“คนอยู่ที่ไหน!” หลานอวี้คำรามเสียงดัง
“นอกเมือง... ในค่ายทหารขอรับ” จางโจวตอบ
ถึงขั้นกล้าซ่อนคนไว้ในค่ายทหาร นี่คิดจะให้ทหารทั้งค่ายต้องตายตกตามกันไปหมดเลยใช่หรือไม่?
หลานอวี้โกรธจัดจนตัวสั่น แทบจะอยากฟาดจางโจวให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้ แต่เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ตรงหน้า เขาควรจะทำอย่างไรดี?
“หลานอวี้ เ้าจะยอมให้จับกุมแต่โดยดีหรือไม่?” จูอวิ่นเถิงถามขึ้นด้วยเสียงอันดัง
“เหลียงกั๋วกง เขาไม่มีราชโองการนะขอรับ!” จางโจวรีบทูลทัดทาน
“หุบปาก!”
หลานอวี้เตะเข้าไปอีกครั้ง จนศีรษะของจางโจวกระแทกพื้นดังปึ้ก และเ้าตัวไม่กล้าปริปากอีก
หลานอวี้เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรทำอย่างไร
ต่อให้ไม่มีราชโองการ แต่ตราบใดที่เื่พัวพันกับหูเหวยยง วันนี้เขาก็ไม่มีทางหนีพ้น เพียงแต่คนที่มาจับตัวเขาคือจูอวิ่นเถิง ความนัยที่ซ่อนอยู่เื้ันี้จึงเป็เื่ที่น่าขบคิดยิ่งนัก
หลานอวี้ไม่ใช่คนเขลาที่ไร้สมอง เขาแค่เพียงเป็คนมุทะลุและโอหังเกินไปบ้างเท่านั้น คนโง่เขลาไม่มีทางก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งนี้ได้ และไม่มีทางทำให้จูหยวนจางเกิดความหวาดระแวงได้ถึงเพียงนี้
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงสิ่งที่เฝิงเซิ่งเคยกำชับไว้ว่า ให้เขาสลัดความโอหังทิ้งไปให้สิ้น และต้องเชื่อฟังการจัดการของจูอวิ่นเถิงแต่เพียงผู้เดียว
หาก้าให้จูอวิ่นเถิงประสบความสำเร็จในการชิงตำแหน่ง และพวกขุนศึกแห่งหวยซีไม่อยากตาย พวกเขาจำเป็ต้องฟังคำสั่งของจูอวิ่นเถิง ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีใครรอดชีวิตไปได้
หลานอวี้ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชายตามองจูอวิ่นเถิง แล้วชูมือขึ้นกล่าวว่า “ข้ายอมไปกับพวกเ้า!”
เขาเลือกที่จะเชื่อในตัวเฝิงเซิ่ง และเชื่อมั่นในคำพูดของจูอวิ่นเถิง
นับแต่ตอนที่จางโจวซ่อนตัวบุตรชายของเย่เซิง เื่นี้ก็ไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีก จะอยู่หรือตายย่อมขึ้นอยู่กับการจัดการของจูอวิ่นเถิงเท่านั้น
“คุมตัวหลานอวี้และจางโจวไป จวนเหลียงกั๋วกงให้ปิดล้อมไว้ ห้ามผู้ใดเข้าออกโดยเด็ดขาด องครักษ์เสื้อแพรแบ่งกำลังไปคุมตัวบุตรชายของเย่เซิงกลับมา” จูอวิ่นเถิงสั่งการ
มือของหลานอวี้ถูกมัดไว้ในทันที ตลอดกระบวนการนั้นเขาไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้อย ส่วนจางโจวในเวลานี้ก็ไม่อาจโอหังได้อีก จำต้องยอมให้มัดตัวแต่โดยดี
องครักษ์เสื้อแพรรีบรับคำสั่งและเร่งควบม้าออกนอกเมืองเพื่อไปจับตัวบุตรชายของเย่เซิง
“พาตัวออกไป!” จูอวิ่นเถิงสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
ทว่า ในความจริงแล้วฝ่ามือของเขายังชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความตื่นเต้นและความเครียดย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้
เขาเกรงที่สุดว่าหลานอวี้จะโง่เขลาจนขาดสติ พอได้ยินว่าไม่มีราชโองการก็ลุกขึ้นต่อต้าน ถ้าเป็เช่นนั้นเื่นี้ย่อมไม่มีวันถอยกลับ หลานอวี้จะต้องตายแน่นอน
และ 'คดีหลานอวี้' ในหน้าประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
แต่เมื่อหลานอวี้ยอมสยบและถูกมัดโดยไม่มีการขัดขืน เช่นนี้ทุกอย่างยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี และยังมีโอกาสที่จะแก้ไข
ภายนอกจวนเหลียงกั๋วกง นอกจากกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรแล้ว ยังมีชาวบ้านมากมายมามุงดูด้วยความสงสัย
เมื่อทราบข่าวว่าเหลียงกั๋วกงถูกจับ ต่างก็ใจนต้องรีบมาดูให้เห็นกับตา
เป็ที่รู้กันว่าเหลียงกั๋วกงวางอำนาจบาตรใหญ่อย่างมาก ทั้งยังมีบุตรบุญธรรมมากมาย ซึ่งคนเ่าั้ก็ไม่ใช่คนดี มักจะรังแกราษฎรอยู่เป็ประจำ
ยามนี้ที่เหลียงกั๋วกงถูกจับ ชาวบ้านบางคนถึงกับอยากจะปรบมือแสดงความยินดีด้วยซ้ำ
ในกลุ่มฝูงชนนั้น ยังมีคนที่ฝ่ายต่าง ๆ ส่งมาสืบข่าวปะปนอยู่ด้วย สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นที่สุดคือการที่องครักษ์เสื้อแพรปะทะกับหลานอวี้จนนองเื
น่าเสียดายที่ไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ได้ยินข่าวใหม่ที่สำคัญยิ่ง
นั่นคือเื่ที่พัวพันกับหูเหวยยง!
