ทันทีที่เสียงออดบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น เด็กจำนวนมากต่างวิ่งกรูลงมาจากอาคารราวกับผึ้งแตกรัง
ชายหนุ่มรูปร่างอุ้ยอ้ายเดินออกมาที่โถงของอาคาร เขาสวมแว่นตาหนา ศีรษะเกรียน ด้านหลังสะพายกระเป๋าใบใหญ่
"เฮ้อ !กว่าจะเรียนเสร็จแต่ละวัน ช่างยาวนานเหลือเกิน" เขาพูดเบา ๆผ่อนลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก้มหน้างุด ๆ
"เฮ้ ! มานะ”เสียงเรียกดังมาจากคนรูปร่างผอมสูง สวมแว่นตาหนาพอกัน ซึ่งกระโจนออกจากห้องข้าง ๆแล้วหยุดหอบหายใจตรงหน้าเขา
“วันนี้สามทุ่มเจอกันที่เดิมนะนายโหลดเกมแล้วใช่ไหม” เขาพูดกระตือรือร้น โดยไม่นำพาต่ออารมณ์อีกฝ่าย
“โหลดแล้วเกมเดิมยังเล่นไม่ถึงไหนเลย ทำไมเล่นเกมใหม่อีกแล้วล่ะชล”มานะตอบเพื่อนวัยเดียวกัน ด้วยเสียงติดรวนนิด ๆ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหนากรอกขึ้นลงมีสิวเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณหน้าผาก จมูก และข้างแก้มของเขา
“นายจะไม่เล่นจริง ๆเหรอ เตยห้องหนึ่งที่นายชอบก็เล่นด้วยนะ” ชลประจบ
“ทำไมนายคิดว่าคนอย่างฉันเล่นเกมเพื่อผู้หญิงเหรอวะ” เขามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเอือมระอาพลางยกมือขึ้นกอดอก
“ทำเป็ปากดีเกมที่แล้วนายก็แห้วจีบหญิงไม่ติดสักคน”
“เหอะ ! อย่าเอาสาว ๆมาล่อฉันเล่นหน่อยเลย”
“เออ !ไอ้เกลอเพื่อนรัก เกมนี้นายต้องชอบแน่ ๆ" ชลเข้ามากอดคอเพื่อนแล้วทำท่ากระซิบกระซาบ
"นายรู้ไหมมันมีระบบจับคู่ด้วยนะ” เขาเอาข้อศอกกระทุ้งมานะเบา ๆ
“ระบบจับคู่ฉันไม่เห็นมันต่างจากเกมอื่นตรงไหน ความคิดนายแต่ละอย่าง ไม่เข้าท่า” ขณะพูดในหัวมานะปรากฏภาพ วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา แผนมอบดอกไม้เขาสวมชุดมาสคอตถือดอกกุหลาบรอสาว ร้อนจนเป็ลมต่อหน้าเธอ ทุกวันนี้ยังถูกเพื่อน ๆล้อ สุดท้ายคู่แข่งชื่อ"มาวิน" ชิงให้ไปก่อน
“เอาน่า มานะนายเชื่อฉันเซ่ บอกเลยว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”ชลพูดด้วยท่าทางมั่นใจ
ทั้งสองมาถึงหน้าโรงเรียนซึ่งมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยืนอยู่
“เธออยู่นั่นไงเพื่อนเข้าไปทักดิ” ชลบุ้ยปากไปทางหญิงสาว มานะมองตามแล้วงันชั่วขณะหล่อนอยู่ท่ามกลางเพื่อน ๆ รอยยิ้มช่างอ่อนหวาน บริสุทธิ์ เหมือนดอกไม้แรกแย้มใบหน้าเขาร้อนผ่าว
