เมื่อพูดจบ นางจางก็รีบออกจากลานบ้าน โบกมือบอกถังฉีไม่ให้ตามนางมา “เอาละ ยายกลับก่อนนะ พวกเ้าทุกคนต้องดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ!”
ถังฉีไล่ตามไป พยายามจะคืนเงินให้นางจาง ทว่านางจางผลักหลานสาวกลับเข้ามาในลานบ้านและโยนเงินคืนกลับมา
เมื่อถังฉีเก็บเหรียญทองแดงที่กระจัดกระจายบนพื้นและวิ่งออกไปนอกประตู นางจางก็จากไปไกลแล้ว
“ท่านยาย ยังมีเวลากินข้าวเช้าก่อนออกเดินทางนะเ้าคะ!”
ทว่านางจางเดินเร็วมาก ร่างของนางถอยห่างออกไปเรื่อย ๆ
ถังฉีรู้ว่านางจางไม่้าสร้างภาระให้พวกเขาด้วยการกินอาหารที่มีอยู่เพียงน้อยนิด นางรู้สึกว่าดวงตาของตนร้อนผ่าวราวกับมีน้ำตา
ความรักของท่านยายนั้นยิ่งใหญ่จริง ๆ
แสดงให้เห็นว่าตระกูลหวังเต็มไปด้วยความรักที่อบอวล
น้ำตารินไหลออกมาโดยที่ถังฉีไม่รู้ตัว
ถังซานและน้อง ๆ อุ้มถังเหอมาหาถังฉี พวกเขาร้องเรียกนางอย่างพร้อมเพรียง “พี่ใหญ่!”
ถังฉีหันกลับมามองน้องชายทั้งสี่ พลางพยายามฝืนยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก ฝุ่นเข้าตาน่ะ”
ถังซานเข้าใจสถานการณ์ดี เขาเอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่ ท่านยายดีกับพวกเรามากจริง ๆ วันหน้าเมื่อพวกเราหาเงินได้มาก พวกเราต้องตอบแทนท่านยาย ให้ท่านยายได้อยู่ดีกินดี!”
ถังฉียิ้มอย่างมั่นใจ “อืม เข้าไปข้างในแล้วกินข้าวเช้ากันเถอะ กินเสร็จแล้วจะได้วางแผนสำหรับอนาคตของพวกเรา”
ที่โต๊ะตัวเก่าทรุดโทรม ถังฉีอุ้มทารกวัยเก้าเดือนนั่งที่หัวโต๊ะ น้องชายทั้งสามคนนั่งล้อมรอบและกินอาหารเช้าพร้อมกัน
ถังฉีมองพวกเขาทั้งสามคนและสังเกตเห็นพลังแห่งความโชคร้ายที่เพิ่มมากขึ้นเหนือศีรษะของพวกเขา นางกังวลว่าโชคร้ายกำลังใกล้เข้ามา จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “่นี้พวกเ้ามีปัญหาอะไร หรือไปทำอะไรไม่ดีเข้าหรือไม่?”
คำถามของนางทำให้แฝดสามงุนงง
ถังซานส่ายศีรษะ “พี่ใหญ่ พวกเราไม่ได้ไปก่อเื่เลยนะ พวกเราอยู่บ้านตลอด มีอะไรหรือขอรับ?”
