บทที่ 20 ศิษย์พี่อย่าห้ามข้า
"นั่นคือโอสถเสริมรากฐาน!" ทันใดนั้นมีศิษย์จากยอดเขาไผ่รำพันจำโอสถนั้นได้
หยางซวีห่าวพยักหน้าและกล่าวว่า "ถูกต้อง นี่คือโอสถเสริมรากฐาน"
"เมื่อครู่เขาเพิ่งกินโอสถเสริมรากฐาน อาศัยพลังิญญาของโอสถ ใช้หมัดเต็มกำลังโจมตีข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว นี่จึงทำให้ข้าาเ็"
"ข้าก็ว่าแล้ว คนที่มีรากฐานิญญาผสมจะมีพลังหมัดระดับขอบเขตสร้างรากฐานได้อย่างไร"
"ที่แท้เขาก็โกง!"
เหล่าศิษย์สำนักกระบี่ิญญา พอได้ยินก็เข้าใจทันที
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้
มิน่าล่ะเ้าหมอนี่ถึงสามารถทำให้ศิษย์พี่หยางกระอักเืได้ ที่แท้ก็โกง ช่างต่ำช้านัก!
อาศัยพลังอันแข็งแกร่งของโอสถเสริมรากฐานทำร้ายศิษย์พี่หยาง
ช่างร้ายกาจเหลือเกิน
หากไม่ใช่เพราะศิษย์พี่หยางมีวรยุทธ์แกร่งกล้า หมัดนี้คงไม่ทำให้คนาเ็สาหัสหรอกหรือ?
เซียวอวิ๋นรู้สึกทั้งโมโหและขบขันกับจินตนาการอันล้ำเลิศของหยางซวีห่าวผู้นี้จริง ๆ
เขามีกระบวนความคิดแบบใดกันแน่ถึงได้คิดข้อแก้ตัวเช่นนี้ออกมาได้?
"นี่! เ้าเป็อะไร? ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้หรือ?" เซียวอวิ๋นเอ่ยปาก
"ฮึ ข้าแพ้ไม่เป็หรือเ้าแพ้ไม่เป็กันแน่? อาศัยพลังโอสถมาเอาชนะ ช่างสมกับเป็คนของยอดเขาไผ่รำพันจริง ๆ"
หยางซวีห่าวออกแรงบีบนิ้วเล็กน้อย โอสถเสริมรากฐานก็แตกเป็ผงในทันที
"ถึงแม้จะทำลายโอสถนี้ ก็ไม่อาจปล่อยให้เ้าใช้มันในทางที่ผิดได้!" หยางซวีห่าวกล่าวอย่างดุดัน
เซียวอวิ๋นเห็นโอสถถูกทำลาย จึงโกรธจัดและตวาดว่า "เ้าอยากตายหรืออย่างไร?"
นี่มันโอสถเสริมรากฐานที่ศิษย์พี่ใช้หินิญญาซื้อให้เขา เขายังไม่กล้ากินเลย!
เ้าหมอนี่ไม่เพียงแย่งโอสถไป แต่ยังกล้าทำลายมันอีก
เซียวอวิ๋นโกรธจนหน้าแดงก่ำ!
"เ้าหมายความว่าอย่างไร?" หยางซวีห่าวขมวดคิ้วถาม
แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจความหมายของคำพูดของเซียวอวิ๋น แต่รู้สึกว่าคงไม่ใช่คำพูดที่ดีแน่
เซียวอวิ๋นจ้องหยางซวีห่าวอย่างดุดันพลางะโด้วยความโกรธ
"ความหมายอะไรนั้น เ้าค่อย ๆ ทำความเข้าใจเอาเองเถอะ! ศิษย์พี่อย่าห้ามข้า คนผู้นี้กล้าทำลายโอสถอันล้ำค่าที่ท่านมอบให้ข้า ข้าจะสู้กับมันให้ถึงที่สุด!"
เวินฉิงมีสีหน้างุนงง
นางก็ไม่ได้ห้ามนี่ ศิษย์น้อง เ้ากำลังพูดอะไรอยู่?
เวินฉิงได้ยินว่าเซียวอวิ๋นจะไปสู้กับหยางซวีห่าว นางจึงยื่นมือห้ามเซียวอวิ๋นไว้พลางกล่าวว่า "ศิษย์น้อง ต่อจากนี้ให้ข้าจัดการเอง! เ้าไปยืนอยู่ข้าง ๆ เถอะ"
"ศิษย์พี่หยางทำลายโอสถของพวกเราโดยไม่มีเหตุผล ถึงจะสู้กันแล้วไปฟ้องเ้าสำนัก เ้าสำนักก็จะเข้าข้างพวกเรา!"
หยางซวีห่าวพลาดท่าสองครั้งติด กำลังร้อนใจที่จะกู้หน้า เห็นเวินฉิงมีท่าทีจะลงมือ ก็ถูกใจเขามาก
เขาแค่นเสียงพูดว่า "เ้าคิดว่าข้าจะกลัวเ้าหรือ?"
