พาฝันพยายามจะแทรกตัวเพื่อก้าวขึ้นไปยังชั้นบนแต่ใครบางคนกลับพยายามกั้นไม่ให้เธอทำเช่นนั้นได้
“หลีกไป” เธอตวาดออกไปพร้อมกับแสดงสีหน้าให้เห็นว่าเธอกำลังโกรธ
“นักเรียนที่มาสายจะมาไล่ครูเวรให้ออกไปงั้นรึ ที่สำคัญ เธอลืมไปแล้วหรือว่าฉันคือครูประจำชั้นของเธอ” นาวินไม่ยอมทำตามที่เธอบอก
“มาสายแล้วไง ครูประจำชั้นแล้วไงจะทำอะไรหนูเหรอ ไล่ออกไปเลยสิ”
นาวินพยายามเพ่งมองเด็กคนนี้อย่างพินิจพิจารณาเขากลับพบว่า ลึกๆ แล้วเด็กคนนี้ไม่ได้เป็ไปอย่างที่เธอแสดงออกมาเลย แม้เธอจะพยายามขึ้นเสียงกับเขาแต่น้ำเสียงนั่น มันกลับนุ่มนวลผิดปกติ
“เธอต้องมากับครู”นาวินชี้มือให้พาฝันตามเขาไปที่ห้องพักครู
“ทำไมหนูต้องไปด้วย”
“เพราะถ้าเธอไม่ยอมไปกับครูดีดีบางทีครูอาจจะต้องใช้กำลังกับเธอ”
“ก็ลองดูสิ” พาฝันไม่เชื่อว่านาวินจะพูดจริงเธอพยายามจะวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนอีกครั้ง
แต่ก็ไม่ได้เร็วไปกว่ามือกำยำของนาวินที่เอื้อมไปจับข้อมือเล็กๆ ของเธอไว้ได้
“ปล่อยนะ” พาฝันพยายามจะดิ้นสุดแรงแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของนาวินได้
ถึงตอนนี้นักเรียนเริ่มเข้ามาในอาคารเรียนกันแล้วภาพที่ครูนาวิน จับมือพาฝัน ลากไปยังห้องพักครู ทำเอาทุกคนต้องตะลึง บ้างก็สะใจ บ้างก็ใไม่เว้นแม้แต่ครูหลายคนที่ผ่านมาเห็น ก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นกัน
“ตลาดวายแล้วโว้ย แยกย้าย”เสียงนักเรียนคนหนึ่งะโขึ้น พร้อมกับที่ผู้อำนวยการเดินตรงมาทางที่ทุกคนยืนอยู่เพียงแค่เสี้ยวนาที ทุกคนก็หายวับไปกับตา เหลือเพียงครูวนิดาคนเดียวที่ยังคงยืนอยู่ตรงนี้
“มันเกิดอะไรขึ้นหรือดา”
“ไม่รู้เหมือนกันดามาถึงก็เห็นครูนาวินจูงมือยัยเด็กพาฝันนั่นไปแล้ว”
“อะไรนะ ครูนาวินทำแบบนั้นทำไม”
“ดาก็ไม่รู้เหมือนกันได้ยินเด็กบางคนบอกว่า สองคนนี้ยืนเถียงกันอยู่ตรงบันไดนั่นเื่ที่ยัยนั่นชอบมาสายอะไรนี่แหละ”
“บ้าจริง” ภาสกรสบถพลางเดินจ้ำอ้าวเข้าห้องทำงานไป ปล่อยให้วนิดายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
นาวินทำทีเป็ตรวจการบ้านนักเรียนที่กองอยู่บนโต๊ะแต่สายตาแอบเหลือบมองนักเรียนที่นั่งอยู่ตรงข้าม เขาพยายามสังเกตอาการของเด็กคนนี้แต่ก็ไม่พบว่าเธอจะมีการหวาดกลัวแต่อย่างเด็ก พาฝัน ได้แต่นั่งนิ่งมีบางจังหวะที่เธอยกมือขึ้นมาเขี่ยเล็บเล่น แถมยังแอบถอนหายใจอยู่เป็ระยะ
ทั้งสองนั่งกันอยู่แบบนั้นโดยไม่มีใครเอ่ยอะไรเหมือนพวกเขากำลังเล่นาจิตวิทยากันอยู่ โดยมีสายตาของครูคนอื่นๆเฝ้ามองเป็ผู้ชมที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวชนิดไม่อยากให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว
