ชายปริศนาคนนี้โผล่เข้ามาในวันที่มะลิไม่เหลือใครและเธอก็เพิ่งจะทราบตอนนี้เองว่าครอบครัวของเธอถูกฟ้องล้มละลาย มะลิไม่มีทางเลือกอื่น เธอจำใจที่จะต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของชายผู้นี้ ซึ่งเธอรู้เพียงว่าชายคนนี้คือเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่ของเธอและมีชื่อว่าเคน ในระหว่างที่เธอพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชายผู้นี้ก็มักจะแวะเวียนและไปเยี่ยมเธออยู่เป็ประจำจนกระทั่งวันที่เธอออกจากโรงพยาบาล เขาก็เดินทางไปรับด้วยตัวของเขาเอง ในตอนนี้ชะตากรรมของมะลินั้นไม่ต่างจากนกที่ไร้คอนและไม่รู้จะโบยบินไปที่ใด เคนขับรถพามะลิมาจนถึงบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็บ้านที่หลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์ก็ว่าได้
"หนูมะลิทำตัวตามสบายนะลูก ที่นี่บ้านของลุงเอง"
"บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้..คุณลุงอยู่คนเดียวหรอคะ?"
"อ๋อ..เปล่าหรอก ลุงอยู่กับลูกสาวของลุงอีกคนน่ะ ดูท่าแล้วน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนูนี่แหละ ลงมาสิ..ลุงจะได้พาเข้าไปในบ้าน"
"คุณลุงเดินนำไปเถอะค่ะ หนูเดินเองไหว.."
"อ๋อ เอางั้นก็ได้จ้ะ" เคนเดินนำมะลิเข้าไปในบ้าน..ในตอนนั้นเองมะลิพยายามใช้สายตามองกวาดไปทั่วบ้าน บ้านของเคนหลังใหญ่ไม่ต่างจากบ้านของเธอเลย แรกๆที่เข้าไปในบ้านนั้นเธอนึกหวั่นอยู่ไม่เบาเพราะเธอกลัวว่าเคนอาจจะเข้ามาหลอกเธอ เพื่อ้าใช้เธอเป็เครื่องมือในการทำอะไรบางอย่างแน่
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะคุณพ่อ..วันนี้มิลทำขนมไว้ให้คุณพ่อชิมเยอะเลยค่ะ..เอ้ะ!!นี่อย่าบอกนะว่าคุณพ่อไปเอาเด็กที่ไหนมาอยู่บ้านด้วยอีกแล้ว เอาอีกแล้วนะคะคุณพ่อ..มิลจะโทรฟ้องพี่มาร์คเดี๋ยวนี้แหละ"
"พี่มาร์ค?..ใครกันหรอคะคุณลุง?"
"อ๋อ..ลุงลืมบอกไปว่า ลุงมีลูกชายอีกคนนึง ตอนนี้เขาไปเรียนอยู่ต่างประเทศน่ะ เเต่อีกไม่กี่วันเขาก็จะกลับมาแล้ว เดี๋ยวหนูก็จะได้เห็นหน้าเขาแล้วแหละ..ไม่เอาน่ะยัยมิล..นี่หนูมะลิ ลูกสาวของเพื่อนสนิทพ่อเอง ต่อไปนี้เธอจะย้ายมาอยู่ที่นี่กับเราด้วย"
"จริงหรอคะ งั้นก็แสดงว่ามิลจะมีเพื่อนไปช็อปปิ้งแล้วน่ะสิคะ" มะลิยืนมองเด็กสาวที่ยิ้มแฉ่งอยู่บนบ้านเธอวิ่งลงบันไดมาด้วยความเร็วพร้อมกับจับมือทั้งสองข้างของมะลิขึ้นมาแล้วกำไว้แน่นรอยยิ้มนั้นทำให้มะลิรู้สึกได้ถึงความเป็มิตร เธอเริ่มรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อยเพราะอย่างน้อยๆเคนก็ไม่ได้หลอกเธอมาขายหรือใช้เธอเป็เครื่องมือในการทำอะไร
"ฉันชื่อมิลนะ..ยินดีที่ได้รู้จักและก็รู้สึกดีใจมากพี่มะลิจะเข้ามาอยู่ในบ้านนี้กับมิลด้วย.."
