“เฟยเอ๋อร์ ปู่ได้ยินมาว่าในงานประมูลของโรงประมูลจันทร์กระจ่างอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะมี ‘ลูกกลอนสมานปราณในตำนาน’ มาประมูลด้วย”
“บางทีด้วยลูกกลอนวิเศษนี้ อาจสามารถรักษาอาการของพี่ชายเ้าได้”
“จริงหรือคะท่านปู่! ข้าไปโรงประมูลกับท่านด้วยได้ไหมเ้าคะ และชวนพี่ชายไปด้วย ฮิฮิ”
เสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจของเด็กสาวแก้มป่องดังขึ้น เด็กน้อยกำลังขอร้องแกมบังคับกับปู่ของตน
“ดูเ้าสิ ทีกับข้าไม่เห็นเคยดีใจออกหน้าออกตาขนาดนี้มาก่อน ข้าชักอิจฉาพี่ชายเ้าเสียแล้ว”
เสียงหยอกล้อของปู่และหลานสาวตัวน้อยดังก้องขึ้นในตำหนักหลังใหญ่
......
หนึ่งเดือนต่อมา
ณ โรงประมูลจันทร์กระจ่าง สาขามณฑลพฤกษาอาคเนย์ เมืองพฤกษามรกต
โรงประมูลอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิต้าหลง อันมีสาขาอยู่มากมายทั่วทุกเขตแคว้น
นี่คือวันที่หลายคนต่างรอคอย ทั้งสำนักฝึกปราณชั้นยอด จอมยุทธ์พเนจรต่างแคว้น รวมถึงบรรดาปรมาจารย์ระดับสูงที่ไม่เปิดเผยตัวตนต่างมารวมตัวกันในวันนี้
ในทุกๆปีจักรวรรดิต้าหลงจะมีการจัดงานประมูลครั้งใหญ่ประจำปีขึ้น โดยจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนสถานที่จัดงาน
ซึ่งงานประมูลครั้งใหญ่ในปีนี้ถูกจัดโดยโรงประมูลจันทร์กระจ่าง สาขามณฑลพฤกษาอาคเนย์ เมืองพฤกษามรกต
บรรยากาศจอแจ ของผู้คนมาหน้าหลายตา คึกคักหาใดเปรียบได้
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์และผู้คนที่อยากชมความยิ่งใหญ่ของงานประมูล พากันหลั่งไหลมาที่อาคารสูงห้าชั้นกลางเมืองพฤกษามรกตอย่างไม่ขาดสาย
“อวี้เฟย เ้าหยุดลูบหัวข้าก่อนได้หรือไม่ ผมข้ายุ่งหมดแล้ว”
เสียงบ่นระคนเหนื่อยหน่ายของเด็กชายตัวผอมดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศคึกคักโดยรอบ
เห็นว่าเด็กสาวแก้มป่องตัวน้อยที่ขี่อยู่บนหลังเด็กชาย กำลังลูบหัวและเล่นกับมวยผมสีดำของเด็กชายอย่างสนุกสนาน
“ก็ข้าคิดถึงท่านพี่นี่นา จะโทษก็โทษท่านปู่นั่นแหละที่ไม่ยอมให้ข้าออกไปหาท่านพี่เลย”
แม้จะเห็นว่าเด็กสาวอาจซุกซนไปบ้าง แต่เด็กชายและชายชราก็มิได้โกรธเคืองแต่อย่างใด
กลับยิ่งรักใคร่เอ็นดูสาวน้อยยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
“นั่นมันผู้นำตระกูลเว่ย ‘เว่ยหลันฉี’ หนึ่งในสามสุดยอดปรมาจารย์กระบี่แห่งมณฑลพฤกษาอาคเนย์”
“ผู้ที่อยู่ด้านหน้าเขามิใช่ท่าน ‘กระบี่เพลิงผลาญ’ รองเ้าสำนักแห่งสำนัก’ กระบี่นภาไพศาลหรอกรึ?”
ผู้ฝึกยุทธ์โดยรอบเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
สำนักกระบี่นภาไพศาล!
สำนักฝึกปราณอันเก่าแก่เลื่องชื่อ จัดเป็สำนักอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิต้าหลง
รากฐานลึกล้ำยากหยั่งถึง ลือกันว่าผู้ก่อตั้งสำนักบรรลุถึงขั้นขอบเขตเซียน์ในตำนาน!
พวกเขาสังเกตเห็นว่าแม้แต่หนึ่งในสามผู้ฝึกปราณสายกระบี่ที่แกร่งกร้าวที่สุดแห่งมณฑล ชายชราผู้มีผมสีดอกเลาตัดกับเสื้อผ้าสีม่วงอำพัน บุคลิกอาจหาญ กลับดูซีดเซียวจืดจางไปทันทีเมื่อเทียบกับชายวัยกลางคนด้านหน้า
เว่ยหลันฉีกำลังต้อนรับขับสู้และสนทนากับบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งดุจดั่งผู้ติดตามที่นอบน้อม
‘กว้านหลงเ้า’ รองเ้าสำนักกระบี่นภาไพศาล ใบหน้าเกลี้ยงเกลาคมเข้มแต่งกายเรียบง่ายด้วยชุดสีขาววงพระจันทร์ ให้ความรู้สึกดุจนักปราชญ์ผู้มีเมตตา
เพียงแต่หากมองเข้าไปในแววตาประกายทองเข้มดวงนั้น กลับแฝงไปด้วยความดุดันหาใดเปรียบ!
