ที่ลานกว้างกลางหมู่บ้านมีการเลี้ยงฉลอง ทุกคนยิ้มแย้มกันถ้วนหน้า เพราะสามารถขับไล่แก๊งยมทูตได้ และคนที่เป็นประธานของงานนี้ก็คือมาวินและเหมยลี่
"เฮ….. ชนแก้ว " หนุ่มน้อยใหญ่พากันดวลสุราจนดูวุ่นวาย ส่วนมาวินและเหมยลี่ถูกจับให้นั่งกลางวง เด็กหนุ่มมีทีท่ากระสับกระส่าย ส่วนเด็กสาวนั่งนิ่งและสุขุม
"นี่ ยัยโย่ง ทำไงดีอ่ะ " มาวินแอบกระซิบ เหมยลี่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนตอบกลับช้าๆ
"มาถึงขั้นนี้ หัวหน้าใหญ่ที่เป็นเนโครมันเซอร์ต้องบุกมาด้วยตัวเองแน่ เราต้องอยู่รับมือ ไม่งั้นหมู่บ้านนี้จะถูกทำลาย "
"อืม " มาวินรับคำ ก่อนจะรู้สึกตัวว่าลืมใครบางคน
"ฮ้า….ลืมไปเลย คุณยายหายไปไหน "
"คงกลับบ้านไปหาหลาน นายไม่ต้องห่วงหรอก" เหมยลี่ตอบเบาๆ
"เชอะ ชั้นไม่ได้ห่วงยายแก่นั่นซักหน่อย แค่ยังไม่ได้ค่าจ้างที่พามาส่งต่างหาก เจอกันคราวหน้า จะทวงเงินซะให้เข็ด บังอาจมาใช้ชั้นฟรีๆได้ไง
"มาวินทำเป็นหงุดหงิด พลางบ่นเรื่อยเปื่อย
เหมยลี่แอบมองมาวินด้วยหางตา เธอยิ้มเล็กน้อย ดูเหมือนเวลาเดือนกว่าที่อยู่ร่วมกัน จะทำให้รู้ใจจริงกันมากขึ้น ระหว่างนั้นเอง หัวหน้าหมู่บ้านร่างผอมสูงก็เดินเข้ามา แม้ใบหน้าจะบอบช้ำจากการโดนทำร้าย แต่ก็ฉาบไปด้วยรอยยิ้ม
"เป็นไงมั่ง ลุง หน้าเยินเชียว " ทันทีที่เห็น เจ้าลิงหัวเขียวก็แสดงอาการอยู่ไม่สุขด้วยการถาม
"ฮ่าๆ ก็เจ็บพอสมควร แต่บอกตรงๆ ลุงดีใจมาก ถ้าพ่อหนุ่มและแม่หนูไม่ยื่นมือมาช่วย พวกเรามีหวังอดตายแน่ "ชายวัยกลางคนตอบกลับ ใบหน้าบูดเบี้ยวเล็กน้อย เพราะยังรู้สึกเจ็บปวด
"ฮะๆ โชคดีจริงนะ ลุง " มาวินหัวเราะแห้งๆ
"ในเมื่อโดนรีดไถ ทำไมลุงถึงไม่ขอความช่วยเหลือจากทหารรักษาเมือง" เหมยลี่สงสัย
"คงยากนะ แม่หนู ลำพังแค่ดูแลคนเข้าออกเมือง ก็วุ่นวายจนทหารไม่เป็นอันทำอะไร อีกอย่าง กำลังในเมืองก็มีแค่ 30 นาย จะมาปราบกลุ่มโจรได้ยังไง เมื่อเป็นแบบนี้ เราจึงต้องทน ถ้าพวกมันกลับมาอีก คงโดนเล่นงานจนอ่วม "หัวหน้าหมู่บ้านกลัดกลุ้ม
มาวินหันไปมองเหมยลี่ เด็กสาวหน้าคมจึงพยักหน้ารับเป็นเชิงอนุมัติ เด็กหนุ่มหัวเขียวเลยกล้าออกตัว
"ลุงไม่ต้องกังวลเรื่องแก๊งยมทูตหรอก "
"อ้าว ทำไมล่ะ " หัวหน้าหมู่บ้านทำหน้าเหลอหลา
"เพราะพวกชั้นจะปราบมันเอง " มาวินทุบอก เขาดูมั่นใจสุดๆ
"เอ๋…เดี๋ยวนะ พวกหนูเป็นแค่เด็กวัยรุ่นธรรมดา จะไปสู้กับพวกมันได้ไง อย่าเชียวนา เอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ "หัวหน้าหมู่บ้านร้องห้าม ท่าทางห่วงใย แต่มาวินกลับรู้สึกขบขัน
