“กลับมาแล้วรึเ้าอ้วน”
หม่อมราชวงศ์ภาติยุทธ์ตบศีรษะกล่าวรับหลานชายผู้กราบลงบนตักเพียงสั้นๆ ทว่าใครก็ตามที่รู้จักประมุขสิรินเภตราย่อมมองออกว่าท่านปลื้มปีติเพียงใดหม่อมหลวงภาวดียืนชมด้วยสีหน้าแช่มชื่น เมื่อครั้งอยู่กับสามี เธอเฝ้าบอกตัวเองว่าสักวันจะพาครอบครัวมากราบบิดาอย่างเต็มภาคภูมิยิ่งลูกชายเติบใหญ่ยิ่งแลเห็นวันนั้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเพราะเชื่อมั่นว่าเขาจะชนะใจคุณตาเป็ทายาทที่ท่านภูมิใจหากแต่สามีล้มป่วยเสียก่อน แทนที่จะพาครอบครัวมาอย่างสง่าผ่าเผยเธอกลับต้องใส่ชุดดำไว้ทุกข์จูงมือลูกชายเข้าสู่ร่มเงาบ้านสิรินเภตรา
ในที่สุดวันซึ่งรอคอยก็มาถึงทั้งความประพฤติ ผลการศึกษาและผลการทำงานหลายประเทศในฐานะพนักงานฝึกงานของบริษัทเดินเรือนานาชาติ เอสที กรุ๊ปชี้ชัดว่าหลานชายคนโตคู่ควรให้คุณตาผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารฝากความหวังนอกจากนี้ความเป็คนโปรดของคุณอ้วนยังเป็ที่รู้กัน นับแต่ล้มจนเดินไม่ได้ท่านจำกัดตัวเองไว้เพียงที่บ้านกับบริษัทแต่ยอมเดินทางออกนอกประเทศเป็ครั้งแรกในรอบยี่สิบปีเพื่อไปเยี่ยมหลานชายรวมถึงร่วมงานรับปริญญาที่อังกฤษ และเพียงทราบกำหนดกลับของเ้าอ้วนท่านก็ดูสดใสกระชุ่มกระชวยขึ้นทันตา
เมื่อกราบคุณตาเรียบร้อยภารินธรขึ้นบนตึกมารดาตามมาพูดคุย ก้าวเข้าห้องนอนกว้างขวางสะอาดตาเธอเห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เปิดอ้าบนเตียงลูกชายกำลังโยกย้ายเสื้อผ้าบางส่วนจัดลงกระเป๋าขนาดย่อม
“พรุ่งนี้ผมจะไปไอโซราคุณแม่ช่วยแจ้งผู้จัดการด้วยนะครับ”
“อะไรกันลูกเพิ่งมาถึงไม่ทันหายใจหายคอจะรีบลงใต้ทำไม”
“ผมอยากกลับบ้านเราไวๆ”
“บ้านที่ไหนกันอ้วนบ้านเราอยู่ที่นี่ งานของลูกก็รออยู่ที่บริษัท พร้อมเมื่อไหร่ก็เข้ารับงานได้เลย”
“ก่อนจะปักหลักทำงานผมอยากรู้สึกว่าได้กลับถึงบ้าน”
“อ้วนเราย้ายจากบ้านเก่ามาหลายปีแล้วนะ”
“แต่ผมแทบไม่เคยอยู่บ้านนี้ไม่มีเวลาปรับความรู้สึกเลยว่าที่นี่คือบ้านเรา” ลูกชายยืนกราน
“เราไปกะทันหันผู้จัดการเตรียมตัวไม่ทันหรอก” มารดาหาข้ออ้าง
“ไม่เห็นต้องเอิกเกริกนี่ครับแค่อยากไปเยี่ยมน้าแก้วกับหนูจ้าเร็ว ๆ ไม่ได้เจอกันตั้งนานตอนไปไม่ได้ลาทีนึงแล้ว”
คุณหญิงชักสีหน้าลูกชายยังติดใจที่จากไปโดยไม่ได้ลา ‘คนบ้านนั้น’
ย้อนกลับไปไม่กี่เดือนหลังจากลูกชายไปอังกฤษเธอตามไปดูแลความเป็อยู่ เขาถามถึงคุณแก้วกับลูกสาวเธอยืนยันตามที่รู้ว่าพวกเขาสบายดี และได้โอกาสบอกลูกชายว่าขายบ้านที่ภูเก็ตแล้วเพราะจะอยู่ดูแลคุณตาที่กรุงเทพฯเขาเงียบไปโดยไม่ซักไซ้สิ่งใดอีกนั่นเป็ครั้งสุดท้ายที่ตาอ้วนไต่ถามถึงคนบ้านนั้นผ่านมานานปีแอบคลายใจว่าตัดสินใจถูกต้องที่ส่งลูกชายไปเรียนต่างประเทศโดยเร็วตลอดจนหาเหตุกันไม่ให้เขากลับมาเยี่ยมบ้านได้ทุกคราวไป
ยกเว้นก็แต่คราวเดียวคราวนั้น...
ทว่าสิ่งแรกที่ลูกชายทำเมื่อกลับมาในวันนี้คือไปหาสองแม่ลูกซึ่งเขาไม่เคยเอ่ยถึงอีกเลย
เมื่ออยู่ลำพังในคืนแรกที่กลับถึงเมืองไทยภารินธรอ่านอีเมลฉบับสุดท้ายจากหนูจ้าอีกครั้งเขาได้รับมันก่อนเดินทางกลับเพียงสองวัน อ่านครั้งแรกมึนงงเหมือนโดนทุบหัวระหว่างเก็บกระเป๋าก็วนเวียนอ่านข้อความนั้นซ้ำหลายหนไม่รู้จะเข้าใจหรือตอบคำขอของน้องอย่างไรดี
พี่อ้วน...เพราะพี่อ้วนกำลังจะกลับมาแม่เลยเล่าเื่ที่ลุงอู๋กับพ่อ
ของจ้าจะให้เราหมั้นกันจ้าไม่สบายใจมากเพราะมีคนรักแล้ว
เพื่อตัดปัญหาพี่อ้วนไม่ต้องกลับมาหาพวกเรา
เมื่อพี่อ้วนอ่านอีเมลฉบับนี้จ้าจะถือว่ารับปากแล้ว
ขอให้ต่างคนต่างอยู่จ้าจะคุยกับแม่เอง
ถ้าไม่อยากให้จ้าโกรธย้ำ ! ห้ามมาหาจ้าหรือแม่เด็ดขาด !
ส่วนที่ผ่านมาทั้งหมดจ้าขอขอบคุณ...ลาก่อน
อ่านจบรอบนี้พี่ชายลุกเดินคันไม้คันมือ อยากขยี้หัวยายแก่แดดเดี๋ยวนี้เลย
เด็กเพี้ยน !คิดอะไรเพี้ยน ๆ