ตอนที่ 30
ภายในเรือนกระจกอันสว่างไสวมีกลุ่มขนนกสีขาวอันบริสุทธิ์ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ท่ามกลางมวลดอกไม้สีอ่อนอันวิจิตร ชายหนุ่มเ้าของเส้นผมสีทองสว่างในชุดลำลองสีขาวกำลังอ่านหนังสืออยู่บนม้านั่งพลางจิบชาสำหรับ่เย็นไปด้วย
ฝ่ามือสีขาวสว่างที่กำลังพลิกหน้าบันทึกเส้นทางดวงดาวพลันหยุดชะงักลง
…เขาไม่อาจััได้ถึงการคงอยู่ของคนสำคัญได้อีกต่อไป
“คุณแม่…หายไปแล้ว?” ดวงตาสีฟ้าคู่งามสั่นไหว เฉกเช่นเดียวกับสุ้มเสียงอันขาดห้วง
มาร์แชลเงยหน้าขึ้นมามองทิวทัศน์อันบริสุทธิ์ท่ามกลางกลุ่มเมฆสีขาวสะอาดของแดน์ผ่านกระจก อึดใจต่อมาเขาจึงค่อยๆ หลับตาลง ขณะที่ไหล่ทั้งสองข้างสั่นเทาท่ามกลางความสงบนิ่งอันงดงามของมวลดอกไม้นานาพันธ์ุภายในเรือนกระจกอันงดงาม
แรงสั่นะเืภายในโถงหินสิ้นสุดลง เฉกเช่นเดียวกับความตายของเพอร์เทอร์บาทอร์ ซาตานแห่งความปั่นป่วนซึ่งดับสลายอยู่ที่มิติกึ่งกลาง
ผู้ปกครองแดนทั้งสามรับรู้ถึงความตายของมันได้ในทันที ด้วยเหตุนี้เองในนาทีถัดมาพวกเขาจึงค่อยๆ ปลดผนึกห้องโถงตัดสินชะตาให้สามารถกลับมาทำงานได้ดังเดิม
“ดูเหมือนว่าจะจบแล้ว” เดอล์เมสเอ่ยเสียงขรึมพลางถอนไอพลังทั้งหมดออกจากประตูที่เชื่อมกับแดนนรก
“...ใช่” เซซีลเลียสหลุบตาลงมองฝ่ามือที่เต็มไปด้วยไอพลังสีเทาอันศักดิ์สิทธิ์ของเธอ แล้วขานรับด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้งที่ยากจะบรรยาย
มิคาเอลถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วก้าวไปหยุดอยู่ข้างกายของเซซีลเลียสด้วยท่วงท่าอันสง่างาม
“ไม่รู้จะปลอบใจเธอยังไง เอาเป็ว่าดินแดนน่ะสร้างใหม่เมื่อไหร่ก็ได้เซซีลเลียส แต่เส้นทางิญญาจะเสียสมดุลไม่ได้” ฝ่ามือสีขาวสว่างอันบริสุทธิ์เคลื่อนไปััไหล่ของเซซีลเลียสอย่างแ่เบาเป็การให้กำลังใจ
ความห่วงใยของเพื่อนเก่า ทำให้เซซีลเลียสหลุบตาลง อึดใจต่อมาเธอจึงขานรับคำปลอบใจของมิคาเอลเสียงเบา
“ฉันรู้…”
ภายในห้องผู้ป่วยอันหรูหราของโรงพยาบาลระดับแนวหน้าของประเทศ แม้ว่าอุณหภูมิภายในห้องจะถูกปรับให้เหมาะกับการพักฟื้นผู้ป่วยขั้นวิกฤติ ทว่าร่างอันน่าเวทนาของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงพลันมีเหงื่อผุดขึ้นมาโทรมกายจนชุ่มไปหมด เปลือกตาสีซีดขยับไปมาอย่างรุนแรง เฉกเช่นเดียวกับหัวใจของเขาที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
เฮือก!
