ตอนที่ 62 หมูป่า
ฟู่ต้าจวงเองก็ได้กลิ่นเช่นกันด้วยความที่เขาเป็นชายชาติทหารดังนั้นเขาจึงตื่นตัวและเตรียมพร้อมที่จะโจมตีกลับทันที
จากนั้น เขาก็ได้ขวางพี่ชายของตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะค่อย ๆ นั่งลงเพื่อซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า แล้วค่อย ๆ คลานเข้าไปตรวจดูสถานการณ์ข้างหน้า
ส่วนฟู่เยี่ยนนั้นรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าตั้งแต่ตอนที่เธออยู่ห่างออกไปกว่าห้าร้อยเมตรแล้วเธอเห็นหมูป่าตัวใหญ่และแกะตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกำลังลงมาที่ลำธารซึ่งบริเวณท้องของหมูป่ามีเลือดไหลออกมา ส่วนแกะตัวนั้นก็ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกันตอนนี้มันกำลังเล็มหญ้าริมลำธารอยู่
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้ดึงชายเสื้อของฟู่ต้าหย่งเบา ๆ ก่อนจะส่ายศีรษะเพื่อส่งสัญญาณบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่อันตรายอะไร
ทันทีที่ฟู่ต้าจวงเห็นฉากนี้เขาก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นโชคดีจริง ๆ ในตอนนี้ทั้งหมูป่าและแกะต่างก็ได้รับบาดเจ็บจึงทำให้จัดการกับพวกมันได้ง่ายขึ้น
ฟู่ต้าหย่งจึงได้เดินเข้าไปข้าง ๆ ฟู่ต้าจวงจากนั้นสองพี่น้องก็ได้ตกลงกันว่าจะจัดการกับสัตว์ทั้งสองพร้อมกันโดยที่ฟู่ต้าจวงจะรับหน้าที่จัดการหมูป่าตอนนี้หมูป่าดูตื่นกลัวมากและเริ่มหายใจแรงด้วยความที่ฟู่ต้าจวงกลัวว่าหมูป่าจะหันไปโจมตีใส่คนอื่น ๆ เขาจึงเหวี่ยงขวานไปที่มันโดนตรง
ทำเอาหมูป่าตัวใหญ่ล้มลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นทันทีจากนั้นเขาก็หันกลับไปช่วยฟู่ต้าหย่งจัดการแกะต่อส่วนฟู่เยี่ยนเองก็เห็นสิ่งนี้แล้วเช่นกัน แกะตัวนั้นมีบากแผลที่ดูสาหัสมาก ๆเธอจึงรู้สึกว่าที่แกะตัวนั้นยังคงมีชีวิตอยู่อาจจะเป็นเพราะมันกินหญ้าที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเธอเข้าไปก็ได้
ในเวลาเดียวกันนั้นเธอก็ตระหนักขึ้นมาได้ทันทีว่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเธอสามารถยั่วยวนเหล่าสัตว์ต่าง ๆได้ดีเกินกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีกดังนั้นครั้งต่อไปหากเธอจะใช้มันคงต้องใช้ด้วยความระมัดระวังมากขึ้นแล้วแต่วันนี้ก็ถือว่าครอบครัวของเธอโชคดีมาก ตอนนี้ครอบครัวของเธอได้ทั้งเงินและเนื้อสัตว์เธอยังคิดว่าจะแบ่งเนื้อสัตว์บางส่วนให้กับจางเหว่ยอีกด้วย
แต่หากไม่ใช่เพราะว่าอารองของเธอกำลังจะกลับเธอก็คงจะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงแบบนี้อย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเองฟู่เซินและคนอื่นที่เดินตามมาก็ได้เห็นฉากนี้เข้าแม้ว่าฟู่เซินจะเคยเห็นมันมาหลายครั้งแล้วก็ตามทว่าเขาก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้ง
เยี่ยมไปเลย ! มีเรื่องสนุก ๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว !
