ชายหนุ่มผู้น่าเกรงขามที่ยืนผงาดเด่นณ ซุ้มพิธีศักดิ์สิทธิ์ของศิลานคร คือบุรุษคนสำคัญของบัลลังก์นครในภายภาคหน้า ‘ท่านชายทันวา’ เ้าของใบหน้าคมนิ่งคร้ามด้วยความอึดอัดใจเขากำลังตกเป็เป้าสายตาจากผู้ร่วมพิธีบูชาองค์เทพอัมฤทธิ์ ณ ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์นับพันชีวิต
“ข้าจะไม่แต่งงานกับท่านหญิงของอัครธานี” ถ้อยคำนั้นทำบรรดาคนฟังอ้าปากค้างตะลึง
องค์เมืองอติระผู้เป็บิดาถลันลุกจากแท่นที่นั่ง “ทันวา! เ้าพูดอะไรออกมา” ใกล้กันนั้นคือนางเมืองรังเรขผู้เป็มารดาที่เฝ้ามองบุตรชายด้วยใจหวั่นวิตก
ทายาทหนุ่มไม่แสดงทีท่าสะทกสะท้านใดต่อคำทักท้วงเขาสูดลมหายใจลึกก่อนหันไปยังแท่นบูชาหน้าซุ้มพิธีที่ตกแต่งด้วยผ้าดิ้นทองงดงามจับตาซึ่งเป็ที่ประทับวาง..ธำมรงค์ศักดิ์สิทธิ์
ธำมรงค์ศักดิ์สิทธิ์ เป็ของล้ำค่าคู่บัลลังก์ศิลานครซึ่งตกทอดมาหลายชั่วอายุคนจวบจนปัจจุบัน เช่นเดียวกับดาบคมศักดิ์สิทธิ์แห่งอัครธานีและยอดมงกุฎศักดิ์สิทธิ์แห่งพนารัฐ อีกสองนครข้างเคียงที่มีการปกครองอันรุ่งเรืองไม่แพ้กัน
'องค์เทพอัมฤทธิ์' ที่ถูกกล่าวถึงคือเทพผู้สูงส่งแห่งทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ ทะเลสาบใหญ่ที่อยู่ใจกลางระหว่างสามนครแต่ครั้งกาลเก่าชาวเมืองต่างเล่าต่อกันว่า..ทะเลสาบแห่งนี้เป็ที่พำนักกายทิพย์ขององค์เทพอัมฤทธิ์ซึ่งเป็ที่เคารพบูชายิ่งของทุกคนเพราะที่ผ่านมาชาวเมืองอยู่กันอย่างสงบสุข ร่มเย็นอาหารน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ไม่เคยขาด พรักพร้อมไปเสียทุกสิ่ง
ทุกคราที่พระจันทร์เต็มดวงจึงเป็วันประกอบพิธีบูชาองค์เทพอัมฤทธิ์โดยแต่ละนครจะนำของศักดิ์สิทธิ์ประจำนครของตนมาประกอบกิจสวดมนต์โดยนักบวชพราหมณ์ตลอดวันคืนอีกทั้งองค์เมือง นางเมือง พร้อมเหล่ารัชทายาทต้องเข้าร่วมพิธีไม่ให้ขาด
“ข้า..ทันวา ทายาทแห่งศิลานคร ขอองค์เทพอัมฤทธิ์เป็พยาน ที่ข้ามิอาจรับไมตรีเป็คู่กับท่านหญิงมุณาทัยหาใช่เพราะนางมีข้อบกพร่องอันใดไม่ แต่เป็เพราะข้ามิได้มีใจต่อนาง ข้าจึงไม่อยากให้ความจริงนี้มันทำร้ายใครและเพื่อเป็การยืนยันเจตนาดีของข้า ข้าขอวิงวอนองค์เทพโปรดเป็ผู้ตัดสินโชคชะตานี้หากท่านประสงค์ให้หญิงนางใดเป็คู่มงคลของข้า ก็โปรดบันดาลให้หญิงนางนั้นได้พบกับธำมรงค์วงนี้และเมื่อถึงตอนนั้นไม่ว่านางจะเป็ท่านหญิงหรือใคร ข้าก็พร้อมน้อมรับแต่โดยดี”
ธำมรงค์เจิดจรัสแสงเป็เส้นโค้งทอดตัวลงสู่ผืนน้ำตามแรงขว้างสุดกำลังเมื่อสิ้นคำยิ่งสร้างความตะลึงงันให้ทุกสายตา ตามมาด้วยเสียงเซ็งแซ่ในบัดดล
“เ้าทันวา!” ท่านชายมิณเยศแห่งอัครธานีถึงกับคำรามออกมาด้วยความโกรธจนตัวสั่นสะท้านหลังจากทนนั่งฟังอยู่นานณ ซุ้มพิธีของตน
กล้าดียังไงถึงปฏิเสธน้องหญิงต่อหน้าทุกคน!
“ไม่นะเ้าคะท่านพี่!” มือบางของสตรีที่เพิ่งถูกบุรุษชายปฏิเสธรีบรั้งลำแขนไว้เสียก่อนที่มิณเยศจะได้ขยับตัว“เราอยู่ในพิธีบูชาองค์เทพอัมฤทธิ์นะ” คนฟังนิ่วหน้ายิ่งกว่าเดิม“ก็นั่นสิ! อยู่ในพิธีศักดิ์สิทธิ์แท้ๆทำไมเ้าทันวาถึงกล้าทำอย่างนี้” มุณาทัยส่ายหน้าน้อยๆเป็เชิงปราม
“เชื่อข้าเถิดท่านพี่นิ่งไว้ แล้วทุกอย่างจะดีเองเ้าค่ะ” ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มบางที่เปี่ยมไปด้วยความสงบราวไม่รู้สึกทุกข์ร้อนใดทั้งที่นางเพิ่งถูกปฏิเสธการแต่งงานมาหมาดๆ ยิ่งทำให้เดือดจัด!
น้องหญิงแสนงามทั้งกายใจ คงมีแต่คนโง่บัดซบกระมังที่ริอาจไม่เห็นค่า!
มิณเยศเบือนหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์ แต่กระนั้นก็ยังยอมตามใจคนร้องขอ..หย่อนตัวลงนั่งแต่โดยดีหากแต่ภายในใจหาความสงบไม่ได้แล้ว