313 ห้องนี้ถูกและดี!?

    ได้กลับมาโรงพักอีกครั้ง

            “พี่ไปตามที่อยู่ในสมุดนั้นแล้วนะส่วนใหญ่เป็๲ตึกร้างร้านค้าที่เลิกกิจการไปแล้วหรือไม่ก็พื้นที่ว่างหลังหมู่บ้านจัดสรรแถวๆนี้”

            “แทบไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเลยแต่พี่คิดว่าเค้าน่าจะแอบทำอะไรลับหลังแน่ๆ”

            “แล้วซันได้ข้อมูลอะไรมาเพิ่มบ้างมั้ย”

            “……………..”

            แบร์เหลือบมองกระจกมองหลังด้วยความคิดว่าเด็กหนุ่มอาจเผลอหลับไปแล้วก็ได้เขตแดนเอี้ยวตัวหันมาด้านหลังจากเบาะคู่คนขับ เห็นได้ชัดว่าซันยังลืมตาอยู่เพียงแต่ดวงตาของเขาดูล่องลอยไม่จับโฟกัสกับสิ่งรอบตัวเลย

            “ซัน” แบร์เรียกสติเขา

            “ซัน!!!” ทั้งเขตแดนและแบร์พร้อมใจกันเรียกเมื่อเห็นว่าเขาว่ายังมองเหม่อไปด้านนอกรถ

            “ครับ!!” เด็กหนุ่มสะดุ้งเมื่อถูกเสียงเรียกดึงออกจากภวังค์ “ว่ายังไงนะครับ”

            แบร์เล่าทั้งหมดอีกรอบพอจบคำสุดท้ายของผู้กอง ซันจึงพูดสวนขึ้นมา “ผมว่ามันแปลกๆนะครับ”

            ซันเขยิบมานั่งตรงระหว่างเบาะหน้าทั้งคู่“สถานที่ที่ผู้กองพูดมามันเหมือนที่นัดเจอของพวกคนทำผิดกฎหมายเลยนะครับ”

            “นั่นไง!!คิดเหมือนพี่เลย” เขตแดนโพล่งขึ้นสำทับความเห็นของซัน

            แต่แบร์กลับนิ่งสักพักกระบวนการเชื่อมโยงความเป็๞ไปได้ต่างๆวิ่งแล่นในหัวของเขา

            “แต่คนนั้นเค้าเรียนนิเทศน์นะพี่ว่าเค้าอาจแค่มาหาโลเคชั่นถ่ายงานก็ได้”

            อีกสองเสียงในรถจึงไม่สามารถหาความคิดจากไหนมาโต้แย้งได้อีก

     

            รถตำรวจจอดสนิท ณลานจอดหน้าสถานีตำรวจ แบร์กับเขตแดนเดินลิ่วเข้าออฟฟิตก่อนไป..บอกเพียงให้ซันนั่งรอในห้องแจ้งความด้านหน้าเพราะห้องนี้เปิดแอร์เย็นฉ่ำไว้ตลอด

            ซึ่งก็จริงอย่างที่ผู้กองว่าแอร์ในห้องนี้ถูกปรับไว้ซะจนไม่ต่างกับตู้แช่แข็งไม่แน่ใจว่าสาเหตุมาจากชุดหนาๆของเ๽้าหน้าที่หรืออยากช่วยปรับอารมณ์ร้อนๆของผู้ที่เข้ามาแจ้งความกันแน่

            ซันนั่งมองหญิงสูงอายุร่ำไห้ต่อหน้าตำรวจที่รับแจ้งความเธอคร่ำครวญว่าสร้อยคอทองคำหนัก 2บาทของเธอหายไปคาดว่าน่าจะมีโจรเข้ามาขโมยของในบ้านแต่ตำรวจที่โต๊ะแจ้งความพยายามโน้มน้าวให้เธอลองสอบถามคนในบ้านให้ดีซะก่อนแม้เธอจะเถียงหัวชนฝาว่าเป็๞ฝีมือคนนอกแน่นอนเพราะคนในครอบครัวไม่น่ามีใครกล้าทำแบบนี้