"ฮะ ฮะ ฮะ "
หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มเคืองที่มาวินหัวเราะใส่ เสมือนความปรารถนาดีของตนเป็นเรื่องตลก จึงเอ่ยถามห้วนๆ
"หัวเราะอะไร เจ้าหนู "
"หึๆ ก็หัวเราะลุงนั่นแหละ ถามจริงเถอะ พวกมันที่นอนกองร่วมสิบคน ไม่ได้มาจากฝีมือของพวกชั้นหรือไง ฮ่า ฮ่า ฮ่า " เด็กหนุ่มอธิบายจบ เขาก็หัวเราะต่อ
"เอ่อ จะว่าไป มันก็จริง แต่พวกมันมีเนโครมันเซอร์เป็นหัวหน้านะ " หัวหน้าหมู่บ้านร้องค้าน
ทันใดนั้นเอง เหมยลี่ผู้เงียบขรึมก็เอามือไปแตะไหล่ของหัวหน้าหมู่บ้าน จากนั้นก็ปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ใจเย็นๆ เรารับผิดชอบเอง ลุงไม่มีอะไรให้กังวล "
ทันทีที่ชายวัยกลางคนได้ฟัง เขาก็พลันสงบลง มีบางอย่างในน้ำเสียงที่ดูมีอำนาจและเยือกเย็นจนสามารถสยบจิตใจของผู้ฟังได้ แม้กระทั่งมาวินยังต้องหยุดขำ แต่ภายในใจแอบขบคิด
"ยัยโย่งพูดแบบนี้ได้ด้วยเหรอ "
การดื่มกินเป็นไปอย่างดุเดือด แม้เวลาจะล่วงเข้าสู่พลบค่ำ สงครามสุราก็ยังไม่คลายตัว ดูท่าทางงานเลี้ยงมีสิทธิ์ตียาวถึงรุ่งเช้าอย่างแน่นอน ซึ่งต้องเข้าใจ ชาวบ้านเหล่านี้ถูกกดขี่ข่มเหงมานาน แล้วจู่ๆมีนางเอกและพระเอก(มั้งนะ)ขี่ม้าขาวมาช่วย ใครจะไม่ดีใจบ้าง ทว่าทุกคนก็ต้องหยุดดื่มกินอย่างฉับพลัน เมื่อได้ยินเสียงตวาดของกลุ่มชายฉกรรจ์ผู้มาเยือน
"เฮ้ย หยุดฉลองกันได้แล้วโว้ย "
ชาวบ้านหันไปมองเจ้าของเสียง จึงพบว่าเป็นหนึ่งในแก๊งยมทูต เบื้องหลังมีชายฉกรรจ์ประมาณ 30 เศษยืนคุมเชิง ทุกคนล้วนอยู่ในชุดดำ สองมือติดอาวุธกันเต็มอัตราศึก ไม่ว่าจะเป็นมีด กระบอง ดาบเดินป่า ขวาน พิจารณาคร่าวๆ ถ้าเกิดการปะทะ หมู่บ้านแห่งนี้ต้องนองเลือดแน่
"เหวอ…พวกมันมาแล้ว " ชาวบ้านต่างร้องไห้กันระงม บางคนกลัวจนเข่าอ่อน มีเพียงมาวินกับเหมยลี่ที่ก้าวไปหยุดอยู่ข้างหน้า ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มหัวเขียวไปกินดีหมีจากที่ไหน จึงเป็นฝ่ายตวาดใส่กลุ่มอันธพาลอย่างดุดัน
"เฮ้ย พวกแกยังไม่เข็ดอีกรึไง "
ทันใดนั้นเอง ชายร่างใหญ่ก็เดินออกมาจากกลุ่ม เขามีใบหน้ายาว จมูกโด่ง ปากหนาแบะ ดวงตากร้าวแกร่ง ผมบนหัวถูกตัดเป็นทรงโมฮ็อค ทำให้ดูคล้ายชนเผ่าอินเดียนแดง และสิ่งนี้เองที่ทำให้มาวินขำกลิ้งในบัดดล
"ฮะๆ นี่มีแม้กระทั่งพวกชนเผ่าอาปาเช่เลยเหรอเนี่ย ตลกชะมัด "