เปลือกตาสีซีดพลันแยกออกจากกัน เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังราวกับ พึ่งหลุดจากความฝันอันเลวร้าย
“ไม่!!!” ร่างที่เต็มไปด้วยสายพดุงชีพซึ่งพันระโยงระยางอยู่บนเตียงคำรามสุดเสียง ทว่าด้วยร่างกายอันเปราะบางของเขา เสียงคำรามอย่างสุดพลังของชายหนุ่มจึงแ่เบาราวกับเสียงกระซิบ
ดวงตาอันสิ้นหวังที่คลอไปด้วยของเหลวใสพลันเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากมิติกึ่งกลาง เช่นเดียวกับร่างของเขาที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยอันนุ่มนิ่ม
ชั่วเวลานั้นแซ็กตระหนักว่า เขาได้กลับมาที่โลกคนเป็แล้ว
หยาดน้ำตาของชายหนุ่มไหลรินออกมาราวกับเขื่อนแตก ขณะที่ใจของเขาอัดแน่นไปด้วยความเ็ปอันสุดแสนจะทรมานจนแซ็กอยากจะคว้านมันออกมา
…บางทีเขาอาจจะไม่ต้องคว้านมันออกมา เพราะมันได้แหลกสลายไปพร้อมกับดวงจิตของอีวานแล้ว
“หมอครับคนไข้ฟื้นแล้ว!” บุรุษพยาบาลที่ติดตามคุณหมอมาดูอาการของผู้ป่วยวีไอพี หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดเล็กสิ้นสุดลงเมื่อไม่กี่นาทีก่อนพลันสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวบนเตียงผู้ป่วยจึงรีบหันไปบอกคุณหมอทันที
สุ้มเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดีของบุรุษพยาบาลทำให้คุณหมอวัยกลางคนเ้าของเคสที่กำลังจดบันทึกอาการของผู้ป่วยอยู่ก็รีบวางมือจากเอกสารแล้วพุ่งไปที่เตียงทันที
ทันทีที่ได้ยินเสียงของลูกชาย จอร์จ เคร์ยตัน ที่ยังใจเสียกับเหตุแผ่นดินไหวอยู่ซึ่งในตอนนี้กำลังทำใจอ่านนิตยสารอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลอันเงาวับก็รีบวางนิตยสารสุขภาพในมือลง แล้วมุ่งไปที่เตียงด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี
สุดท้ายการรอคอยอันยาวนานของเขากับอเล็กซ์ก็สิ้นสุดลงเสียที…
…ในที่สุดเ้าลูกชายของเขาก็ฟื้นแล้ว!
“ลูกพ่อ ในที่สุดแกก็ฟื้นสักที!” จอร์จเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันสั่นเทา ขณะที่ดวงตาของเขาเริ่มมีของเหลวสีใสเอ่อคลออยู่
ชั่วเวลานี้สิ่งเดียวที่จอร์จอยากทำมากที่สุดก็คือการกอดลูกชายคนโตเอาไว้แน่นๆ เพื่อบอกว่า เขาคิดถึงลูกมากแค่ไหน
“ใจเย็นๆ ครับคุณเคร์ยตัน” บุรุษพยาบาลรีบฉุดร่างของ จอร์จ เคร์ยตัน เอาไว้ เพื่อให้คุณหมอได้ตรวจชายหนุ่มได้สะดวก ทั้งยังป้องกันไม่ให้ร่างกายอันเปราะบางของผู้ป่วยได้รับาเ็จากการถูกรัดด้วย
ขณะที่คุณหมอหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องตา แซ็กพลันนึกถึงเ้าของดวงตาสีฟ้าสว่างคู่นั้นที่มองเขาอย่างอ่อนโยนเมื่อชั่วอึดใจก่อน
“แล้ว…อีวานล่ะ?” แซ็กเอ่ยถามเสียงเครือด้วยความเหม่อลอย สุ้มเสียงของเขาไร้เรี่ยวแรงและอิดโรยจากการพึ่งพาเครื่องพดุงชีพมาเป็เวลานานหลายปี
…ภายในห้วงความคิดของเขายังคงวนภาพความทรงจำสุดท้ายของอีวานซ้ำไปซ้ำมา
ท่ามกลางความโศกเศร้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังซึ่งอัดแน่นอยู่ภายในห้วงความรู้สึกของแซ็ก โลกข้างนอกยังคงหมุนต่อไปราวกับมันไม่มีที่ว่างให้เขา คุณหมอยังคงตรวจร่างกายอันน่าสังเวชของเขาอย่างละเอียดด้วยใบหน้าอันเคร่งเครียด ขณะที่ผู้เป็พ่อเปลี่ยนมายืนอยู่ข้างเตียงของลูกชายด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีอย่างสุดหัวใจ
แซ็กมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาอันว่างเปล่า แม้ว่าจมูกของเขาจะยังได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอโรม่าอันหรูหราของห้องพักวีไอพีที่เขาเกลียดก็ตาม