เดิมทีเขาอยากจะกลับบ้านเร็ว ๆ เพราะหากกลับช้าเขากลัวที่จะพลาดมื้อเที่ยงนั่นเองส่วนฟู่เยี่ยนเองก็ได้เงยหน้าขึ้นไปมองดวงอาทิตย์ก่อนจะคิดอยู่ในใจว่าให้จางเหว่ยรอเธอก่อน แล้วเธอจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด
ตอนนี้ฟู่ต้าหย่งและฟู่ต้าจวงต่างก็แบ่งหน้าที่กันโดยคนหนึ่งชำแหละหมูป่า ส่วนอีกคนก็ชำแหละแกะซึ่งมีฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวคอยช่วยพวกเขาอยู่ข้าง ๆ ไม่ยอมห่าง
ส่วนฟู่เยี่ยนก็ได้ใช้ต้นหญ้ามาสานเป็นรูปสัตว์ตัวเล็กๆ เล่นกับน้อง ๆ เธอเล่นจนเบื่อ และในที่สุดฟู่ต้าหย่งและฟู่ต้าจวงก็จัดการกับเนื้อสัตว์พวกนั้นเสร็จ
แต่การที่จะขนเนื้อสัตว์พวกนั้นกลับไปที่บ้านก็เป็นเรื่องที่ลำบากมากเช่นกันซึ่งฟู่เยี่ยนเองก็ไม่สามารถเปิดเผยการมีอยู่ของดินแดนต่างมิติของเธอได้เช่นกันดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องซ่อนเนื้อแกะเอาไว้บนภูเขาแห่งนี้ก่อนแล้วค่อยกลับมาเอามันในช่วงบ่ายแทน
หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องล่าช้าเมื่อพวกเขากลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาบ่ายสองโมงกว่าแล้ว
ซึ่งตอนนี้จางเหว่ยก็ได้มารออยู่ที่บ้านของพวกเขานานแล้วตอนที่เขามาถึงบ้านของฟู่ต้าหย่งในช่วงเช้า หวังซู่เหมย ฉือหมิ่น และฟู่ต้านีต่างก็ให้การต้อนรับเขาเป็นอย่างดีพวกเธอเชิญเขาให้ไปนั่งใต้ต้นไม้ ทั้งยังยกผลไม้มาให้ทานอีกด้วย
แม้ว่าจางเหว่ยอาจจะดูไร้ประโยชน์ในสายตาของนายกเทศมนตรีจางแต่เขาก็ดูมีเสน่ห์มาก ๆ ในหมู่ผู้หญิงวัยกลางคนรวมไปถึงผู้สูงอายุเพราะเขาเป็นคนช่างพูดนั่นเอง
เมื่อได้ยินว่าหวังซู่เหมยกำลังตั้งครรภ์จางเหว่ยจึงได้ชักชวนให้เธอไปตรวจครรภ์ในเมืองทันที
“คุณป้าครับพอดีว่าลูกพี่ลูกน้องพ่อของผมเป็นผู้อำนวยการของโรงพยาบาลเทศมณฑลซึ่งเธอได้ดูแลแผนกสูตินรีเวชศาสตร์อีกด้วยเอาไว้ผมจะกลับไปคุยกับเธอและเตรียมการต่าง ๆ เอาไว้ให้เวลาที่คุณป้าไปถึงจะได้สะดวกในการเข้ารับการตรวจครับ ! ”
ตอนนี้หวังซู่เหม่ยยังคงรู้สึกอายเล็กน้อยเนื่องจากเธอตั้งครรภ์ตอนที่มีอายุมากแล้วและอีกอย่างเธอก็รู้สึกเป็นกังวลที่ต้องไปรบกวนจางเหว่ยอีกด้วย
“คุณป้าครับ อย่ามองว่าผมเป็นคนอื่นเลยตอนนี้อาจารย์ฟู่เป็นเหมือนผู้มีพระคุณของผมเลยก็ว่าได้ส่วนพ่อกับแม่ของผมก็ไม่ได้มีปัญหาเช่นกันนอกจากนี้ลูกพี่ลูกน้องพ่อของผมก็เป็นลูกค้าที่ซื้อยันต์แคล้วคลาดจากอาจารย์ฟู่อีกด้วยครับหากเธอรู้ว่าคุณป้าเป็นแม่ของอาจารย์ฟู่ เธอคงจะดีใจมากแน่ ๆ ! ”
จากนั้นเขาก็ได้มองไปยังฟู่ต้านีที่ตอนนี้กำลังเย็บผ้าอยู่และดวงตาของเขาก็ได้เบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณน้าครับ ฝีมือของคุณน้าช่างประณีตมากจริง ๆ !ขนาดช่างเย็บผ้าในเมืองหลวงยังเก่งสู้คุณน้าไม่ได้เลยครับมีใครสั่งจองเสื้อผ้าที่คุณน้าเย็บบ้างหรือเปล่าครับ ? หากไม่มีคุณน้าอยากจะขายมันให้กับผมไหม ผมจะเอามันไปเป็นของฝากให้กับแม่ของผมครับเธอจะต้องชอบมากแน่ ๆ ”