"ขอบใจจ้ะ..ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
"ไม่ต้องเป็ทางการขนาดนั้นหรอก เราอายุรุ่นราวเดียวกัน มานี่สิฉันจะพาเธอเอาของไปเก็บที่ห้องแล้วหลังจากนั้นก็..คุณพ่อคะมิลขอตังค์เพิ่มนะคะวันนี้มิลจะพามะลิออกไปช้อปปิ้งด้วยค่ะ"
"ก็ดีเหมือนกัน..หนูมะลิเพิ่งเจอเื่แย่ๆมาออกไปเปิดหูเปิดตากับยัยมิลบ้างก็ดีนะลูก เดี๋ยวพ่อจะจัดการเื่เงินให้แล้วกันแต่ตอนนี้พ่อมีประชุมยังไงฝากดูแลมะลิด้วยนะยัยมิล"
"สบายมากค่ะคุณพ่อ..เรารีบเอาของขึ้นไปเก็บดีกว่า มานี่สิฉันจะพาไปที่ห้องของเธอ" ในสายตาของมะลิตอนนี้เขาเหมือนได้เพื่อนใหม่เพราะดูเหมือนว่ามิลจะเข้ากับคนง่ายมากๆและที่สำคัญ มิลเองก็มีนิสัยคล้ายๆกับมะลิด้วย พวกเขาสองคนก็เลยสนิทกันเร็วขึ้น วันนั้นทั้งวันมิลถ้ามะลิออกไปเที่ยวเล่นเดิน ช็อปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง กินไอติมและอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายจนมะลิเองลืมความโศกเศร้าไปได้ชั่วขณะเลยทีเดียว
"วันนี้มะลิขอบคุณมิลมากนะ ที่พามะลิออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้"
"ไม่เป็ไร..มิลเองก็ไม่มีเพื่อนเล่นแบบนี้นานแล้วั้แ่พี่มาร์คไปเรียนต่อต่างประเทศ มิลก็เหงามาตลอดเลยล่ะ"
"แล้วคุณป้าไปไหนซะล่ะ..ั้แ่เราเข้าไปในบ้านเรายังไม่เจอคุณป้าสักครั้งเลย?"
"เอ้ะ!!..คุณป้างั้นหรอ? อ๋อมะลิคงจะหมายถึงแม่ของมิลใช่ไหม?"
"ใช่ ั้แ่เราเข้าไป เรายังไม่เคยเห็นหน้าของคุณป้าเลย"
"แม่ของมิลเสียไปั้แ่มิลกับพี่มาร์คยังเด็กน่ะ..ส่วนคุณพ่อก็ทำงานตลอดอย่างที่มะลิเห็นนั่นแหละ มิลก็เลยเล่นแต่กับพี่มาร์ค 2 คนไม่มีเพื่อนคนอื่นเลย"
"อ๋อ..เป็แบบนี้นี่เองเพราะพี่มาร์คไปเรียนต่อต่างประเทศ มิลก็เลยไม่มีเพื่อนเล่นสินะ..งั้นเราสองคนมาเป็เพื่อนกันไหมล่ะ?"
"จริงหรอ?..มะลิจะยอมเป็เพื่อนกับเราจริงๆหรอ"
"ก็ตอนนี้มะลิย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของคุณลุงเคนแล้ว และมะลิก็ไม่รู้จะไปไหนอีกแล้ว..ไหนๆเราก็อยู่บ้านเดียวกันแล้ว เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสินะ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"ไชโย!! มีเพื่อนช็อปปิ้งแล้ว เย้ๆๆๆ!!" มิลกอดมะลิอน่นด้วยความดีใจสุดๆเมื่อได้ยินมะลิตกลงว่าจะเป็เพื่อนกับเธอ ตัวมะลิเองเข้าใจดีว่ามิลคงจะไม่มีเพื่อนเล่นมานานเพราะดูจากท่าทาง สีหน้าและแววตาของเธอนั้น มันบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธอเป็มิตรไม่ใช่ศัตรูแต่อย่างใด
"นี่ ช่วยเล่าเื่ของพี่ชายมิลให้มะลิฟังหน่อยสิ เขาเป็คนยังไงหรอ?"
