ขณะที่แสงจันทร์เดินเล่นไปตามห้องนู้นบ้างห้องนี้บ้างบนเรือได้แบ่งแยกออกเป็นหลายสัดส่วนด้วยกันแล้วตอนนี้เธอก็เพิ่งเดินผ่านเข้ามาในบาร์หรู
ท่ามกลางแสงสลัวๆ และเสียงแก้วที่กระทบกัน สร้างบรรยากาศอันน่าหลงใหลได้เป็นอย่างดีเธอมองไปข้างในก็เห็นทิวากรนั่งสนทนากับเพื่อนผู้ดีวัยเดียวกันเขารู้จักผู้คนมากมายในที่นี้
“ว่าจะมาดื่มสักหน่อย เห็นหน้าหมอนั่นแล้วเสียบรรยากาศหมด”
เธอตัดสินใจเดินออกมาระหว่างทางที่ได้ยินเสียงเพลงสุดไพเราะเสียงผู้คนหัวเราะพูดคุยกัน แต่อย่างไรก็ตามเธอไม่สามารถสลัดความคิดความรู้สึกที่ว่ามีคนคอยติดตามเธออยู่ไปได้
ตั้งแต่เดินมารอบๆ เรือสำราญจนถึงตอนนี้เธอก็ยังรู้สึกเช่นนั้นเสียงบรรยากาศรอบกายเริ่มจางหายไปเป็นพื้นหลังเธอกำลังจดจ่อความรู้สึกของการถูกติดตาม
“ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ เริ่มคืนแรกเลยงั้นเหรอ ใจร้อนชะมัด”
แสงจันทร์ตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆผ่านผู้คนมากมายตลอดเส้นทางจนผู้คนมากมายเริ่มหมดไปเธอเดินมายังชั้นดาดฟ้าช่วงท้ายของเรือสำราญตรงนี้ไม่ได้มีการจัดแจงหรือตกแต่งแสงไฟเอาไว้เพราะไม่ได้เปิดให้แขกบนเรือขึ้นมาเดินเล่น พื้นที่ตรงนี้มีเอาไว้รองรับสิ่งของมากมายซึ่งถูกนำมากองทิ้งเอาไว้
“เฮ้อ...” เธอถอดถอนลมหายใจอย่างกำลังรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเสมือนยืนรอให้ใครบางคนเดินมาถึง และที่สุดก็เป็นไปตามที่คาดเดาจริงๆ
“กล้ามากเลยนี่ เธอเดินมาถึงตรงนี้คนเดียวได้ยังไงนะแสงจันทร์”
เธอหันไปมองคนด้านหลัง แค่เสียงก็จดจำได้ดีว่าเป็นโรสเธอรู้ตัวว่าโรสกำลังหาทางจะเล่นงานอยู่ แต่แสงจันทร์ไม่กลัวหรอกไม่งั้นเธอจะเดินมายังพื้นที่ต้องห้ามคนเดียวอย่างนั้นหรือ
“เธอต้องการอะไรนักหนาโรส”
“ฉันก็เคยบอกแกไปแล้วนี่ตอนที่แกยังไม่ตายน่ะฉันได้ข่าวว่าแกตายแล้วฟื้นขึ้นมาด้วยงั้นเหรอ สงสัยจะลืมเรื่องนั้นไปด้วยสิที่ฉันเคยขอให้แกไปตายๆซะ”
สักครู่ก็มีลูกเรือผู้ชายสองคนเดินตามหลังผู้หญิงอีกคนหนึ่งมาผู้หญิงคนนั้นใครจะคิดล่ะว่าเป็น...
