The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์)

    ตอนที่ 35 อย่าหัวเราะให้มากนัก

        ที่ลานกว้างกลางหมู่บ้านมีการเลี้ยงฉลอง ทุกคนยิ้มแย้มกันถ้วนหน้า  เพราะสามารถขับไล่แก๊งยมทูตได้  และคนที่เป็นประธานของงานนี้ก็คือมาวินและเหมยลี่ 


    "เฮ….. ชนแก้ว " หนุ่มน้อยใหญ่พากันดวลสุราจนดูวุ่นวาย  ส่วนมาวินและเหมยลี่ถูกจับให้นั่งกลางวง  เด็กหนุ่มมีทีท่ากระสับกระส่าย  ส่วนเด็กสาวนั่งนิ่งและสุขุม


    "นี่  ยัยโย่ง  ทำไงดีอ่ะ " มาวินแอบกระซิบ  เหมยลี่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ  ก่อนตอบกลับช้าๆ


    "มาถึงขั้นนี้  หัวหน้าใหญ่ที่เป็นเนโครมันเซอร์ต้องบุกมาด้วยตัวเองแน่ เราต้องอยู่รับมือ  ไม่งั้นหมู่บ้านนี้จะถูกทำลาย  "


    "อืม " มาวินรับคำ  ก่อนจะรู้สึกตัวว่าลืมใครบางคน


    "ฮ้า….ลืมไปเลย  คุณยายหายไปไหน "


    "คงกลับบ้านไปหาหลาน  นายไม่ต้องห่วงหรอก" เหมยลี่ตอบเบาๆ


    "เชอะ  ชั้นไม่ได้ห่วงยายแก่นั่นซักหน่อย  แค่ยังไม่ได้ค่าจ้างที่พามาส่งต่างหาก  เจอกันคราวหน้า  จะทวงเงินซะให้เข็ด  บังอาจมาใช้ชั้นฟรีๆได้ไง


    "มาวินทำเป็นหงุดหงิด  พลางบ่นเรื่อยเปื่อย



         เหมยลี่แอบมองมาวินด้วยหางตา  เธอยิ้มเล็กน้อย  ดูเหมือนเวลาเดือนกว่าที่อยู่ร่วมกัน  จะทำให้รู้ใจจริงกันมากขึ้น  ระหว่างนั้นเอง  หัวหน้าหมู่บ้านร่างผอมสูงก็เดินเข้ามา  แม้ใบหน้าจะบอบช้ำจากการโดนทำร้าย  แต่ก็ฉาบไปด้วยรอยยิ้ม


    "เป็นไงมั่ง  ลุง  หน้าเยินเชียว " ทันทีที่เห็น  เจ้าลิงหัวเขียวก็แสดงอาการอยู่ไม่สุขด้วยการถาม


    "ฮ่าๆ  ก็เจ็บพอสมควร  แต่บอกตรงๆ  ลุงดีใจมาก  ถ้าพ่อหนุ่มและแม่หนูไม่ยื่นมือมาช่วย  พวกเรามีหวังอดตายแน่ "ชายวัยกลางคนตอบกลับ  ใบหน้าบูดเบี้ยวเล็กน้อย  เพราะยังรู้สึกเจ็บปวด


    "ฮะๆ  โชคดีจริงนะ  ลุง " มาวินหัวเราะแห้งๆ


    "ในเมื่อโดนรีดไถ  ทำไมลุงถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากทหารรักษาเมือง" เหมยลี่สงสัย


    "คงยากนะ  แม่หนู  ลำพังแค่ดูแลคนเข้าออกเมือง  ก็วุ่นวายจนทหารไม่เป็นอันทำอะไร  อีกอย่าง  กำลังในเมืองก็มีแค่ 30 นาย  จะมาปราบกลุ่มโจรได้ยังไง  เมื่อเป็นแบบนี้  เราจึงต้องทน  ถ้าพวกมันกลับมาอีก  คงโดนเล่นงานจนอ่วม "หัวหน้าหมู่บ้านกลัดกลุ้ม



         มาวินหันไปมองเหมยลี่  เด็กสาวหน้าคมจึงพยักหน้ารับเป็นเชิงอนุมัติ  เด็กหนุ่มหัวเขียวเลยกล้าออกตัว


    "ลุงไม่ต้องกังวลเรื่องแก๊งยมทูตหรอก "