ชื่อของหูเหวยยงนั้น ใครเข้าไปแตะย่อมหมายถึงความตาย พวกเขาจึงรีบวิ่งกลับไปรายงานข่าวทันที
คนที่อยู่เื้ัย่อมรู้ดีว่าแค่ชื่อ 'หูเหวยยง' เพียงคำเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้หลานอวี้ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป
ขณะที่จูอวิ่นเถิงกำลังเดินพ้นประตูใหญ่ของจวนออกมา ก็ปรากฏกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งรุดหน้าเข้ามา
ฉางเซิง สวีฮุยจู่ ฟู่โหย่วเต๋อ เฝิงเซิ่ง และกัวอิง... ทั้งหมดล้วนเป็ยอดขุนศึกแห่งหวยซี แต่ละคนต่างพากองกำลังของตนมาด้วย ท่าทางราวกับตั้งใจจะมาชิงตัวหลานอวี้
เห็นได้ชัดว่าหลังจากมีผู้ไม่ประสงค์ดีปล่อยข่าวออกไป เหล่าขุนศึกแห่งหวยซีต่างก็ได้รับรู้ถึงเื่ที่เกิดขึ้นแล้ว
ไม่ใช่แค่พวกเขา แม้แต่บุตรบุญธรรมคนอื่น ๆ ของหลานอวี้ก็รู้ข่าวนี้เช่นกัน
เื่นี้ถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องกลายเป็เื่ใหญ่ลุกลามไปทั่วเมือง!
ผู้คนมากมายในจินหลิงต่างจับตาดูความเคลื่อนไหวของจูอวิ่นเถิงอย่างใกล้ชิด แต่จูอวิ่นเถิงกลับไม่ได้หวาดกลัว แต่เขากลัวเพียงแค่ว่าตนเองจะทำได้ไม่ดีพอเท่านั้น
“กลับไปให้หมด!” หลานอวี้ะโลั่น “กลับไปซะ เื่ของข้าไม่เกี่ยวกับพวกเ้า ไสหัวไปให้พ้น!”
เมื่อเห็นสภาพนั้น ฉางเซิงก็อดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปข้างหน้า
ฝ่ายหนึ่งคือท่านน้าของเขา อีกฝ่ายหนึ่งคือหลานชายแท้ ๆ การที่ทั้งสองต้องมาปะทะกันแบบนี้ คือสิ่งที่ฉางเซิงไม่อยากเห็นที่สุด
ทว่า เฝิงเซิ่งกลับฉุดรั้งมือของฉางเซิงไว้และส่ายหน้า “อย่าเข้าไป และอย่าทำอะไรวู่วาม เหลียงกั๋วกงพูดถูก เื่ของเขาไม่เกี่ยวกับพวกเรา”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่!” เฝิงเซิ่งส่ายหน้าพลางกล่าวต่อ “พวกเราแค่รอดูอยู่ห่าง ๆ ก็พอ หากพวกเรายื่นมือเข้ายุ่ง เื่นี้จะยิ่งลุกลามไปกันใหญ่”
หากสถานการณ์คุมไม่อยู่ อย่าว่าแต่หลานอวี้เลย พวกเขาก็ต้องตายตามไปด้วย ผลที่ตามมาย่อมเกินกว่าจะคาดคิดได้
ความจริงแล้ว พระนัดดาไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่กำลังหาทางช่วยพวกเราอยู่ต่างหาก
“ไป!”
จูอวิ่นเถิงเดินนำทางขบวนองครักษ์เสื้อแพรคุมตัวหลานอวี้และจางโจวออกไป
ในขณะที่จวนตระกูลหลานถูกสั่งปิดตาย ห้ามผู้ใดเข้าออก ใครฝ่าฝืนมีโทษสถานเดียวคือปะา
ตึก! ตึก! ตึก!