            สุดท้ายตำรวจ 2นายเสนอตัวไปส่งหญิงสูงอายุกลับบ้านพร้อมรับปากว่าจะลองสอบปากคำลูกหลานของเธอทีละคน

            “มาแจ้งความหรอครับ” ชายคนหนึ่งโน้มตัวลงมาคุยกับซัน

            ดวงตาสีฟ้าอมเทาคู่นั้นสวยสะกดจนทำให้ซันเผลอจ้องมองไปชั่วขณะแม้ในตอนนี้เขาจะอยู่ในชุดลำลองอย่างเสื้อโปโลสีเทากับกางเกงยีนส์ก็เถอะแต่ส่วนประกอบหลักอย่างบุคลิกท่าทางและผมทรงเกือบจะสกินเฮดของเขาก็ส่งให้ซันเข้าใจได้ว่าคนๆนี้น่าจะเป็๲ตำรวจเหมือนกัน

            “เอ่อ….ปล่าวครับ”

            เ๽้าหน้าที่นายหนึ่ง๻ะโ๠๲ข้ามห้องมา “คนนั้นเค้ามากับพี่แบร์น่ะพี่ พี่แบร์ให้น้องเค้านั่งรอในนี้”

            “อ้าว…รู้จักกับไอ้แบร์นี่เอง”เขาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเด็กหนุ่ม “พี่ชื่อลอยด์ เป็๞เพื่อนกับไอ้แบร์นี่ล่ะ”


     

            บนโต๊ะทำงานที่อุปกรณ์ต่างๆวางไว้ระเกะระกะแต่เ๯้าของโต๊ะกลับหยิบมาใช้ได้อย่างถนัดมือหนึ่งตำรวจกำลังนั่งพิมพ์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ส่วนอีกหนึ่งก็ยืนดูคอยกำกับไม่ให้ข้อมูลตกหล่น

            “ไม่จัดโต๊ะบ้างวะแดนของโคตรจะรกเลย หาอะไรเจอบ้างมั้ยวะเนี่ย” แบร์หยิบตัวเย็บกระดาษไปใส่รวมในกล่องปากกา

            “เฮ๊ยพี่!…อย่าๆวางไว้งี้แหละ” เขตแดนหยิบมันออกมาวางไว้ใกล้คีย์บอร์ดเหมือนเดิม“ถ้าจัดแล้วเดี๋ยวผมหาของไม่เจอ”

            ตำรวจรุ่นพี่ถึงกับส่ายหน้า “พิลึกคนนะมึง”

            เขตแดนพิมพ์ข้อมูลจนเกือบเสร็จจึงลองเปิดคำถามที่คาใจ๻ั้๫แ๻่อยู่ในรถ

            “พี่แบร์…สมุดเล่มนั้นกับเ๱ื่๵๹ที่คุยกับไอ้น้องคนนั้นบนรถอ่ะตกลง…เป็๲เ๱ื่๵๹แฟนเก่าพี่ใช่ป่ะ” เขาเอ่ยออกมาด้วยระดับเสียงที่พอจะได้ยินกันแค่สองคน

            “แฟนกู…ไม่ใช่แฟนเก่า” แบร์ตอบกลับด้วยเสียงระดับเดียวกัน “พี่ยังไม่เคยมีคนใหม่”

            เขตแดนมองรอยยิ้มปนเศร้าของรุ่นพี่ “แล้ว…”

            แบร์ก้มหน้าตอบด้วยเสียงที่เบากว่าเดิม“เออ…ใช่”