เซียวอวิ๋นถอนหายใจยาว ยืนเงียบ ๆ อยู่ด้านหลังเวินฉิงเพื่อให้กำลังใจนาง
"ศิษย์พี่สู้ ๆ สั่งสอนหมอนั่นให้หนัก ๆ เลย!"
เวินฉิงถือกระบี่ไม้ไผ่เอ่ยเสียงดุดัน "ศิษย์พี่หยาง ชดใช้โอสถให้ข้า ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!"
หยางซวีห่าวก็ไม่ยอมอ่อนข้อ สะบัดมือ แส้เถาวัลย์สีเขียวเข้มปรากฏในมือเขา
“ไม่เกรงใจข้าหรือ? ศิษย์น้องพูดจาซะใหญ่โต ข้าอยากจะรู้จริง ๆ ว่าเ้ามีความสามารถแค่ไหนถึงได้ไม่เกรงใจข้า!”
"อยากได้โอสถหรือ? เอาชนะแส้ปีศาจเถาวัลย์ในมือข้าให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน!"
ทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมพร้อมจะต่อสู้ ดูเหมือนจะเริ่มปะทะกันแล้ว
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้น "ใครกำลังก่อเื่ในหอคัมภีร์?"
ผู้คนที่มุงดูอยู่ได้ยินเสียงนั้นต่างสะดุ้งใ
รีบแยกย้ายกันไป แสร้งทำเป็หาตำราวิชายุทธ์
เซียวอวิ๋นมองไปตามเสียง เห็นชายชราหนวดขาวค่อย ๆ เดินเข้ามา
ดูอายุราวหกสิบเจ็ดสิบปี สวมชุดฝึกยุทธ์สีเทาเรียบง่าย
ใบหน้าเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
เมื่อเห็นผู้มาเยือน เวินฉิงรีบเก็บกระบี่ไม้ไผ่แล้วประสานมือคำนับ "ศิษย์เวินฉิงคารวะท่านอาจารย์!"
หยางซวีห่าวก็รีบเก็บแส้เถาวัลย์แล้วคำนับกล่าว "ศิษย์หยางซวีห่าวคารวะท่านอาจารย์"
ชายชราหนวดขาวสายตาดุจสายฟ้า กวาดมองไปรอบ ๆ เห็นอิฐสีเขียวแตกร้าวบนพื้นจึงเอ่ยถามเสียงเข้ม "นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
หยางซวีห่าวรีบออกมาอธิบาย "ขอรายงานท่านอาจารย์ เป็ศิษย์ รากฐานิญญาผสมคนใหม่ของยอดเขาไผ่รำพัน ใช้พลังจากโอสถเสริมรากฐานโจมตีข้าโดยไม่ทันตั้งตัว จึงทำให้พื้นอิฐเสียหาย"
"รากฐานิญญาผสม?" ชายชราหนวดขาวมองไปที่เซียวอวิ๋นแล้วถาม “เขาพูดถึงเ้าใช่หรือไม่?”
เซียวอวิ๋นไม่รู้ว่าชายชราหนวดขาวผู้นี้มีที่มาอย่างไร เห็นศิษย์พี่แสดงความเคารพต่อเขามาก จึงรีบอธิบาย "ขอรายงานท่านอาจารย์ ที่เขาพูดถึงรากฐานิญญาผสมก็คือข้าเอง แต่เื่พื้นอิฐนี้ไม่ได้เป็ความผิดของข้าทั้งหมด"
"โอ้? เ้าว่าเื่ราวเป็อย่างไรกัน?" ชายชราหนวดขาวถาม
"ข้าและศิษย์พี่หยางมีความเห็นต่างกันเล็กน้อย หลังจากนั้นพวกข้าก็ทำการท้าประลองกัน หากเขาสามารถรับหมัดของข้าได้ เื่ราวระหว่างพวกเราก็จะจบลง"
"ผลปรากฏว่าศิษย์พี่หยางรับหมัดของข้าไม่อยู่ ถูกข้าชกจนกระอักเื ข้าควบคุมพลังไม่ได้ จึงทำให้พื้นอิฐแตก"
ชายชราหนวดขาวจ้องหยางซวีห่าวมองอย่างดุดัน "ไร้ประโยชน์ แม้แต่หมัดเดียวของศิษย์รากฐานิญญาผสมก็รับไม่อยู่! ท่านพ่อของเ้าสอนเ้ามาอย่างไรกัน?"
หยางซวีห่าวรีบอธิบายว่า "นั่นเป็เพราะเขาใช้พลังของโอสถเสริมรากฐานโจมตีข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว และข้าไม่ได้ใช้วิชา อาศัยเพียงร่างกายในการป้องกัน จึงทำให้..."
ก่อนที่หยางซวีห่าวจะพูดจบ ชายชราหนวดขาวก็ส่งเสียงฮึดฮัดตัดบทเขา!