"พี่มาร์คเป็คนดี น่ารักแล้วก็อ่อนโยนกับมิลมาก..ั้แ่ที่แม่เสียไปก็มีพี่มาร์คนี่แหละที่คอยดูแลมิลมาโดยตลอดในเวลาที่คุณพ่อไม่อยู่..มะลิถามทำไมหรอ?"
"อ่ะ..อ๋อ..ไหนๆมะลิก็จะอยู่บ้านหลังนี้แล้วไง มะลิก็เลยอยากจะรู้นิสัยของคนในบ้าน..เผื่อวันนึงได้เจอกัน ก็จะได้รับมือไหวไง"
"ได้เจอแน่นอน เพราะอีกไม่กี่วัน พี่มาร์คก็จะกลับมาแล้วนะ..รับรองว่าถ้ามะลิได้เจอพี่มาร์ค..มะลิอาจจะตกหลุมรักพี่มาร์คเลยก็ได้"
"ทำไมล่ะ...อะไรที่ทำให้มิลคิดแบบนั้น"
"ก็เพราะว่าพี่มาร์คเป็คนหน้าตาดี นิสัยดี จนสาวๆหลายคนพยายามจะนอนพลีกายให้ แต่พี่มาก็ไม่เอา เพราะพี่มาร์คให้สัญญากับมิลไว้แล้วว่า จะไม่มีผู้หญิงคนอื่นและจะรักแค่มิลคนเดียวเท่านั้น..แต่ถ้าเป็มะลิแล้วก็มิลยอมให้ก็ได้นะ"
"พี่มาร์คเขาคงจะไม่มาชอบผู้หญิงจืดชืดแบบเราหรอก"
"มันก็ไม่แน่นะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ จริงไหม อิอิ" ทั้งสองคนนั่งพูดคุยเล่นกันอยู่พักใหญ่..ก่อนจะรีบกลับบ้านเพราะเคนได้สั่งไว้ว่าห้ามกลับบ้านดึกในตอนที่เขาไม่อยู่ พ่อกลับมาถึงบ้านมิลและมะลิก็แยกย้ายกลับห้องใครห้องมัน ด้วยความที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันมะลิกระโจนตัวเข้าห้องน้ำอย่างด่วนไม่ถึง 10 นาทีเธอก็เดินออกมาพร้อมกับชุดนอน และเธอก็สังเกตเห็นว่ามิลนอนรอเธออยู่ที่เตียงแล้ว
"อ้าว..มีอะไรหรอมิล?"
"ก็ไม่มีอะไร แค่จะมาขอนอนด้วยเฉย..มิลรู้สึกว่าหลังจากที่เราได้เที่ยวด้วยกันวันนี้ มิลถูกชะตากับมะลิมากๆ เถอะหน่าขอนอนด้วยวันเดียวเอง นะนะมิลมีเื่อยากจะคุยกับมะลิอีกตั้งหลายเื่แน่ะ"
"ก็ได้ๆ..แต่แค่คืนเดียวเท่านั้นนะ"
"ตกลงจ้า…" ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ตอบโตได้เร็วมาก..อาจจะเป็เพราะว่าทั้งคู่มีอายุใกล้เคียงกันจึงทำให้พวกเธอพูดคุยกันได้ทุกเื่ คืนแรกของการย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ก็ทำให้มะลิรู้สึกอบอุ่นและไม่เดียวดายอีกต่อไป พวกเธอทั้งสองคนพูดคุย หยอกล้อกันอย่างสนุกสนานเพราะพรุ่งนี้เช้า เป็วันเสาร์ แล้วเมื่อคุยกันไปสักพักพวกเธอจึงได้รู้ว่าเขาสองคนเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันแต่อยู่กันคนละห้อง ด้วยเหตุผลนี้มิลผู้ที่เคยโดดเดี่ยวเปลี่ยนกลับมาเป็คนที่สดใสร่าเริงอีกครั้ง...และตัวมะลิเองก็ดูท่าว่าจะมีเพื่อนใหม่ที่เข้าใจเธอได้ทุกเื่ด้วยเช่นกัน..ชีวิตของเธอกลับมาสดใสอีกครั้งหลังจากที่เธอเพิ่งเสียครอบครัวไปไม่นาน..มาเอาใจช่วยมะลิกันต่อใน EP ต่อไปนะคะ