    "อ้าว  ทำไมล่ะ " หัวหน้าหมู่บ้านทำหน้าเหลอหลา


    "เพราะพวกชั้นจะปราบมันเอง " มาวินทุบอก  เขาดูมั่นใจสุดๆ


    "เอ๋…เดี๋ยวนะ  พวกหนูเป็นแค่เด็กวัยรุ่นธรรมดา จะไปสู้กับพวกมันได้ไง  อย่าเชียวนา  เอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ "หัวหน้าหมู่บ้านร้องห้าม  ท่าทางห่วงใย  แต่มาวินกลับรู้สึกขบขัน


    "ฮะ ฮะ ฮะ "



         หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มเคืองที่มาวินหัวเราะใส่ เสมือนความปรารถนาดีของตนเป็นเรื่องตลก  จึงเอ่ยถามห้วนๆ


    "หัวเราะอะไร  เจ้าหนู "


    "หึๆ  ก็หัวเราะลุงนั่นแหละ  ถามจริงเถอะ  พวกมันที่นอนกองร่วมสิบคน  ไม่ได้มาจากฝีมือของพวกชั้นหรือไง  ฮ่า  ฮ่า ฮ่า " เด็กหนุ่มอธิบายจบ  เขาก็หัวเราะต่อ


    "เอ่อ  จะว่าไป  มันก็จริง แต่พวกมันมีเนโครมันเซอร์เป็นหัวหน้านะ " หัวหน้าหมู่บ้านร้องค้าน



         ทันใดนั้นเอง  เหมยลี่ผู้เงียบขรึมก็เอามือไปแตะไหล่ของหัวหน้าหมู่บ้าน จากนั้นก็ปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


    "ใจเย็นๆ  เรารับผิดชอบเอง  ลุงไม่มีอะไรให้กังวล "



         ทันทีที่ชายวัยกลางคนได้ฟัง เขาก็พลันสงบลง  มีบางอย่างในน้ำเสียงที่ดูมีอำนาจและเยือกเย็นจนสามารถสยบจิตใจของผู้ฟังได้ แม้กระทั่งมาวินยังต้องหยุดขำ  แต่ภายในใจแอบขบคิด


    "ยัยโย่งพูดแบบนี้ได้ด้วยเหรอ "



         การดื่มกินเป็นไปอย่างดุเดือด  แม้เวลาจะล่วงเข้าสู่พลบค่ำ  สงครามสุราก็ยังไม่คลายตัว  ดูท่าทางงานเลี้ยงมีสิทธิ์ตียาวถึงรุ่งเช้าอย่างแน่นอน ซึ่งต้องเข้าใจ  ชาวบ้านเหล่านี้ถูกกดขี่ข่มเหงมานาน  แล้วจู่ๆมีนางเอกและพระเอก(มั้งนะ)ขี่ม้าขาวมาช่วย ใครจะไม่ดีใจบ้าง  ทว่าทุกคนก็ต้องหยุดดื่มกินอย่างฉับพลัน  เมื่อได้ยินเสียงตวาดของกลุ่มชายฉกรรจ์ผู้มาเยือน


    "เฮ้ย  หยุดฉลองกันได้แล้วโว้ย "



         ชาวบ้านหันไปมองเจ้าของเสียง  จึงพบว่าเป็นหนึ่งในแก๊งยมทูต  เบื้องหลังมีชายฉกรรจ์ประมาณ 30 เศษยืนคุมเชิง  ทุกคนล้วนอยู่ในชุดดำ  สองมือติดอาวุธกันเต็มอัตราศึก  ไม่ว่าจะเป็นมีด  กระบอง  ดาบเดินป่า ขวาน  พิจารณาคร่าวๆ  ถ้าเกิดการปะทะ  หมู่บ้านแห่งนี้ต้องนองเลือดแน่


    "เหวอ…พวกมันมาแล้ว " ชาวบ้านต่างร้องไห้กันระงม  บางคนกลัวจนเข่าอ่อน  มีเพียงมาวินกับเหมยลี่ที่ก้าวไปหยุดอยู่ข้างหน้า ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มหัวเขียวไปกินดีหมีจากที่ไหน จึงเป็นฝ่ายตวาดใส่กลุ่มอันธพาลอย่างดุดัน


    "เฮ้ย  พวกแกยังไม่เข็ดอีกรึไง "



         ทันใดนั้นเอง  ชายร่างใหญ่ก็เดินออกมาจากกลุ่ม  เขามีใบหน้ายาว  จมูกโด่ง  ปากหนาแบะ  ดวงตากร้าวแกร่ง  ผมบนหัวถูกตัดเป็นทรงโมฮ็อค  ทำให้ดูคล้ายชนเผ่าอินเดียนแดง  และสิ่งนี้เองที่ทำให้มาวินขำกลิ้งในบัดดล


