ทว่าความฝันของสองแม่ลูกกลับมีอุปสรรคขึ้นกลางคันในฤดูหนาวที่ หยางเสียอายุได้สิบหกปี สุขภาพของหยางเอ๋อร์ไม่สู้ดีนักอาการป่วยเรื้อรังทำให้นางตัดสินใจเลิกรับแขก เงินที่มีเก็บนั้นพอใช้จ่ายและเป็ค่ารักษาได้แต่หยางเสียรบเร้าขอให้ตัวเองได้ออกไปทำงานหาเงินมาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในบ้านบ้าง...เพราะลูกผู้ชายไม่ควรงอมืองอเท้าให้มารดาหาเลี้ยงฝ่ายเดียว
หยางเสียจึงขอเริ่มต้นด้วยการเล่นดนตรีขับกล่อมในหอเป็งานแรกผู้เป็มารดาอนุญาตแต่มีข้อแม้ว่าต้องนั่งอยู่หลังม่านส่วน่กลางวันนางก็ออกไปขายภาพเขียน แต่ประสบการณ์ยังน้อยนัก ภาพเขียนฝีมือเด็กหนุ่มอายุสิบหกที่ขายได้จึงมักมาจากความสงสารเสียมากกว่า
หนึ่งปีเต็มที่หยางเอ๋อร์ล้มป่วยกินอาหารได้น้อยและมีอาการไอเรื้อรังจนบางครั้งไอออกมาเป็เื ร่างกายผ่ายผอมกระทั่งหมอบอกหมดทางรักษาหยางเสียได้แต่จมอยู่กับความเศร้าหมอง แม้มารดาสอนให้นางยอมรับความจริงอยู่เสมอว่าสักวันต้องจากไปแต่หยางเสียก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นางตระเวนเข้าออกทุกวัดเพื่อขอพรและยันต์คุ้มครองเพื่อให้แม่ของตนอาการดีขึ้นทว่าอาการของหยางเอ๋อร์ก็มีแต่ทรงกับทรุด หยางเสียไม่ได้ออกไปขายภาพเขียนแล้ว เพราะนางอยากใช้เวลามากที่สุดคอยอยู่ดูแลผู้มีพระคุณอย่างชิดใกล้
ล่วงพ้นฤดูหนาวได้สามเดือน หยางเอ๋อร์...แม่บุญธรรมผู้มีจิตใจอารีและเมตตาชุบเลี้ยงเด็กน้อยที่เคยนั่งร้องไห้ในตรอกเล็กๆในตลาดเมื่อเจ็ดปีก่อนก็จากโลกนี้ไป ชีวิตสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาของหยางเสียต้องสูญเสียมารดาไปถึงสองคนคิดแล้วหญิงสาวรู้สึกเศร้าใจนัก จนป่านนี้นางยังไม่รู้เลยว่าศพของผู้ให้กำเนิดถูกฝังไว้ที่ไหนบนผืนแผ่นดินของเมืองซร่วงซาน
เสี่ยวเสียของแม่ต้องเป็คนเข้มแข็งนะ คำสอนของมารดาทั้งสองคนเหมือนกันจนน่าแปลกใจ
หยางเสียให้สัญญากับตัวเอง...นางจะอยู่ให้ได้และจะเป็คนดีให้สมกับความรักและความเมตตาที่ได้รับ
แม้มารดาจากไปแล้วแต่หยางเสียคิดเสมอว่าแม่หยางเอ๋อร์ยังอยู่กับนาง แต่การไม่ได้เห็นตัวตนของแม่ บ้านก็ให้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมนางขอพรพระโพธิสัตว์ทุกคืนให้แม่หยางเอ๋อร์ได้ขึ้น์ ถ้าคำขอของนางเป็จริง ป่านนี้มารดาทั้งสองก็คงได้อยู่ด้วยกัน
