บทที่ 24 การลงอาญาของฮ่องเต้
“เ้าจะทำอะไร! รีบปล่อยแม่ข้าเดี๋ยวนี้!” หลี่กั๋วจิ้ว*[1]ตวาดลั่นด้วยความโกรธ
“นางเพียงแค่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจจนสลบไปเท่านั้น หากไม่รีบช่วยชีวิตเสียตอนนี้ ถึงตอนนั้นคงยากจะรักษากลับคืนมาได้จริง ๆ”
ฟางเฉินยิ้มบาง ๆ พลางส่งกระแสพลังิญญาสายหนึ่งเข้าสู่ร่างกายของหญิงชรา
พลังิญญานั้นมีคุณสมบัติในการหล่อเลี้ยงสรรพสิ่งอยู่แล้ว เมื่อร่างกายของหญิงชราถูกชำระล้างด้วยพลังิญญาสายนี้รอบหนึ่ง แม้แต่โรคเรื้อรังที่สะสมมานานปีก็ยังหายเป็ปลิดทิ้งนางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความมึนงง
“ลูกเอ๋ย แม่มาถึงปรโลกแล้วหรือ?”
หลี่กั๋วจิ้วมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อเหล่าราษฎรโดยรอบต่างก็พากันแสดงสีหน้าตกตะลึง
“หลี่กั๋วจิ้ว หลี่หวงทำเื่อะไรไว้ที่สำนักมวยชั้นสูงชิงซง ในใจท่านย่อมรู้ดีที่สุด หากท่านไม่พอใจที่ข้าฆ่าเขา ก็จงใช้ความสามารถที่มีมาหาเื่ข้าได้ตามสบาย”
“แต่หน้าอย่าได้เอาคนแก่มาเป็โล่กำบัง ตอนนี้ข้าไม่ได้คุมทัพแล้ว ลาภยศสรรเสริญล้วนถูกละทิ้งไว้เื้ั ข้าไม่สนใจหรอกว่าราษฎรต้าเซี่ยจะมองข้าอย่างไร”
ฟางเฉินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินผ่านหลี่กั๋วจิ้ว มุ่งหน้าเข้าไปในวังหลวง ขันทีโหย่วรีบนำโหย่วหลงชางเดินตามไปทันที
หลี่กั๋วจิ้วยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ เขาฟังออกถึงความหมายที่แฝงด้วยการข่มขู่ในประโยคนี้ของฟางเฉินบนหอคอย เย่ชิงเหอแสดงอาการตื่นตระหนก: “ฟางเฉินยังมีวิชาเช่นนี้อยู่อีกหรือ?”
องค์รัชทายาทใบหน้าเขียวคล้ำ เดิมทีหมายจะใช้เื่นี้สาดโคลนใส่ฟางเฉิน นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะช่วยชีวิตหญิงชรากลับมาได้ แผนการที่วางไว้จึงล่มไม่เป็ท่า
ณ พระราชวัง ห้องทรงอักษร
ฟางเฉินได้พบกับฮ่องเต้อีกครั้ง แต่ที่ต่างออกไปคือโหย่วหลงชางในยามนี้ก้มหน้าต่ำ ร่างกายเกร็งแน่น เห็นได้ชัดว่ากำลังประหม่าอย่างยิ่ง
“พวกเ้าช่างทำเื่ได้งามหน้านัก”
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรมองทั้งสองด้วยสายตาเย็นเยียบ “ใครสั่งให้พวกเ้าลงมือกับสำนักมวยชั้นสูงชิงซง? รู้หรือไม่ว่าเื่นี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์เช่นไร?”
โหย่วหลงชางรีบคุกเข่าหมอบลงกับพื้น ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ
ทว่าฟางเฉินกลับยิ้มอย่างเรียบเฉย: “ฝ่าา สำนักมวยชั้นสูงชิงซงในเมืองหลวงต้าเซี่ยนั้นเปรียบเสมือนเนื้อร้าย ตลอดห้าปีที่ผ่านมาได้เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปไม่น้อย”
“เ้าคิดว่าเราไม่รู้เื่นี้งั้นหรือ?”