“นวลผ่องนี่เธอมาที่นี่ได้ไง”
“ฉันก็เป็นผู้ดีเหมือนกัน ทำไมจะมาที่นี่ไม่ได้”
“แต่คุณพ่อไม่อนุญาตให้เธอมานี่”
“คุณลุงก็ไม่ได้อยู่บ้านนี่ ฉันก็เลยหนีขึ้นเรือมาไง”
“เธอคิดจะเป็นศัตรูกับญาติตัวเองจริงๆ ใช่ไหมนวล”
นวลผ่องเดินเข้ามาถึงตัวแสงจันทร์หล่อนยื่นใบหน้าอันโง่เขลามาใกล้เธอ
“ฉันเป็นศัตรูกับแกมาตั้งนานแล้วนี่ ฮ่าๆๆๆ”
แสงจันทร์รู้สึกเอือมระอากับการกระทำของนวลผ่องเหลือเกินเป็นไปตามที่เธอคาดเดาไว้ตั้งแต่แรกว่านวลผ่องคงกำลังร่วมมือกับโรสไม่อย่างนั้นเรื่องราวของเธอที่มีเพียงคนในตระกูลทราบคงไม่ถึงหูโรส
“อีกเดี๋ยวเธอก็จะรู้ว่าคิดผิดเสียดายนะเนี่ยที่แม่เธอก็เดินทางไปอังกฤษพร้อมพ่อแม่ฉัน”
“หยุดพูดมากสักทีนางแสงจันทร์” โรสคงใจร้อนกว่าที่คิดแค่เพราะผู้ชายคนเดียวหล่อนเล่นใหญ่ได้ขนาดนี้เชียวหรือทั้งที่ผู้ชายก็ไม่มีทีท่าว่าจะชอบพอหล่อน
“งั้นเธอก็เริ่มเท้าความมาสิว่ามีธุระอะไรกับฉันถึงได้ให้คนคอยตามฉันไปทั่ว”
โรสเดินเข้ามาหาแสงจันทร์อีกคน แววตาของหล่อนมันช่างน่ารังเกียจดั่งสัตว์ร้ายที่ไม่น่าคบหาสมาคม
“แกรู้ไหมว่าฉันขยะแขยงแกมากแค่ไหนแสงจันทร์ฉันแค่อยากจะพูดให้ฟังว่าตอนนั้นที่ฉันแกล้งเป็นเพื่อนกับแกน่ะฉันโคตรเหม็นกลิ่นคนไม่มีทางสู้ คนไม่มีใครเอาเลยว่ะ ฮ่าๆๆ”
รู้สึกเห็นใจแสงจันทร์ในอดีตจริงๆ ทำไมเธอต้องทนคบหากับเพื่อนเช่นนี้ด้วยอีกทั้งญาติแท้ๆอย่างนวลผ่องยังยืนหัวเราะเยาะชอบใจทั้งที่พี่สาวของหล่อนกำลังถูกดูถูก
แสงจันทร์พยายามสงบสติอารมณ์ รอให้โรสพูดความจริงออกมาจนหมด
“ตอนเด็กๆ ที่แกตกบันไดน่ะ ฉันล่ะโคตรลุ้นเลยรู้ไหมลุ้นให้แกตายไปน่ะ”
“...”
“แกนี่มันดวงแข็งจริงๆ แสงจันทร์อุตส่าห์จะตายไปแล้วตั้งกี่หนก็ยังรอดมาจนได้ฉันจะคอยดูว่าวันนี้แกจะรอดอีกหรือเปล่า”
พูดจบโรสก็ถอยหลังออกห่างหล่อนออกคำสั่งกับลูกเรือผู้ชายสองรายที่คาดว่าน่าจะปลอมตัวตามเจ้านายขึ้นมา
“จับมันโยนลงไป”
“ฮะ!”
แสงจันทร์ไม่ได้มีทีท่าว่าจะตกใจอะไร แต่เป็นนวลผ่องต่างหากที่ตื่นตระหนกไป
“เธอบอกฉันว่าแค่จะสั่งสอนยัยแสงจันทร์ไงโรส แต่นี่เธอคิดจะ คะฆ่าเลยงั้นเหรอ”
“เธอจะกลัวอะไรนวล ตรงนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดส่วนกล้องระหว่างทางเดินมาลูกน้องของฉันก็ทำลายทิ้งหมดแล้วห้องควบคุมลูกน้องฉันก็ยึดไว้หมด จะกลัวอะไรฮะ!!”
“กะ ก็ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำถึงขนาดนี้”
“เธอก็อยากให้แสงจันทร์ตายอยู่ตลอดแล้วนี่มันเคยแย่งความรักจากปู่ย่าเธอไปไม่ใช่เหรอ โตมายังแย่งผู้ชายที่ชอบไปอีกโยนลงไปคงไม่มีใครรู้ใครเห็นหรอก อีกเดี๋ยวคนก็คาดเดากันไปเองว่ายัยนี่หายตัวไป”
“ตะ แต่” นวลผ่องพูดเสียงสั่นหล่อนหวาดกลัวและไม่คิดว่าจะต้องมาเกี่ยวพันกับการฆ่าอำพราง
“จับมัน!!”
พึ่บบ!