    "ฮะๆ  นี่มีแม้กระทั่งพวกชนเผ่าอาปาเช่เลยเหรอเนี่ย ตลกชะมัด "


         ทุกคนในที่นั้นมองหน้ากันเอง ในใจนึกสงสัย  เด็กหนุ่มหัวเขียวปกติดีหรือไม่  และกำลังพูดถึงอะไร  ถึงกระนั้น  เจ้ายักษ์ใหญ่ในชุดดำก็ดูไม่ใส่ใจ  เขาคำรามดังจนเสียงกระจายไปทั่วบริเวณ


    "เฮ้ย  เอ็งเป็นแค่เด็กตัวน้อย  แต่ดันมาซ่ากับพวกข้า  ไม่อยากแก่ตายแล้ว  ใช่มั้ย "



         เจ้ายักษ์ก้าวเข้ามาหามาวิน  เมื่อเข้าระยะจู่โจม  ก็ฟาดขวานใหญ่ลงมาที่กระบาล  หวังให้ขาดสองท่อนในทีเดียว


    "ตูม "



          คมขวานขนาดใหญ่ฟาดลงไปที่พื้นเต็มแรง  บ่งบอกให้รู้ว่าจั่วลม  เขาประหลาดใจสุดๆ  เพราะมองไม่เห็นร่างของเด็กหนุ่ม


    "เฮ้ย  มันหายไปไหนฟะ "ชายร่างยักษ์เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ครู่หนึ่ง  ก็ได้ยินเสียงร้องทักที่ด้านหลัง


    "อยู่ทางนี้เฟ้ย "



          ชายร่างยักษ์รีบหันไปมอง  แต่ไม่ทันได้ตั้งหลัก  เด็กหนุ่มก็ยกเท้าขวาขึ้นเตะสูง  ฝ่าเท้ามินิไซส์ประทับเข้าไปที่ขมับเต็มรัก


    "อั้ก "



          ด้วยความแรงในการเตะ  ทำให้ชายร่างยักษ์เซถอยหลังไปหลายก้าว  แต่การโจมตีของมาวินยังไม่จบเพียงเท่านี้  เด็กหนุ่มพุ่งปราดเข้าใส่ศัตรูอย่างรวดเร็ว  เพื่อปลดปล่อยกระบวนท่าเด็ดที่ถนัด  กรงเล็บนับสิบพุ่งใส่ชายร่างยักษ์อย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน


    "พยุหะกรงเล็บแมวป่า "


    "ปั้ก ปั้ก ปั้ก…"



         พายุฝ่ามือปะทะทุกจุดบนกายที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ถ้าให้ลองนับเล่นๆ  น่าจะไม่ต่ำกว่า 20  แม้ทุกดอกจะไม่หนักนัก  แต่ก็สร้างความเสียหายได้เป็นอย่างดี  สังเกตจากสีหน้าที่บิดเบี้ยวของผู้ถูกกระทำ



         มาวินรัวใส่จนหมดชุด  จากนั้นก็ถอยออกมาสองก้าว  เพื่อรอชมผลงาน  ทว่าชายร่างยักษ์กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง


    "เอ…หรือจะไม่ได้ผล " คิ้วของมาวินขมวดนิ่วด้วยความขัดเคือง



         ขณะที่มาวินนึกสงสัย  ชายร่างยักษ์ก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามอง  จากนั้นก็ล้มลงไปนอนหงาย


    "โครม "



          บังเกิดความเงียบอยู่อึดใจ  ก่อนที่ชาวแก๊งจะรู้สึกตัว  ทุกคนเริ่มหวั่นเกรงมาวิน  เพราะชายร่างยักษ์ผู้นี้นับว่าเป็นมือดีของก๊วน  ว่ากันตามจริง  เขาคือรองหัวหน้าเสียด้วยซ้ำ  แต่ยอดฝีมือระดับนี้  กลับถูกเด็กหนุ่มร่างเล็กที่ไว้ทรงผมประหลาด  กระหน่ำอัดจนร่วงลงไปนอนกองในเวลาไม่ถึงนาที


    "ไอ้เด็กนี่มันเก่งแฮะ  อัดพี่ยักษ์จนร่วงในพริบตา เอาไงดี  พวกเรา " หลายคนในกลุ่มเริ่มสับสน  บางนายเกี่ยงให้คนอื่นบุก  แต่ก่อนที่ชาวแก๊งจะวุ่นวายไปมากกว่านี้  เสียงแหบและยานคางก็ดังแทรกขึ้นมา