ทุกคนในที่นั้นมองหน้ากันเอง ในใจนึกสงสัย เด็กหนุ่มหัวเขียวปกติดีหรือไม่ และกำลังพูดถึงอะไร ถึงกระนั้น เจ้ายักษ์ใหญ่ในชุดดำก็ดูไม่ใส่ใจ เขาคำรามดังจนเสียงกระจายไปทั่วบริเวณ
"เฮ้ย เอ็งเป็นแค่เด็กตัวน้อย แต่ดันมาซ่ากับพวกข้า ไม่อยากแก่ตายแล้ว ใช่มั้ย "
เจ้ายักษ์ก้าวเข้ามาหามาวิน เมื่อเข้าระยะจู่โจม ก็ฟาดขวานใหญ่ลงมาที่กระบาล หวังให้ขาดสองท่อนในทีเดียว
"ตูม "
คมขวานขนาดใหญ่ฟาดลงไปที่พื้นเต็มแรง บ่งบอกให้รู้ว่าจั่วลม เขาประหลาดใจสุดๆ เพราะมองไม่เห็นร่างของเด็กหนุ่ม
"เฮ้ย มันหายไปไหนฟะ "ชายร่างยักษ์เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงร้องทักที่ด้านหลัง
"อยู่ทางนี้เฟ้ย "
ชายร่างยักษ์รีบหันไปมอง แต่ไม่ทันได้ตั้งหลัก เด็กหนุ่มก็ยกเท้าขวาขึ้นเตะสูง ฝ่าเท้ามินิไซส์ประทับเข้าไปที่ขมับเต็มรัก
"อั้ก "
ด้วยความแรงในการเตะ ทำให้ชายร่างยักษ์เซถอยหลังไปหลายก้าว แต่การโจมตีของมาวินยังไม่จบเพียงเท่านี้ เด็กหนุ่มพุ่งปราดเข้าใส่ศัตรูอย่างรวดเร็ว เพื่อปลดปล่อยกระบวนท่าเด็ดที่ถนัด กรงเล็บนับสิบพุ่งใส่ชายร่างยักษ์อย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน
"พยุหะกรงเล็บแมวป่า "
"ปั้ก ปั้ก ปั้ก…"
พายุฝ่ามือปะทะทุกจุดบนกายที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ถ้าให้ลองนับเล่นๆ น่าจะไม่ต่ำกว่า 20 แม้ทุกดอกจะไม่หนักนัก แต่ก็สร้างความเสียหายได้เป็นอย่างดี สังเกตจากสีหน้าที่บิดเบี้ยวของผู้ถูกกระทำ
มาวินรัวใส่จนหมดชุด จากนั้นก็ถอยออกมาสองก้าว เพื่อรอชมผลงาน ทว่าชายร่างยักษ์กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง
"เอ…หรือจะไม่ได้ผล " คิ้วของมาวินขมวดนิ่วด้วยความขัดเคือง
ขณะที่มาวินนึกสงสัย ชายร่างยักษ์ก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามอง จากนั้นก็ล้มลงไปนอนหงาย
"โครม "
บังเกิดความเงียบอยู่อึดใจ ก่อนที่ชาวแก๊งจะรู้สึกตัว ทุกคนเริ่มหวั่นเกรงมาวิน เพราะชายร่างยักษ์ผู้นี้นับว่าเป็นมือดีของก๊วน ว่ากันตามจริง เขาคือรองหัวหน้าเสียด้วยซ้ำ แต่ยอดฝีมือระดับนี้ กลับถูกเด็กหนุ่มร่างเล็กที่ไว้ทรงผมประหลาด กระหน่ำอัดจนร่วงลงไปนอนกองในเวลาไม่ถึงนาที
"ไอ้เด็กนี่มันเก่งแฮะ อัดพี่ยักษ์จนร่วงในพริบตา เอาไงดี พวกเรา " หลายคนในกลุ่มเริ่มสับสน บางนายเกี่ยงให้คนอื่นบุก แต่ก่อนที่ชาวแก๊งจะวุ่นวายไปมากกว่านี้ เสียงแหบและยานคางก็ดังแทรกขึ้นมา
