มือเล็กบรรจงแกะกระดาษที่ซีนแผ่นใส่ออกจากหนังสืออย่างเบามือ เมื่อแกะออกแล้วจึงยกหนังสือนิยายขึ้นมาดม กลิ่นของหนังสือใหม่ที่ถูกแกะนี่มันหอมถูกใจอบเชยจริง
ร่างบางดมกลิ่นหนังสือเหมือนโรคจิตในหนัง ตามประสาคนเสพติดหนังสือนิยายเข้าขั้น
เอาล่ะ มาลงมืออ่านมันกันดีกว่า มือเล็กเปิดหน้าแรกขึ้นมา ก่อนรูปโปสต์การ์ดที่อยู่ในเล่มจะตกลงมา
อ๊ะ ลืมไปเลยว่ามีโปสต์การ์ดแถมมาด้วย มือเล็กหยิบรูปโปสต์การ์ดขึ้นมาดู ก่อนจะจุ๊บไปที่รูปหนึ่งที
บรรดาสามีของอบเชย
ร่างบางเข้าสู่ขั้นมโนว่าผู้ชายในรูปคือสามีของตัวเอง นี่ผมอ่านวายจนสมองเริ่มเพี้ยนไปแล้วหรือ ถ้ามีแฟนผู้ชายแบบในนิยายวายที่อ่านก็ดีนะสิ อบเชยคิด มือเล็กนำรูป โปสต์การ์ดไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของตัวเองซึ่งบนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยรูปภาพท่าทางต่าง ๆ ของตัวละคร หลังจากวางโปสต์การ์ดเสร็จจึงเดินกลับไปนั่งลงที่โซฟาพร้อมกับเอนตัวกลิ้งลงนอนลง อบเชยอ่านนิยายไปหยิบขนมในจานใส่ปากไปด้วย
ร่างบางหัวเราะคิกคัก เมื่อถึงตอนที่พระเอกของเื่อย่างเจไดกำลังแกล้งนายเอกให้ลองกินกะปิจิ้มมะม่วงกับส้มตำปูปลาร้า ซึ่งอบเชยไม่ชอบของอะไรพวกนี้ จนต้องอ้วกออกมา เจไดเห็นดังนั้นก็หัวเราะขำที่แกล้งอบเชยสำเร็จ
เมื่ออ่านหนังสือมาได้ครึ่งเื่ ฉากในเื่ก็ตัดมาตอนที่สามหนุ่มกำลังเล่นน้ำกันอยู่ในสระว่ายน้ำใหญ่โตของบ้าน
อบเชยจึงมโนภาพของสามหนุ่มใส่ชุดว่ายน้ำ หุ่น อกล่ำ ผิวพรรณขาวผุดผ่องราวกับน้ำนมเด็ก ถ้าเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นได้คงจะฟินน่าดู
อบเชยวางหนังสือลงบิดตัวส่ายไปมาด้วยความเขินอาย ชายหนุ่มไม่คิดว่าตัวเองจะเป็เอามากขนาดนี้ถึงขนาดอยากลองมีแฟนแบบนี้ดูสักครั้งในชีวิตคงจะดีไม่น้อย
แต่พอลองมีแฟนมันกลับไม่เหมือนพระเอกในนิยายนี่สิ จนต้องเลิกกับแฟนคนปัจจุบันไปและผันตัวเองมาเป็แฟนในนิยายแทน แฟนนิยายวายต้องเข้าผม พอเข้าวงการวายอบเชยได้ลองเปิดใจมากขึ้นจนได้แฟนคนแรกเข้ามาในชีวิตคือผู้ชายเลย ตอนแรกคิดไว้ว่าจะต้องคบผู้หญิง แต่พอได้ลองคุยผู้หญิงแล้วมันไม่ใช่เลยลองมาคุยกับผู้ชายดู สรุปคุยผู้ชายแล้วรู้สึกถูกจริตจึงทำให้อบเชยคบผู้ชายมาตลอด
ง่า พี่เจไดทำไมใจร้ายกับน้องจัง อบเชยพูดขึ้น ดูสิแกล้งน้องไม่น่ารักเลยนะ
ดูอย่างพี่ไซออนสิ ทรมานน้องอบเชยให้กินเหล้าจนหมดเหยือกโคตรเท่ จะจีบน้องดันให้น้องกินเหล้า จะมอมน้องละสิท่า เถื่อนสุด ๆ ไปเลย
นี่พวกพี่ธีโอกับพี่เจไดรู้เข้านะ
พวกเขาไม่เอะใจเื่ของพี่ไซออนกันเหรอ ว่าสองคนนี้เขากำลังแอบเต๊าะกันเล่น ๆ อยู่อ่ะ