    "ทุกคนอยู่ในความสงบ "



         เมื่อได้ยินเสียงนั้น  ทุกคนในแก๊งก็สงบลง  ทางด้านมาวินและเหมยลี่ก็ได้ยินเช่นกัน  วัยรุ่นทั้งสองรู้สึกประหลาด  เพราะกระแสนั้นทั้งแหบห้าวและไร้ชีวิตจนดูไม่เหมือนมนุษย์


    "เอ…เสียงแปลกแฮะ " เด็กหนุ่มหัวเขียวอุทานดังตามสไตค์คนปากเปราะ  ส่วนเหมยลี่ได้แต่ยืนนิ่ง  พร้อมวิเคราะห์ศัตรูด้วยอาการเยือกเย็น



         ชาวแก๊งยมทูตค่อยๆแยกออกเป็นสองส่วน  เพื่อเปิดทางให้ชายประหลาด  ครั้งแรกที่มาวินเห็น  เขานึกขบขัน  เนื่องจากบุรุษที่ปรากฏเป็นชายร่างเล็กที่สูงใกล้เคียงกัน ร่างผอมบางถูกซ่อนอยู่ในผ้าคลุมดำที่ยาวจนถึงข้อเท้า ใบหน้าผอมเสี้ยม  ผิวซีดจาง  ดวงตาขวางและขุ่นมัว  บนศีรษะไร้เส้นผม  ทำให้ดูน่าเกลียด  น่ากลัวและน่าสมเพชในเวลาเดียวกัน


    "อะฮ้า  อย่าบอกนะว่าเจ้าตัวเล็กนี้เป็นหัวหน้ากลุ่มฮะๆ " มาวินหัวเราะเบาๆ  เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไง เพราะหัวหน้าใหญ่ที่ทุกคนหวาดกลัว  เป็นแค่ชายร่างเล็กหน้าตาประหลาดที่ดูคล้ายจำอวดในคณะละครสัตว์


    "อย่าประมาทนะ  มันเป็นเน...." เหมยลี่เห็นมาวินนึกดูแคลน  จึงร้องเตือน  แต่ไม่ทันกล่าวจบ  เด็กหนุ่มก็แทรกก่อน


    "รู้แล้วน่า  มันคือเนโง่มันเซ่อ "



         เด็กสาวร่างสูงหรี่ตาลง  พลางมองหน้าเด็กหนุ่มนิ่งๆ  ก่อนจะแก้วาจาที่ผิดพลาด


    "เขาเรียกว่าเนโครมันเซอร์ "


    "เอ๊ะ  อ๋อ  ใช่ๆ  พูดผิดไปนิดนึง  ชั้นออกไปลุยได้รึยัง " มาวินยิ้มแห้งๆ



         เหมยลี่กุมขมับ  เธอมองมาที่เด็กหนุ่ม  ประกายตาดูอ่อนล้า  ครู่หนึ่งก็ตอบกลับ


    "นี่แสดงว่านายไม่ได้ฟังชั้นกับคุณยายพูดเลย  จึงไม่รู้ว่าเนโครมันเซอร์ทำอะไรได้บ้าง "


    "อ่อ  ก็ฟังบ้าง  ไม่ฟังบ้าง  มันน่าเบื่ออ่ะ  เลยเหม่อซะเป็นส่วนใหญ่  ฮะๆ " มาวินหัวเราะหน้าเป็น  ดูก็รู้ว่าไม่สำนึก


    "เฮ้อ…ตามใจ  ออกไปลุยได้  เหนื่อยจะพูดแล้ว "เด็กสาวร่างสูงโบกมือไล่  พลางคิดในใจ"หมอนี่มันเกินเยียวยาแล้ว  ต้องปล่อยให้เจ็บตัวซะบ้าง"


    "เยี่ยม  ตัวเล็กบางแบบนี้  ชั้นพุ่งเข้าไปอัดทีเดียว  ก็จอดแล้ว  ฮ่าๆ " มาวินแกว่งแขนไปมา  พร้อมหัวเราะร่วน  เขาลำพองใจเกินไป  อาจเป็นเพราะได้เจอคู่ต่อสู้ที่น่าสมเพช(ในสายตาของมาวิน)


    "เอาล่ะนะ " มาวินยิ้มมุมปาก  ดวงตาเรียวมองคู่ต่อกรประหลาด แต่ก่อนจะก้าวเข้าไปต่อสู้  เหมยลี่ก็ร้องเตือนเด็กหนุ่มอีกครั้ง


    "ระวังเวทมนตร์ของมันด้วย "



