เมื่อถึงที่เยวอนเดินตีคู่กับรักจังไปยังร้านคอฟฟี่ตั้งอยู่ในสวนชวนน่าเข้า รักจังมองรอบข้างอย่างตื่นตาเข้ามาในร้านที่ตกแต่งน่ารักเป็สถานที่ที่สามารถถ่ายรูปและเรียกเหล่าไอดอลมาได้ดี เยวอนพารักจังมานั่งที่โซฟาก่อนเดินไปสั่งเครื่องดื่มและคุกกี้ให้อย่างคุ้นเคยแล้วเดินกลับมานั่งลงตรงข้ามรักจังที่ยิ้มบางๆ มองบรรยากาศที่สดชื่นทั้งกลิ่นธรรมชาติและกลิ่นชากาแฟหอมกรุ่นอบอวล
“เป็ร้านของลูกพี่ลูกน้องฉันนะคะ ไม่ได้โปรโมทนะคะแต่รสชาติกาแฟที่นี่ทั้งหอมและเข้มข้น” เยวอนยิ้มกว้างมองหน้ารักจังที่พยักหน้าเห็นด้วย
“มองดูก็รู้แล้วค่ะ”
ตริ๊งงงงงง ตริ๊ง
เสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะรักจังมองเยวอนล้วงหยิบมือถือขึ้นมารับสายด้วยรอยยิ้มสดใสสมเป็ไอดอลขวัญใจประชาชน
“ค่ะ อยู่คอฟฟี่ค่ะพี่ ค่ะ” สิ้นเสียงเยวอนคุกกี้กับเครื่องดื่มเย็นกับร้อนมาเสิร์ฟที่โต๊ะ รักจังมองคุกกี้ที่ชวนลิ้มลองอย่างชอบใจจนต้องลงมือชิมพร้อมดื่มชานมที่ทำให้เบิกตาโตดื่มอีกรอบอย่างชอบอกชอบใจจนเยวอนยิ้มตาม
“รสชาติดีใช่ไหมละคะ”
“ค่ะ อร่อยมากทั้งคุกกี้และเครื่องดื่มเลย นี่ถ้าคุณไม่พาฉันมาคงไม่ได้ััความอร่อยที่วิเศษนี้ได้อีกแล้วขอจับจองเป็ร้านโปรดด้วยคนนะคะ”
“เชิญเลยค่ะ ยินดีนำเสนอ” เยวอนฉีกยิ้มก่อนลุกขึ้น “เอาอะไรเพิ่มอีกไหมคะ ลองเค้กดูไหมคะอร่อยไม่แพ้กันไม่ต้องเกรงใจค่ะถือเป็ค่าพักเมื่อคืน”
“อยากให้ชิมอะไรจัดมาได้เลยค่ะ” รักจังยิ้มกริ่มดื่มชานมด้วยความเพลิน
“ได้เลยค่ะ” เยวอนรับคำแล้วเดินไปสั่งเครื่องดื่มเพิ่มพร้อมเค้กสามสี่ชิ้นที่โชว์อยู่ในตู้กระจกข้างเคาน์เตอร์แล้วเดินกลับมานั่งลงที่เดิม
“ขอบคุณนะคะ มีคนเลี้ยงก็รู้สึกดีเหมือนกันนะคะ” รักจังอมยิ้มมองหน้าเยวอนที่มองหน้าเธอเช่นกัน
“ปกติฉันไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวหรือมีเพื่อนผู้หญิงสักเท่าไหร่ เราเป็เพื่อนกันได้ไหมคะ”
“ฉันหรือคะ แหมระดับไอดอลเชิญฉันก็เขินทำตัวไม่ถูกนะคะ” รักจังยิ้มแห้งๆ ตอบกลับ
“จริงๆ แล้วที่ฉันดื่มหนักไปก็เพราะปัญหาเื่ที่เป็ไอดอลนั่นแหละค่ะ วงการแบบนี้ใช่ว่าจะมีแต่ด้านขาวด้านมืดก็มีอยู่มาก เคยได้ยินไหมคะแค่ขยับก็ถูกจับตามอง ก้าวผิดก็เป็กระแสได้ สังคมจะเหยียบย้ำเมื่อไหร่ก็ได้” เยวอนจับถ้วยกาแฟของตนยกขึ้นดื่มยิ้มบางๆ อย่างเหนื่อยใจแต่ต้องยิ้มทำรักจังชะงักนึกถึงคำพูดของผู้ชายคนหนึ่งที่เคยไปเดทด้วย