“อ่า ? ชุดนี้เป็นชุดของป้ารองอย่างนั้นเหรอครับ ?เอาไว้ผมจะหาวัสดุมาให้ รบกวนคุณป้าช่วยตัดชุดให้แม่ของผมด้วยจะได้หรือเปล่าครับ? เพื่อเป็นการตอบแทน ผมจะซื้อผ้าสวย ๆมาให้คุณน้าไว้ตัดชุดของลี่ลี่และเฟินเฟินด้วย”
จางเหว่ยพูดชมหญิงวัยกลางคนทั้งสามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มทำให้หวังซูเหม่ยและคนอื่นต่างก็หัวเราะออกมา และในตอนเที่ยงฉือหมิ่นยังได้ปรุงอาหารจานพิเศษให้กับจางเหว่ยอีกด้วย
ดังนั้นจึงทำให้เมื่อฟู่ต้าหย่งและคนอื่นเดินมาถึงประตูหน้าบ้านพวกเขาจึงได้ยินเสียงหัวเราะที่ดังลั่นไปทั่วลานบ้านทันที
“แม่คะ พวกเรากลับมาแล้วค่ะ” เมื่อเดินมาถึงประตู ฟู่เยี่ยนก็ตะโกนออกไปทันที
“โอ้ กลับมากันแล้วเหรอ ดูสิปล่อยให้เสี่ยวเหว่ยมารอตั้งนาน”ฟู่ต้านีเปิดประตูให้กับพวกเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
ฟู่ต้าหย่ง ฟูต้าจวง ฟู่เซิน ฟู่เหมี่ยวฟู่เยี่ยน: ????????
มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่กัน ?
เมื่อทุกคนเข้ามาในลานบ้านหวังซู่เหมยที่ได้กลิ่นสาบของหมูป่าก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันทีฟู่ต้านีจึงได้เปิดดูในตะกร้า พร้อมกับมองไปยังเนื้อหมูป่าที่อยู่ในนั้น
“พี่ใหญ่ นี่มันอะไรกัน ? ”
“โอ้ วันนี้พวกเราโชคดีก็เลยจับหมูป่าได้” ฟู่ต้าหย่งพูดออกไปเบา ๆ
ทันใดนั้นเอง จางเหว่ยก็ได้พูดแทรกขึ้นมาทันที“อะไรนะครับ เนื้อหมูป่าอย่างนั้นเหรอ ? ผมยังไม่ได้ชิมรสชาติของมันเลยสักครั้ง ขอผมดูมันหน่อยได้หรือเปล่าครับ ?”
ตอนนี้มีเนื้อหมูป่าอยู่เต็มตะกร้าขนาดใหญ่ถึง 2 ใบทั้งยังเต็มจนแทบจะล้นออกมาอีกด้วยจึงทำให้ฟู่ต้าหย่งและฟู่ต้าจวงที่เป็นคนแบกมันกลับมานั้นเหนื่อยจนเหงื่อออกท่วมไปทั้งตัว
“ต้านี ช่วยเอามันไปทำความสะอาดก่อนเถอะ เอาไว้ตอนที่เสี่ยวจางจะกลับจะได้ให้เขาเอามันกลับไปให้ครอบครัวชิมด้วย” ฟู่ต้าหย่งมองไปยังจางเหว่ยก่อนจะตระหนักถึงความดีของเขาในก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้
“คุณลุงครับ อย่าทำแบบนั้นเลย ! ถึงผมจะเอาเนื้อหมูป่ากลับไปแต่ก็เอามันไปปรุงอาหารไม่เป็นอยู่ดี ผมเกรงว่าจะเสียของเปล่า ๆ นะครับ ! ”
นับตั้งแต่ที่จางเหว่ยเรียกเขาว่าลุงเมื่อครั้งที่เจอกันล่าสุดจางเหว่ยก็เรียกเขาแบบนั้นมาโดยตลอด ซึ่งฟู่ต้าหย่งเองก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรเนกันดังนั้นพวกเขาสองคนจึงดูสนิทกันเร็วมากซึ่งการที่เรียกแบบนี้ก็ทำให้ช่วยตัดปัญหาอื่น ๆ ออกไปได้อีกด้วย
ฟู่เยี่ยนมองไปที่พวกเขาทั้งสองก่อนจะชื่นชมในความมีมนุษยสัมพันธ์ของจางเหว่ยซึ่งวันนี้เขายังทำให้แม่ของเธอหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขมากอีกด้วย
“อาจารย์ฟู่ ตอนนี้อาจารย์ฟู่มียันต์แคล้วคลาดอยู่กี่แผ่น ? รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้มีคนจองคิวรับยันต์จนถึงสิ้นปีแล้วนะ ! ”จางเหว่ยพูดอย่างตื่นเต้น
“โอ้ ? ” ฟู่เยี่ยนไม่คิดเลยว่าจางเหว่ยจะมีความสามารถในการขายมากขนาดนี้!
