เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 46 เดทลับๆ ของลู่เป๋าเหยียนกับหานรั่วซี

            การประกวดซูเปอร์โมเดลในวันนั้นลั่วเสี่ยวซีเป็นผู้ชนะ

            แต่ก็เพราะชัยชนะในครั้งนี้ทำให้พ่อเธอโกรธจัดจนเข้าโรงพยาบาล พ่อโกรธเธอมากจนเลิกให้เงินเธอขนาดแม่ที่โอ๋เธอสุดๆ มาโดยตลอดยังหมดปัญญาที่จะช่วย

            เหตุผลน่ะเหรอ

            นั่นก็เพราะพ่อรับไม่ได้กับการที่เธอใส่ชุดแบบนั้นออกทีวีน่ะสิพ่อบอกให้เธอโยนถ้วยรางวัลทิ้งไปซะ แล้วกลับไปทำงานที่บริษัท

            “ไม่ไปหนูไม่ชอบใส่ชุดทางการไปทำงานเช้ายันเย็น จันทร์ถึงศุกร์ทุกๆ วันแบบนั้น”

            ลั่วเสี่ยวซีปฏิเสธพ่อเธอเสียงแข็งจนลืมนึกไปถึงเรื่องเงินทองที่ต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันตอนนี้จึงได้แต่นอนหมกตัวอยู่ในอพาร์ทเมนต์รอให้โมเดลลิ่งติดต่อมา

            เธอเป็นผู้ชนะการประกวดคงมีหลายบริษัทอยากเซ็นสัญญาด้วยอนาคตเธอจะต้องกลายเป็นนางแบบระดับโลกผู้เจิดจรัสแน่นอน!

            ซูเจี่ยนอันเตือนไม่ให้เธอเข้าสู่วงการที่ดีแต่เปลือกแบบนี้แต่ลั่วเสี่ยวซีพูดอย่างมั่นใจว่า

            “ฉันจะเด่นดังจนซูอี้เฉิงต้องหันมามอง!ใครก็ตามที่มาขวางทาง ฉันจะจัดการให้เรียบ!”

            ซูเจี่ยนอันนึกอยู่แล้วว่าลั่วเสี่ยวซีน่ะเหรอจะยอมแพ้เรื่องนี้ง่ายๆเธอวางเงินสี่หมื่นที่นำมาด้วยวางลงบนโต๊ะ

            “งั้นฉันคงช่วยเธอได้แค่นี้”

            ลั่วเสี่ยวซีกำลังกลุ้มใจเรื่องที่พ่อระงับเงินเธอไว้อยู่พอดีพอเห็นแบงก์สีชมพูตรงหน้า สายตาก็ลุกวาวพร้อมวิ่งเข้าไปกอดซูเจี่ยนอันเต็มแรง

            “ถ้าดังเมื่อไรพี่จะไม่มีวันลืมน้องเด็ดขาด!ว่าแต่ บอสใหญ่ของเธอเมื่อไรจะกลับ?”

            “อีกสองวัน”ซูเจี่ยนอันตอบ

            “แหมๆๆ จำแม่นเชียว”ลั่วเสี่ยวซีจิ้มไหล่ซูเจี่ยนอันอย่างหยอกล้อ “อยากให้เขากลับมาเร็วๆ ล่ะสิ”

            “อือฮึ อยากสิ”ซูเจี่ยนอันพยักหน้ายอมรับอย่างที่ลั่วเสี่ยวซีหวังไว้ไม่ผิด

            เธอยังจำคำพูดของเขาได้แม่นเขาให้เธอรอเขากลับมา เพราะมีบางอย่างจะให้

            จนถึงตอนนี้เธอยังเดาไม่ออกเลยว่าเขาจะเอาอะไรมาฝากจึงได้แต่ตั้งตารอคอย เพราะฉะนั้นย่อมอยากให้เขากลับมาไวๆ อยู่แล้ว

            ลั่วเสี่ยวซีสะกิดซูเจี่ยนอันพลางพูด

            “ฉันขอทายว่า ซูเจี่ยนอันเธอต้องเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นแล้วแน่ๆ!”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มกับตัวเองดวงตาใสแจ๋วดูมีชีวิตชีวา

            “ไปหยิบชุดนอนมาให้ชุดหนึ่งสิคืนนี้ฉันขอค้างที่นี่นะ”