“ถ้าถอนตัวไม่ได้ก็อยู่เพื่อคนที่เป็กำลังใจให้เราสิคะ คนเราต้องมีจุดยืนเป็ของตัวเองให้ใส่ใจกับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทำไม่ได้หรอกค่ะ แค่อย่าสนใจคนที่เหยียบเราพวกนั้นไม่อิจฉาก็มีปม”
“ฮิฮิ ค่ะ ไว้วันหลังเรามาดื่มกันสองคนนะคะ ขอเบอร์ได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ” รักจังหยิบมือถือยื่นให้เยวอนกดเบอร์โทรเข้ามือถือตนเองแล้วยื่นส่งกลับหาเ้าของที่ก้มมองเบอร์พิมพ์ชื่อก่อนก้มหน้าชิมเค้กที่มาเสิร์ฟพร้อมกาแฟเย็นทำให้รักจังมองฉงนก่อนหันมองตามมือเยวอนที่โบกทักคนคนหนึ่งกำลังเปิดประตูเข้ามาในร้าน
“รูปว่อนขนาดนั้นยังมีอารมณ์มานั่งดื่มกาแฟอีกหรือไง” เสียงเข้มของจุนฮยอกเอ่ยทักขึ้นพร้อมนั่งลงข้างเยวอนที่ยิ้มบางๆ รักจังมองตาปริบๆ หดตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้แม้เธอจะไม่ได้รู้จักถึงขั้นพูดคุยแต่ก็เคยไปขอลายเซ็นที่งานมีต
“รูปอะไรคะพี่”
“เมื่อคืนเธอไปดื่มที่ไหนมาแล้วมีเื่อะไรถึงต้องดื่มหนักจนมีคนถ่ายรูปเอาไปลงว่าฉันทิ้งเธอ”
“จริงหรือคะ ฉันนี่แย่จริงทำพี่เดือดร้อนจนได้ ฉันแค่อยากดื่มให้หายกังวลกับงานตัวเองนะคะ ขอโทษพี่ด้วยนะคะ” เยวอนก้มหน้าสลดจับถ้วยกาแฟแน่น
“ฉันไม่ได้สนใจข่าวนั่นหรอกแต่ห่วงเธอมากกว่าวันหลังอย่าไปดื่มคนเดียวอีกเข้าใจไหม” จุนฮยอกยกมือจับศีรษะเยวอนชวนน่ามองทำให้รักจังยิ้มตามก่อนกระตุกเฮือกเมื่อจุนฮยอกขมวดคิ้วหันมามองเธอ
“แล้วนี่…”
“อ้อ คุณรักจังเป็คนดูแลฉันค่ะพี่ เพราะความเมาของฉันจึงทำให้คุณรักจังต้องเดือดร้อนพาไปนอนด้วย คุณรักจังนี่พี่จุนฮยอก เอ่อ หัวหน้าวงริเวอร์คงรู้จักดีใช่ไหมคะ” เยวอนค่อยๆ ถามรักจังที่ลอบกลืนน้ำลายลงคอ
“อืม ขอบคุณมากนะครับที่ดูแลเยวอน” จุนฮยอกก้มศีรษะเล็กน้อยบอกรักจังด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็ไรค่ะ ผู้หญิงเหมือนกัน” รักจังยิ้มแห้งตอบกลับดูท่าทีของเขาที่ดูเหมือนจะจำเธอไม่ได้ทำให้เธอโล่งใจขึ้น
“พี่กลับมาเมื่อไหร่ไหนว่าบินไปโปรโมทคอนเสิร์ต”
“เมื่อเช้าลงเครื่องก็โทรหาเธอเลยนี่ไง” การถามตอบของหนุ่มสาวทำรักจังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตักเค้กกินเพิ่มความหวานไปอีกระดับก่อนนึกบางอย่างขึ้นได้
“อุบ ลืมเลย ไหนๆ ก็มีคนอยู่กับคุณเยวอนแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะพอดีมีธุระต่อ”