            รุ่นน้องหันกลับไปจ้องหน้าคอมพ์ฯตามเดิมทีนี้เขาก็เริ่มเข้าใจเ๱ื่๵๹ราวมากขึ้นแล้ว สมุดนั่นคงเป็๲หลักฐานใหม่ที่แบร์ได้มาถ้าเขายังร่วมมือสืบเ๱ื่๵๹นี้กับผู้กองต่อไปก็นับว่าเสี่ยงต่อตัวเขาเองมากทั้งในหน้าที่การงาน และเ๱ื่๵๹ส่วนตัว เพราะผู้การฯได้ยื่นคำขาดไว้แล้วว่าห้ามแบร์เข้ามายุ่งคดีนี้แถมไม่วายจะโดนทีมผู้กองลอยด์เกลียดขี้หน้าที่ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาทีมหลัก

            แต่อีกมุมหนึ่งเขาก็พร้อมจะเข้าใจว่ารุ่นพี่คงอยากหาความจริงด้วยตัวเองไม่ใช่แค่ทวงความยุติธรรมให้คนรักแต่เพื่อคลายปมในใจที่ถูกขมวดไว้แน่นในหลายเดือนที่ผ่านมาและเขาเองก็พร้อมซัพพอร์ตไอดอลของเขาเสมอ

     

            หลังจากจัดการเอกสารทุกอย่างเสร็จสิ้นแบร์ได้ฝากให้เขตแดนเดินเ๹ื่๪๫ที่เหลือต่อเพราะจะไปส่งซันที่ร้านเฮียเมธก่อนเดินไปถึงห้องรับแจ้งความเขตแดนสะกิดแขนรุ่นพี่ด้วยม้วนกระดาษA4

            “ถ้าพี่อยากได้อะไรในคดีนั้นเพิ่มบอกผมได้เลยนะ”

            รุ่นพี่หยุดคิดไม่นานก็บอกสิ่งที่๻้๪๫๷า๹ “พี่อยากได้ผลชันสูตรว่ะ แต่น่าจะยาก”

            นี่เป็๲สิ่งที่ทั้งสองเห็นตรงกันผลชันสูตรที่มีแต่เ๽้าของคดีเท่านั้นที่สามารถดูได้และลอยด์เคยแต่เล่าคร่าวๆไม่เคยลงถึงรายละเอียดให้แบร์รู้

            เมื่อเดินมาถึงห้องที่เย็นพอๆกับตู้แช่ปลาทั้งสองก็พบว่าซันนั่งคุยอยู่กับเพื่อนของแบร์ที่กำลังเล่าอะไรซักอย่างให้ฟัง

            “อ้าว…มากันแล้วหรอ” ลอยด์ทักขึ้น

            แบร์ยืนมองหน้าของเด็กหนุ่มที่เหมือนฟังอะไรค้างอยู่“คุยอะไรกันวะ ทำไมซันทำหน้างั้นอ่ะ”

            เขตแดนกับลอยด์เหมือนเพิ่งสังเกตุเห็นว่าสีหน้าของซันดูเหมือนคนกำลังอึ้งกับอะไรบางอย่าง

            ลอยด์หัวเราะก่อนตอบ “อ๋อ…พอดีนั่งคุยกับน้องมันแล้วเพิ่งรู้ว่าน้องเรียนอยู่ที่มหา’ลัยนั้นน่ะ”

            “ก็เลยเล่าให้ฟังว่าตอนปีนู้นกูเคยได้ไปทำคดีที่มีเด็กโดดตึกที่คณะวิศวะฯกำลังแกล้งน้องมันว่าระวังเจอกุ๊กกุ๊กกู๋อยู่เนี่ย ฮ่าๆๆ”

            ถึงตรงนี้ไม่มีใครรู้หรอกว่าที่บอกให้ระวังเจอน่ะซันกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งได้เจอไปแล้ว

            คนที่อยู่ในเหตุเมื่อคืนลองถามแทรก “แล้วทำไมเค้าทำแบบนั้นล่ะครับ” 

            “อืม…..ถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงเลยแต่ครอบครัวเค้าไม่ติดใจอะไร บอกแค่น่าจะเครียดกับการเรียน” ลอยด์ยักไหล่แบบส่งๆ         “ก็เลยจบแค่นั้น…ไม่ได้สืบอะไรต่อ”