หอคณิกาฮวาหงบัดนี้เปลี่ยนเ้าของคนใหม่แม่เล้าอันหนิงยกกิจการให้ลูกชายของนางดูแล หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป จ้าวฮั่นหลางมีนิสัยโหดร้ายชอบตบตีและรังแกผู้หญิงคำสั่งของเขาถือเป็เด็ดขาดใครจะขัดไม่ได้ จ้าวอันหนิงในวัยเกินห้าสิบโรคชรารุมเร้าจนคร้านจะต่อปากคำกับ ลูกชาย เพราะบางครั้งความโหดร้ายนั้นยังส่งผลถึงนางโดยตรงบุตรชายไร้บิดากลายเป็คนอกตัญญูจนนางรู้สึกปวดใจไม่น้อยเลย
จากเดิมที่หอเลือกรับแต่หญิงสาวที่สมัครใจขายเรือนร่างแต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็เช่นนั้นแล้วจ้าวฮั่นหลางเอากิจการไปผูกติดกับสำนักนางโลมใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองหลวง มีการไปซื้อตัวเด็กสาวจากต่างเมืองมีหญิงสาวหลายคนที่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดนำมาขายให้ถึงที่ ใครขัดขืนก็ถูกทารุณทุบตีจนต้องยอมในที่สุด
เพราะหยางเสียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับหอฮวาหงอีก จ้าวฮั่นหลางจึงส่งคนมาเรียกเก็บเงินค่าเช่าบ้านจากนางรายได้หลักของนางยังคงมาจากการเล่นดนตรีขับกล่อมในหอแต่ก็คงทำได้อีกไม่นานนักเพราะเ้าของใหม่คิดว่าดนตรีบนหอควรจะให้นางคณิกาซึ่งมีความอ่อนหวานงดงามเป็ผู้บรรเลงมากกว่าชายหนุ่มหญิงสาวจึงเริ่มนับถอยหลังทุกวันรอเวลาที่นางจะต้องย้ายออกจากบ้านแห่งความทรงจำหลังนี้
สาเหตุที่จ้าวฮั่นหลางแสดงออกเด่นชัดว่าเกลียดขี้หน้านางนักก็คงเป็เพราะว่ามารดาของเขามักแสดงออกว่าเป็พวกนางเสมอเมื่อนางเข้าไปขัดขวางเวลาที่คนของเขาใช้กำลังทุบตีผู้หญิงในหอ
‘ไม่เห็นหรือไรว่านางไม่สบาย’ ที่ผู้หญิงพวกนี้ต้องมาขายตัวทุกวันก็ทนทุกข์มากพอแล้วเมื่อพวกนางเจ็บป่วยเพียงวันสองวันเท่านั้น จ้าวฮั่นหลางก็ไม่มีเว้นให้พวกนางได้พักฟื้น
‘อย่าแส่ในเื่ที่ไม่เกี่ยวกับเ้ามีหน้าที่เล่นดนตรีก็เล่นไป สอดเื่คนอื่นจะเจอดีในสักวัน!‘
แล้วนางก็หาเื่จนเจอดีเข้าจนได้นางเคยมีเื่ชกต่อยกับลูกน้องจ้าวฮั่นหลางจนเนื้อตัวขัดยอกไปหลายวันทีเดียวอยากทำใจให้คิดว่าธุระไม่ใช่ แต่พอเห็นผู้หญิงถูกทุบตีตรงหน้า คนที่ได้ชื่อว่าชายอกสามศอกคนหนึ่งก็อดไม่ได้ทุกทีที่ทุกวันนี้นางยังอยู่ในหอฮวาหงได้ก็เพราะมีจ้าวอันหนิงคุ้มหัวหญิงสูงวัยยังเห็นแก่นางที่เป็ลูกชายของหยางเอ๋อร์ที่อดีตแม่เล้ารักและเอ็นดูมาก่อน
วันหนึ่งขณะหยางเสียกำลังฝึกเพลงใหม่อยู่ในบ้านจ้าวอันหนิงก็เข้ามาบอกลาเพราะกำลังจะย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดเื่นี้ทำให้หญิงสาวครุ่นคิดตลอดคืน คงถึงเวลาแล้วที่นางควรคิดหาทางไปเหมือนกันว่าจะอยู่ในเมืองหลวงในคราบชายหนุ่มต่อไป หรือกลับไปใช้ชีวิตแบบสตรีที่เมือง ซร่วงซานอันเป็บ้านเกิด