"ทุกคนอยู่ในความสงบ "
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ทุกคนในแก๊งก็สงบลง ทางด้านมาวินและเหมยลี่ก็ได้ยินเช่นกัน วัยรุ่นทั้งสองรู้สึกประหลาด เพราะกระแสนั้นทั้งแหบห้าวและไร้ชีวิตจนดูไม่เหมือนมนุษย์
"เอ…เสียงแปลกแฮะ " เด็กหนุ่มหัวเขียวอุทานดังตามสไตค์คนปากเปราะ ส่วนเหมยลี่ได้แต่ยืนนิ่ง พร้อมวิเคราะห์ศัตรูด้วยอาการเยือกเย็น
ชาวแก๊งยมทูตค่อยๆแยกออกเป็นสองส่วน เพื่อเปิดทางให้ชายประหลาด ครั้งแรกที่มาวินเห็น เขานึกขบขัน เนื่องจากบุรุษที่ปรากฏเป็นชายร่างเล็กที่สูงใกล้เคียงกัน ร่างผอมบางถูกซ่อนอยู่ในผ้าคลุมดำที่ยาวจนถึงข้อเท้า ใบหน้าผอมเสี้ยม ผิวซีดจาง ดวงตาขวางและขุ่นมัว บนศีรษะไร้เส้นผม ทำให้ดูน่าเกลียด น่ากลัวและน่าสมเพชในเวลาเดียวกัน
"อะฮ้า อย่าบอกนะว่าเจ้าตัวเล็กนี้เป็นหัวหน้ากลุ่มฮะๆ " มาวินหัวเราะเบาๆ เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไง เพราะหัวหน้าใหญ่ที่ทุกคนหวาดกลัว เป็นแค่ชายร่างเล็กหน้าตาประหลาดที่ดูคล้ายจำอวดในคณะละครสัตว์
"อย่าประมาทนะ มันเป็นเน...." เหมยลี่เห็นมาวินนึกดูแคลน จึงร้องเตือน แต่ไม่ทันกล่าวจบ เด็กหนุ่มก็แทรกก่อน
"รู้แล้วน่า มันคือเนโง่มันเซ่อ "
เด็กสาวร่างสูงหรี่ตาลง พลางมองหน้าเด็กหนุ่มนิ่งๆ ก่อนจะแก้วาจาที่ผิดพลาด
"เขาเรียกว่าเนโครมันเซอร์ "
"เอ๊ะ อ๋อ ใช่ๆ พูดผิดไปนิดนึง ชั้นออกไปลุยได้รึยัง " มาวินยิ้มแห้งๆ
เหมยลี่กุมขมับ เธอมองมาที่เด็กหนุ่ม ประกายตาดูอ่อนล้า ครู่หนึ่งก็ตอบกลับ
"นี่แสดงว่านายไม่ได้ฟังชั้นกับคุณยายพูดเลย จึงไม่รู้ว่าเนโครมันเซอร์ทำอะไรได้บ้าง "
"อ่อ ก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง มันน่าเบื่ออ่ะ เลยเหม่อซะเป็นส่วนใหญ่ ฮะๆ " มาวินหัวเราะหน้าเป็น ดูก็รู้ว่าไม่สำนึก
"เฮ้อ…ตามใจ ออกไปลุยได้ เหนื่อยจะพูดแล้ว "เด็กสาวร่างสูงโบกมือไล่ พลางคิดในใจ"หมอนี่มันเกินเยียวยาแล้ว ต้องปล่อยให้เจ็บตัวซะบ้าง"
"เยี่ยม ตัวเล็กบางแบบนี้ ชั้นพุ่งเข้าไปอัดทีเดียว ก็จอดแล้ว ฮ่าๆ " มาวินแกว่งแขนไปมา พร้อมหัวเราะร่วน เขาลำพองใจเกินไป อาจเป็นเพราะได้เจอคู่ต่อสู้ที่น่าสมเพช(ในสายตาของมาวิน)
"เอาล่ะนะ " มาวินยิ้มมุมปาก ดวงตาเรียวมองคู่ต่อกรประหลาด แต่ก่อนจะก้าวเข้าไปต่อสู้ เหมยลี่ก็ร้องเตือนเด็กหนุ่มอีกครั้ง
"ระวังเวทมนตร์ของมันด้วย "
มาวินหันกลับไปมองเหมยลี่ สีหน้าและแววตาของเด็กสาวยังคงเรียบเฉย แต่ลึกๆส่อเค้าความกังวลอยู่เล็กน้อย