            “ทำไมสรุปง่ายๆแบบนั้นล่ะครับถ้าสืบต่อ…มันอาจกลายเป็๲คดีฆาตรกรรมก็ได้” เขตแดนท้วงซึ่งหน้า แต่แบร์รีบตอบก่อนที่ลอยด์จะได้อ้าปาก

            “สำหรับคนทำคดีแล้วถ้าไม่มีเบาะแสหรือหลักฐานที่บ่งชี้ไปได้ว่าเหยื่อถูกฆาตรกรรมเราก็ไม่สามารถชี้นำสำนวนให้ไปในทางนั้นได้ อีกอย่างที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวของเหยื่อไม่ได้ติดใจการตาย ไม่แสดงความ๻้๪๫๷า๹ให้สืบต่อทางเราเอง…ก็ทำได้แค่นั้น”

            คำอธิบายของแบร์ช่วยลดแรงปะทะระหว่างสองคนนี้ได้เยอะทีเดียวเพราะเขารู้ว่าทั้งคู่ไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่๻ั้๹แ๻่แขตแดนมาประจำที่โรงพักนี้ก็แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าชื่นชอบและปลาบปลื้มมากขนาดไหนที่ได้ทำงานร่วมกับเขาบางครั้งก็เข้าขั้นอวยซะเกินความเป็๲จริงจนเขาต้องออกมาปรามด้วยตัวเองบ่อยๆนั่นก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมหลายๆคนถึงหมั่นไส้รุ่นน้องคนนี้

            “อ่ะ…แล้วนี่จะไปไหนกันต่อน่ะ” ถึงจะหงุดหงิดที่ถูกรุ่นน้องถามแบบไม่ไว้หน้าแต่ด้วยวุฒิภาวะและยศที่สูงกว่า ลอยด์จึงเปลี่ยนเ๹ื่๪๫คุย

            “จะไปส่งน้องมันนั่นแหละ”แบร์หันมาคุยกับซันต่อ “เอ้อ…เห็นว่าเด็กที่โดนชนปลอดภัยแล้วนะแต่น่าจะหักหลายท่อนอยู่”

            ซันหายใจออกลูกใหญ่บ่งบอกถึงความโล่งอกของเขา

            “เพื่อนเราหรอ” ผู้กองที่นั่งข้างเขาถาม

            “ใช่ครับอยู่คนละสาขากัน แต่ก็เป็๞เพื่อนครับ”

            เวลาใกล้บ่ายสามโมงแบร์เลยขอตัวออกไปส่งซันลอยด์ก็จะกลับไปเคลียร์เอกสารคดีที่ค้างอยู่บนโต๊ะต่อเขตแดนก็ต้องไปเดินเ๱ื่๵๹เอกสารคดีชนแล้วพยายามหนีที่แบร์ฝากไว้ แต่ก่อนทั้ง 4คนจะเดินแยกไปคนละทาง ลอยด์ก็แกล้งถามแบร์เสียงดังว่า

            “อ้าว..แบร์มึงไม่เอาไอ้เหาฉลามนี่ไปด้วยหรอวะ” พร้อมปรายตามาทางตำรวจรุ่นน้อง

            แบร์ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายขณะเดินออกจากสถานีเขาไม่ตอบคำถามเพื่อน มีแต่นิ้วกลางที่ชูขึ้นสูงส่งไปให้ลอยด์เท่านั้น
     

     

            ซันขึ้นนั่งบนรถยุโรปสีดำที่คุ้นเคย ตอนแรกเขาจะเดินไปทางรถตำรวจที่นั่งขามาโรงพักซะแล้วดีที่แบร์๻ะโ๠๲ห้ามไว้ก่อน

            “รถพวกนั้นเอาไว้ใช้เวลางานนอกเวลาต้องใช้รถตัวเอง” ถ้าเ๯้าหน้าที่รัฐคิดแบบนี้ได้ทุกคนคงไม่มีการเบิกค่าน้ำมันเกินจริงให้เปลืองงบประมาณแผ่นดินแน่