ตัดภาพมาเป็พี่ธีโอกำลังสั่งดอกไม้ง้อนายเอก แล้วให้คนส่งดอกไม้เอาดอกกุหลาบช่อโตไปส่งที่บ้านพร้อมกับเขียนการ์ดจ่าหน้าไปว่า เมื่อไหร่อบเชยจะยอมใจอ่อนเป็เมียพี่
ความสัมพันธ์ของพี่ธีโอกับนายเอกนี่มันยังไงกันเนี่ย พวกเขาแอบแซ่บกันเหรอ ตรงนี้เป็ปริศนาแล้วสิ ร่างบางคิดเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้
หน็อยอบเชย นายแอบนอกใจพี่เจไดเหรอเนี่ย ไหนจะแอบมีพี่ไซออนที่ไม่รู้ว่าเต๊าะกันลับหลังพี่เจไดหรือเปล่า
พวกพี่ ๆ ทั้งสามคนดูไม่ออกกันจริง ๆ เหรอว่านายเอกมันร้ายอ่ะ แต่พวกพี่ธีโอและพี่ไซออนก็รู้ว่าพี่เจไดจีบอบเชยนี่น่า ทำไมถึงยังได้เต๊าะเล่นกันล่ะ
คนตัวเล็กอินกับเนื้อหาในนิยายจัดบ่นตัวละครนายเอกที่ชื่ออบเชยในนิยายยกใหญ่ แต่ก็ยังคงแอบเชียร์ให้อบเชยเลือกพี่เจไดอยู่ดี
คงต้องลองอ่านตอนต่อไป เพื่อคี่คลายปมของตัวละครละนะ เมื่อร่างบางคิดได้ดังนั้นจึงอ่านต่อจากที่ตอนที่สามหนุ่มกำลังเล่นน้ำกันอยู่ในสระบ้านของพี่เจได
พอเริ่มอ่านอบเชยก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมากะทันหัน ตัวหนังสือในกระดาษมันเริ่มขยับและพลันเกิดแสงสว่างวาปขึ้นมาจากหนังสือจนต้องยกมือบังตาจากแสงไว้
อะไรน่ะ
เฮ้ย !!
จู่ จู่ ตัวของอบเชยก็โดนดูดเข้าไปในหนังสือ ร่างบางหลับตาปี๋ ด้วยความกลัวแถมยังเวียนหัวจากตัวหนังสือที่ขยับไม่เป็สำนวนคำเมื่อกี้นั่นอีก
จุ๋ม บุ๋ม บุ๋ม
ร่างของอบเชยโผล่มาในสระว่ายน้ำ
น้ำเริ่มเข้าไปในปากเมื่อร่างของอบเชยร่วงลงสู่พื้นน้ำด้านล่างและเขากำลังจะขาดอากาศหายใจ
อบเชยรีบหายใจเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะลืมตาขึ้นใต้น้ำ ดีที่เรียนว่ายน้ำในตอนเด็กมา เพราะโดดน้ำที่บ้านเล่นปล่อยพ่อเลี้ยงเลยส่งไปเรียนว่ายน้ำซะเลย
ที่นี่มันที่ไหนเนี่ยทำไมผมถึงมาโผล่ใต้น้ำได้ล่ะ
ซ่า ~
ร่างบางดีดตัวขึ้นมาเหนือน้ำ หลับตาปี๋สะบัดหัวจากน้ำไปมา หายใจเอาอากาศข้างบนเข้าปอดจนลมหายใจคงที่
ฟู่~ อบเชยถอนหายใจออกมา
นึกว่าจะจมน้ำตายไปแล้ว
เมื่อร่างบางโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ สามหนุ่มที่กำลังเล่นสาดน้ำใส่กันไปมาต้องหยุดเล่นน้ำและหันมามองเมื่ออะไรผุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ในสระที่มืดตรงที่ไม่มีไฟและโผล่มาในสระภายในบ้านของพวกเขา
“อะไรวะน่ะ ไอ้ธี” เจไดถามขึ้น
“กูก็ไม่รู้ว่ะ เฮ้ย มึงไปดูดิ๊ไอ้ไซ” ธีโอสะกิดไซออนให้ไปดู
“ไอ้สัด ตรงนั้นมันมืดไปด้วยกันดิ”
“มึงเกิดมาป๊อดอะไรตอนนี้วะ” ธีโอพูดขึ้น
“เฮ้อ พวกมึงนี่ไม่ต้องเถียงกันเดี๋ยวกูไปดูเอง” เจไดเห็นเพื่อนของเขาเกี่ยงกันไปดู ชายหนุ่มเลยอาสาขอไปดูเอง