“นอกจากนี้ ฉันยังต้องจำกัดจำนวนการซื้อต่อคนอีกด้วยโดยกำหนดให้ซื้อได้คนละไม่เกิน 2 แผ่นเท่านั้นเพราะก่อนหน้านี้มีคนหนึ่งมาขอซื้อฉันไปถึงหนึ่งโหลเลยนะ หากเป็นแบบนั้นคนอื่นก็จะไม่ได้มันน่ะสิ แล้วฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน ? ” จางเหว่ยวิเคราะห์เรื่องนี้อย่างจริงจัง
“ว่าแต่อาจารย์ฟู่ ฉันมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะถามอาจารย์มียันต์สำหรับผู้หญิงบ้างหรือเปล่า ? ” จางเหว่ยเอ่ยถามขึ้นมาด้วยท่าทีที่ดูลึกลับ
เมื่อฟู่เยี่ยนได้ยินเช่นนั้นเธอก็ยังคงไม่เข้าใจว่ามันคือยันต์อะไร ? คงต้องโทษจินตนาการอันอ่อนแอของเธอ เพราะเธอคิดไม่ออกจริง ๆว่าผู้หญิงอยากได้ยันต์อะไร
“คุณพูดถึงยันต์แบบไหนกัน ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย ? ”
“เฮ้ อาจารย์ฟู่ อาจารย์ไม่เข้าใจเรื่องนี้อย่างนั้นเหรอยันต์ที่ผู้หญิงอยากได้คือยันต์ที่ช่วยคืนความเยาว์วัยยังไงล่ะ ! ” หลังจากนั้นสีหน้าของจางเหว่ยก็ได้ดูเปลี่ยนไป ก่อนจะคิดขึ้นมาในใจว่าเธอยังเด็กคงจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ดังนั้นเขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะให้ฟู่เยี่ยนวาดยันต์ดังกล่าวไป
ส่วนฟู่เยี่ยนเองก็แอบพูดอยู่ในใจเช่นกัน:ทำไมล่ะ ! เขาคิดว่าเธอเป็นพระเจ้าหรืออย่างไรกัน ! ?
“เอาล่ะ... ลืมเรื่องนี้ไปเสียเถอะ อาจารย์ฟู่ตอนนี้อาจารย์ฟู่เขียนยันต์แคล้วคลาดได้เท่าไหร่แล้ว ฉันต้องการมันทั้งหมดเลยอันที่จริงหากมีสัญญาซื้อขายด้วยก็จะดีมาก ๆ เลยล่ะ ! ”
“สำหรับคนธรรมดาทั่วไป แค่มียันต์แคล้วคลาดก็เพียงพอแล้ว หากมีเรื่องอื่นที่ยันต์แคล้วคลาดไม่สามารถแก้ไขได้ต้องให้ฉันเป็นคนแก้ไขมันด้วยตัวเองเท่านั้น”ฟู่เยี่ยนพูดออกไปด้วยสีหน้าที่จริงจัง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แทนที่จางเหว่ยจะรู้สึกท้อแต่ไม่เลยเขาได้เดินเข้าไปหาฟู่ต้าหย่งเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเหล้าหมักต่อทันทีเพราะตอนนี้คุณปู่ของเขาที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงได้บ่นถึงเรื่องนี้แล้วจึงทำให้จางเหว่ยต้องรีบดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด
หลังจากที่กลับมาถึงบ้านและพักผ่อนกันครู่หนึ่งทันใดนั้นเอง ฟู่ต้าจวงก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาลืมอะไรบางอย่างไป !
จู่จื่อยังอยู่ในหลุมพรางและยังไม่รู้ด้วยว่าเด็กนั่นจะปีนขึ้นมาได้หรือเปล่า
ก่อนหน้านี้ฟู่ต้าจวงเองก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องที่ฟู่เซินและฟู่เยี่ยนจะสอนบทเรียนให้กับจู่จื่อแต่อย่างใดเพราะการทำให้จู่จื่อหวาดกลัวนั้นเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขาไม่กล้าสร้างปัญหาอีกในอนาคต
แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำให้คนอื่นตกอยู่ในอันตรายจนถึงชีวิตได้หากเรื่องทั้งหมดเลยเถิดไปถึงขั้นนั้น มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที
ในตอนนี้ ฟู่เซินกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง จู่ๆ เขาก็ถูกอารองเรียกให้ลุกขึ้น โดยบอกว่าให้เขาไปช่วยขนเนื้อแกะบนภูเขากลับมา