ฮ่องเต้ตรัสเสียงเย็น “สถานการณ์ของต้าเซี่ยกำลังซวนเซ ต่อให้เ้าฟื้นฟูพลังจนเป็ยอดฝีมือขั้นตานชี่แล้วอย่างไร? เ้าคนเดียวจะสู้ทหารนับพันนับหมื่นได้หรือ กองทัพหมาป่ามีกำลังพลถึงหนึ่งแสนคน เ้าคนเดียวรับมือไหวหรือ?”
“ต้าเซี่ยของเราไม่มีกำลังทหารเหลืออยู่มากนัก หากแคว้นชิงซงส่งทหารมาโจมตีเพราะเื่นี้ ฟางเฉิน เราขอถามเ้า เ้าสามารถแก้ไขเื่นี้ได้หรือไม่?”
ฮ่องเต้จ้องฟางเฉินเขม็ง แม้แต่โหย่วหลงชางก็หูผึ่งขึ้นมา เขาอยากรู้ว่าเื้ัการกระทำครั้งนี้ ฟางเฉินมีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยมหรือไม่
“ฝ่าา พระองค์ยังไม่รู้นิสัยของแม่ทัพหมาป่าเซียว หากเขาไม่มีความมั่นใจเต็มสิบส่วน ย่อมไม่เคลื่อนไหวแน่นอน”
ฟางเฉินยิ้มกล่าว “ตราบใดที่เขายังไม่กระจ่างในสถานการณ์ของข้าตอนนี้ เขาย่อมไม่กล้าโจมตีต้าเซี่ยแม้แต่วันเดียว”
“นั่นก็เป็เพียงการคาดเดาของเ้า เราขอถามเ้า หากเกิดเื่ขึ้นมาจริง ๆ เ้าสามารถรับผิดชอบได้หรือไม่?” ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผลลัพธ์ทั้งหมด กระหม่อมขอรับผิดชอบเองพะยะค่ะ” ฟางเฉินพยักหน้ารับ
“ดี”
ฮ่องเต้พยักพระพักตร์: “การกระทำของเ้าครั้งนี้ช่างบุ่มบ่ามนัก คนจากสามแคว้นทั้งกู่เหอ หลงตู้ และอี๋โจว ล้วนแต่กำลังจ้องมองเราอยู่ว่าจะมีบทลงโทษต่อเ้าอย่างไร หากไม่ให้คำตอบแก่พวกเขา เกรงว่าจะพูดไม่ออก ต้าเซี่ยของเราเป็ศัตรูคู่อาฆาตกับชิงซงอยู่แล้ว จะไปล่วงเกินอีกสามแคว้นไม่ได้อีก”
“ฝ่าาโปรดสั่งการเถิด กระหม่อมจะน้อมรับพระบัญชา” ฟางเฉินกล่าว
“ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ฟางชางไห่บิดาของเ้าจะถูกลดตำแหน่งลงสามขั้น เราจะสั่งให้เขาส่งมอบตราพยศเขี้ยวของค่ายพยัคฆ์บูรพาออกมา ส่วนเ้าชั่วชีวิตนี้ห้ามก้าวเข้าสู่ราชสำนัก และห้ามคุมทัพอีกต่อไป นี่ถือเป็คำมั่นสัญญาที่เราให้ไว้แก่พวกเขา มีเพียงเช่นนี้ พวกเขาถึงจะยอมรามือ”
ฮ่องเต้ตรัสเรียบ ๆ “เ้ามีความเห็นแย้งต่อการลงอาญาของเราหรือไม่?”
ใบหน้าของโหย่วหลงชางฉายแววไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นหัวใจก็เริ่มสั่นสะท้าน ขนาดฟางเฉินยังถูกลงโทษหนักขนาดนี้ แล้วเขาล่ะ? ตำแหน่งรองแม่ทัพค่ายพยัคฆ์ประจิมของเขา ยังจะรักษาไว้ได้หรือไม่?
