บทที่ 13 ความโลภของตระกูลหวัง
บทที่ 13 ความโลภของตระกูลหวังถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างมั่งคั่งในหมู่บ้านขณะนี้ ยายเฒ่าหวังหลิวกับตาเฒ่าหวังพักผ่อนอยู่ในเรือนหลัก ยายเฒ่าหวังหลิวอายุห้าสิบกว่าปีผมเริ่มหงอกขาว ถูกหวีจัดทรงอย่างเรียบร้อยด้วยน้ำมันทาผม นางกำลังนั่งเย็บพื้นรองเท้าไปเรื่อย ๆ ภายใต้แสงตะเกียงยายเฒ่าหวังหลิวเอ่ยขึ้นว่า "ตาเฒ่า ข้าได้ยินว่านังตัวซวยนั่นกับต้าเป่าเข้าไปล่าหมาป่าในป่ามาได้ ผู้หญิงคนเดียวจะล่าหมาป่าได้ยังไงกัน ข้าว่านางต้องไปสมคบคิดกับชายชู้ที่ไหนสักคนแน่ ๆ ชายชู้คงเป็นคนช่วยล่าให้ล่ะสิ!""ใคร ๆ ก็บอกว่านางหนีตามพวกนักเลงหัวไม้ไป ข้าว่าก็คงใช่จริง ๆ ช่างไร้ยางอายเสียจริง หากไม่ใช่เพราะแยกบ้านพวกนางออกไป ข้าอยากจะบุกไปตบหน้ามันสักสองสามทีนัก นังผู้หญิงไร้ยางอายใจง่ายเหลือเกิน!"ตาเฒ่าหวังสูบยาเส้นใบใหญ่ใต้แสงไฟ "อย่าไปฟังเรื่องที่ไม่มีมูลพวกนั้นเลย ไม่ใช่ว่านางไม่ได้หนีไปหรอกหรือ"ยายเฒ่าหวังหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉาริษยาอีกว่า "น่าสงสารเจ้าห้าของพวกเรา ไม่รู้ตอนนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่นังเจียงซื่อกลับสบายดี ไปยั่วยวนชายชู้ไม่รู้กี่คนจนเจ้าห้าถูกสวมเขาจนเขียวปึ๊ดไปหมดแล้ว อีกอย่างที่เกินไปที่สุดคือ พวกนางปิดบ้านกินเนื้อหมาป่ากันเอง แถมยังส่งเนื้อให้ป้าหลูและคนอื่น ๆ คนละสองจิน แต่กลับไม่ส่งมาให้พวกเราสองตายายเพื่อแสดงความกตัญญูบ้าง ต่อให้เจ้าห้าตายไปนางก็ต้องกตัญญูต่อพวกเราแทนไม่ใช่หรือ พวกเรากลายเป็นยิ่งกว่าคนนอกไปแล้วหรือไง ขนาดคนนอกยังได้เนื้อสองจินเลย"ตาเฒ่าหวังไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่สูบยาเส้นดัง ฟู่ว ฟู่ว"แล้วยังมีเจ้าหัวหน้าหมู่บ้านตาแก่นั่นอีก ถึงกับจัดสรรบ้านดินเก่าของบ้านซิ่วไฉให้พวกนางอยู่ ตาเฒ่า ท่านไม่รู้หรอกว่าบ้านหลังนั้นมีคนอยากได้ตั้งเท่าไหร่ แม้จะเก่าไปบ้าง แต่เคยมีคนสอบได้เป็นซิ่วไฉ บ้านไหนมีลูกหลานใครบ้างไม่อยากเข้าไปอยู่เพื่อรับโชคลาภสิริมงคลกันเล่า""แค่ต้าเป่า เอ้อร์เป่า แล้วก็นังใบ้ตัวน้อยเข้าไปอยู่จะมีประโยชน์อะไร หากเป็นเจ้าสอง เจ้าสาม ซื่อหลาง หรืออู่หลางของบ้านเราได้เข้าไปอยู่ บางทีอาจจะสอบเป็นซิ่วไฉกลับมาให้บ้านเราก็ได้ นังเจียงซื่อนี่ช่างไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย! ไม่รู้จักยกบ้านให้เจ้าสองและคนอื่น ๆ ของบ้านเราอยู่ ให้เด็กไม่มีพ่อสามคนนั้นเข้าไปอยู่ ก็ยังเป็นพวกชั้นต่ำเหมือนเดิม พวกเขาจะสอบได้เป็นซิ่วไฉหรือ เสียดายบ้านดี ๆ จริง