            ไม่รู้เพราะว่าคิดถึงหรืออย่างไรเธอจึงฝันถึงลู่เป๋าเหยียนในคืนนั้น

            ในฝันเขาเลิกงานกลับบ้านตามปกติเขาอยู่ในชุดสูท หน้าตาดูอ่อนเพลียเล็กน้อยยืนอยู่หน้าประตูบ้าน

            เธอวิ่งเข้าไปหาเขาอย่างดีใจรอให้เขาหยิบของฝากออกมาให้เธอด้วยสายตาตื่นเต้น

            ลู่เป๋าเหยียนลูบผมเธอเบาๆพลางพูดว่า

            “ไม่เจอกันตั้งนานคุณนายลู่จะไม่กอดฉันหน่อยเหรอ”

            “นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่านายเอาอะไรมาเซอร์ไพรส์ฉัน!”เธอซักไซ้ “สรุปนายเอาอะไรมา รีบเอาออกมาให้ฉันดูเร็วเข้า”

            ลู่เป๋าเหยียนยื่นมือออกมาความลับใกล้ถูกเปิดเผย ทว่า...

            โอ๊ย! จู่ๆ แก้มของเธอก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาเธอตื่นจากฝันในทันที

            “เธอกำลังจะไปทำงานสายแล้วนะ!”ลั่วเสี่ยวซีพูดอยู่ข้างหูพลางดึงแก้มเธอ “ยิ้มหวานอย่างกับกำลังฝันดีหรือว่าฝันถึงบอสใหญ่เอ่ย?”

            ถูกเผง...

            แต่เธอไม่มีทางบอกลั่วเสี่ยวซีหรอก!

            เพราะฝันนั้นทำให้เธออารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูกซูเจี่ยนอันเตะผ้าห่มออกแล้วไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย แต่เมื่อออกจากห้องน้ำก็พบว่าลั่วเสี่ยวซีกำลังนั่งเหม่อกุมมือถืออยู่บนเตียง

            หรือว่ามีโมเดลลิ่งสนใจจะเซ็นสัญญากับเธอแล้ว?

            ซูเจี่ยนอันเดินเข้าไปอย่างเงียบๆแต่กลับพบว่าที่จริงแล้วลั่วเสี่ยวซีกำลังอ่านข่าวบันเทิงอยู่ เธอแอบเห็นคำว่า‘ลู่เป๋าเหยียน’ ‘หานรั่วซี’ ‘สวีทหวานในโรงแรม’ อยู่บทเนื้อข่าวพอลั่วเสี่ยวซีรู้ตัวว่าเธอกำลังมองอยู่ ก็รีบซ่อนมือถือไว้ทันที

            “เอ่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเหรอ งั้นไปกินมื้อเช้ากัน!” ลั่วเสี่ยวซีพยายามฉีกยิ้ม“ไปจุยเยว่จวี้ไหม เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง!”

            ซูเจี่ยนอันพูดสีหน้าเรียบ“ส่งมือถือมาให้ฉัน”

            ลั่วเสี่ยวซีกอดมือถือไว้แน่นพลางส่ายหน้า

            “ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกน่าไปกินข้าวกันเถอะ ถ้าไม่ไปจุยเยว่จวี้ งั้นเราไป...”

            สายตาของซูเจี่ยนอันนิ่งเฉยสีหน้าราบเรียบ ไม่ว่าลั่วเสี่ยวซีจะพูดอะไรเธอก็ยืนจ้องอยู่ตรงนั้น

            ลั่วเสี่ยวซีเริ่มมั่นใจว่าเธอคงเห็นอะไรไปบ้างแล้วแน่ๆถึงจะซ่อนไปก็เท่านั้น ว่าแล้วจึงยื่นมือถือส่งให้

            เมื่อซูเจี่ยนอันปลดล็อกมือถือก็เห็นพาดหัวข่าวอย่างชัดเจน

            “เดตลับๆ ณ อเมริกาของลู่เป๋าเหยียนและหานรั่วซี สวีทหวานในโรงแรมสี่ชั่วโมง”

            เหมือนมีใครมาจุดระเบิดในสมองเธอจนขาวโพลนไปหมดนิ้วเรียวปัดหน้าจอเลื่อนลงไปอ่านต่ออย่างไม่ต้องคิด