“กระหม่อมไม่มีข้อคัดแย้ง น้อมรับพระราชโองการพะยะค่ะ”
ฟางเฉินประสานมือโค้งคำนับ สีหน้าเรียบเฉย สภาวะจิตใจไม่มีความหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
เมื่อฮ่องเต้เห็นภาพนี้ ลึกเข้าไปในแววตาอดไม่ได้ที่จะฉายแววรังเกียจออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะโบกพระหัตถ์ “พวกเ้าออกไปได้แล้ว”
“พะยะค่ะ”
ฟางเฉินทูลลาและเดินจากไป
โหย่วหลงชางงุนงงไปเล็กน้อย เื่จบลงแค่นี้หรือ? ฮ่องเต้ไม่ลงอาญาเขาหรือ? เขาเห็นฮ่องเต้เริ่มพลิกอ่านฎีกาอีกครั้งจึงไม่กล้าเอ่ยปากมาก รีบเดินตามฟางเฉินออกจากห้องทรงอักษรไปทันที
“ท่าน... ท่านเทพาฟาง...”
โหย่วหลงชางเห็นฟางเฉินไม่เอ่ยอะไรตลอดทาง จึงอดไม่ได้ที่จะเปิดปากพูด
“มีธุระหรือ?”
ฟางเฉินเหลือบมองเขาและถามยิ้ม ๆ ยังจะยิ้มออกอีกหรือ?
โหย่วหลงชางบ่นพึมพำในใจ ก่อนจะกระซิบเบา ๆ “ท่านเทพาฟาง ฝ่าาสั่งทำโทษท่านห้ามก้าวเข้าสู่ราชสำนักและห้ามคุมทัพไปตลอดชีวิต ท่านไม่มีความโกรธแค้นเลยสักนิดหรือ?”
“ทำไมต้องโกรธแค้นด้วยล่ะ? บทลงโทษเช่นนี้แหละที่ตรงกับใจข้าในตอนนี้พอดี เื่ในราชสำนักมันสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจเกินไป สู้กลับไปเป็ท่านชายผู้เสเพลอยู่ที่บ้านยังจะสุขสำราญเสียกว่า” ฟางเฉินยิ้มตอบ
โหย่วหลงชางััได้ถึงความจริงใจในคำพูดของฟางเฉิน ซึ่งนั่นทำให้เขายิ่งไม่อยากจะเชื่อเข้าไปใหญ่ ต้องรู้ว่าฟางเฉินในอดีตนั้นไม่มีทางเป็เช่นนี้เลย!
ในตอนนั้นฟางเฉินช่างฮึกเหิมลำพอง แม้อายุยังน้อยแต่ยามออกว่าราชการเช้ากลับยืนประจันหน้ากับอัครมหาเสนาบดีหลี่กั๋วจู้ เรียกได้ว่าเป็บุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในราชสำนักต้าเซี่ย!
ขุนนางที่ถูกเขาหยิบยื่นโอกาสส่งเสริมขึ้นมามีนับไม่ถ้วน ลูกศิษย์ลูกหาใต้บัญชามีมากมายจนลับหลังมีคนขนานนามว่าเป็ "พรรคฟาง"!
ทว่าหลังจากความพ่ายแพ้ในศึกเขาสามภพเมื่อห้าปีก่อน พรรคฟางที่ดูเหมือนจะรุ่งเรืองถึงขีดสุดกลับพังทลายลงเพียงชั่วข้ามคืน ผู้คนนับไม่ถ้วนเริ่มตัดความสัมพันธ์กับฟางเฉิน ถึงขั้นเขียนบทความประณามและระบุความผิดสิบประการของเขา!
ด้วยเหตุนี้ โหย่วหลงชางจึงคิดว่าฟางเฉินควรจะไขว่คว้าเพื่อแย่งชิงเกียรติยศในวันวานกลับมาหลังจากตบะฟื้นคืน หากเป็เขา เขาจะต้องทำเช่นนั้นแน่นอน!