“แค่นี้ถึงกับก้าวขาไม่ออกนายนี่นะ” ชลกระเซ้าหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นอาการเพื่อนซี้ เสียงเขาดังจนคนรอบข้างเริ่มหันมามองรวมทั้งเตย
“นั่นชลนี่คืนนี้อย่าลืมนัดนะ” หล่อนร้องขึ้นโบกมือให้พวกเขาอย่างร่าเริง รีบผละจากเพื่อนแล้ววิ่งมาหา
“เฮ้ย ๆ ทำไงดีวะพูดอะไรสักอย่างซิวะ” มานะร่ำร้องในใจ แต่แขนขาเ้ากรรมกลับแข็งทื่อไปหมด
“ไงชล วันนี้นัดในเกม นายอย่าลืมนะ” หล่อนยิ้มทั้งปากและดวงตาอย่างน่ารัก
“แน่นอนพวกเราไม่พลาดหรอก” ชลพยักหน้าทำมือทำไม้อย่างมั่นใจ
“มานะ ก็จะเล่นด้วยนะ”เขากล่าวต่อ
“จริงเหรอ ดีจัง”
หล่อนหันมายิ้มให้เขา นั่นยิ่งทำให้มานะหัวใจกระตุกวูบอย่างเก้อเขิน
“ชะ ชะ ใช่ครับ”เขาตะกุกตะกัก ใจเต้นรัวราวกับตีกลองเงอะงะ ประหม่าจนไม่กล้าขยับปากพูดกับเ้าหล่อน
“บ้าเอ้ย พูดให้มันดีๆ สิ ทำไมพูดไม่ได้นะ” เขาะโในใจ อยากเอามือตบปากตัวเองนัก
“งั้น คืนนี้เจอกันไปละนะ ” หล่อนยิ้มอย่างโยนอ่อน ตัดกับแสงแดดยามเย็นให้มานะซึ่งอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้ม
“ไง ถึงกับสตั้นมีโอกาสจีบเธอแล้วนะเพื่อน” ชลหัวเราะ
“คืนนี้อย่าพลาดละ”
ชลพูดจบก็โดดแผล็วขึ้นรถเมล์ที่กำลังจะออกจากป้าย มานะเดินไปโรงรถในหัวมีแต่ภาพของเตยลอยวนเวียน
“นายมีโอกาสใกล้สาวที่ชอบแล้วนะ” คำพูดชลยังดังอยู่ริมหู เขาใจลอยจนไม่ทันระวังชนกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง มานะร้องใเสียหลักล้มลงก้นกระแทกพื้น
เขาสูดปากเพราะความเจ็บยกมือคลำหน้าผากป้อย ๆ มันนูนขึ้นแทบจะทันทีพลางมองเหนือกรอบแว่นตาที่ตกอยู่ตรงปลายจมูก ก็พบกับแก๊งอันธพาลของโรงเรียน
“ไอ้อ้วน เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ! ” เสียงเกรี้ยวกราดดังจนมานะสะดุ้งหน้าถอดสี ด้านหลังอีกฝ่ายยังมีสมุนอีกสองคน
“ดูเหมือนวันนี้จะมีคนดวงตกว่ะ”ฝ่ายลูกน้องพูดเย้ยหยัน ต่างหัวเราะให้กัน
“ขะ ขอโทษ ฉะฉันไม่ได้ตั้งใจ”มานะตะกุกตะกัก ฟันกระทบกันเพราะความกลัวเขาดันแว่นตาที่เลื่อนลงปลายจมูกขึ้นสัน
“ขอโทษงั้นเหรอ ขอโทษแล้วมันหายเจ็บไหม” เขาตวาดลั่นย่างสามขุมมากระชากคอเสื้อมานะเต็มแรงจนร่างเขาลอยขึ้นจากพื้น กระดุมบนคอเสื้อขาดกระเด็น