จนกระทั่งเสียงออดบอกคาบแรกดังขึ้นครูทุกคนจึงทยอยกันออกจากห้องไปจนหมด เหลือเพียงนาวินกับพาฝันเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่
นาวินเงยหน้าขึ้นมา กลับพบว่าพาฝันกำลังจ้องมองเขาอยู่แล้ว ทั้งสองสบตากัน จนนาวินรู้สึกได้ว่าใจของเขาสั่นไม่เป็ปกติ เหมือนมีอะไรบางอย่างสะกิดให้เขารู้สึก
“ถ้าคิดจะเรียกหนูมานั่งแข่งจ้องตาแบบนี้หนูขอตัวก่อนดีกว่า” พาฝันทำลายความเงียบลง พลางทำท่าจะลุกขึ้นจากเก้าอี้
“นั่งลงก่อน” นาวินตอบกลับไปด้วยน้ำเรียงราบเรียบ “เธอจะไปไหนไม่ได้ จนกว่าจะบอกครูมาว่าทำไมเธอถึงมาสายทุกวัน”
“หนูมาสายแล้วไงค่ะฝ่ายปกครองไม่เห็นมีใครว่าหนูเลย ครูก็แค่ครูประจำชั้นมาใหม่ คิดจะทำอะไรหนู”
“ครูจะไม่ทำอะไรเธอหรอก แต่ในฐานะครูประจำชั้นของเธอครูมีหน้าที่ดูแลเธอ”
“มีคนอีกสามสิบกว่าคนให้ครูคอยดูแลจะมาสนใจหนูทำไม”
“ก็ทั้งห้องมันมีแต่เธอคนเดียวเท่านั้นที่มีปัญหานี่เธอยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ” นาวินเริ่มเหลืออดกับท่าทีของพาฝัน
พาฝันไม่ตอบ แต่กลับเปิดกระเป๋าที่เหมือนจะไม่มีสมุดหรือหนังสืออะไรสักอย่าง เธอล้วงมือลงไปหยิบสมุดเล่มเล็กๆออกมาพร้อมกับยื่นให้นาวิน
นาวินเปิดดูข้างในเขาอ่านมันสลับไปกับหันไปสบตากับพาฝันเป็ระยะๆ ก่อนที่วางลงบนโต๊ะ
“นี่เธอกำลังจะบอกว่า เกรดเฉลี่ย3.8 มันคือใบอนุญาตที่เธอจะทำอะไรก็ได้เช่นนั้นหรือ”
“หนูแค่อยากจะบอก ถึงหนูจะไม่เข้าแถวถึงหนูจะหลับบ้างในบางวิชา ถึงหนูจะดูเหมือนเด็กมีปัญหา แต่หนูก็รู้ดีว่าหนูกำลังทำอะไรอยู่” พาฝันหยิบสมุดพกใส่กลับเข้าไปในกระเป๋า พร้อมกับลุกจากเก้าอี้โดยไม่ลืมที่จะหันมาส่งยิ้มให้กับนาวินเป็การส่งท้าย ก่อนก้าวออกจากห้องไป
นาวินนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางใช้ความคิดอย่างหนัก เด็กคนนี้มันยังไงกันแน่ มันไม่สำคัญหรอกว่าเธอจะได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ แต่ท่าทีของเธอ มันแปลกมากๆเด็กคนนี้ดูเหมือนผ่านอะไรมาเยอะ แต่พอสังเกตดูให้ดี กลับพบความอ่อนแออยู่ข้างในยิ่งตอนที่เขาสบตากัน มันคืออะไรกันแน่ ทำไมใจของเขาถึงได้สั่นขนาดนั้น
นั่งคิดอะไรอยู่เพลินๆพลันก็มีเสียงตามสายดังขึ้น
“ขออภัยครูผู้สอนทุกท่านขอเชิญคุณครูนาวิน ไปพบท่านผู้อำนวยการเดี๋ยวนี้”
นาวินเดินเกาหัวแกรกๆออกจากห้องไปพลางสถบกับตัวเอง “ได้ฟังเทศน์อีกแล้วกู”
........................................