"เอ ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ เพราะยัยโย่งดูกังวลกับคู่ต่อสู้คนนี้พอสมควร" เด็กหนุ่มหัวเขียวนิ่งคิด ก่อนหันกลับไปประจันหน้ากับชายผ้าคลุมดำ
เมื่อชายประหลาดได้เผชิญหน้ากับมาวิน เขาก็แนะนำตัวด้วยเสียงแหบแห้งที่ชวนขนลุก
"สวัสดี หนุ่มน้อย ข้าชื่อโกส เป็นผู้วิเศษของแก๊งยมทูต พวกเจ้าเป็นใคร "
"ชั้นชื่อมาวิน เป็นเทพบุตรสุดหล่อ ผู้เก่งที่สุดในปฐพี ส่วนยัยโย่งที่ยืนเป็นเสาโทรเลขข้างหลังคือสมุนเอกของชั้น" มาวินยืดอก พร้อมประกาศนามด้วยท่าทางที่ดูภาคภูมิ โดยไม่ได้สนใจว่าเหมยลี่ที่ยืนอยู่ข้างหลังจะมีสีหน้ายังไง แน่นอนว่าเธอยังดูสงบ แต่ถ้าสังเกตให้ดี จะพบว่าปลายคิ้วแอบกระตุกเล็กน้อย
"หึๆ เรื่องเก่งหรือไม่เก่ง ยังไม่รู้หรอก ถ้าไม่ลองสู้กัน " โกสหัวเราะเบาๆ พลางตอบกลับอย่างใจเย็น
"งั้นก็ดี เริ่มเลยมั้ย "มาวินตั้งท่าสู้ ดูเหมือนเด็กหนุ่มอยากจะแสดงฝีมือเต็มแก่แล้ว
"เดี๋ยว ใจเย็น เรามาตกลงกันก่อนดีกว่า " โกสยกมือห้าม
"เอ๋ ตกลงอะไร " มาวินทำหน้างง ส่วนเหมยลี่ทำท่าตรึกตรอง
โกสยกสองมือขึ้นกอดอก พร้อมยืดตัวเล็กน้อย ท่าทางดูคล้ายผู้ทรงภูมิที่แสนชั่วร้าย เขาเงียบไปอึดใจ ก่อนอธิบายช้าๆ แต่ชัดเจน
"พวกเรามีความต้องการต่างกัน ถ้ายกพวกตี ย่อมเสียหายทั้งสองฝ่าย ดังนั้นให้ส่งตัวแทนออกมาฝ่ายละสองคน เพื่อสู้กันตัวต่อตัว ใครชนะก็อยู่ ใครแพ้เป็นฝ่ายไป ตกลงมั้ย "
"อืม น่าสนนะ เอาไงดี ยัยโย่ง " มาวินหันไปถามเหมยลี่
เหมยลี่รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเล่นไม่ซื่อ ชายผ้าคลุมดำตั้งเงื่อนไขที่ตนเองได้เปรียบ เพราะถ้ายกพวกตีกัน เหล่าลิ่วล้อต้องบาดเจ็บไม่มากก็น้อย เนื่องจากพวกนั้นเป็นแค่อันธพาลชั้นปลายแถว แต่ถ้าเปลี่ยนมาสู้ตัวต่อตัว ตัวแทนชาวแก๊งย่อมหนีไม่พ้น “โกส”ซึ่งเป็นผู้ใช้มนต์ดำที่นักสู้ระยะประชิดแพ้ทาง ทว่าเด็กสาวไม่สามารถปฏิเสธได้ เพื่อรักษาชีวิตของชาวบ้าน
"ตกลงตามนั้น "
"ใครจะเป็นตัวแทนของพวกเจ้า " โกสยิ้มเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าดูน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม
"ก็ชั้นไงเล่า เจ้าเบื๊อก แล้วฝั่งแกล่ะ จะส่งใครมา " มาวินร้องตอบอย่างห้าวหาญ โกสจึงหันไปมองเด็กหนุ่ม ก่อนแสยะยิ้มให้
"ตัวแทนของแก๊งยมทูตก็คือข้า หึ หึ หึ "
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
