บทที่9 ในห้วงฝัน
ยามดึกของค่ำคืนหลิวรั่วอันที่หลับใหลอยู่บนเตียงไม้ ชายหนุ่มนอนนิ่งร่างกายผ่อนคลายเต็มที่ทว่าไม่รู้ั้แ่เมื่อใดที่ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ
หลิวรั่วอันค่อยๆขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่นาบลงบนผิวกายราวกับความฝัน ริมฝีปากหนาเผยอออกพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มติดขัดขึ้นมา
ราวกับห้วงฝันอันแสนวาบหวามชายหนุ่มรู้สึกถึงััอุ่นร้อนที่แนบลงบนผิวกายอย่างแ่เบา ความร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแนวลำคอไล่ลงมาจนถึงแผงอก ความอุ่นร้อนลากไล้ไปมาคล้ายกับมีเจตนาหยอกเย้ายั่วยวนจนไม่อาจต่อต้าน
“อืม...”เสียงครางต่ำหลุดออกจากลำคอโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากหนาเผยอออก พร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน
ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันขึ้นตามััอันเร่าร้อนแต่กลับแฝงด้วยความเย้ายวนใจ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดและหอบถี่ขึ้นมา ความร้อนรุ่มลุกโชนไปทั่วร่างกายจนร่างจนหลิวรั่วอันเผลอบิดเร้าและแอ่นรับัันั้นอย่างลืมตัว
ความอุ่นร้อนยังคงไล้วนไปมาจากนั้นก็ลากไล้ลงไปยังเบื้องล่าง เส้นประสาทแข็งตึงขึ้น หน้าท้องเขม็งเกร็งจนรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆ บรรเทาลงเมื่อความร้อนเลื่อนผ่านลงไปยังกึ่งกลางลำตัว
“อา...”
หลิวรั่วอันแหงนหน้าขึ้นอีกครั้งเสียงหอบเบา ๆ หลุดออกจากปากที่แห้งผาก ลมหายใจหอบถี่จนรู้สึกติดขัดและขาดห้วงััที่เคลื่อนไหวไปมาตรงบริเวณกึ่งกลางลำตัวอย่างจงใจทำให้ร่างของเขาสั่นสะท้านแก่นกายถูกกอบกุมเอาไว้แน่น
หลิวรั่วอันแหงนหน้าขึ้นพร้อมกับสูดลมหายใจลึกเข้าไปอย่างรู้สึกทรมานเหงื่อแตกซึมไปทั่วบริเวณหน้าผาก ััร้อนเริ่มเคลื่อนไหวไปมา จากเชื่องช้าเนิบนาบก็ค่อยๆเร่งจังหวะเร็วขึ้น...เร็วขึ้น...
เสียงเตียงไม้ลั่นเบาๆเป็จังหวะ พร้อมกับร่างของหลิวรั่วอันที่เกร็งกระตุกในวินาทีที่ร่างกายเสียวซ่านจนถึงขีดสุดร่างหนาผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายรู้สึกเบาหวิวเมื่อได้รับการปลดปล่อย พร้อมกับความรู้สึกอันแสนสุขสมที่ฉายวาบขึ้นมาแทน
หลิวรั่วอันร้องครางออกมาอีกครั้งก่อนจะซบหน้าลงกับหมอน ดวงตายังคงปิดสนิทด้วยความเหนื่อยหอบและหมดเรี่ยวแรง
รุ่งสางของวันถัดมาหลิวรั่วอันขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นทีละน้อย ทีละน้อย...เขาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น พร้อมรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาด...
หลิวรั่วอันสะดุ้งโหยงเมื่อเขารู้สึกถึงความเปียกชื้นที่เปรอะเปื้อนไปทั่วกางเกงตรงกึ่งกลางลำตัวร่างแข็งทื่อขึ้นมาทันใด เสียงหัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตกตะลึงที่แล่นวาบไปทั่วร่างอย่างฉับพลันชายหนุ่มตื่นตัวขึ้นในพริบตาก่อนจะหลับตาปี๋ลงพร้อมกับความอับอายที่ถาโถมเข้ามาห้วงความคิด
“มะ...ไม่จริง...ข้าฝันเช่นนี้ได้เช่นใดกัน...”