วันนั้นทั้งวันนาวินแทบจะไม่มีสมาธิในการทำงานเลย เขาออกจากห้องผู้อำนวยการมาในสภาพที่มืดแปดด้านเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้อำนวยการพูดอะไรบ้าง ทั้งๆ ที่เขานั่งฟังอย่างตั้งใจตลอด แต่ระยะเวลาเกือบชั่วโมงที่เขานั่งอยู่นั้นเขาจับใจความอะไรไม่ได้เลย
มีสิ่งเดียวที่เขาพอจะจดจำได้ก็คือคำขอจากผู้อำนวยการ ที่ขอให้เขาเลิกยุ่งกับเด็กคนนั้นไปซะ
แต่เมื่อเขาถามหาเหตุผลกลับไม่มีคำตอบจากผู้อำนวยการ มีเพียงน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์มากนักที่แสดงตอบโต้กลับมาให้เขาเลิกคิดที่จะไปยุ่งกับพาฝันอีกเพราะเหตุการณ์นี้ ทำให้เขาจิตใจไม่สงบอยู่ตลอดทั้งวัน
แต่คนอย่างนาวินก็ใช่ว่าจะคล้อยตามใครง่ายๆยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
นาวินตัดสินใจแล้วว่าวันนี้เขาคงจะต้องลงมือทำบางสิ่งบางอย่างเสียแล้ว
ทันทีที่สัญญาณหมดคาบสุดท้ายดังขึ้น นาวินรีบเก็บของออกไปจากห้องพักครูทันที
“อ้าว ครูนาวินทำไมวันนี้รีบกลับบ้านจัง” เสียงทักทายดังมาจากด้านหลัง
“ไม่มีอะไรหรอกครับผมแค่อยากจะส่งนักเรียนที่หน้าประตู” นาวินตอบกลับไป
“วันนี้ไม่ใช่เวรครูนาวินซะหน่อยจะไปยืนทำไม” ครูอีกคนพูดแทรกขึ้นมา
“นั่นแหละครับ วันก่อนเวรผม ผมลืมวันนี้ก็เลยกะว่าจะไปชดเชยซะหน่อย ผมขอตัวก่อนนะครับ” นาวินกล่าวลา แล้วรีบเดินจากมาก่อนจะโดนถามมากไปกว่านี้
นาวินรีบเดินมาที่หน้าประตูโรงเรียนเขาเห็นครู 2-3 คนยืนทำหน้าที่อยู่แล้ว เขาทำเพียงแกล้งไปยืนอยู่ข้างๆโดยไม่พูดไม่จา ท่ามกลางความแปลกใจของครูเวรคนอื่นๆ
นักเรียนคนแล้วคนเล่าเดินผ่านไปจนเหลือนักเรียนอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่า คนที่นาวินกำลังเฝ้ารอยังไม่มา
“ครูเวรจะยืนอยู่จนกี่โมงครับเนี่ย” นาวินเอ่ยถามขึ้น พร้อมๆกับรอยยิ้มของครูคนอื่นๆ ที่มองมาด้วยความขบขัน
“มันไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนหรอก” เสียงครูคนหนึ่งตอบกลับมา “ก็เหมือนตอนเช้านั่นแหละ”
ได้ฟังคำตอบแบบนี้ทำเอานาวินยืนทำหน้างงอยู่พักใหญ่
ไม่นานหลังจากนั้น ครูเวรคนอื่นๆก็พากันเดินแยกย้ายกันไป
“อ้าว นี่เลิกกันแล้วเหรอ” นาวินถามอีกครั้งด้วยความสงสัย
“อือ” ครูคนเดิมตอบกลับมาพร้อมกับส่งสายตาไปในโรงเรียน เพื่อให้นาวินมองตาม
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่ประตู
“พาฝัน” นาวินเอ่ยเบาๆ กับตัวเอง
“ใช่” ใครสักคนตอบกลับมา “มันก็เหมือนกับตอนเช้านั่นแหละทันที่เธอปรากฏตัว ทุกอย่างก็จบ แยกย้าย”
“นี่มันอะไรกัน” นาวินไม่ค่อยพอใจกับคำตอบนัก
“เราก็ไม่รู้จะทำยังไงดีเมื่อเช้าครูนาวินก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ เราก็ทำแบบนี้กันมานานแล้วไม่รู้นะว่าใครเป็คนริเริ่ม เพียงแต่มีคนบอกว่าผู้อำนวยการก็เห็นดีเห็นงามด้วยมันก็แค่นั้น ครูนาวินเพิ่งมาใหม่ อย่างเพิ่งใไป ที่นี่มีอะไรที่แปลกๆอีกเยอะ”
ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปพร้อมทิ้งให้นาวินยืนงงอยู่คนเดียว เป็เวลาเดียวกันที่พาฝันเดินมาถึงพอดี