“นั่นมันผู้นำตระกูลเซี่ยมิใช่รึ ช่างบังเอิญเสียจริงที่ได้พบเ้าในวันนี้”
เว่ยหลันฉีเอ่ยทักทายเซี่ยอวี้เฉินด้วยแววหยอกล้อแกมนึกสนุก
ทั้งสองเป็ดั่งน้ำกับไฟ
สายตาของผู้คนโดยรอบหันมองทั้งสองคน ปานกำลังชมเื่สนุก
ทั้งตระกูลเซี่ยและตระกูลเว่ยต่างเป็ตระกูลฝึกปราณที่เป็ศัตรูกันมาโดยตลอด
เพราะว่ากันว่าสาเหตุการหายตัวไปอย่างลึกลับของบุตรชายตระกูลเซี่ย มีความเกี่ยวข้องกับผู้นำตระกูลเว่ย!
แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดและเป็เพียงการสันนิษฐานก็ตาม แต่เซี่ยอวี้เฉินมองเว่ยหลันฉีเป็ศัตรูไปนานแล้ว!
“เ้าคงรู้ใช่หรือไม่ว่านี่คือท่านรองเ้าสำนักกระบี่นภาไพศาล ท่านกว้านหลงเ้า ทำไมยังไม่รีบคารวะล่ะเ้าเฒ่า’”
เว่ยหลันฉีกล่าวด้วยแววตาอันเหี้ยมเกรียม หมายยั่วยุศัตรูของตน
“คารวะท่านกระบี่เพลิงผลาญ สมญานามอันเกรียงไกรของท่าน วันนี้ข้าน้อยได้ประจักเป็บุญตาแล้ว”
“อืม ยินดีที่ได้พบท่านเช่นกันผู้นำตระกูลเซี่ย ฉายา‘กระบี่เร้นประกาย’ของท่านโด่งดังถึงสำนักกระบี่นภาไพศาลเลยทีเดียว”
กว้านหลงเ้าตอบกลับเซี่ยอวี้เฉินด้วยน้ำเสียงไม่ถ่อมตัวกระนั้นก็ไม่เย่อหยิ่งเช่นกัน
ใบหน้าของบุรุษวัยกลางคนแต้มด้วยรอยยิ้มสุภาพจริงใจ
แต่ถ้าเป็คนที่รู้จักนิสัยของชายวัยกลางคนผู้นี้ล่ะก็ บอกได้เลยว่านั่นคือรอยยิ้มแห่งฉ้อฉล!
“เ้าคงมิได้เล็งโอสถ ‘ลูกกลอนสมานปราณในตำนาน’ หรอกนะเ้าเฒ่า? เห็นทีว่าข่าวลือที่ว่าเ้าหาทางรักษาหลานชายทุกวิถีทางจะเป็เื่จริง”
“ข้าว่าเลิกหวังซะเถอะ ความจริงการรู้จักปล่อยวาง ใช้ชีวิตดุจคนธรรมดาสามัญก็ไม่เลวนักหรอก”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของชายชราดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มคนแน่นขนัดในโรงประมูล
“เฮอะ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเ้า เ้าแก่สารเลว!”
เสียงสบถของเซี่ยอวี้เฉินดังขึ้น
โดยปกติชายชราเป็คนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก แต่หากเป็เื่ที่เกี่ยวกับหลานของตน เขาก็พร้อมที่จะะเิอารมณ์ใส่ทันที
“ข้าบอกเ้าไว้เลยว่าไม่ว่าจะเป็ใคร ก็อย่าหวังจะได้รับโอสถสมานปราณ!”
เสียงะโดังก้อง บ่งบอกถึงการตัดสินใจอันแน่วแน่ของชายชราดังขึ้น
ดั่งการตีฆ้อง ลั่นระฆัง ประกาศว่าใครกล้าประมูลแข่งกับตนก็ลองดู!
แก๊งงง
“เรียนเชิญจอมยุทธ์ทุกท่านที่มีป้ายประมูลระดับหนึ่งขึ้นมาที่ชั้นห้าได้เลยเ้าค่ะ”
เสียงระฆังประกาศของผู้จัดการโรงประมูลจันทร์กระจ่างดังขึ้น เหมือนเป็การยุติเหตุการณ์ที่กำลังจะบานปลาย
“หลานปู่ เ้าไม่ตำหนิข้าใช่หรือไม่”
ชายชราถามหลานชายด้วยแววตาอันเ็ปเจือด้วยรอยยิ้มอันโศกเศร้า
แม้เขาเจอศัตรูที่คาดว่าเป็สาเหตุการหายตัวไปอย่างไม่ทราบสาเหตุของลูกชายตนอยู่ตรงหน้า แต่ก็ทำได้เพียงอดกลั้น
ตอนนี้เขาเป็ผู้นำตระกูล มิอาจใช้อารามณ์ของตนตัดสินปัญหาได้
“ข้าไม่เคยโกรธท่านปู่เลย เป็ข้าเสียอีกที่น่าละอายใจนัก ไม่สามารถทำเพื่อท่านปู่ได้เลย”
เด็กชายตอบกลับด้วยความแน่วแน่ปนตำหนิตนเอง
“ท่านพี่อย่าพึ่งหมดหวังนะ ท่านปู่ต้องช่วยท่านได้แน่”
เสียงให้กำลังใจดังขึ้นข้างหูของเซี่ยจิ่งหลิน
เด็กหญิงตัวน้อยให้กำลังใจพร้อมกอดคอพี่ชายแน่นเหมือนกลัวว่าจะสูญเสียพี่ชายของตนไป
เด็กชายรู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาที่ตกกระทบไหล่ พาความรู้สึกอบอุ่นเติมเต็มจิตใจ