คุณหมอก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับบันทึกผู้ป่วย เขามองชายหนุ่มที่กำลังนอนเหม่ออยู่บนเตียงด้วยสายตาอันสุขุม จากนั้นจึงเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงแล้วหยิบปากขึ้นมาบันทึกอาการผู้ป่วยใน่เช้าอันเป็กิจวัตรประจำวัน
“คุณต้องค่อยๆ ปรับตัวนะครับ อย่าพึ่งกดดันตัวเอง” คุณหมอเอ่ยปลอบเสียงขรึมตามประสาคนที่ปลอบใจผู้ป่วยไม่ค่อยเก่ง ขณะที่มือก็จดบันทึกอาการคร่าวๆ ไปด้วย
อาจเป็เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ั้แ่ฟื้นจากการหลับใหลอันยาวนานกว่าเก้าปีชายหนุ่มก็เอาแต่เหม่อลอย คุณหมอจึงเข้าใจว่า เขากำลังเศร้าเพราะนึกเสียดาย่เวลาดีๆ ที่หลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย ขณะที่คนอื่นๆ ในวัยเดียวกันได้ใช้เวลาเ่าั้อย่างคุ้มค่ากระมัง
“...” แซ็กเหม่อมองท้องฟ้าสีหม่นเงียบๆ โดยไม่คิดที่จะขานรับอะไร สำหรับเขาแล้วการทอดสายตามองท้องฟ้าพลางคิดถึงใครบางคนที่ไม่มีวันหวนกลับมา มันช่วยให้ความเ็ปของเขาสงบลงได้บ้าง
ท่าทีของชายหนุ่มทำให้คุณหมอต้องถอนหายใจออกมา เขาหันไปสบตากับชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มอีกคนซึ่งเป็น้องชายของผู้ป่วยที่นั่งปอกส้มอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยความรู้สึกเวทนา
“ผมรู้ว่า มันทำใจลำบากที่ต้องเสียเวลาหลายปีไปเปล่าๆ แต่การที่คุณยังอยู่ต่างหากคือสิ่งที่ดีที่สุด” คุณหมอมองผู้ป่วยของเขาด้วยความสงสาร จึงอดที่จะเอ่ยให้กำลังใจอีกสองสามคำไม่ได้
ไอแซ็ก เคร์ยตัน คือชายหนุ่มที่โชคดีมาก ไม่เหมือนกับผู้ป่วยอีกหลายคนของเขาที่ยังนอนเป็ผักอยู่จวบจนถึงตอนนี้ ขณะที่บางคนอาการทรุดลงจนต้องจากโลกไป
“คุณหมอพูดถูกนะพี่ ผมดีใจที่พี่ฟื้นกลับมา” อเล็กซ์วางส้มในมือลง เขาเอ่ยพลางก้าวไปจับมือแซ็กเอาไว้แน่นพร้อมทั้งคลี่ยิ้มกว้างอันสว่างสดใสให้ผู้เป็พี่ชาย
ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอเล็กซ์ไม่สามารถส่งผ่านไออุ่นไปยังหัวใจอันเย็นเฉียบที่ตายไปแล้วของแซ็กได้เลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าจืดๆ อันเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของน้องชายนิ่งๆ แล้วหลุบตาลงมองผ้าห่มสีขาวสะอาดที่คลุมอยู่บนตัวเงียบๆ
…ถ้าไม่มีอีวาน เขาก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไม
สายลมอันเย็นสบายใน่ต้นฤดูใบไม้ผลิพัดพากลีบดอกไม้สีขาวอันงดงามให้ลอยละล่องไปตามอากาศ ขณะที่ใบไม้สีเขียวอ่อนพัดไหวไปตามกระแสลมท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆ ใน่เช้าของวันที่ส่องผ่านหมู่แมกไม้ลงมากระทบกับป้ายหินสีเทาซึ่งมีฝุ่นเกาะอยู่เล็กน้อย
ท่ามกลางป้ายหลุมศพมากมายในสุสานประจำเมือง รองเท้าหนังชั้นดีสีน้ำตาลอันเงาวับก้าวไปหยุดที่ป้ายหลุมศพซึ่งมีฝุ่นเกาะ
ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทราคาแพงหยุดอยู่เบื้องหน้าป้ายหลุมศพ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหลุบมองชื่อที่สลักบนป้ายหินด้วยดวงตาอันสั่นไหว
แซ็กสูดหายใจเข้าเล็กน้อยเพื่อระงับความเศร้าที่ฝังลึกอยู่ในอก จากนั้นจึงย่อตัวลงแล้ววางดอกไม้ช่อสีขาวอันหรูหราไว้หน้าป้ายหลุมศพท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่นที่ทอดผ่านแมกไม้ลงมายังป้ายหลุมศพ
หลายเดือนมานี้ตาแก่ให้เขาเข้าโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพอย่างเร่งด่วน บวกกับเ้าน้องชายที่ตามตื๊อให้กินยาบำรุงทุกวัน จึงทำให้ร่างกายของแซ็กฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
ออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่ถึงสามเดือนร่างกายของเขาก็กลับมาสมบูรณ์แข็งแรง
…ทว่าภายในกลับยังคงแตกสลายเหมือนกับอึดใจแรกที่พึ่งฟื้น