ร่างสูงว่ายน้ำมาครึ่งสระ เห็นเหมือนชายผมสีทองกำลังพยายามโผล่หัวพ้นน้ำขึ้นมาจากน้ำ
“เฮ้ย ผี” เจไดร้องใขึ้นมา เล่นน้ำสองหนุ่มอย่างธีโอและ ไซออนะโขึ้นจากน้ำทันที
ผะ ผี ผีไหน ไหนผี ผมก็กลัวนะ อบเชยกำลังพยายามดันตัวเองขึ้นจากน้ำแต่ด้วยที่สระมันลึกหรือตัวผมมันเตี้ยเลยโผล่ขึ้นมาได้แค่หัว แต่ชายหนุ่มได้ยินเสียงคนพูดว่าผีเมื่อกี้เลยคิดว่าสระที่นี่มีผีด้วยเหรอ
“ผะ ผี ไหนอ่า” ร่างบางเขย่งปลายเท้าของตัวเองจากในน้ำขึ้นก่อนจะถามออกไป พยายามหันหน้ามาทางเสียงคนพูดเมื่อกี้
ใบหน้าเล็กลอยตุ๊บป่องอยู่เหนือผิวน้ำ
เมื่อเจไดมองดูดี ๆ แล้ว เห็นว่าไม่ใช่ผี จึงเอ่ยออกมา
“อะ อ้าว ไม่ใช่ผีหลอกหรอกเหรอวะ”
“คนครับ ไม่ใช่ผี” อบเชยรีบพูดออกมามือเล็กพยายามว่ายให้ตัวอยู่เหนือน้ำ
“เอ่อ คุณ คุณ ช่วยผมขึ้นจากน้ำหน่อยได้ไหม พอดีน้ำมันลึกอ่ะผมขึ้นไม่ได้” ร่างบางรีบขอความช่วยเหลือในทันที
ตอนนี้ในหัวสมองของเขาขาวโพลนไปหมดยังประมวลภาพไม่ได้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ทำไมถึงได้มาอยู่ในสระนี่ เอาเถอะ ขึ้นจากน้ำให้ได้ก่อนก็แล้วกัน ค่อยว่ากันอีกที ไม่อย่างงั้นผมคงได้ตายเป็ผีในน้ำของจริงแน่ น้ำลึกฉิบ
“อืม” เจไดรีบว่ายเข้ามาหาก่อนจะพยุงตัวของร่างบางที่ยังคงมองไม่ออกว่าเป็ใคร แล้วเข้ามาทำอะไรในบ้านของเขา บางทีอาจจะเป็ลูกของแม่บ้านมาแอบเล่นน้ำตอนกลางคืนในสระของเขาละมั้ง
แต่เมื่อชายหนุ่มว่ายเข้าไปใกล้ ทำไมมันถึงได้ดูคุ้นตาจัง แต่เมื่อร่างเล็กหันหน้ามาหาเขาเท่านั้นแหละ
“เฮ้ย อบเชย” เจไดเผลอเรียกชื่อคนตัวเล็กมาก่อนจะสอดมือหนาเข้าที่เอวเล็กที่ตอนนี้ทำปากพะง้าบ ๆ เพราะกินน้ำในสระไปหลายอึก เจไดรีบยกตัวของเด็กหนุ่มขึ้นเหนือน้ำทันที
“ไอ้เจ ใครวะ” ธีโอกับไซออนรีบวิ่งจากขอบสระอีกฝั่งตรงเข้ามาหาเพื่อนของเขา
“เฮ้ย อบเชย นายมาอยู่นี่ได้ยังไงอ่ะ” เมื่อไซออนเห็นว่าเป็อบเชยจึงรับวิ่งไปเอาผ้าเช็ดตัวมาคลุมตัวให้
ซึ่งธีโอเองก็มีท่าทีใเมื่อเห็นร่างบาง เพราะเขาเพิ่งจะส่งดอกกุหลาบช่อโตง้อคนตัวเล็กไปวันนี้ ไม่รู้ว่าอบเชยจะหายงอนเขาหรือยัง
ธีโอเข้ามาจับตัวของอบเชยพลิกไปมา
“นี่นาย เป็อะไรหรือเปล่า” ทำเหมือนว่ารู้จักกันเพียงผิวเผินจากคำบอกเล่าของเจไดเพื่อนของเขาที่กำลังจีบอบเชยอยู่ซึ่งเจไดและไซออนเองก็ยังไม่รู้ว่าธีโอเองก็กำลังจีบหนุ่มหน้าหวานตรงหน้าเหมือนกัน
แคก แคก ผมสำลักน้ำออกมา เงยหน้าขึ้นท่ามกลางผู้ชายทั้งสามดูว่าพวกเขาเป็ใคร
เมื่ออบเชยเงยหน้าขึ้นเป็ตกเบิกโพลง
0.0
พวกเขาเป็ใคร ทำไมถึงได้หล่อหลุดโลกขนาดนี้ หล่อมาก ว้าก!!