ๆ"คำพูดนี้สะกิดใจตาเฒ่าหวังเข้าอย่างจัง "บางทีอาจจะลองเจรจากับนางดู วันนี้เรื่องบ้านมีคนจำนวนมากไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน"เขายังคงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้หลานชายในบ้านสอบได้ตำแหน่งทางราชการยายเฒ่าหวังหลิวกล่าวต่อ "ตกลง พรุ่งนี้ข้าจะไปพูดกับนางให้รู้เรื่อง หวังว่านางคงไม่โง่เขลานัก กระท่อมมุงหญ้าที่บ้านเราแบ่งให้พวกแม่ลูกนั่นก็ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้ ยังไม่พังลงมาเสียหน่อย พวกชั้นต่ำอย่างพวกนางคู่ควรกับบ้านดี ๆ หรือ? อีกอย่างวันนี้พวกนางเข้าเมืองไปขายหนังหมาป่ากับเนื้อหมาป่า หนังหมาป่านั่นมีค่ามากน่าจะขายได้หลายตำลึงเงินเลยทีเดียว! ซื่อหลางกับอู่หลางของบ้านเราถึงวัยเรียนแล้ว กำลังกลุ้มใจเรื่องค่าเล่าเรียนพอดี ถือโอกาสนี้ทวงเอาจากนางมาพร้อมกันเลย"ตาเฒ่าหวังหยุดสูบยา "นางจะให้หรือ?""ทำไมจะไม่ให้ ถ้าไม่ให้ข้าจะใช้วิธีของข้าจัดการนางเอง พวกนางจะมีเงินไปทำไม คนชั้นต่ำมีเงินไปก็ยังเป็นคนชั้นต่ำอยู่ดีจะเก็บเงินไว้ทำไม ให้ไว้เพื่อให้สะดวกในการหนีตามชายชู้ไปหรือไงกัน" ยายเฒ่าหวังหลิวกล่าวอย่างมั่นใจ"แต่ว่า พวกเราแยกบ้านกันแล้วไม่ใช่หรือ" ตาเฒ่าหวังลังเลเล็กน้อยยายเฒ่าหวังหลิวกล่าวว่า "แยกบ้านก็ส่วนแยกบ้าน แยกบ้านแล้วนางก็ยังเป็นเมียหม้ายของเจ้าห้า ตราบใดที่นางยังไม่แต่งงานใหม่ วันหนึ่งนางก็ยังเป็นสะใภ้ตระกูลหวังของพวกเรา มีเงินในมือก็ต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ จะเป็นอะไรไป"ตาเฒ่าหวังเงียบไปอีกครั้ง***ทางด้านเจียงเหลียนจูนอนหลับอย่างเต็มอิ่มความเคยชินทำให้นางตื่นเช้า นางออกกำลังกายในลานบ้านครึ่งชั่วโมงเพื่อเสริมสร้างร่างกายทั้งฝึกกำลังการตอบสนองและส่วนอื่น ๆจากนั้นนางเคี่ยวโจ๊กข้าวโพดใส่ผักให้เด็ก ๆตุ๋นซุปกระดูกหมูใส่ฟักเขียวนึ่งหมั่นโถวแป้งขาว อาหารเช้าถือว่าอุดมสมบูรณ์และมีคุณค่าทางอาหารมากเด็กทั้งสามคนได้รับความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน คือการลืมตาตื่นมาแล้วมีอาหารเช้าหอม ๆ ให้กินหลังอาหาร เจียงเหลียนจูตั้งใจจะเข้าป่าอีกครั้งเพื่อเสี่ยงโชค เสบียงสำหรับช่วงนี้มีเพียงพอแล้ว แต่ในอนาคตจะหาเลี้ยงชีพด้วยอะไรยังต้องวางแผนระยะยาว เงินในมือก็ใช้หมดแล้ว และยังมีของอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้จัดหา หากไม่มีเงินก็คงไม่ได้ในตอนนี้ นางยังไม่พบงานอะไรที่เหมาะสมกับนาง ดูเหมือนว่าการล่าสัตว์จะเป็นสิ่งที่เหมาะกับนางที่สุดครั้งนี้เจียงเหลียนจูกำชับต้าเป่าว่าไม่ต้องตามนางไปอีก