นักเรียนคนนี้ไม่แม้แต่จะหันมาสวัสดีครูเหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆเธอก้าวเท้าออกจากโรงเรียนไปโดยไม่สนใจว่าใครจะยืนอยู่ตรงประตู เพราะเหตุนี้สินะทุกคนถึงได้เอือมระอากับเด็กคนนี้
“พาฝัน” นาวินะโเรียกออกไป เด็กสาวหยุดชะงักเหมือนไม่ค่อยมั่นใจนักว่า สิ่งที่เธอได้ยิน เพราะเธอหูฝาดไปเองหรือเปล่า
นาวินเดินไปหาเด็กสาวที่กำลังยืนลังเลอยู่ว่าจะหยุดอยู่ตรงนั้น หรือจะเดินต่อไป
“เธอไม่เห็นเหรอว่าครูยืนอยู่” นาวินถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก
ไม่มีคำตอบกลับมาเด็กสาวได้แต่ยืนนิ่ง ก่อนที่จะก้าวเท้าออกไป
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” นาวินะโสั่ง และก็ได้ผล เด็กสาวหยุดชะงักในทันที
“ครูว่าเราคงมีเื่จะต้องคุยกันหน่อยนะ” นาวินพยายามใช้น้ำเสียงที่เรียบที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความโกรธที่มีต่อเด็กคนนี้
“ตอนนี้เลิกเรียนแล้วนะค่ะ มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้เถอะ” เป็ครั้งแรกที่นาวินได้ยินเสียงเด็กคนนี้ตอบกลับมาน้ำเสียงที่ดูขัดขืนเล็กน้อย แต่มีบางอย่างแฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น
“ไม่เป็ไร ครูมีเวลาเยอะแยะ”
“แต่หนูไม่มีเวลา”
“บางที ถ้าเธอรีบกลับบ้านเราเดินไปคุยไปก็ได้นะ” นาวินเสนอ
พาฝันค่อยๆหันหน้ามาเผชิญกับนาวิน เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นหน้าเด็กคนนี้ชัดๆ
ดวงตากลมโตที่แฝงไว้ด้วยความเศร้าดวงนั้น ช่างตัดกับจมูกเล็กๆ และริมฝีปากที่อวบอิ่มของหล่อนเมื่อมันอยู่บนใบหน้ากลมโต ผิวขาวอมชมพู และผมยาวประบ่าที่ไม่ได้ผูกไว้มันทำให้นาวินใจเต้นระทึกไปเหมือนกัน
‘สวยเหมือนกันแฮ่ะ’ นาวินได้แต่คิดในใจก่อนที่เขาจะสลัดความคิดบ้าๆ ออกจากหัว
“ครูเดินไปส่งนะ”
“ไม่จำเป็” เด็กสาวปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะพยายามเดินจากไปแต่นาวินเดินไปขวางเอาไว้ก่อน
“จำเป็สิ บอกแล้วว่าเรามีเื่ต้องคุยกัน”
“มีอะไรเราค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะค่ะ”
“ครูอยากคุยกับเธอตอนนี้เดี๋ยวนี้”
“เื่สำคัญอะไรกันวันนี้หนูทำอะไรผิดอย่างงั้นเหรอ”
นาวินนิ่งไปนิดนึงก่อนจะตอบกลับไป“ไม่มี”
“แล้วทำไมครูจะต้องมาขวางหนูไว้ด้วย”
“เพราะครูอยากรู้เื่ของเธอ” นาวินสารภาพ
“จะจีบหนูเหรอ” เด็กสาวเบ้ปากพูดออกมา ทำเอานาวินต้องรีบออกตัว
“เปล่าๆ ไม่ใช่แบบนั้นก็แค่คิดว่า เราต้องคุยกัน”
เด็กสาวหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
“ครูค่ะ หนูเข้าใจว่าครูเพิ่งจะมาใหม่และอยากจะรู้จักกับนักเรียน แต่สำหรับหนู ครูไม่ต้องมาสนใจหรอก ทำเหมือนคนอื่นๆที่ครูเห็นเถอะค่ะ”
“เพราะแบบนี้แหละที่ทำให้ครูถึงต้องคุยกับเธอ”
“ถ้าอยากอยู่ที่นี่นานๆก็ไม่ต้องสนใจหนูหรอกค่ะ เชื่อหนูเถอะ แล้วอย่าตามหนูมาอีก ไม่งั้นหนูจะโทรแจ้งตำรวจถ้าไม่เชื่อก็ลองดู” ท่าทีที่จริงจังของเด็กสาวทำให้นาวินหยุดชะงักเขาได้แต่ยืนมองเด็กสาวเดินจากไป โดยไม่มีสิทธิทำอะไรได้เลย
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาวินเพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขาสักเท่าไหร่และนาวินก็มีแผนสองเตรียมไว้แล้ว