ถังสุ่ยและถังเฟิงจ้องมองพี่สาวด้วยความประหลาดใจ
ถังฉีคาดว่าโชคร้ายอาจไม่เกี่ยวข้องกับการยั่วยุคน นางส่ายศีรษะพร้อมรอยยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ถามดู ่นี้อย่าเพิ่งออกไปไหนนะ อยู่บ้านไปก่อน ข้าจะไปพบผู้นำตระกูลและเ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อขอบคุณที่เขาปกป้องพวกเราพี่น้อง”
ถังฉีเชี่ยวชาญในการจัดการเื่ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้นางต้องรับผิดชอบน้องชายสามคนและทารกน้อยอีกหนึ่งคนพร้อมด้วยเงินสองสามตำลึง บ้านหลังเก่า และที่ดินแปลงเล็ก ๆ
หากนางไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้นำตระกูลและเ้าหน้าที่ท้องถิ่น นางและน้อง ๆ อาจต้องพบเจอปัญหาไม่จบสิ้น
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นไกล แต่เป็ท่านปู่ท่านย่าที่ไร้คุณธรรมและท่านลุงท่านป้าที่ละโมบโลภมาก ไม่ช้าก็เร็ว พวกเขาต้องสร้างปัญหาแน่
ถังซานเป็ห่วงที่ถังฉีต้องออกไปข้างนอกคำเดียว เขารีบวางตะเกียบและเอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่ ให้ข้าไปเป็เพื่อนท่านนะ”
ถังฉีปฏิเสธโดยไม่ลังเล
“ไม่ต้อง เ้าอยู่บ้าน คอยดูแลน้อย ๆ”
“แต่ว่าพี่ใหญ่…” ถังซานเป็กังวล เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับพี่สาว
ความกังวลของเขาไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของถังฉี
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก น้องรอง เ้าก็น่าจะรู้ดี ในบ้านหลังนี้นอกจากข้าแล้ว เ้าคือพี่ชายคนโต เมื่อข้าไม่อยู่ เ้าต้องดูแลน้อง ๆ และแบกรับความรับผิดชอบในฐานะพี่ชาย จะคอยพึ่งพาข้าอย่างเดียวไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?”
ถังซานสะดุ้ง จากนั้นก็พยักหน้า "ข้าเข้าใจแล้ว พี่ใหญ่ไปเถอะ ข้าจะดูแลบ้านและน้อง ๆ อย่างดี!"
ถังฉีกังวลเกี่ยวกับเหตุร้ายที่มีเค้าลางว่าจะเกิดขึ้น จึงได้ย้ำกับน้องชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ให้พวกเขาออกไปข้างนอกและไม่ให้ใครเข้าบ้านเด็ดขาด จากนั้นนางก็ออกไปพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่ มุ่งหน้าไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน
ทุกเช้าจะมีพ่อค้าขายขนมและของแห้งมาขายของที่ทางเข้าหมู่บ้าน
ถังฉีเดินเข้าไปหาพ่อค้าเร่คนหนึ่ง ชี้ไปยังขนมที่ทำจากข้าวและเอ่ยถาม “ท่านลุง นี่ราคาเท่าไรเ้าคะ?”
พ่อค้าเร่เอ่ยตอบ “ขนมหนึ่งชั่งราคาสองเหวิน แต่สำหรับเ้า สองชั่ง ข้าให้สามเหวิน”
ถังฉีคิดคำนวณอย่างรวดเร็วภายในใจ ในราชวงศ์เป่ยโจว เงินหนึ่งเหลียงมีมูลค่าแปดร้อยเหวิน และหนึ่งเหวินสามารถซื้อซาลาเปาได้ห้าลูก ดังนั้นการขายขนมข้าวที่ไม่น่าประทับใจนี้ในราคาสองเหวินต่อหนึ่งชั่งจึงถือได้ว่าไม่แพง เป็ราคาที่สมเหตุสมผลดี
เนื่องจากไม่เหมาะสำหรับการให้ของขวัญ ถังฉีจึงไม่ได้ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย หลังจากถามราคาไปเรื่อย ๆ นางก็ตัดสินใจได้และซื้อกระดาษน้ำมันห้าแผ่นในราคาหนึ่งเหวินจากคนเร่ขาย จากนั้นมุ่งหน้าไปยังบ้านของผู้นำตระกูล
เมื่อเดินไปได้ครึ่งทาง นางหันมองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่ามีใครเฝ้าดูอยู่หรือไม่ จากนั้นจึงซ่อนตัวอยู่หลังพงหญ้าและเรียกเค้กสี่ชิ้นโดยใช้ความคิดของนาง
นางห่อเค้กด้วยกระดาษน้ำมันแล้วใส่ลงในตะกร้า ตั้งใจจะมอบให้ผู้นำตระกูลและครอบครัวของเ้าหน้าที่ท้องถิ่นคนละสองห่อ เค้กที่เหลือนางจะนำกลับบ้านเพื่อแบ่งให้น้อง ๆ
เมื่อไปถึงหน้าประตูบ้านของถังฟู่กุ้ย ถังฉีชนเข้ากับถังต้าสี่ ท่านปู่ของนาง
ถังฉีทำราวกับเขาเป็อากาศและเดินเข้าไปข้างใน
ถังต้าสี่หันมาตำหนิ “นางเด็กไม่มีมารยาท ข้าเป็ปู่ของเ้านะ!”