“จริงหรือคะ แต่เค้กยังไม่หมดเลย น่าเสียดายจัง เอางี้แล้วกันรอสักครู่นะคะเอากลับไปทานด้วยแบ่งให้น้องๆ ที่ทำงานด้วยก็ได้ค่ะ” เยวอนรีบลุกขึ้นไปจัดแจงทันทีโดยไม่ต้องรอให้รักจังเอ่ยปากค้านหรือตอบอะไร จุนฮยอกหยิบแก้วกาแฟเย็นขึ้นมาดื่มพร้อมเหลือบมองรักจัง
“เยวอนก็เป็แบบนี้แหละครับ หาเพื่อนที่จริงใจค่อนข้างยาก พอมีหลุดเข้ามาสักคนก็ทุ่มเทแบบนี้นี่เป็เหตุผลที่ใครหลายคนชอบเธอ” จุนฮยอกมองไปทางเยวอนที่รอรับเค้กใส่กล่องบอกอย่างชื่นชมผ่านทั้งทางคำพูดและแววตา
“ความดังนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะคะ” รักจังยิ้มบางๆ มองเขาสลับกับมองเยวอนที่เดินเข้ามายื่นถุงใส่กล่องเค้กมาตรงหน้ารักจังที่ลุกขึ้นถือแก้วชาของตนเอง “ขอบคุณมากนะคะ ไว้ว่างๆ จะไปชนแก้วด้วยค่ะ”
“ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ จะโทรหานะคะ” เยวอนโบกมือลาด้วยรอยยิ้มส่งรักจังที่พยักหน้าโบกมือกลับแล้วเดินออกจากร้านไปที่รถทันที
ห้องผู้ป่วยพิเศษ
รักจังบิดลูกบิดเดินเข้ามาพร้อมถุงเค้กมองหน้าสาวน้อยที่สวมเฝือกนอนอยู่ที่เตียงฉีกยิ้มแป้นต้อนรับคนเปิดประตู
“เม่ละเมจิ”
“เดี๋ยวมาพี่รักจังนั่นเค้กร้านคอฟฟี่ชื่อดังใช่ไหม หูยหิวเลย” เมจิขยับตัวลุกขึ้นนั่งลูบท้อง
“อะเลือกเอาจะกินหน้าไหน เยวอนซื้อให้เชียวนะ” รักจังยื่นถุงให้เมจิที่รับมาเปิดดูก่อนฉุกคิดมองหน้ารักจัง
“เยวอนไหนพี่รักจัง”
“เน็ตไอดอลไง อะไรกันรู้จักริเวอร์แต่ไม่รู้จักเยวอนได้ยังไง” รักจังนั่งลงบนโซฟาหยิบหนังสือนิตยสารขึ้นปกริเวอร์ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าของใคร
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แต่ที่แปลกใจคือพี่รู้จักคุณเยวอนได้ยังไง ขนาดริเวอร์พี่รักจังยังไม่สนใจเลย”
“บังเอิญนะ เื่มันยาวไว้พี่เรามาเดี๋ยวก็รู้เอง”
ผลัก!
ยังไม่ทันสิ้นเสียงประตูห้องก็เปิดออกพร้อมปิดลงทันทีหลังจากเมเม่เดินเข็นอาหารโรงพยาบาลเข้ามาให้น้องสาวตัวแสบของเธอ
“ไม่กินได้ไหม ไม่อร่อยเลย มีเค้กแล้วพี่รักจังเอามาให้อยากกินของพี่รักจังมากกว่า” เมจิทำหน้าบูดบึ้งมองหน้าเมเม่ที่จับสายน้ำเกลือก่อนเหล่มองเค้กในมือน้องสาวคว้ามาเก็บใส่ถุงเดินอ้อมไปวางไว้บนโซฟาข้างรักจัง
“ไม่หมดไม่ต้องกินเค้ก”
“พี่เม่ใจร้าย พี่สาวใจร้าย” เมจิแบะปากก่อนมองอาหารตรงหน้าอย่างสะอิดสะเอียนจนรักจังหัวเราะชอบใจ