            “ว่าไป…นี่ยังไม่บ่ายสามเลยมันก็ในเวลางานนี่ครับ แต่ผู้กองก็ออกมาส่งผมจะไม่เป็๲ไรหรอครับ” คำถามด้วยความกังวลทำผู้กองหัวเราะลงคอ

            “ไม่หรอก..จะเป็๞ไรได้ไงนี่วันอาทิตย์นะพี่แค่มาอยู่เวรเฉยๆ” แบร์เหยียบคันเร่งส่งตัวรถเคลื่อนออกจากที่ทำงาน “ไม่เห็นหรอ..ลอยด์ยังใส่ชุดธรรมดามาเลยบางทีไม่มีเวรแต่มีงานที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จ เลยจะเข้างานกี่โมง กลับกี่โมงก็ได้”

            ซันร้อง ‘อ๋อ’ เบาๆเข้าใจได้มากขึ้นว่าบางหน่วยงานของรัฐก็ไม่ได้หยุดเสาร์-อาทิตย์เสมอไปทุกที่

            “แล้วตอนที่คุยกับลอยด์น่ะนอกจากเ๹ื่๪๫คดีเด็กที่มหา’ลัยแล้วได้คุยเ๹ื่๪๫อื่นอีกปล่าว”

            “ก็…ผู้กองลอยด์ถามว่ารู้จักผู้กองแบร์ได้ไงผมก็เลยเล่าให้เค้าฟังครับ”

            หัวใจแบร์หล่นวูบลมหายใจเหมือนไหลไปไม่ทั่วท้องหากซันเล่าถึงเ๹ื่๪๫ของศิษฐ์ให้ลอยด์รู้คงเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่

            “เล่าว่า…”

            ซันมองผู้กองด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ก็เล่าว่าวันนั้นผมไปช่วยคนโดนล้วงกระเป๋าแล้วผู้กองก็เข้ามาช่วยจับขโมยไงครับ”

            “แค่นั้น!?” หัวใจของแบร์ลอยกลับขึ้นที่เดิม

            “ครับ…แค่นั้นแหละ” ซันยิ้มกว้างเพราะเพิ่งเข้าใจที่ผู้กอง๻้๪๫๷า๹ถาม “ผมไม่ได้เล่าเ๹ื่๪๫ซิดนีย์หรอกครับก็ผู้กองเคยบอกให้เก็บเ๹ื่๪๫นี้ไว้อีกอย่างถ้าเล่าไปผู้กองลอยด์คงคิดว่าผมไม่บ้าก็เพี้ยนแน่ๆ”

            เด็กหนุ่มหัวเราะแก้เก้อให้กับเ๱ื่๵๹ทั้งหลายที่เขาได้พบเจอมา


     

            หัวรถมุ่งออกสู่ถนนใหญ่และพุ่งตรงไปอย่างต่อเนื่องไม่ได้เข้าเลนขวาเตรียมยูเทิร์นไปทางร้านอาหารที่ซันทำงานอยู่เขาจึงร้องทักผู้กองที่กำลังบังคับพวงมาลัย

            “ผู้กองครับ…ผู้กองลืมยูเทิร์นไปร้านน่ะครับ”

            แต่แทนที่ผู้กองแบร์จะ๻๠ใ๽เขากลับหันมายิ้มให้ซันอย่างซ่อนนัยยะบางอย่าง

            “ไม่ได้ลืมแต่พี่จะพาไปอีกที่นึงก่อน”

            “แต่ผมต้องไปทำงานนะครับ”นี่ก็เข้าบ่ายสามกว่าแล้วเหลือเวลาอีกไม่ถึง 2ชั่วโมงจะต้องเข้างาน ซันจึงร้อนรนเพราะไม่อยากไปสาย

            “เออ น่า…ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวพี่คุยกับเฮียเมธให้”

            เพราะอย่างนี้ซันจึงต้องนั่งรถไปกับผู้กองแบร์ทั้งที่ไม่ค่อยเต็มใจและยังไม่รู้จุดหมายปลายทาง