            เลื่อนไปเลื่อนมาก็เห็นรูปภาพประกอบข่าว

            เวลาสี่ทุ่มกว่าลู่เป๋าเหยียนและหานรั่วซีนั่งอยู่ที่ภัตตาคารของโรงแรมหานรั่วซีถือแก้วไวน์พลางขยับมืออย่างช้าๆคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธออย่างลู่เป๋าเหยียนสีหน้าเรียบเฉยแต่เพราะปกติเขามักทำสีหน้าเย็นชาเพราะฉะนั้นจึงเรียกได้ว่าวันนี้ดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ

            รูปที่สองเป็นรูปตอนที่พวกเขากลับไปที่ห้องแล้วผ้าคลุมไหล่ของหานรั่วซีกองอยู่ที่พื้น เธอกับลู่เป๋าเหยียนกำลังกอดกันริมฝีปากของทั้งสองแนบชิด เตียงใหญ่ที่อยู่ด้านข้างเหมือนบอกใบ้อะไรบางอย่าง

            รูปภาพอีกหลายรูปหลังจากนั้นคล้ายกับภาพที่สอง จุดเดียวที่ต่างออกไปในแต่ละภาพคือเนื้อหนังของหานรั่วซีที่เผยออกมามากขึ้นเรื่อยๆเสื้อสูทของลู่เป๋าเหยียนเองก็เริ่มไม่เข้าที่เข้าทางระยะห่างของเตียงกับพวกเขาสองคนที่เริ่มใกล้ขึ้นเรื่อยๆทำให้คนมองอดคิดต่อไม่ได้...

            นักข่าวเขียนทิ้งท้ายไว้ว่ากว่าลู่เป๋าเหยียนจะออกจากห้องของหานรั่วซีก็เช้าแล้ว เวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันสี่ชั่วโมงมีอะไรเกิดขึ้นนั้นไม่ต้องให้บอกทุกคนก็คงรู้ดีแถมเมื่อวานพวกเขายังบินไฟล์ทเดียวกันไปอเมริกาอีก มองเผินๆ เหมือนไปทำงานแต่จุดประสงค์ที่แท้จริงอาจจะไม่ใช่ก็ได้นะจ๊ะ...

            อ่านจบสติของซูเจี่ยนอันก็เริ่มกลับมา เธอสูดหายใจลึก จากนั้นส่งมือถือคืนให้ลั่วเสี่ยวซี

            “ยังยืนนิ่งอยู่อีกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ เมื่อกี้บอกว่าจะเลี้ยงข้าวฉันที่จุยเยว่จวี้ไม่ใช่เหรอ”

            “เจี่ยนอัน...”ลั่วเสี่ยวซีเดินเข้ามา “ถ้าเธอรู้สึก...”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มพลางพูดขัด“เธอคงไม่กลับคำพูดใช่ไหม”

            ลั่วเสี่ยวซีกัดฟันตอบออกไป“ได้ เดี๋ยวฉันรีบไปเปลี่ยนชุดเลย เธอรอแป๊บหนึ่งนะ”ให้เวลาซูเจี่ยนอันเคลียร์ให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนแล้วพวกเธอค่อยมาช่วยกันแก้ปัญหาก็ยังทัน

            ซูเจี่ยนอันหยิบโทรศัพท์เดินออกจากห้องนอนรอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มเลือนหาย เธอสงสัยว่าสิ่งที่เธอเห็นเมื่อกี้ไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมแต่ในใจก็ไม่กล้าที่จะดูมันอีกครั้งเพื่อยืนยัน

            ลั่วเสี่ยวซีพูดถูกอีกแล้วดูงานต่างประเทศอะไรนั่น เป็นช่วงที่เสี่ยงที่สุด

            หัวใจของเธอเหมือนมีอะไรมาบีบรัดเธออยากถามลู่เป๋าเหยียนให้ชัดว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่

            แต่ถ้าพวกเขาสองคนทำแบบนั้นจริงๆแล้วเธอมีสิทธิ์อะไรไปถามเขากัน? ลู่เป๋าเหยียนบอกเธอไว้ก่อนแล้วว่าเขาไม่คิดอะไรกับเธออีกสองปีก็จะหย่าไม่ใช่หรือไง

            ตอนนี้ซูเจี่ยนอันเหมือนแมลงตัวน้อยที่เผลอเข้าไปติดอยู่ในใยแมงมุมต่อให้ใยนี้จะกว้างมากแค่ไหน แต่เธอก็รู้สึกเหมือนถูกรัดจนหายใจไม่ออก

            ถ้าเธอหาเรื่องอย่างอื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจไม่ได้ดีไม่ดีเธออาจจะคิดวู่วามบินไปหาลู่เป๋าเหยียนที่อเมริกาเองเลยก็เป็นได้

            ไม่ได้เธอจะปล่อยให้ตัวเองทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด...