“อยากเจ็บตัวใช่ไหม !”เขาตระคอกเสียงดัง ดวงตาแทบถลนออกนอกเบ้า จ้องมองมานะอย่างมุ่งร้าย เขาใจนพูดไม่ออก หลับตาปี๋ เหงื่อเม็ดเล็ก ๆเริ่มผุดพรายตามหน้าผาก ภาวนาให้ทุกอย่างจบลงโดยไว ทันใดนั้นเอง
“หยุดนะ !พวกเธอทำอะไรกัน” เสียงหนึ่งะโขึ้น พร้อมเร่งฝีเท้ามาทางเขา
“ฝากไว้ก่อนเถอะคราวหลังหัดดูตาม้าตาเรือซะมั่ง ว่ากำลังเล่นกับใคร” เขาพูดเสียงเย็นให้ได้ยินกันสองคน แล้วปล่อยมือจากมานะ รีบจากไปพร้อมสมุน มานะทรุดกองกับพื้น เมื่อรปภ.เดินมาถึง
“เกิดอะไรขึ้นไอ้หนู”
“ไม่มีอะไรครับ”เขาส่ายหน้าลุกขึ้นยืน ปาดเหงื่อที่หน้าผาก
“เด็กพวกนั้นรังแกเธอหรือเปล่า”
“แค่เื่เข้าใจผิดนิดหน่อย”
"อืม งั้นก็ดี" รปภ.พยักหน้าแล้วผละไป
“เกือบไปแล้วซิเรา”เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่
“รีบกลับบ้านดีกว่า”มานะวิ่งไปที่จักรยาน ปั่นออกไปหน้าโรงเรียน
"เกมโหลดไว้เสร็จหรือยังนะ" เขาใจลอยถึงเกมที่จะเล่นคืนนี้ พลางเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อจะข้ามถนนเมื่อเห็นว่าปลอดภัยดี จึงปั่นจักรยาน
ออกไปจังหวะนั้นมีรถเก๋งขับสวนมาอย่างรวดเร็ว มานะใรีบเบรกจักรยาน จึงล้มลงทั้งยืน
“เหวออ”ชายหนุ่มตาเหลือกลาน
“มันอะไรกันจะรีบไปไหนวะ” เขานอนหงายพุงพลุ้ย เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากนักเรียนแถวนั้น
“ขายหน้าชิบหาย”
“นายไม่เป็ไรใช่ไหม” น้ำเสียงหวานแต่แ่เบาดังขึ้นใกล้ ๆ
“ก็เจ็บน่ะสิถามได้”มานะกระชากเสียงตอบยันตัวลุกขึ้นยืน โชคดีไม่เืตกยางออกเพียงฟกช้ำดำเขียวเท่านั้น เขาไม่ได้หันไปมองเ้าของเสียง
“บ้าจริงแกล้งถามให้อายหรือไง” มานะงึมงำอยู่ในไรฟัน แทบอยากจะมุดดิน รีบหนีจากที่นี่ เขาก้มปัดเศษฝุ่นออกจากตัว เงยหน้าขึ้น จึงสบตากับหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้ม ผิวขาวผ่องบ่มแดดจนซับสีกุหลาบ
ล“เธอคือใครกันน่ะสวยจัง” มานะตะลึง อ้าปากค้าง
จู่ ๆชายในชุดสูทสีดำ ก็ปรากฏตัวข้าง ๆ หล่อน
“คุณหนูไปกันเถอะครับ”
“แต่ว่าเขา...”หล่อนพูด แล้วจ้องมองมานะ
“รีบไปเถอะเดี๋ยวคุณพ่อรอนาน” อีกฝ่ายเร่ง หล่อนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปอย่างว่าง่าย ทิ้งมานะมึนงงกับความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ไม่คิดว่าฉันจะอายรึไง ฮึ ! พวกคนมีเงิน”มานะบ่นพึมพำ จัดแจงยกจักรยานคู่ใจขึ้น
“แต่เธอก็น่ารักดีนะ”
เขาเผลอยิ้มออกมาในที่สุด
...