"ฮึ! แพ้ก็คือแพ้ หาข้ออ้างมากมายไปทำไม? เ้าเป็ถึงศิษย์เอกของยอดไพร์ แพ้ให้กับศิษย์รากฐานิญญาผสมแล้วยังต้องหาเหตุผลมากมายอีกหรือ ข้ารู้สึกอับอายแทนท่านพ่อของเ้าจริง ๆ"
แม้ในใจหยางซวีห่าวจะไม่ยอมรับ แต่ก็ได้แต่กัดฟันพยักหน้าพูดว่า "อาจารย์อู่สั่งสอนถูกต้องแล้ว ข้าประมาทเอง!"
ชายชราหนวดขาวถามต่อ "แค่เื่เล็กน้อยเท่านี้ พวกเ้าถึงกับต้องต่อสู้กันในหอคัมภีร์เลยหรือ?"
เวินฉิงกล่าวว่า "ท่านอาจารย์อู่ เื่เป็เช่นนี้ ศิษย์พี่หยางแพ้ให้กับเซียวอวิ๋นแล้วไม่ยอมรับ กล่าวหาว่าเซียวอวิ๋นชนะด้วยโอสถ แย่งโอสถที่ข้ามอบให้ศิษย์น้องไปไม่พอ ยังทำลายมันอีกด้วย"
"ข้าขอให้ศิษย์พี่หยางชดใช้ แต่ศิษย์พี่หยางไม่ยอม ข้าจึงต้องลงมือ"
ชายชราหนวดขาวจ้องมองหยางซวีห่าวอีกครั้งแล้วกล่าวว่า "เหตุใดเ้าจึงทำลายโอสถของผู้อื่น?"
เมื่อหยางซวีห่าวได้ยินคำพูดของเวินฉิง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ตอนนี้เขากลายเป็ผู้ผิดไปแล้ว จึงรีบอธิบายว่า "ท่านอาจารย์อู่ ท่านอย่าเชื่อนาง เื่ราวไม่ได้เป็เช่นนั้น"
หยางซวีห่าวพูดคำโกหกของตนอีกครั้ง สุดท้ายเขาอธิบายว่า "ข้าเห็นศิษย์น้องเวินฉิงปล่อยให้ศิษย์น้องของตนใช้โอสถอย่างสิ้นเปลือง ไม่เพียงแต่ไม่ห้ามปราม แต่ยังปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ ข้าจึงต้องลงมือ"
"ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านอาจารย์อู่ เื่ราวเป็ดังนี้"
เวินฉิงอธิบายเื่ราวทั้งหมดอีกครั้งจากมุมมองของนาง
ชายชราหนวดขาวฟังอย่างเงียบ ๆ หลังจากฟังจบ เขาก็มองไปที่เซียว อวิ๋นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"เ้าเข้ามาใกล้ ๆ"
เซียวอวิ๋นเห็นศิษย์พี่ยืนอย่างว่าง่ายอยู่ตรงนั้น เขาจึงไม่กล้าขัดคำสั่งของชายชราผู้นี้
เขาเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย
ชายชราหนวดขาวจับข้อมือของเซียวอวิ๋น พลังธาตุดินอันทรงพลังไหลเข้าสู่ร่างของเซียวอวิ๋น
หลังจากตรวจสอบครู่หนึ่ง ชายชราก็แสดงสีหน้าสงสัย
เขาปล่อยมือเซียวอวิ๋นแล้วชี้ไปที่หินทดสอบิญญาไม่ไกลนัก พลางกล่าวว่า "จงใช้พลังทั้งหมดของเ้าต่อยหินทดสอบิญญาหนึ่งครั้ง หากเ้าสามารถมีพลังถึงขอบเขตฝึกลมปราณระดับเจ็ดขึ้นไป วันนี้ข้าจะเป็ผู้ตัดสินเื่นี้เอง!"
เซียวอวิ๋นพยักหน้าตอบว่า "ขอรับ"
สีหน้าของเวินฉิงเปลี่ยนไป
ศิษย์น้องของนางเพิ่งฝึกฝนมาเพียงวันเดียว จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะบรรลุถึงขอบเขตฝึกลมปราณระดับเจ็ด!
อาจารย์อู่เป็คนยุติธรรมเสมอมา วันนี้ทำไมถึงเอนเอียงไปทางศิษย์พี่หยางเช่นนี้!
หยางซวีห่าวแย้มยิ้มมุมปาก ในใจกำลังหัวเราะเยาะ
ขอบเขตฝึกลมปราณระดับเจ็ด? หากไม่มีพลังของโอสถเสริมรากฐานช่วย การที่เขาจะบรรลุถึงขอบเขตฝึกลมปราณระดับสองก็นับเป็ปาฏิหาริย์แล้ว!
ดูเหมือนว่าอาจารย์อู่จะเห็นแก่หน้าท่านพ่อของเขาอยู่บ้าง จึงตั้งใจช่วยเหลือเขา