            ตอนนั้นเองมือถือซูเจี่ยนอันก็ดังขึ้น เธอนึกว่าเป็นลู่เป๋าเหยียนที่โทรมา ทว่ากลับเป็นสายของสารวัตรเหยียน

            เฮ้อเขาคงไม่คิดจะโทรมาเม้าเรื่องลู่เป๋าเหยียนกับหานรั่วซีหรอกนะ?

            ซูเจี่ยนอันรับสายเสียงของสารวัตรเหยียนดูร้อนรน

            “เจี่ยนอันเกิดคดีขึ้นที่เถียนอันการ์เดนท์ อาคารสิบหก ห้อง 502 เธอไปที่สถานที่เกิดเหตุเลยได้หรือเปล่า”

            “รับทราบค่ะฉันจะไปถึงในอีกสามสิบนาที!”

            เธอวางมือถือลงและรีบเดินหากุญแจรถ จากนั้นจึงบอกกับลั่วเสี่ยวซีก่อนออกไป

            ลั่วเสี่ยวซีวิ่งออกมาก็ไม่เห็นซูเจี่ยนอันแล้วเหลือแต่มือถือของเจ้าตัวที่ถูกวางอยู่บนโซฟาเห็นดังนั้นลั่วเสี่ยวซีถึงกับส่ายหัว

            “ถ้าไม่ช็อกสิแปลก ดูสิขนาดมือถือยังลืมไว้ได้”

            ซูเจี่ยนอันคิดจะโทรหาเจียงเส้าข่ายทว่ากับหามือถือตัวเองไม่เจอ ว่าแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตนวางเอาไว้บนโซฟางั้นของลองเสี่ยงดูสักตั้งว่าเจียงเส้าข่ายจะใจตรงกันกับเธอ และขับรถไปที่เกิดเหตุเลยหรือเปล่า

            เมื่อถึงชั้นล่างของอาคารสิบหก ซูเจี่ยนอันก็เห็นเทปเหลืองพันปิดล้อมที่เกิดเหตุกับฝูงชนมากมายกำลังยืนอยู่รอบอาคารเธอเข้าใจในทันทีว่าทำไมเสียงของสารวัตรเหยียนเมื่อครู่ถึงดูร้อนใจนักท่าทางจะเป็นคดีใหญ่

            เธอแสดงบัตรประจำตัวให้ตำรวจที่ยืนเฝ้าด้านหน้าดูก่อนถามว่า

            “เจียงเส้าข่ายมาหรือยังคะ”

            “เขากับสารวัตรเหยียนมาถึงแล้วครับ”

            “ขอบคุณค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันรีบตรงไปที่ชั้นห้า

            เจียงเส้าข่ายที่กำลังรอซูเจี่ยนอันอยู่เมื่อเห็นเธอก็ยื่นเสื้อกาวน์และถุงมือให้ทันที

            “ของของเธอฉันเอามาหมดแล้ว”

            “ขอบใจมาก”ซูเจี่ยนอันรีบใส่ถุงมืออย่างคล่องแคล่ว “กะแล้วว่านายต้องเอามาให้ฉัน”

            เธอกับเจียงเส้าข่ายทำงานด้วยกันมาหลายปีจนรู้นิสัยกันดี

            “เจี่ยนอัน”สารวัตรเหยียนเดินเข้ามาหา “เธอทำงานตามปกติไหวใช่ไหมถ้าไม่ไหวเดี๋ยวฉันให้คนอื่นมาทำแทน เธอจะได้ไปพักสักหน่อย คดีนี้ไม่ง่ายจะมาล้อเล่นไม่ได้นะ”

