข้มแข็งเป็สิ่งเดียวที่ทำให้เธออยู่ได้
“แกมีหน้าที่โอนให้ก็พอไม่ต้องสู่รู้หรอกว่าแม่จะเอาไปทำไร”
และทุกครั้งในตอนจบเธอก็ต้องโอนเงินจัดการให้เท่าที่แม่้า เดือนนี้โอนไปให้เฉียดแสน เธอถอนหายใจทิ้งกับความอ่อนล้าเมื่อจัดการความรู้สึกของตัวเองได้แล้วจึงตัดสินใจกลับเข้างานอีกครั้ง
เมื่อเดินเข้ามาในงานเธอตรงไปหาเจ๊นีน่าทันที
“ยังไงทำหน้าแบบนี้แม่โทรมา” เจ๊ถามอย่างรู้ทันสีหน้าแววตาอมทุกข์ของสายไหมคงมีแค่เื่เดียว เธอเห็นใจและยอมรับว่าเด็กคนนี้เป็คนใช้ได้ทีเดียววิ่งวุ่นทำงานหนักเพื่อคนอื่นหัวใจของเธอมันน่านับถือ
“อืมก็เหมือนเดิมเดือนนี้ไหมต้องใช้เงิน เจ๊หางานให้ไหมด้วยนะ”คำพูดขอร้องของเด็กสาวน่าเห็นใจยิ่งนัก เด็กเสริฟเดินเข้ามาสายไหมหยิบแก้วเหล้าสาดเข้าคอ
“ดื่มแบบนั้นเดียวก็ได้เมาหรอก”
เจ๊เตือนด้วยความห่วงใยรู้ว่าเด็กมันเหนื่อยแต่กินเหล้าเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น เธอก็ไม่อยากสนับสนุนกินไปมีแต่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม ที่สำคัญเด็กมันสวยกลัวว่าจะเป็อันตรายต่อตัวเอง
สายไหมฟังแต่ก็ไม่ได้ทำตามเวลานี้เธออยากดื่มอยากเมา ไม่อยากนึกถึงเื่อื่นเลย เธอชนแก้วกับเจ๊และโยกไปตามจังหวะเพลงส่วนคุณวิชาญที่ทำท่าว่าจะเดินมาหาถูกฉกไปโดยนางแบบรุ่นพี่ เธอจึงถอนหายใจโล่งอก
“ไหมดูแลตัวเองด้วยอีกเดี๋ยวเจ๊มีธุระต้องไปจัดการอยู่กับเราจนงานเลิกไม่ได้”
“ตามสบายเลยค่ะเจ๊ไหมเอาอยู่” เธอโยกย้ายส่ายสะโพกไปมาพึงพอใจกับบรรยากาศในตอนนี้ บริหารเสน่ห์ไปในตัวผู้ชายรอบข้างมองเธอเป็จุดเดียวกัน
“ไหมไหมมากับเราทางนี้หน่อยมีคนอยากรู้จัก”
ใบหม่อนนางแบบที่อยู่ในสังกัดเดียวกันแต่ก็ไม่ค่อยสนิทกันสักเท่าไหร่จูงมือเธอจะพาออกไป เธอไม่ได้อยากไปด้วยในตอนแรกแต่เพราะเหล้าที่ดื่มไปหลายแก้วทำเธอนึกสนุกขึ้นมา
“จะพาไหมไปไหน” ใบหม่อนชะงักทันที อุตส่าห์แกล้งทำเป็ไม่เห็นแล้วนะ
“จะพาไปโต๊ะโน้นหน่อยค่ะเจ๊เขาอยากรู้จักไหม” ใบหม่อนจีบปากคอพูดก็สายไหมเป็ลูกรักจึงไม่แปลกที่เจ๊จะตามหวงไม่ให้ผู้ชายหน้าไหนเข้าใกล้มากนักนอกจากเื่ผลประโยชน์
“ใครเจ๊รู้จักหรือเปล่า”เธอเริ่มซักประวัติด้วยความอยากรู้ปนห่วงใยใบหม่อนเป็แบบไหนทำไมจะไม่รู้ ถ้าไม่ใช่พวกลูกเศรษฐีหรือเสี่ยกระเป๋าหนักไม่มีทางที่ผู้หญิงตรงหน้าจะสานสัมพันธ์ด้วย
“หลานคุณวิชาญและอีกคนเป็ฯลูกชายเ้าสัวค่ะ” ใบหม่อนตอบยิ้มๆรู้ว่าชื่อเสียงของทั้งคู่จะทำให้เจ๊อนุญาตและเป็จริงดังคาดเจ๊มองไปโต๊ะนั่นแล้วก็พยักหน้า
“สายไหมเพื่อนหม่อนค่ะ”
เธอแนะนำสั้นๆถ้าไม่ใช่ใบพันเป็ปึกที่กาฟิวยัดใส่มือเพียงแค่อยากรู้จักเพื่อนสาว เธอก็คงไม่ยอมจะพาสายไหมมาโต๊ะนี้หรอก
เธอมั่นใจในหน้าตาและหุ่นตัวเองมาโดยตลอดแต่เมื่อไหร่ถ้าสายไหมมาอยู่ใกล้เธอก็แทบจะไม่มีตัวตนไปทันทีไม่รู้ว่าพวกผู้ชายเห็นอะไรในตัวสายไหม หน้าตาก็งั้นๆสวยสู้เธอก็ไม่ได้สักนิด
“ไหมอยู่นี่แหละเราจะแวะหาเพื่อนสักหน่อย ฝากเพื่อนด้วยนะพี่ฟิว” เมื่อเสร็จหน้าที่เธอก็ไม่อยากอยู่ต่อไปสนุกกับคนอื่นดีกว่าเพราะกาฟิวไม่ได้ให้ความสนใจกับเธอเลย
