กลับดินแดนเทวะ
"เสวี่ยเอ๋อนี่เจ้า!!!!!" จักรพรรดินีเหมันต์เหมือนกับหัวใจแตกสลายจ้าวเสวี่ยที่นางรับเป็นศิษย์ด้วยความรักเเละเอ็นดูนางเฝ้าคอยทุ่มเทและดูแลมาโดยตลอด แต่ในตอนนี้จ้าวเสวี่ยเลือกที่จะปกป้องตนเพื่อชดใช้บุญคุณที่เคยติดนางไว้นี่ไม่ใช่ว่าการตัดสายสัมพันธ์หรอกรึ "ข้าต้องขอโทษท่านจริง ๆท่านอาจารย์ ข้าเองก็ไม่อยากจะให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ " จ้าวเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าโศก"เอาละข้าจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง" หญิงสาวชุดขาวที่ยึดร่างของหยางจื่อกล่าว"วูป!!!!"หญิงสาวชุดขาวสะบัดมือออกไปยังชายชราทั้งสาม ทำให้เจดีย์วิญญาณของทั้งสามพังทะลายและพลังบ่มเพาะของทั้งสามเริ่มลดลงเรื่อย ๆ นี่ทำให้ใบหน้าของผู้คนเต็มไปด้วยความแตกตื่นและหวาดกลัว"ต่อไปก็พวกเจ้า หลังจากนี้อีก 100 ปีห้ามเข้ามาโจมตีดินแดนเหมันต์แห่งนี้เข้าใจหรือไม่" หญิงสาวชุดขาวกล่าวกับอู่เหล่ยและนักรบของดินแดนเปลวเพลิงกลุ่มของอู่เหล่ยรีบพยักหน้ารับเหมือนลูกนก พวกเขาเห็นพลังของหญิงสาวชุดขาวที่แสดงออกมาก็ทำให้เขาหวาดกลัวจนขึ้นสมองเเล้ว"เท่านี้ทุกอย่างก็คลี่คลาย ที่เหลือเจ้าจัดการกันเองเเล้วกัน" หญิงสาวชุดขาวกล่าวก่อนจะหลับตาลง ในตอนนั้นเองที่เส้นผมของหยางจื่อกลับมาเป็นสีดำอีกครั้ง หยางจื่อลืมตาขึ้นมาก่อนจะกวาดตาไปมองกลุ่มของดินแดนเหมันต์"ข้ามีความคิดมาเสนอพวกท่าน เกี่ยวกับอนาคตของดินแดนเหมันต์พวกท่านสนใจที่จะฟังหรือไม่" หยางจื่อกล่าว"เจ้าว่ามาเลย" เสวี่ยเฟิงกล่าว"ข้าคิดว่าการจะให้ตระกูลเสวี่ยที่เคยสร้างปัญหาให้ผู้คนในดินแดนเหมันต์จำนานมากต้องเดือดร้อนนั้น ข้าว่าทุกคนในตอนนี้คงไม่ยอมรับตระกูลเสวี่ยให้ปกครองดินแดนเหมันต์อีกต่อไป แต่แบบนั้นก็อาจจะทำให้เกิดสงครามกันแย่งชิงอำนาจขึ้นเพราะงั้นข้าขอเสนอให้สหายของข้าจ้าวเสวี่ยเป็นจักรพรรดินีเหมันต์รุ่นต่อไป" หยางจื่อกล่าว"อะไรนะ นางงั้นรึ" ผู้คนต่างก็กล่าวด้วยความสงสัย"ใช่เเล้วนางเหมาะสมที่สุดเเล้ว ด้วยพรสวรรค์ของนางพวกท่านย่อมรู้ดี และนางยังไม่ได้ขึ้นตรงต่อตระกูลใดถือว่าดีต่อพวกท่านทุกคน พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่" หยางจื่อกล่าว"ถึงนางจะไม่ขึ้นตรงต่อตระกูลใดแต่นางก็เป็นสหายของเจ้า ไม่ว่าคิดจะยึดอำนาจของดินแดนเหมันต์ไว้อย่างงั้นรึ" ผู้อาวุโสของวิหารเยือกแข็งกล่าว"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเพราะข้าจะกลับไปยังตระกูลของข้าในอีกไม่นานนี้ ข้าไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับดินแดนของพวกท่านหรอก และถ้าเกิดข้าจะทำด้วยพลังของข้าพวกท่านจะหยุดข้าได้งั้นรึ" หยางจื่อกล่าวผู้อาวุโสของวิหารเยือกแข็งก็พยักหน้าเชิงเห็นด้วย ถ้าหากหยางจื่อใช้พลังเพื่อที่จะครอบครองดินแดนเหมันต์เขาก็สามารถทำได้แต่เขาไม่ทำ"และข้าขอให้ผู้อาวุโสทั้งสองคอยช่วยชี้แนะให้จ้าวเสวี่ยต่อไป" หยางจื่อกล่าวกับเสวี่ยเฟิงและจักรพรรดินีเหมันต์"ข้าขอปฏิเสธเพราะข้าจะไปกับเจ้าด้วย ส่วนเรื่องที่เจ้าขอมาให้น้องสาวของข้าจัดการก็เพียงพอเเล้ว เจ้าตกลงหรือไม่หลิงหลง" เสวี่ยเฟิงหันไปกล่าวกับจักรพรรดิเหมันต์"เฮ้อข้าในตอนนี้จะสามรถคัดค้านอะไรได้อีก