การตกจากหน้าผาไม่เหมือนในความฝัน
ในความฝัน คนมักมีเวลาคิดถึงชีวิตทั้งชีวิต มีเวลานึกถึงคนรัก คนในครอบครัว หรือคำพูดงดงามบางประโยคที่ไม่เคยกล้าบอกใคร แต่เมื่อร่างกำลังร่วงลงด้วยความเร็วสูง สิ่งแรกที่หลิงเทียนคิดได้กลับเป็คำหยาบคำหนึ่ง
คำที่สองคือ เขาไม่อยากตาย
หมอกเย็นจัดฟาดใส่ใบหน้าจนมองอะไรไม่เห็น หลิงเทียนพยายามหมุนตัวให้เท้าชี้ลงด้านล่าง เขาไม่รู้ว่าก้นเหวลึกเท่าไร แต่หากตกหัวลงก่อน ต่อให้ร่างกายแข็งแรงกว่านี้หลายเท่าก็คงไม่มีประโยชน์
เขาเหยียดแขนออกสุดแรง ปลายนิ้วคว้าโดนเถาวัลย์ที่งอกอยู่ริมผา
ฉับ!
แรงดึงกระชากหัวไหล่ซ้ายจนแทบหลุดจากเบ้า ร่างของเขาเหวี่ยงชนผาหินเต็มแรง เถาวัลย์รับน้ำหนักได้เพียงชั่วพริบตา ก่อนขาดผึงพร้อมเสียงคล้ายเส้นเอ็นฉีก
แต่ชั่วพริบนั้นลดความเร็วลงได้มากพอ
หลิงเทียนกระแทกกิ่งไม้หลายกิ่งระหว่างร่วง พยายามใช้แขนป้องกันศีรษะ แม้ทุกครั้งที่ชนจะทำให้ความเจ็บแผ่ไปทั้งร่างก็ตาม ในที่สุด เบื้องล่างปรากฏแผ่นน้ำสีดำสะท้อนแสงน้อยนิด
เขาไม่มีแรงขยับหลบ
ตูม!
น้ำเย็นเฉียบกลืนร่างเขาเข้าไป แรงกระแทกทำให้สติของหลิงเทียนวูบหาย เขาจมลงสู่ก้นแอ่งเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนทิ้ง กล้ามเนื้อทั่วร่างชาจนแทบไม่ตอบสนอง แต่สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดยังผลักให้เขาตะเกียกตะกายไปหาก้อนหินใต้น้ำ
เขาไม่รู้ว่าตัวเองซ่อนอยู่ตรงนั้นนานเพียงใด
เมื่อสติกลับมาอีกครั้ง แสงจาก้าส่องลงมาเป็เส้นสลัว ๆ ผ่านผิวน้ำ หมอกที่ปกคลุมก้นเหวทำให้ทุกอย่างพร่ามัว หลิงเทียนกอดโขดหินไว้แน่น กลั้นลมหายใจและบังคับหัวใจให้เต้นช้าลง
ไม่นาน เสียงคนก็ดังลงมาจากริมแอ่ง
“ตรงนี้มีรอยกิ่งไม้หัก”
“แอ่งน้ำลึกเกินยี่สิบจั้ง ต่อให้ไม่ตายจากการตกก็คงจมน้ำตาย”
“นายท่านสั่งให้พบตัว ไม่ใช่พบศพ”
หลิงเทียนลืมตาขึ้นเล็กน้อย เห็นเงาร่างสองสามคนยืนอยู่บนขอบน้ำ พวกเขาไม่ได้เป็ชายชุดแดงสองคนเดิมทั้งหมด มีคนเพิ่มมาอีกสองคน แสดงว่าสัญญาณของพวกมันติดต่อกันได้เร็วกว่าที่เขาคิด
หนึ่งในนั้นย่อตัวลงแตะผิวน้ำ ปราณสีแดงอ่อนแผ่ออกเป็วงคลื่น
หลิงเทียนรีบกดตัวลงลึกกว่าเดิม ความเย็นบาดิัจนฟันกระทบกัน เขาเหลืออากาศไม่มาก แต่ก็ไม่อาจขึ้นไปได้
“มีอะไรหรือ?” คนหนึ่งถาม
“น้ำขุ่นเกินไป” ชายที่แตะน้ำตอบ “แต่มีร่องรอยเื”
“ลากศพขึ้นมา”
หลิงเทียนรู้ว่าหากพวกมันลงน้ำ เขาไม่มีทางหนี เขาหันมองไปรอบ ๆ ในความมืด มือคลำเจอหินก้อนเล็ก เขาถือไว้แน่น แต่รู้ดีว่าโยนใส่ศัตรูระดับนั้นคงทำได้เพียงเรียกความสนใจ
แล้วเขาก็เห็นรอยแยกด้านหลังโขดหิน
ช่องนั้นแคบมาก กระแสน้ำจากภายในไหลออกมาเย็นกว่ารอบด้าน แปลว่ามีโพรงใต้น้ำเชื่อมอยู่ข้างใน หากมุดเข้าไป เขาอาจหาทางออกได้ หรืออาจติดอยู่ในช่องแคบจนขาดอากาศตาย
เลือกขึ้นไป ก็โดนจับ
เลือกอยู่ต่อ ก็โดนจับ
เลือกมุดเข้าไป ก็อาจตาย
หลิงเทียนก่นด่าอยู่ในใจ ‘ฟ้าชอบเสนอทางเลือกที่เหมือนกันหมดจริง ๆ’
เหนือผิวน้ำ ชายชุดแดงคนหนึ่งถอดรองเท้าออก เตรียมลงมา
