บทที่ 51 ตระกูลหานล้มละลาย
“นั่นไม่ใช่จวีซือหนานจากแผนกออกแบบหรอกเหรอ”
“ใช่ เธอนั่นแหละ กงเจ๋ออวี้ก็เอ็นดูเธอมากเกินไปแล้ว ทุกวันนี้เริ่มขับรถไปรับไปส่งเธอแล้วเหรอ”
“ถ้าเธอมีหน้าตาสวย ๆ แบบนั้น เธอก็ทำได้เหมือนกันนั่นแหละ”
คำพูดเสียดสีจากคนรอบข้างเข้าหูของจวีซือหนานทีละประโยค เธอยังคงทำหน้านิ่งเฉย ไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา
เมื่อเข้าไปในแผนกออกแบบ จวีซือหนานก็ได้ยินใครบางคนพูดว่า “พระเจ้า! ตระกูลหานล้มละลายในชั่วข้ามคืนเลยเหรอเนี่ย”
จวีซือหนานเดินเข้าไปแทรกด้วยความสงสัยเล็กน้อย “ตระกูลหานเหรอ หานไหน?”
หญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งหันมามองจวีซือหนาน แล้วตอบว่า “เธอไม่ได้ดูข่าวเหรอ ก็ตระกูลหานแฟนเก่าของเธอไง พวกเขาประกาศล้มละลายแล้วนะ”
ใบหน้าของจวีซือหนานแสดงความตกใจออกมาเล็กน้อย “เกิดขึ้นเมื่อไหร่”
“ประมาณสิบนาทีที่แล้ว”
สิบนาทีที่แล้ว... จวีซือหนานขมวดคิ้วแน่น นอกจากกงเจ๋ออวี้แล้ว คงไม่มีใครที่มีความสามารถทำให้ตระกูลหานประกาศล้มละลายได้รวดเร็วขนาดนี้
เป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนนี้หรือเปล่านะ
จวีซือหนานส่ายหัว แล้วคิดว่าความสัมพันธ์ของเธอกับกงเจ๋ออวี้เป็นเรื่องโกหก เขาไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เพื่อเธอหรอก
ขณะที่กำลังเหม่อลอย จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งถามขึ้นที่ข้างหู
“ซือหนาน หานเกาอี้ไม่ใช่แฟนเก่าของเธอหรอกเหรอ เธอรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไปแล้ว...”
“ใช่แล้ว ตอนนี้ตระกูลหานติดหนี้เป็นกองเลยนะ หานเกาอี้ก็หายตัวไปด้วย และตอนนี้ยังหาตัวไม่เจอ ได้ยินว่าหน้าบ้านเขาถูกตำรวจปิดล้อมเลยนะ เธอรู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“หานเกาอี้ หมอนั่นไปทำอะไรให้เทพเจ้าโกรธเคืองหรือไง ถึงได้ประกาศล้มละลายได้ง่าย ๆ ขนาดนี้...”
เสียงซุบซิบจากคนรอบข้างเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จวีซือหนานนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเห็นใจเขาอีกต่อไป เธอมองไปรอบ ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันไม่รู้อะไรเลย เรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับฉัน”
พูดจบ จวีซือหนานก็ดึงเก้าอี้ออก แล้วนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง จากนั้นก็หยิบแบบร่างขึ้นมาในทันที
เพื่อนร่วมงานเห็นท่าทีเย็นชาของจวีซือหนานก็ไม่ถามอะไรต่อ แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง สักพักก็เห็นจวีซือเฝยเดินเข้ามาอย่างไร้เรี่ยวแรง และตาทั้งสองข้างบวมแดง
คนที่เอ่ยถึงตระกูลหานต่างพากันเข้ามาล้อมรอบด้วยความสงสัย
“ซือเฝย เธอไม่เป็นไรนะ เข้ามานั่งเร็ว ๆ สิ ตาเธอบวมมากเลย”
“พวกเราเห็นข่าวแล้ว ซือเฝย เราเป็นห่วงเธอนะ”
“แล้วเธอรู้ไหมว่า ตอนนี้หานเกาอี้อยู่ที่ไหน”
“ซือเฝย อย่าเสียใจนะ...”
จวีซือเฝยมีน้ำตาคลอเบ้า ยกมือขึ้นเช็ดที่หางตาอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหัวพร้อมกับเอ่ยเสียงอ่อนโยน
“ตอนนี้ฉันก็ติดต่อเขาไม่ได้เลยค่ะ ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะคะ...”
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งตบไหล่จวีซือเฝยเพื่อปลอบใจ “ซือเฝย อย่าร้องไห้เลย หานเกาอี้อาจจะกำลังหาทางแก้ไขอยู่ก็ได้ อย่าร้องไห้จนสุขภาพแย่ลงนะ”
ได้ยินทุกคนเข้าข้างตัวเองแบบนี้ จวีซือเฝยยิ่งแสร้งทำท่าทางเหม่อลอย พร้อมกับเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะ พวกคุณไปทำงานกันเถอะค่ะ ฉันทำให้ทุกคนเสียเวลาไปเพราะเรื่องของตัวเองแท้ ๆ”
“งั้นเธอพักผ่อนก่อนนะ มีอะไรเรียกพวกเราได้ตลอดเลย”
“เพื่อนร่วมงานพูดพลางส่งกระดาษทิชชูให้เธอ”
“ได้ค่ะ”
จวีซือเฝยรับกระดาษทิชชูมา แล้วหันหลังกลับไปลอบมองจวีซือหนาน
หญิงสาวกำหมัดแน่นข้างเก้าอี้ จวีซือหนานช่างโหดร้ายเหลือเกิน! ถึงกับทำแบบนี้กับหานเกาอี้ได้ลงคอ รอให้เธอได้เป็นเจ้าสาวตระกูลกงก่อนเถอะ จะต้องทำให้พี่สาวสุดที่รักตายอย่างทรมานยิ่งกว่านี้อีก
ตอนบ่าย…
หวางเอ๋อร์ เลขาของกงเจ๋ออวี้ปรากฏตัวขึ้นที่แผนกออกแบบอย่างกะทันหัน ในอ้อมแขนของเขายังถือช่อกุหลาบแชมเปญขนาดใหญ่มาด้วย
หวางเอ๋อร์อุ้มช่อดอกไม้เดินมาถึงทางเข้าแผนกออกแบบ ในทันใดนั้นก็ดึงดูดสายตาของพนักงานหญิงทุกคนได้อย่างไม่ต้องสงสัย จากนั้น ผู้คนก็เริ่มซุบซิบนินทากันขึ้นมา