ปริบ ปริบ อบเชยกะพริบตาปริบ ๆ มองชายสามคนที่อยู่ตรงหน้า
“พะ พวก นาย”
“เดี๋ยวนายอย่าเพิ่งพูด ไอ้เจมึงรีบขึ้นจากน้ำไปหาเสื้อผ้ามาให้อบเชยเปลี่ยนเร็ว” ไซออนหันไปบอกเพื่อนของเขาที่เป็คนพาตัวอบเชยขึ้นจากน้ำเมื่อกี้บอกให้ไปเอาเสื้อผ้ามา
“ไอธี มึงอยู่ข้างบน เดินสะดวกกว่ากู ไปหยิบเสื้อมาดิ๊” เจไดพูด
“เอ๊า บ้านก็บ้านมึง ไหงกูต้องไปวะ”
“ไปเร็ว ๆ อบเชยหนาวจะตายอยู่แล้ว” ไซออนพูด
“เออ เออรอกูแป๊บหนึ่ง”
ผมในตอนนี้กำลังนั่งงงในดงคนหล่อดูพวกเขาคุยกัน
“นี่อบเชย นายมาที่นี่ได้ไง ทำไมไม่บอกพี่ล่ะ พี่จะได้ไปรับ”
เขาแทนตัวเองว่าพี่เหรอ หมอนี่อายุเท่าไหร่กัน
“พี่ รู้จักฉันเหรอ” ผมหันไปถามคนที่ช่วยผมขึ้นจากน้ำเมื่อกี้ เขาะโขึ้นมานั่งอยู่ข้าง ๆ ผม
“พูดแปลก ๆ ทำไมจะไม่รู้จักล่ะ ฉันเพิ่งแกล้งนายไปวันนี้เองนะจำไม่ได้เหรอ” เจไดพูด
“แกล้ง? แกล้งอะไรเหรอ”
เขาแกล้งผมด้วยเหรอผมทำหน้าอึนใส่
“นี่นายจำไม่ได้เหรอ ฉันเพิ่งจะให้นายลองกินกะปิกับส้มต้มปูปลาร้าไปวันนี้ไง”
หา!! นะ เนื้อหามันดูคุ้น ๆ แฮะเมื่อกับว่า...ในหนังสือรวมถึงบทพูดต่าง ๆ พลั่งพลูเข้ามาในหัวของคนตัวเล็ก
เมื่อกี้ผมเพิ่งจะอ่านนิยายที่ตัวเองชอบอยู่บนโซฟานี่นาแล้วพออ่านถึงตอนชายหนุ่มทั้งสามกำลังเล่นน้ำอยู่ในสระ ผมเกิดเห็นตัวหนังสือในกระดาษมันขยับได้จากนั้นผมก็มาโผล่ที่สระนี่ แล้วไอ้ประโยคที่เขาพูดเมื่อกี้ว่ากะปิกับส้มตำปูปลารเา นั่นมันบทพูดที่พี่เจไดพาอบเชยไปกินข้าวนี่ อย่าบอกนะว่าผมหลุดเข้ามาในนิยายของตัวเองที่กำลังอ่านอยู่อ่ะ
เป็ไปไม่ได้ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
“อะ เอ่อ คือว่าฉัน”
“เฮ้ย กูหาเจอแต่ชุดนอนว่ะ เอาชุดนี้ไปก่อนได้ปะ” ธีโอวิ่งถือชุดนอนของเจไดมา
“เออ ชุดไหนก็ได้เอามาเถอะ”
แต่เมื่อเจไดเห็นชุดที่ธีโอเพื่อนของเขาหยิบมาให้นั้น ถึงกับปวดขมับเลยทีเดียว
“เสื้อผ้าในตู้มีตั้งเยอะมึงดันเลือกหยิบชุดนอนมาเนี่ยนะ” เจไดพูด
“เอ้า ก็กูใอ่ะ คนมันตื่นเต้น” ธีโอพูดพร้อมกับยิ้มแห้งให้เพื่อน
“เอามา อบเชย นายไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น” เจไดพูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วบอกว่าห้องน้ำอยู่ติดกับริมสระไปทางนั้น
ส่วนผมได้แต่ทำหน้างงรับชุดจากชายผมทองมาถือไว้ในมือ
“เอ่อ เดี๋ยว ฉันขอถามอะไรพวกพี่หน่อยได้ไหม” เพื่อยืนยันว่าพวกเขาทั้งสามคนใช่แบบที่ผมคิดไหม คงต้องพิสูจน์กันสักหน่อย
“หืม??”