“ไปล่ะนะ”
เมื่อออกจากวังหลวง ฟางเฉินโบกมือลาโหย่วหลงชาง จากนั้นก็เดินมุ่งหน้ากลับไปยังจวนตระกูลฟาง
ในใจเขาจะไม่รู้ความคิดของโหย่วหลงชางได้อย่างไร? เพียงแต่บางเื่ก็ไม่จำเป็ต้องอธิบาย ต่อให้อธิบายไป แต่เมื่อสภาวะจิตใจต่างกัน อีกฝ่ายก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี
ตัวเขาในอดีตนั้นลุ่มหลงในอำนาจแทบจะเข้าขั้นบ้าคลั่งจริง ๆ ในขณะที่ใช้ทุกวิถีทางปกป้องราษฎรต้าเซี่ยจากการรุกรานของศัตรู เขาก็พยายามตะเกียกตะกายขึ้นสู่ที่สูงอย่างสุดชีวิตเช่นกัน
ศึกเขาสามภพครั้งนั้น เป็เพราะแคว้นชิงซงเชิญยอดฝีมือจากจักรวรรดิระดับแปดมาช่วยจริง ๆ ถึงทำให้เขาพ่ายแพ้ยับเยินขนาดนั้น
แต่จะว่าไปแล้ว นั่นก็เป็เพราะความลำพองของเขาเองไม่ใช่หรือ ที่รวบรวมกำลังพลไว้ที่เดียวเพื่อหวังจะบดขยี้แคว้นชิงซงในคราวเดียว จนสุดท้ายนำไปสู่การตายของเหล่าทหารหาญหลายแสนนาย?
ดวงิญญาผู้ซื่อสัตย์หลายแสนนายถูกฝังอยู่ที่เขาสามภพ และมันก็ถูกฝังอยู่ในใจของฟางเฉินเช่นกัน
ห้าปีแล้วที่ฟางเฉินโทษตัวเองและเสียใจภายหลัง แต่ทุกอย่างก็ไม่อาจย้อนคืนมาได้
“สิ่งที่ข้าทำได้ในตอนนี้ คือดูแลคนข้างกายให้ดี ปกป้องราษฎรของต้าเซี่ย และบางที... อาจจะลองลิ้มรสชาติของการเป็เซียนดูบ้าง” ใบหน้าของฟางเฉินปรากฏรอยยิ้มออกมา
หยุนเฮ่อสามารถถอดจิตท่องไปได้หมื่นลี้ เมื่อถึงวันที่พลังปราณเซียนของเขาถึงขั้นนั้น เขาก็ทำได้เช่นกัน นั่นแหละถึงจะเป็ความสุขสำราญที่แท้จริง
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่ฟางเฉินเดินผ่านศาลฎีกาหลวงต้าหัว
หลี่หัวเฟิงยืนอยู่หน้าประตูศาล จ้องมองฟางเฉินเขม็ง “ฝ่าาลงอาญาเ้าอย่างไร?”
“ห้ามก้าวเข้าสู่ราชสำนักชั่วชีวิต และห้ามคุมทัพตลอดไป”
ฟางเฉินยิ้มตอบ
หลี่หัวเฟิงเผยรอยยิ้มที่แสดงถึงความสมใจออกมา จากนั้นก็เหลือบมองไปทางอวี้เฉิงผู้นั้น อีกฝ่ายพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะสั่งให้คนพาตัวหวงซื่อไห่ออกมา
“ท่านเ้ากรมศาลกล่าวว่า หวงซื่อไห่อยู่ในที่นี่ต้องกินเนื้อวัววันละสิบชั่ง ข้าวสวยห้าชั่ง พวกเราเลี้ยงดูไม่ไหว เ้าจงพากลับไปเองเถิด”
หลี่หัวเฟิงแค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป
“ท่านชาย แหะ ๆ”
หวงซื่อไห่มองฟางเฉินแล้วยิ้มซื่อ ๆ
ฟางเฉินเองก็เผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน: “ไปกันเถอะ สวี่เกอและม้าเหล็กรอเ้าอยู่”
[1] 李国舅 Lǐ Guójiù - หลี่ กั๋วจิ้ว คำว่า หลี่ คือแซ่ คำว่ากั๋วจิ้ว หมายถึงสถานะพี่น้อง อาหรือลุงของฮองเฮาหรือพระสนม