ย่อมได้ข้าตกลง" จักรพรรดินีเหมันต์กล่าวอย่างขมขื่นหยางจื่อหันไปทางจ้าวเสวี่ยก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนออกมา จ้าวเสวี่ยพุ่งเข้ามาหาหยางจื่อและสวมกอดหยางจื่อด้วยความรักและคิดถึง หยางจื่อเองก็ลูบผมของนางอย่างแผ่วเบาหลังจากจบเรื่องวุ่นวายหยางจื่อใช้เวลาอยู่กับจ้าวเสวี่ย ทั้งสองต่างก็ไม่ได้บ่มเพาะพลังหรือยุ่งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของดินแดนเหมันต์ ทั้งสองใช้เวลาในการพูดคุยและอยู่ด้วยกันเพียงเท่านั้น หยางจื่อได้บอกจ้าวเสวี่ยว่าในตอนนี้ตนเองมีคนรักอยู่เเล้ว 3 คน ซึ่งหยางจื่อได้ถามจ้าวเสวี่ยว่านางรังเกียจเขาที่เจ้าชู้หรือไม่ซึ่งแน่นอนนางไม่เคยรังเกียจและยอบรับเรื่องราวทั้งหมดหยางจื่อจึงให้สัญญาว่าเมื่อใดที่งานแต่งจะถูกจัดขึ้นเขาจะมารับนางไปเข้าร่วมพิธีพร้อมกับจ้าวสาวคนอื่น ๆ หลังจากนั้นหนึ่งเดือนหยางจื่อได้ปล้นชิงทรัพยากรณ์ของดินแดนเปลวเพลิงมาเป็นจำนวนมากก่อนที่จะเตรียมตัวกลับไปยังดินแดนเทวะพร้อมกับหยางฟง"จื่อเอ๋อพลังของเจ้าในวันนั้นใช่พลังของดาบมังกรสวรรค์หรือไม่" หยางฟงกล่าว"ไม่ใช่ แต่เป็นจิตวิญญาณที่สิงอยู่ในดาบมังกรสวรรค์" หยางจื่อกล่าว"แบบนี้นี่เอง สมกับเป็นสมบัติที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของตระกูลพวกเรา" หยางฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี"แต่เพราะในวันนั้นนางได้ใช้พลังไปมากทำให้นางกลับไปนั่งฟื้นพลังอีกครั้ง" หยางจื่อคิด"เอาละ คงได้เวลาเเล้วที่พวกเราจะต้องกลับตระกูลหยาง เจ้าเทียนอวี้คงจะเป็นกังวนต่อความปลอดภัยของเจ้าอย่างมากและดีไม่ดีเรื่องที่เจ้าแอบมาที่นี่อาจจะทำให้นางหนูซูชิงเกิดอาระวาดใส่เทียนอวี้ก็เป็นได้ ฮ่า ฮ่า" หยางฟงกล่าว"เจ้าไม่ควรพูดเช่นนี้ต่อหน้าหลานเรานะ มันจะทำให้ภาพลักษณ์ของเทียนอวี้เสื่อมเสีย" เสวี่ยอู่หลิงกล่าวตำหนิหยางฟง"ไม่ทันแล้วท่านย่า ข้าเคยเห็นอำนาจของท่านแม่ที่อยู่เหนือกว่าท่านพ่อมาเเล้ว" หยางจื่อคิดในใจพร้อมกับยิ้มที่บิดเบี้ยว"เปิด!!!!!" หยางฟงและเสวี่ยอู่หลิงช่วยกันเปิดอุโมงค์มิติและทำให้มันเสถียรขึ้น"ไปกันเถอะ" หยางฟงกล่าวกลุ่มของหยางจื่อได้เดินเข้าไปในอุโมงค์ ภายใต้สายตาที่ไม่อยากแยกจากของจ้าวเสวี่ย แต่นางนั้นก็มีหน้าที่สำคัญที่ต้องทำ และเสวี่ยเฟิงเองก็ตามหยางจื่อไปด้วยทำให้อำนาจของดินแดนเหมันต์ลดลงไปมากแต่พวกเขาก็ยังมีเวลา 100 ปีเพื่อฟื้นฟูตนเอง ในเวลาร้อยปี จ้าวเสวี่ยก็จะสามารถทะลวงถึงปราณเซียนสวรรค์ได้อย่างไม่ยากเย็น"วูบ!!!!"หยางจื่อและพวกหยางฟงปรากฏตัวออกมาจากอุโมงค์มิติก่อนที่ใบหน้าของทั้งสามจะแสดงถึงความสุขออกมา แต่ทางด้านเสวี่ยเฟิงกลับรู้สึกตื่นเต้นแทน ตัวของเสวี่ยเฟิงที่ต้องทนอยู่ในดินแดนอันหนาวเหน็บมาโดยตลอด และมักจะมีแต่หิมะตกตลอดทั้งปี แต่ในสถานที่แห่งนี้เขาสามารถรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของแสงแดนและสีสว่างที่ดูสวยงาม"ดินแดนเทวะข้ากลับมาเเล้ว" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม------------------------------------------------------------------------------------