“พวกพี่ ชื่ออะไรกันเหรอ”
“อบเชย!!” ผู้ชายสามคนร้องประสานเสียงออกมาพร้อมกัน
“ไม่ได้การล่ะ ไอ้เจ มึงรีบพาอบไปเช็กสมองด่วนเลย” ไซออนพูด
“นั่นดิ กูว่ารีบพาไปหาหมอก่อนดีกว่า ปะ อบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” ธีโอจากที่แกล้งไม่รู้จักกับคนตัวเล็กเผลอหลุดปากพูดออกมา เล่นเอาเจไดและไซออนหันมามองหน้ากัน
“เดี๋ยว ไอ้ธี มึงไปรู้จักอบไอ้ยังไง” ไซออนถามขึ้นเบรกเพื่อนที่กำลังจะจูงแขนคนตัวเล็กพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
“เอ่อ เื่นั้นเอาไว้ก่อน เดี๋ยวกูเล่าให้ฟังทีหลัง เอาเป็ว่าพวกเราพาอบไปหาหมอกันก่อนดีกว่า”
“เออนั่นดิ” เจไดเสริมนี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาคุยกัน”ส่วนไซออนพยักหน้าเห็นด้วย
“ปะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” ธีโอจับไปที่แขนเล็กเพื่อพยุงตัวของอบเชยให้ลุกขึ้นยืนจนร่างเล็กต้องยกมือห้าม ไปกันใหญ่แล้ว ผมไม่ได้เป็อะไรสักหน่อยทำไมต้องพาผมไปโรงพยาบาลด้วยล่ะ
“เดี๋ยว ฉันแค่ถามพวกนาย ชื่ออะไรเฉย ๆ ฉันไม่ได้เป็อะไร ทำไมต้องพาฉันไปโรงพยาบาล” ผมถามขึ้น
“ไม่ได้ นายอาจจะตกน้ำหัวฟาดพื้นสระไปก็ได้ถึงจำพวกเราไม่ได้ เพราะงั้นพี่ว่า อบไปตรวจดีกว่าเดี๋ยวพวกพี่พาไป” เจไดพูดพร้อมกับสีหน้าแสดงออกมาว่าเป็ห่วง
หงึก หงึก ส่วนชายหนุ่มอีกสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นพวกพี่บอกชื่อกันมาก่อน แล้วฉันจะยอมไปโรงพยาบาล” ผมพูดขึ้น คงมีแค่ทางนี้ทางเดียวที่จะทำให้พวกเขาบอกชื่อของตัวเองมาตรง ๆ
“ฉันเจไดไงจำได้ไหม”
“ไซออน”
“ฉันธีโอ”
เป๊ะ ! ชื่อเหมือนกับในนิยายเป๊ะ
“งั้นฉันชื่อ” ผมชี้มือมาที่ตัวเองก่อนจะเปร่งเสียงออกมา “อบเชยงั้นเหรอ”
หงึก หงึก พวกเขาทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมกัน
0.0 โอ้ นี่มันอะไรกันครับ
“เอาล่ะ รู้ชื่อพวกพี่แล้ว รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปโรงพยาบาลกันเถอะ ธีมึงเอารถกูไป”
“เค ได้ ๆ ” ธีโอรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกัน รวมถึงอีกสองหน่อเองเดินไปหยิบเอาผ้าเช็ดตัวและเดินพาผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำ
แง T T พ่อครับ แม่ครับ ผมหลุดเข้ามาในนิยาย ทำยังไงดี แล้วผมจะออกไปจากที่นี่ยังไงเนี่ย อบเชยกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าไปและบ่นในใจไปด้วย