ถังฉีหันไปมองเขาด้วยสายตาเ็า “ตอนที่ท่านแม่ข้าตาย ไม่เห็นท่านมาเคารพศพ ข้าก็นึกว่าครอบครัวของพวกเราตัดขาดกันแล้วเสียอีก”
ถังฉีมักจะไม่ปรานีต่อผู้ที่มีจิตใจเหี้ยมโหดและไร้เมตตา
ถังต้าสี่โมโห กัดฟันกรอดพลางวางแผนอยู่ในใจ จากนั้นเขาก็พ่นลมดูถูกและจากไป
รออีกไม่กี่วัน เขาจะจัดการกับเด็กหญิงคนนี้ ให้นางแต่งงานออกไปยังที่ห่างไกล และทวงคืนทุกสิ่งให้กับครอบครัวของเขา ไม่ให้คนอื่นได้รับผลประโยชน์
สำหรับหลานชายเ่าั้ เขาตั้งใจจะเลี้ยงเด็กแฝดสามคนจนเติบใหญ่เพื่อสืบทอดเชื้อสายของบุตรชายคนรอง ส่วนลูกนอกสมรส เขาวางแผนที่จะขายทารกน้อยออกไปและจะไม่ได้เจอเขาอีกเลย!
ถังฉีเข้าไปในบ้านพร้ะกร้าของนางและทักทายผู้นำตระกูลด้วยความเคารพนอบน้อม “ผู้นำตระกูล ท่านยื่นมือเข้าช่วยและปกป้องพวกเราพี่น้องเมื่อวันก่อน ความจริง ข้าควรจะมาแสดงความขอบคุณในทันที แต่เป็เพราะงานศพของท่านแม่ยังไม่แล้วเสร็จ และไม่เหมาะสมที่จะสวมชุดไว้ทุกข์มาหาท่าน
เวลานี้ งานศพเสร็จสิ้นแล้ว ข้าจึงรีบมาเ้าค่ะ นี่เป็ขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ซื้อมาจากตลาดเพื่อแสดงความขอบคุณ หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจ"
ถังฉีเอ่ยด้วยท่าทีสดใส
เมื่อเห็นเช่นนี้ ถังฟู่กุ้ยก็ลูบเคราของตนด้วยรอยยิ้ม “เด็กน้อย เหตุใดต้องมอบของขวัญให้คนในครอบครัวเดียวกันด้วยเล่า เ้าเองก็เป็คนตระกูลถัง พ่อของเ้าถูกส่งไปชายแดน แม่ก็มาด่วนจากไป หากข้าไม่ดูแลเ้ากับน้อง ๆ เมื่อเขากลับมา ข้าจะมองหน้าเขาได้อย่างไร?”
ถังฉีวางของขวัญไว้บนโต๊ะข้างหน้าถังฟู่กุ้ย “ผู้นำตระกูล หากท่านไม่ยอมรับของขวัญ วันหน้าข้าคงไม่กล้ารบกวนท่านอีกแล้วเ้าค่ะ”
ถังฟู่กุ้ยหัวเราะชอบใจ “เด็กน้อย หากเ้ายืนกรานที่จะแสดงความเคารพกตัญญู ข้าก็จะยอมรับ แต่ครั้งนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ต่อไป เ้าจะต้องไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือยเช่นนี้อีก”
ถังฉีพยักหน้ารับและยิ้มกว้าง “ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ”
ถังฟู่กุ้ยชื่นชมในความเฉลียวฉลาดของถังฉี ทว่าน่าเสียดายที่นางเป็เด็กผู้หญิง หากเป็เด็กผู้ชาย นางจะต้องประสบความสำเร็จอย่างมากเป็แน่
เขามองดูขนมทั้งสองห่อและเอ่ยขึ้น “ฉีเอ๋อร์ ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่เ้าซึ่งเป็พี่สาวคนโตจะดูแลน้องเล็ก ๆ ถึงสี่คน ปู่ของเ้ามาที่นี่และบอกว่ามีญาติคนหนึ่งยินดีจะแต่งงานกับเ้าโดยไม่สนใจว่าเ้าจะมีน้องชายถึงสี่คน เ้าคิดเห็นเช่นไร?”
หัวใจของถังฉีสั่นไหว
***************************