หลิงเทียนไม่รออีกต่อไป เขากลั้นลมหายใจเฮือกสุดท้าย ดันตัวเข้าไปในรอยแยก ปลายหินขูดผ่านหลังและแขนจนเืซึม แต่เขาใช้ความเจ็บเป็แรงผลัก สอดไหล่ บิดสะโพก และมุดเข้าสู่โพรงแคบทีละน้อย
ด้านหลัง มีเสียงน้ำแตกกระจาย
ใครบางคนลงมาแล้ว
หลิงเทียนปิดปากแน่น ไม่กล้าหันกลับไป เขาคลานไปตามโพรงที่ค่อย ๆ ลาดลง จนกระทั่งน้ำสูงท่วมศีรษะอีกครั้ง เขาฝืนกลั้นหายใจต่อทั้งที่ปอดแทบะเิ กระแสน้ำพาเขาเลี้ยวผ่านช่องหิน แล้วส่งขึ้นสู่โพรงอากาศเล็ก ๆ
เขาโผล่พ้นน้ำอย่างเงียบที่สุด สูดลมหายใจเพียงครึ่งเดียวก่อนก้มลงซ่อน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงชายชุดแดงก็ดังแว่วมาจากด้านนอก
“ไม่พบอะไร”
“ตรวจซ้ำ”
“รอยเืสิ้นสุดที่นี่ มันไม่อาจผ่านรอยแยกได้ ร่างคนขนาดนั้นมุดไม่ได้”
หลิงเทียนก้มมองเืที่ไหลจากแขนตนเอง รู้สึกอยากหัวเราะ แต่ไม่มีแรงพอ
เขาตัวใหญ่เกินกว่าจะมุดง่ายจริง ทว่าเสื้อผ้าที่ฉีกขาดและลมหายใจที่ยอมปล่อยหมด ทำให้เขาผ่านมาได้อย่างเฉียดฉิว
“กลับไปรายงาน” เสียงคนหนึ่งกล่าวหลังเวลาผ่านไปนานเกินทน “บอกว่าศพหายไปในแอ่ง เราจะส่งข่าวขึ้นไป้าว่าเด็กตระกูลหลิงตายแล้ว”
อีกคนเงียบไปก่อนถาม “ทำไมต้องส่งข่าวเช่นนั้น? หากประมุขหลิงเชื่อว่าลูกตาย เขาอาจยุติการค้นหา”
“เพราะหากเขาไม่เชื่อ เขาจะเริ่มหาอย่างบ้าคลั่ง” เสียงแรกตอบ “และเมื่อคนกำลังบ้าคลั่ง เขาย่อมไปหาคนที่คิดว่าจะช่วยตนได้ เราเพียงต้องรอดูว่าเขาจะไปหาใคร”
หลิงเทียนนิ่งค้าง
พวกมันไม่ได้พยายามเพียงลบร่องรอยของตน พวกมันกำลังใช้ความเ็ปของบิดาเป็เบ็ดล่อปลา
ความโกรธพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนเขาเกือบลืมความเจ็บ หลิงจ้านอาจแข็งกระด้าง อาจปิดบังอะไรหลายอย่าง แต่เขาเป็พ่อของหลิงเทียน และไม่มีใครมีสิทธิ์เอาความเป็ความตายของลูกไปทำเป็เครื่องมือ
หลิงเทียนกำหมัดแน่นจนเืซึมจากเล็บ
ในที่สุด เสียงคนชุดแดงก็ค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงความเงียบของก้นเหว
เขารออีกนานจนแน่ใจว่าไม่มีใครกลับมา ก่อนว่ายออกจากโพรงอากาศอย่างช้า ๆ เขาไม่สามารถกลับขึ้นไปตามทางเดิม เพราะ้าอาจยังมีคนเฝ้าอยู่ สิ่งที่ทำได้มีเพียงตามกระแสน้ำไปให้ลึกกว่าเดิม แล้วหวังว่าจะมีทางออก
หวัง
หลิงเทียนชะงักกับคำนั้น
เขาไม่ชอบคำว่า ‘หวัง’ เพราะมันคล้ายฝากชีวิตไว้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่ในเวลาเช่นนี้ เขาก็ไม่มีข้อมูลมากพอจะทำได้ดีกว่านั้น
“เอาเถอะ” เขาพูดกับความมืด “ข้าจะให้โอกาสฟ้าพิสูจน์ตัวเองสักครั้ง แต่ถ้ามันพาข้าไปเจอเื่แย่อีก ข้าจะคิดบัญชีทีหลัง”
เขาดำลงไปใต้ผิวน้ำอีกครั้ง
ยิ่งลึก น้ำยิ่งเย็นและนิ่ง กระทั่งด้านหน้าปรากฏประกายเงินเป็เส้นยาวหลายสิบเส้น หลิงเทียนหยุดว่ายทันทีเมื่อเห็นดวงตาเล็ก ๆ นับร้อยคู่สะท้อนแสงอยู่ในความมืด
มัจฉาดาบเงิน
สัตว์มายาขั้นสองที่ตัวเดียวไม่น่ากลัวนัก แต่เมื่อรวมฝูง มันสามารถแล่เนื้อสัตว์ใหญ่ได้ภายในเวลาไม่กี่ลมหายใจ
และตอนนี้ ฝูงมัจฉาดาบเงินกำลังหันมามองเขาพร้อมกัน