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของกองกำลังทหารขนาดใหญ่ก็ดังขึ้น
“แย่แล้ว มีทหารยกพวกมา!” ชาวบ้านคนหนึ่งในฝูงชนะโเตือน
เพียงพริบตาเดียว กองกำลังกว่าห้าร้อยนายซึ่งประกอบไปด้วยบุตรบุญธรรมและกองกำลังส่วนตัวของหลานอวี้ ก็เข้าขวางทางหน้าหน่วยองครักษ์เสื้อแพรไว้
พวกเขามีทั้งหน้าไม้ ดาบ และทวน อาวุธครบมือ กลิ่นอายสังหารพลุ่งพล่าน
การที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ได้ ส่วนหนึ่งเป็เพราะตาเฒ่าจูแกล้งปล่อยมือ ไม่เช่นนั้นแม้แต่ประตูเมืองพวกเขาก็ย่อมไม่มีสิทธิ์เข้ามา
“เหลียงกั๋วกง!” ชายที่เป็หัวหน้ากลุ่มคือหลี่เหลียงผิง บุตรบุญธรรมอีกคนของหลานอวี้ เขาะโลั่น “ทหาร! ไปช่วยท่านกั๋วกงออกมา!”
เมื่อได้ข่าวว่าจูอวิ่นเถิงมาจับกุมหลานอวี้โดยไม่มีราชโองการ พวกเขาเหล่าย่อมไม่ยินยอมและต้องพาคนมาชิงตัวคนกลับไป
“เ้ากล้าหรือ?!” จูอวิ่นเถิงถามเสียงเรียบแต่กังวาน
“เหตุใดข้าจะไม่กล้า!” หลี่เหลียงผิงกล่าวด้วยท่าทีดุดัน
“เหลียงกั๋วกงตรากตรำทำงานหนัก มีผลงานทางามากมาย อีกทั้งยังมีตำแหน่งเป็กั๋วกง ยอมเสียสละเพื่อต้าิมาไม่น้อย ตัวเ้าไม่มีแม้แต่ราชโองการของฝ่าา กลับกล้านำองครักษ์เสื้อแพรมาจับกุมขุนนางผู้ใหญ่ รู้ตัวหรือไม่ว่ามีโทษเพียงใด? ปล่อยคนเดี๋ยวนี้!”
ผลงานของหลานอวี้นั้นยิ่งใหญ่จริง และฝีมือในการศึกในสนามรบของเขาก็เก่งกาจเป็ที่ประจักษ์
เหล่าบุตรบุญธรรมและทหารส่วนตัวเหล่านี้ต่างขึ้นตรงต่อหลานอวี้เพียงคนเดียว พวกเขาจะไม่มีทางปล่อยให้หลานอวี้เป็อะไรไปอย่างเด็ดขาด
“บังอาจ!”
ก่อนที่จูอวิ่นเถิงจะได้ทันเอ่ยปาก หลานอวี้ก็ตวาดเสียงดังขึ้นเสียก่อน
“ต่อหน้าพระนัดดา เ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดที่นี่? ไสหัวกลับไปเดี๋ยวนี้!”
“เหลียงกั๋วกง!” หลี่เหลียงผิงยังคงไม่ยอมถอย เขารู้ว่าถ้าถอยตอนนี้ แล้วเมื่อบุตรชายของเย่เซิงถูกนำตัวกลับมา ข้อหาฏในคดีหูเหวยยงจะถูกตอกหมุดแน่นทันที เขาจึงต้องช่วยหลานอวี้ให้ได้
จูอวิ่นเถิงชักดาบซิ่วชุนมาจากฝักของเจี่ยงหวน ตวัดเพียงครั้งเดียวก็ตัดเชือกที่พันธนาการมือของหลานอวี้จนขาดสะบั้น
เขาพูดว่า “เขาไม่มีสิทธิ์ส่งเสียงเห่าหอนต่อหน้าข้าจริง ๆ นั่นแหละ ในเมื่อเ้าพูดเอง เช่นนั้นเ้าจงเป็คนไปลากตัวมันกลับมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
นี่คือการออกคำสั่งต่อหลานอวี้โดยตรง
ในแผ่นดินต้าิแห่งนี้ นอกจากจูหยวนจางแล้ว ก็มีเพียงอดีตรัชทายาทจูเปียวเท่านั้นที่สามารถออกคำสั่งหลานอวี้ได้
จูอวิ่นเถิง้าจะเป็คนที่สามที่กระทำเช่นนั้น
ประโยคนี้ บีบให้หลานอวี้ไม่มีทางเลือก
เขาจะยอมจำนนต่อจูอวิ่นเถิงหรือไม่?
แน่นอนว่าเขาต้องยอม!
หากคราวนี้เขายังไม่ยอมศิโรราบ หนทางข้างหน้าย่อมมีเพียงความตายรออยู่ ดังที่จูอวิ่นเถิงเคยลั่นวาจาไว้ในตำหนัก ยามที่ขวานร่วงหล่น พวกเขาทั้งหมดคงไม่มีใครรอด
หลานอวี้พยักหน้าพร้อมกล่าวรับคำ “พ่ะย่ะค่ะ!”