สายไหมพยักหน้ารับเข้าใจได้ทันทีว่าใบหม่อนเป็นางนกต่อพาเธอมาให้คนอื่นแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ในงานของเธอต้องเจอพวกผู้ชายแบบนี้ประจำเพิ่มอีกคนคงไม่เป็อะไรมาก
ผู้ชายที่ยืนตรงหน้าในความรู้สึกเขาดูดีมากเลยรูปร่างสูงโปร่งสมส่วนทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าผู้ชายทุกคนเธอต้องเมินหน้าหนีไปอีกทางเมื่อสบตาคมเข้มที่มองมา
“น้องอยากดื่มอะไรพิเศษไหมพี่สั่งให้” กาฟิวเข้ามาประชิดตัวอย่างจาบจ้วงเธอถอยหนีแต่เขาก็กระเถิบเข้ามาจนชิด เรียวปากแนบลงกับใบหูเล็กขนลุกซู่ขึ้นทันที
“อะไรก็ได้ค่ะ”
สายไหมเหลือบมองผู้ชายตรงหน้าหล่อไม่มีที่ติสักนิดเขาเปิดกระดุมเสี้อเชิ้ตสองเม็ดเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์กลิ่นน้ำหอมผสมปนเปกับกลิ่นบุหรี่ทำให้สายไหมหวั่นไหวยิ่งนัก
“ถ้าจะมองพี่แบบนี้เปิดห้องกันเลยไหมน้อง”
เขาพูดหน้าตาเฉยเหมือนนั่งอยู่ในใจเธอแพ้ซิกแพคกล้ามเนื้อแน่นๆ ไม่ได้บ้าผู้ชายแค่ชอบและหลงใหลไปกับมัน
“ดูมั่นใจเกินไปนะคะ” สายไหมตอบกลับด้วยแววตาท้าทาย หมั่นไส้คนตรงหน้า ผู้ชายส่วนใหญ่จะพูดจาหวานกับเธอ ไม่ใช่พวกขวานผ่าซาก อะไรทำให้เขามั่นใจขนาดนั้น
“พี่ไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้นแหละน้องมองพี่ด้วยสายตาแบบนั้นจะให้พี่คิดยังไง หรือน้องชอบอ่อยผู้ชายพร่ำเพรื่อคะ”ตอนนี้เขากระเถิบเข้ามาใกล้จนทุกส่วนัักันพอเธอจะเขยิบหนีเขากอดเอวลูบไล้ััให้เกิดความรู้สึกวาบหวาม
“อะไรที่พี่คิดว่าอ่อยทำให้เห็นแล้วเหรอคะ”
“อะโด่น้องอย่าลีลาพี่ไม่ใช่เด็กวานซืนที่จะดูน้องไม่ออก”ปากเขาก็ตอบกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนสายตาก็ไม่ยอมละไปจากร่างงาม มือไม้ของเขาลูบไล้ไม่ยอมหยุด
“สำคัญตัวผิดไหมคะเป็ใครถึงได้มาดูถูกคนอื่นแบบนี้ พี่เป็คนให้เพื่อนเรียกไหมมาหาเองนะคะไหมไปอ่อยตอนไหน”
ว่าจะไม่ทะเลาะแล้วเชียวถ้อยคำดูถูกของเขามันควบคุมอารมณ์ไม่ได้จริงๆ กิริยาเถื่อนๆที่เขาแสดงออกผ่านทางร่างกายของเธอก็เกินจะรับไหวเธอรวบรวมกำลังใจผลักเขาเต็มแรง
“สรุปแล้วไม่ได้อ่อยพี่”
เขาเซไปนิดหนึ่งกวาดตามองเรือนร่างทั่วตัวจงใจมองหน้าอกอวบที่โผล่ให้เห็นวิบวับเืลมในกายเดือนพล่าน
“ถ้าคุยกันไม่รู้เื่ไหมขอตัวก่อนค่ะ”
เธอพยายามอดทนถึงที่สุดที่จะไม่ทะเลาะต่อมันเสียเวลาเสียสุขภาพจิต และอาจทำให้เธอชวดงานได้ อย่างที่รู้ว่างานคืนนี้ถ้าไม่รวยจริงคงไม่ได้รับเชิญให้เข้างาน
“เดี๋ยวก่อน” กาฟิวคว้าข้อมือเล็กได้ทัน สายไหมเหลือบมองไม่พอใจ
“มีอะไรคะ” น้ำเสียงเหวี่ยงๆของสายไหมไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกลัวสักนิด และไม่คิดจะสนใจความรู้สึกของใครด้วย
“จะรีบไปไหนได้ยินว่าเดือดร้อนเื่เงิน พี่ช่วยได้นะครับ”สายไหมหรี่ตามองสงสัย เขาไปรู้เื่เธอได้ยังไง
“พี่ได้ยินน้องคุยโทรศัพท์”เพราะแบบนี้นี่เอง
“ออที่เรียกให้มาหาทำทุกอย่าง เพราะอยากช่วยเหลืองี้เหรอ”
“น้องจะเอาเท่าไหร่ว่ามานั่งกับพี่จนงานเลิก”
“ไหมไม่ได้เป็เด็กนั่งดริ้งค์นะคะพี่โปรดเข้าใจใหม่”
“น้องใส่ชุดว่ายน้ำแก้ผ้าเดินว่อนไปมาบนเวทีกับเด็กนั่งดริ้งค์เชียร์แขก มันต่างกันตรงไหน มีหน้าที่ให้ความบันเทิงเหมือนกัน”
“พี่แม่งสันดานแย่วะ” สายไหมพูดเสร็จก็สะบัดมือเดินออกไปโกรธจนจุกพูดไม่ออก