         มาวินหันกลับไปมองเหมยลี่  สีหน้าและแววตาของเด็กสาวยังคงเรียบเฉย  แต่ลึกๆส่อเค้าความกังวลอยู่เล็กน้อย


    "เอ  ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ  เพราะยัยโย่งดูกังวลกับคู่ต่อสู้คนนี้พอสมควร" เด็กหนุ่มหัวเขียวนิ่งคิด  ก่อนหันกลับไปประจันหน้ากับชายผ้าคลุมดำ



        เมื่อชายประหลาดได้เผชิญหน้ากับมาวิน  เขาก็แนะนำตัวด้วยเสียงแหบแห้งที่ชวนขนลุก


    "สวัสดี  หนุ่มน้อย  ข้าชื่อโกส  เป็นผู้วิเศษของแก๊งยมทูต  พวกเจ้าเป็นใคร "


    "ชั้นชื่อมาวิน  เป็นเทพบุตรสุดหล่อ  ผู้เก่งที่สุดในปฐพี  ส่วนยัยโย่งที่ยืนเป็นเสาโทรเลขข้างหลังคือสมุนเอกของชั้น" มาวินยืดอก  พร้อมประกาศนามด้วยท่าทางที่ดูภาคภูมิ โดยไม่ได้สนใจว่าเหมยลี่ที่ยืนอยู่ข้างหลังจะมีสีหน้ายังไง แน่นอนว่าเธอยังดูสงบ  แต่ถ้าสังเกตให้ดี  จะพบว่าปลายคิ้วแอบกระตุกเล็กน้อย


    "หึๆ  เรื่องเก่งหรือไม่เก่ง  ยังไม่รู้หรอก  ถ้าไม่ลองสู้กัน " โกสหัวเราะเบาๆ  พลางตอบกลับอย่างใจเย็น


    "งั้นก็ดี  เริ่มเลยมั้ย "มาวินตั้งท่าสู้  ดูเหมือนเด็กหนุ่มอยากจะแสดงฝีมือเต็มแก่แล้ว


    "เดี๋ยว  ใจเย็น  เรามาตกลงกันก่อนดีกว่า " โกสยกมือห้าม


    "เอ๋  ตกลงอะไร " มาวินทำหน้างง  ส่วนเหมยลี่ทำท่าตรึกตรอง



         โกสยกสองมือขึ้นกอดอก  พร้อมยืดตัวเล็กน้อย  ท่าทางดูคล้ายผู้ทรงภูมิที่แสนชั่วร้าย  เขาเงียบไปอึดใจ  ก่อนอธิบายช้าๆ  แต่ชัดเจน


    "พวกเรามีความต้องการต่างกัน  ถ้ายกพวกตี  ย่อมเสียหายทั้งสองฝ่าย  ดังนั้นให้ส่งตัวแทนออกมาฝ่ายละสองคน  เพื่อสู้กันตัวต่อตัว  ใครชนะก็อยู่  ใครแพ้เป็นฝ่ายไป  ตกลงมั้ย "


    "อืม  น่าสนนะ  เอาไงดี  ยัยโย่ง " มาวินหันไปถามเหมยลี่



         เหมยลี่รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเล่นไม่ซื่อ  ชายผ้าคลุมดำตั้งเงื่อนไขที่ตนเองได้เปรียบ  เพราะถ้ายกพวกตีกัน  เหล่าลิ่วล้อต้องบาดเจ็บไม่มากก็น้อย  เนื่องจากพวกนั้นเป็นแค่อันธพาลชั้นปลายแถว  แต่ถ้าเปลี่ยนมาสู้ตัวต่อตัว  ตัวแทนชาวแก๊งย่อมหนีไม่พ้น “โกส”ซึ่งเป็นผู้ใช้มนต์ดำที่นักสู้ระยะประชิดแพ้ทาง  ทว่าเด็กสาวไม่สามารถปฏิเสธได้  เพื่อรักษาชีวิตของชาวบ้าน


    "ตกลงตามนั้น "


    "ใครจะเป็นตัวแทนของพวกเจ้า " โกสยิ้มเล็กน้อย  ทำให้ใบหน้าดูน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม


    "ก็ชั้นไงเล่า  เจ้าเบื๊อก  แล้วฝั่งแกล่ะ  จะส่งใครมา " มาวินร้องตอบอย่างห้าวหาญ  โกสจึงหันไปมองเด็กหนุ่ม  ก่อนแสยะยิ้มให้


    "ตัวแทนของแก๊งยมทูตก็คือข้า  หึ  หึ  หึ "



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    นิยายแนะนำ

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912