            “พวกคุณอ่านข่าวกันหมดแล้วสินะ?” ซูเจี่ยนอันบ่น “เริ่มขี้เม้าเป็นผู้หญิงเหมือนเจียงเส้าข่ายกันหมดแล้วนะคะวางใจเถอะค่ะ ฉันไม่ปล่อยให้เรื่องส่วนตัวมาปนกับงานแน่นอน”

            สารวัตรเชื่อในตัวซูเจี่ยนอันอยู่แล้วจึงพยักหน้า“งั้นมาเริ่มกันเลย”

            ซูเจี่ยนอันและเจียงเส้าข่ายมองแวบเดียวก็รู้ว่าเหยื่อโดนทรมานก่อนถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมวิธีอันโรคจิตที่ฆาตกรใช้คล้ายในหนังหัวรุนแรงของยุโรปเขาสลักสัญลักษณ์มากมายลงบนตัวเหยื่อทั้งเป็น และยังตัดแยกแขนขาออกเป็นสี่ส่วนทำให้เหยื่อเสียชีวิตจากการเสียเลือดมากระหว่างถูกทรมาน

            คิ้วของซูเจี่ยนอันขมวดยุ่งมากขึ้นทุกทีความเกลียดชังในการกระทำของฆาตกรทำให้เธอลืมความรู้สึกปั่นป่วนที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าได้เป็นอย่างดีดังนั้นเธอจึงเสนอตัวเป็นผู้ดูแลเคสนี้

            เธอต้องการงานที่ท้าทายมาเบนความสนใจของตัวเองเพราะฉะนั้นคดีฆาตกรรมในครั้งนี้เป็นตัวเลือกที่ดี

            “เธอไม่บอกฉันก็เตรียมฝากให้เธอรับผิดชอบอยู่แล้ว”สารวัตรเหยียนพูดสีหน้าขรึม “เจี่ยนอัน พวกเรากำลังสงสัยว่าฆาตกรอาจก่อคดีอีกผู้ตายเป็นคนดีที่ไม่มีศัตรูที่ไหนตอนนี้เราคาดการณ์ว่าบางทีฆาตกรกับผู้ตายอาจจะไม่ใช่คนรู้จักกันแถมตัวฆาตกรน่าจะมีปัญญาทางจิตเกรงว่าเขาอาจจะหาเหยื่อรายต่อไปที่เป็นหญิงสาวตัวคนเดียวลักษณะแบบนี้อีกเธอเคยเรียนจิตวิทยาอาชญากรรมมา งานชันสูตรศพให้เจียงเส้าข่ายจัดการไปส่วนเธอมาช่วยพวกเราสืบคดีแล้วกันนะ”

            ซูเจี่ยนอันพยักหน้าตอบรับ“ได้ค่ะ”

            เป็นอย่างที่สารวัตรเหยียนคาดการณ์ไว้ไม่ผิดบ่ายวันเดียวกันก็เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นที่อีกเขตผู้ตายเป็นหญิงสาวที่ใช้ชีวิตตามลำพังลักษณะการตายเหมือนกับที่เถียนอันการ์เดนท์ไม่ผิดเพี้ยน ทีมตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของฆาตกรคนเดียวกัน

            “ฆาตกรรมต่อเนื่อง”คำนี้หลอกหลอนผู้คนทั่วทั้งเมือง A จนหญิงสาวที่อยู่ตัวคนเดียวต่างกลัวกันไปหมดซูเจี่ยนอันกับทีมตำรวจต่างเร่งมือทำงานอย่างหนัก เพื่อจะจับตัวฆาตกรให้ได้

            เที่ยงวันนั้นเองในที่สุดลั่วเสี่ยวซีก็ได้รับโทรศัพท์จากโมเดลลิ่งพวกเขานัดเธอออกไปคุยเพื่อเซ็นสัญญา

            ทั้งห้องจึงเหลือแต่เพียงมือถือที่น่าสงสารของซูเจี่ยนอันที่ถูกทิ้งอยู่บนโซฟามันส่งเสียงดังไม่หยุด บนหน้าจอขึ้นชื่อ “ลู่เป๋าเหยียน”

            ลั่วเสี่ยวซีไม่อยู่บ้านย่อมไม่มีคนรับสาย ผ่านไปได้ไม่นาน มือถือจึงแบตหมดทำให้ไม่ว่าใครก็โทรไม่ติดอีกแล้ว...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390