ให้เขาคอยปกป้องน้องชายและน้องสาวอยู่ที่บ้านต้าเป่าพยักหน้าอย่างเข้าใจตอนนี้ที่บ้านไม่ได้ยากจนข้นแค้นจนหนูยังเมินเหมือนเมื่อก่อน ในสายตาของพวกเขาตอนนี้ ถือว่าเป็นครอบครัวที่มีทรัพย์สินเล็กน้อยและมั่งคั่งแล้วเสบียงอาหาร น้ำมัน เกลือในบ้าน ต่างก็กลัวว่าจะมีคนมาแย่งชิงเพราะที่ผ่านมาก็เคยมีคนมาแย่งชิงของของพวกเขาจริง ๆเจียงเหลียนจูจึงเข้าป่าไปเพียงลำพังการเข้าป่าครั้งที่สอง นางเริ่มคุ้นเคยกับเส้นทางแล้วนางมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึก ผ่านจุดที่เจอหมาป่าเมื่อวานซืน นางหยุดลงและสังเกตสภาพแวดล้อมอย่างละเอียด ดูเหมือนจะยังไม่มีใครมาป่าแห่งนี้กว้างใหญ่มากและนางเข้ามาในป่าลึกที่ทึบจัด นายพรานทั่วไปไม่กล้าเข้ามาลึกขนาดนี้รอบ ๆ นี้มีสมุนไพรป่าอยู่บ้าง ครั้งก่อนนางเคยเก็บไปให้หนานเป่าใช้ ตอนนี้เหลือไม่มากแล้วนางจึงเก็บทั้งหมดใส่ตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่ป่าลึกเกินไปและไม่มีถนน ต้องเดินลุยฝ่าพงหญ้าอย่างยากลำบากซึ่งสิ้นเปลืองแรงกายมากเจียงเหลียนจูเหนื่อย จึงนั่งพักพิงโคนต้นไม้ ในใจคิดว่าหากมีโดรนสักลำก็คงดี จะได้ให้โดรนไปหาของในป่า ไม่ต้องวิ่งวุ่นไปมาอย่างไร้จุดหมายจะได้ประหยัดเวลาและแรงกายได้อย่างมากทันใดนั้นเสียง ‘วึ้ง!’เหนือศีรษะก็ปรากฏโดรนสีดำลำหนึ่งบินวนอยู่กลางอากาศพอก้มลงมองในมือของนางกำลังถือเครื่องควบคุมโดรนอยู่! มันยังคงกะพริบแสงแสดงว่ากำลังทำงานอยู่เจียงเหลียนจูตื่นเต้นขึ้นมา คลังอาวุธของนางปรากฏขึ้นอีกแล้ว!นี่คือโดรนจากในคลังอาวุธ บนนั้นยังมีตราสัญลักษณ์ขององค์กรนางสลักเป็นรูปนกพิราบแห่งสันติภาพนี่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงทีจริง ๆสิ่งนี้แสดงว่า ในช่วงเวลาสำคัญคลังอาวุธของนางยังคงใช้งานได้!เจียงเหลียนจูควบคุมโดรนให้บินขึ้น มุ่งหน้าไปยังส่วนที่ลึกยิ่งขึ้นนี่คือโดรนอัจฉริยะที่ทันสมัยที่สุดในองค์กร สามารถเห็นภาพจำลองสามมิติจากโดรน ความละเอียดสูงมากสามารถถ่ายภาพได้ไกลหลายร้อยเมตร เห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน ทั้งยังมีระบบตรวจจับอินฟราเรด แม้ในที่แสงน้อยก็สามารถเห็นภาพรวมได้อย่างชัดเจนและยังมีระบบตรวจจับความร้อน ซึ่งไวต่อสิ่งเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดไหน ขอเพียงมีลมหายใจของสิ่งมีชีวิตก็สามารถตรวจพบและระบุตำแหน่งเป้าหมายได้เป็นไปตามคาด ทรัพยากรในป่าลึกนั้นอุดมสมบูรณ์กว่า เจียงเหลียนจูควบคุมโดรนอยู่ครู่หนึ่งก็พบจุดที่มีสมุนไพรหลายแห่ง รวมถึงรังกระต่าย รังนก รังไก่ป่า และอื่น ๆนางทำเครื่องหมายระบุจุดเหล่านั้นไว้ในแผนที่ทั้งหมด