เรือนไม้หลังเล็กมีหญ้าขึ้นท่วมสูง บ่งบอกถึงการขาดการดูแล บ้านเก่าหลังนี้ตั้งอยู่ในเขตบ้านพักข้าราชการ จักรยานของมานะส่งเสียงดังมาแต่ไกล และหยุดลงที่นี่
“กลับมาแล้วเหรอเ้าอ้วน” หญิงชราร้องออกมาจากครัวหลังบ้าน
“ครับยายผมกลับมาแล้ว” มานะถลาเข้ามาแล้วรีบวิ่งตึงๆ ไปชั้นบน ไม่อยากให้นางเห็นเสื้อที่ขาด
“รีบมากินข้าวนะอ้วนยายจะเสร็จแล้ว” หญิงชราะโตามหลัง
มานะผลักประตูห้องนอนเข้าไปเผยให้เห็นภายในที่เต็มไปด้วยโปสเตอร์เกม และตัวละครโปรดกระเป๋านักเรียนถูกโยนลงบนเตียง ร่างอ้วนกลมของเขา รีบเดินไปที่อุปกรณ์ลักษณะเหมือนหมวกกันน็อก แล้วสวมลงบนศีรษะเสียบสายชาร์จกับปลั๊กไฟต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์
“อ่าา..โหลดเสร็จแล้วคืนนี้เจอกัน เกมที่รักของฉัน” มานะยิ้มอย่างพอใจ
“อ้วน ลุงบรรจงมา” เสียงยายะโขึ้นมาทำให้เขาวางอุปกรณ์ ถอดเสื้อนักเรียนออก แล้วคว้าเสื้อกล้ามมาใส่แทนรีบซอยเท้าลงไปด้านล่างเห็นบรรจงยืนอยู่ จึงยกมือไหว้
“สวัสดีครับลุง”
"เป็ไงลองใช้งานหรือยัง”
“ใช้ได้ดีครับผมเล่นแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร”
“อืม..งั้นได้เวลาทดสอบลุงอัพเดทซอฟต์แวร์ใหม่ มีฟังก์ชั่นช่วยให้หลานเล่นได้ดีขึ้น” ชายผมสีดอกเลาเดินขึ้นบันไดตรงไปที่คอมพิวเตอร์ กดนิ้วลงบนคีย์บอร์ดขณะที่มานะทรุดลงนั่งตรงหน้าจอสี่เหลี่ยม
“โหลดเกมมาใหม่เหรอ”บรรจงพูด สายตาเพ่งหน้าจอดูชื่อบริษัทเกม
“ครับเพื่อนชวนเล่นเกมใหม่”
“เ้าอ้วน !มาช่วยยายหน่อย” เสียงะโดังขึ้นมา
“ไปหายายเถอะลงโปรแกรมเสร็จจะตามลงไป” บรรจงพยักเพยิด
มานะพยักหน้าเดินลงไปด้านล่าง
“หวังว่าจะได้ผลนะ”บรรจงมองโปรแกรมที่กำลังเคลื่อนบางสิ่งไปยังวัตถุรูปหมวก
มานะเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายเติบโตมากับยายเพียงสองคน บรรจงเป็เพื่อนของพ่อ คอยดูแล ไม่ว่าด้านการเงิน การศึกษารวมไปถึงเครื่องเล่นเกม พูดให้ชัดคือ เหมือนพ่ออีกคนของมานะั้แ่บิดาผู้ให้กำเนิดเสียชีวิต บรรจงอาศัยอยู่บ้านข้าง ๆ ทุกวันเขาจะมาที่นี่พร้อมกับสอนการบ้านไปด้วย
ในครัวเล็ก ๆลุงกับหลานชายกำลังกินข้าวร่วมกัน
“เป็ไงบ้างอ่านหนังสือที่ลุงบอกจบหรือยัง”
“จบแล้วครับจะไม่อ่านได้ไง หมวกคลื่นประสาท(เฮดเกียร์ที่ใช้เล่นเกม)ของลุงมันล็อกไว้ว่าถ้าอ่านไม่ถึงกำหนด จะไม่ปลดล็อกระบบอื่นให้”
“ก็ดีไม่ใช่เหรอทำให้เราได้อ่านหนังสือทุกวัน เื่เรียนของหลานจึงไม่เคยมีปัญหา”บรรจงหัวเราะชอบใจ
“ประวัติศาสตร์กรีกไม่มีเรียนนะครับ ควรเป็วิชาที่ใช้เรียนมากกว่า” เขาไม่เห็นความจำเป็ต้องรู้เื่พวกนี้
“เอาน่า อ่าน ๆ ไปเถอะสลับกับหนังสือที่ลุงลงให้” บรรจงพูดยิ้ม ๆ
“แล้วนิยายหรือบทภาพยนตร์สตาร์วอร์ ที่แทรกมาคืออะไรครับ”มานะทำท่าย่นจมูกกับความแปลกของบรรจง พลางก้มหน้าตักหมูทอดใส่ปากเคี้ยว
“เอาเถอะ สักวันหลานอาจได้ใช้มัน"
"..."
…