หัวใจของหลิวรั่วอันเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอกความฝันอันเร่าร้อนยังแจ่มชัดจนร่างกายรู้สึกอ่อนแรงราวกับผ่านศึกจริง ชายหนุ่มยิ่งคิดใบหน้าของเขาก็ยิ่งแดงเรื่อขึ้นมาด้วยความอับอาย
ขณะที่หลิวรั่วอันพยายามตั้งสติอีกครั้งเขาค่อยๆ ขยับตัวเพื่อลุกออกจากเตียง แต่กลับพบว่ามีลำแขนแข็งแรงข้างหนึ่งทาบทับอยู่ตรงบริเวณ่เอวของเขา
“อึก...”เสียงกลืนน้ำลายเหนียวลงคออีกครั้งอย่างยากลำบาก
หลิวรั่วอันหันไปมองด้านข้างอย่างเชื่องช้าเขาพบว่าหงเฟยหย่านอนตะแคงอยู่ด้านข้างในท่วงท่าผ่อนคลาย แขนข้างหนึ่งพาดทับอยู่บนร่างเขาเอาไว้หลวมๆใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาที่ปิดสนิทดูผ่อนคลายราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวอันใด
“เ้าบ้านี่...”เสียงสบถดังขึ้นมาในลำคอ
หลิวรั่วอันค่อยๆยกมือจับแขนข้างนั้นออกจากตนเองอย่างเบามือที่สุด เขาไม่้าให้ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาพบสภาพอันน่าอับอายของตนในขณะนี้
จากนั้นหลิวรั่วอันจึงรีบลุกออกจากเตียงไปยังมุมห้องสองมือรีบคว้าเสื้อผ้าอย่างร้อนรน สองเท้ารีบจ้ำอ้าวไปยังฉากไม้ที่กั้นพื้นที่อาบน้ำด้านหลังห้องเขารีบถอดเสื้อผ้าและหย่อนกายลงไปแช่ในอ่างน้ำขนาดใหญ่เพื่อชำระร่างกายของตนให้สะอาดอย่างรวดเร็ว
เสียงน้ำแตกกระเซ็นเป็จังหวะในขณะที่หลิวรั่วอันตักน้ำราดใส่ร่างกายความเย็นนั้นช่วยกลบอารมณ์วูบไหวได้เพียงเล็กน้อย
“ข้าฝันบ้าอะไรกัน...” หลิวรั่วอันพึมพำออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แดงจัด
ในอีกมุมห้องหนึ่งเสียงน้ำจากด้านหลังฉากกั้นที่ดังขึ้นเป็จังหวะ หงเฟยหย่าค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาพลิกกายนอนราบลงบนพื้นสายตาจ้องมองเพดานพร้อมกับรอยยิ้มร้ายที่ผุดขึ้นอย่างสบายอารมณ์
หลิวรั่วอันเดินออกมาจากฉากกั้นเขาแต่งกายอย่างเรียบร้อย ก่อนจะหันไปมองที่เตียงดวงตาสบเข้ากับหงเฟยหย่าเข้าอย่างจัง สีหน้าของเขาดูอิหลักอิเหลื่อขึ้นมาอย่างผิดปกติ
“ท่านตื่นแล้วหรือ”หลิวรั่วอันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักอย่างมีพิรุธ
หงเฟยหย่ายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยหัวคิ้วยักขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เ้าตื่นเช้าเชียวนะ...”
หลิวรั่วอันกระแอมออกมาอย่างรู้สึกกระดากใจเขารีบเบือนหน้าหนีหลบสายตาคู่นั้นในทันที “เป็เพราะท่านนั่นแหละนอนเบียดข้าจนน่าอึดอัด”
เสียงหัวเราะหึๆดังขึ้นในลำคอ หงเฟยหย่าผุดกายลุกขึ้น ก่อนจะเดินเฉียดร่างของหลิวรั่วอันอย่างจงใจ“เมื่อคืนเ้าหายใจเสียงดังยิ่งนัก ข้ารู้สึกอ่อนเพลียเสียจริง”
หงเฟยหย่ากล่าวทิ้งท้ายแล้วเดินตรงไปยังหลังฉากกั้นพร้อมกับผิวปากออกมาอย่างอารมณ์ดี
หลิวรั่วอันหน้าซีดเผือดก่อนจะเปลี่ยนเป็แดงเรื่อขึ้นมาอีกครั้งชายหนุ่มรีบะโก้องออกมาด้วยความอับอายอย่างถึงขีดสุด“ต่อไปข้าจะไม่ยอมนอนร่วมห้องกับเ้าอีกแล้ว”
เสียงหัวเราะดังลอดออกมาจากด้านหลังฉากไม้
“เ้าคนชั่ว...”เสียงสบถดังขึ้น หลิวรั่วอันได้แต่ฮึดฮัดในใจที่ถูกสหายรักเอ่ยล้อให้เขาต้องรู้สึกอับอายอีกครั้ง